นายแพทย์ทาเคดะรอเธออยู่ในห้องทำงานห้องเดิม แต่ครั้งนี้ บนโต๊ะไม้สีเข้มปรากฏถ้วยชาสองใบ ไอร้อนกรุ่นจางๆ ลอยขึ้นสู่ความเงียบ
นิพาสังเกตเห็นสิ่งนั้นก่อนสิ่งอื่นใด... ชาสองถ้วย ไม่ใช่หนึ่งใบอย่างเคย
นั่นหมายความว่าเขาเตรียมการไว้สำหรับการสนทนาที่ยาวนานกว่าปกติ
"เชิญนั่ง" เสียงของเขาเรียบสนิท
เธอนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แผ่นหลังเหยียดตรง ไม่แตะต้องถ้วยชา เพียงรอคอย
"คุณผ่าตัดไส้ติ่งได้" ทาเคดะเปิดประเด็นโดยไม่มีคำเกริ่นนำ "ด้วยเครื่องมือที่ไม่สมบูรณ์ ในแสงสลัว โดยปราศจากผู้ช่วยที่ผ่านการฝึกฝน"
"ขวัญเป็ผู้ช่วยที่ดีค่ะ" เธอตอบกลับ รักษาท่าที
"คุณเข้าใจความหมายของผม" เขาสวนกลับทันที ไม่ใช่คำถาม
นิพาเลือกที่จะนิ่งเงียบ
ทาเคดะยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า สายตาคมกริบของเขายังคงจับจ้องเธออยู่เหนือขอบถ้วย ไม่คลาดคลาไปไหน
"ผมมีข้อเสนอ และ้าคำตอบที่ตรงไปตรงมา"
"ค่ะ"
"ผม้าให้คุณทำงานในโรงพยาบาลแห่งนี้อย่างเป็ทางการ ไม่ใช่ในฐานะที่ปรึกษาสัปดาห์ละสองครั้ง แต่ในฐานะแพทย์ผู้ช่วยเต็มตัว"
ความเงียบโรยตัวลงในห้องอีกครั้ง
"มีตำแหน่ง มีเงินเดือน มีสิทธิ์ในการเข้าออกพื้นที่ของกองทัพ" เขาแจกแจงต่อ "มีเครื่องมือที่ดีกว่าที่คุณใช้อยู่ตอนนี้ และมีความปลอดภัย...สำหรับคุณและพ่อของคุณ"
นั่นเอง... ข้อเสนอที่แท้จริง นิพาคิดในใจ คำสุดท้ายของเขากระทบใจเธอราวกับค้อน เขารู้เื่พ่อ รู้ว่าเธอขาดแคลนอุปกรณ์ รู้ว่าความปลอดภัยคือสิ่งที่เธอโหยหา
เขาไม่ได้แค่สังเกต แต่เขาศึกษาเธอมาอย่างดี
"แล้วสิ่งที่ท่าน้าเป็การตอบแทนคืออะไรคะ" เธอถามเสียงเรียบ
"การสอน" ทาเคดะตอบ "สอนแพทย์ของผมในสิ่งที่คุณรู้ แต่พวกเขาไม่รู้ ทั้งเื่การควบคุมเชื้อ การดูแลาแ และสัญญาณเตือนของอาการป่วยที่ต้องได้รับการรักษาก่อน"
นิพาสบตาลึกเข้าไปหลังแว่นของเขา ในดวงตาคู่นั้นไม่มีแววหลอกลวง แต่ก็ไม่มีความจริงใจทั้งหมดเช่นกัน มันเป็สายตาของนักเจรจา
"ข้อตกลงนั้นจะผูกมัดดิฉันไว้กับกองทัพญี่ปุ่น"
"ผูกมัดคุณไว้กับโรงพยาบาลแห่งนี้" เขาแก้ "ซึ่งดูแลทั้งทหารและพลเรือน"
"ในสายตาของคนข้างนอก มันไม่ต่างกันหรอกค่ะ"
ทาเคดะวางถ้วยชาลง เสียงกระเบื้องกระทบไม้ดังแ่เบา เขาจ้องหน้าเธอ เหมือนเตรียมคำตอบนี้ไว้แล้ว
"ตลอดสองเดือนที่ผ่านมา คุณรักษาคน...คนในตรอก ในชุมชน คนที่ไม่มีที่ไป คุณทำโดยไม่เคยถามว่าพวกเขาอยู่ฝ่ายไหน" น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่หนักแน่น "นั่นไม่ใช่การผูกมัดกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่มันคือหน้าที่ของแพทย์"
คำพูดของเขาเป็ความจริง...แค่บางส่วน และส่วนที่ผิดก็ยากจะพิสูจน์ในตอนนี้
"ดิฉันขอเวลาคิด"
"แค่คืนนี้" เขากำหนดเส้นตาย "ผม้าคำตอบก่อนรุ่งสางวันพรุ่งนี้"
---
แต่เธอไม่ได้ครุ่นคิดเพียงลำพัง
สรวิชญ์ล่วงรู้เื่ทั้งหมดก่อนที่เธอจะก้าวเท้ากลับถึงบ้านเสียอีก เขารออยู่ตรงมุมตรอกเช่นเคย ท่าทางและแววตาบอกชัดว่าเขารู้เื่ก่อนที่เธอจะเอ่ยปากด้วยซ้ำ
"ทาเคดะเสนอตำแหน่งให้ฉัน" เธอพูดขึ้นก่อน
เขาเพียงพยักหน้ารับ เหมือนทุกอย่างเป็ไปตามที่คาด
"เสรีไทย้าให้คุณรับข้อเสนอนั้น"
เท้าของนิพาหยุดชะงัก "ว่าอะไรนะคะ"
"หากคุณมีสถานะอย่างเป็ทางการในโรงพยาบาลทหาร คุณจะเข้าถึงข้อมูลที่เรา้า ทั้งการเคลื่อนกำลังพล จำนวนผู้าเ็ หรือแม้แต่ยุทธศาสตร์ที่พอจะคาดเดาได้จากลักษณะอาการของคนไข้" เขาอธิบายด้วยน้ำเสียงไร้ความรู้สึก "มันอันตราย แต่ก็ประเมินค่าไม่ได้"
"คุณกำลังขอให้ฉันเป็สายลับ"
"ผมกำลังให้ข้อมูลอีกด้าน เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างรอบคอบที่สุด" เขาแก้คำ "นี่คือข้อมูลส่วนที่ขาดไป"
นิพาสูดลมหายใจเข้าลึก อากาศยามค่ำคืนรู้สึกหนักอึ้งกว่าเคย
ทั้งสองฝ่าย้าในสิ่งเดียวกัน แต่ในรูปแบบที่แตกต่าง ทาเคดะ้าความรู้ของเธอ เสรีไทย้าตำแหน่งของเธอ ทั้งคู่้าใช้ประโยชน์จากตัวเธอ ไม่ใช่เพราะความเป็ตัวเธอ
ยกเว้นสรวิชญ์... เขาอาจไม่เป็เช่นนั้นทั้งหมด แต่เธอก็ไม่แน่ใจว่าส่วนที่ไม่ใช่...มันมีมากเพียงใด
"ฉันขอเวลาคิดคืนนี้" เธอพูดซ้ำคำเดิม
"รู้" สรวิชญ์ตอบสั้นๆ แล้วบทสนทนาก็จบลง
แต่เขากลับไม่เดินจากไปในทันที เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม มือล้วงกระเป๋ากางเกง สายตาทอดมองไปยังถนนเบื้องหน้า
"วิตรี" เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ โดยไม่หันมามอง
"คะ"
"ไม่ว่าคุณจะเลือกทางไหน... ผมอยากให้รู้ว่าผมเห็นคุณค่าในสิ่งที่คุณทำมาตลอด"
เธอรอ... แต่เขาไม่พูดอะไรต่อ ทิ้งให้ความหมายของมันลอยอยู่ในความเงียบระหว่างคนสองคน
เขาไม่ได้บอกว่าเขาเห็นคุณค่าในตัวเธอ... แต่ใน 'สิ่ง' ที่เธอทำ มันมีความหมายในแบบที่เขาไม่คิดจะเอ่ยออกมาตรงๆ
และเธอก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับความรู้สึกนั้น
นิพากลับเข้าบ้านไปพร้อมกับทางเลือกที่หนักอึ้งยิ่งกว่าเดิม
---
คืนนั้น นายแพทย์สงวนนั่งเป็เพื่อนเธอในห้องยาที่อบอวลไปด้วยกลิ่นสมุนไพร
ท่านนั่งฟังเื่ราวทั้งหมดอย่างเงียบงัน แขนข้างที่ยังเข้าเฝือกวางนิ่งอยู่บนตัก ดวงตาที่ยังขุ่นมัวเล็กน้อยคู่นั้น...กำลัง 'ฟัง' มากกว่า 'มอง'
เมื่อเธอเล่าจบ ความเงียบก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง
"พ่อคิดว่าหนูควรทำอย่างไรคะ" นิพาทนไม่ไหวจนต้องถามออกไป
นายแพทย์สงวนมองหน้าลูกสาว...เป็สายตาที่เธอคุ้นเคยดี สายตาของคนที่เห็นความจริงบางอย่าง แต่ไม่แน่ใจว่าควรจะพูดมันออกมาหรือไม่
"พ่อไม่รู้หรอกว่าลูกควรจะเลือกอะไร" ท่านเอ่ยเสียงแ่เบา "แต่พ่อรู้ว่าลูกจะเลือกในสิ่งที่ถูกต้อง...ตามความเชื่อของลูกเอง"
"นั่นไม่ใช่คำตอบนะคะ"
"พ่อรู้" ท่านตอบ "แต่ถ้าพ่อมีคำตอบที่ชัดเจนให้...ลูกก็คงไม่จำเป็ต้องมาถามพ่อั้แ่แรก จริงไหม"
นิพานั่งนิ่งอยู่กับคำพูดนั้น
ท่านพูดถูก... หากคำตอบมันง่ายดาย เธอก็คงตัดสินใจไปแล้ว ที่ยังสับสนอยู่ตรงนี้ ก็เพราะยังไม่แน่ใจว่าแท้จริงแล้ว...ตัวเองเชื่อในสิ่งใดกันแน่
"พ่อไม่กลัวหรือคะ"
"กลัวสิ กลัวตลอดเวลา" นายแพทย์สงวนยอมรับตรงๆ "ั้แ่ญี่ปุ่นบุกเข้ามา ั้แ่พ่อาเ็ และั้แ่เห็นลูกทำงานที่พ่อรู้ดีว่ามันเสี่ยงอันตราย" ท่านหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ "แต่ความกลัว...ไม่ได้หมายความว่าเราต้องหยุด"
นิพามองหน้าพ่อของเธอ
นายแพทย์สงวนมอบความรู้เื่ยาให้สาวิตรีั้แ่เธอยังเด็ก ไม่ใช่เพราะหวังให้ลูกสาวเป็หมอ แต่เพราะท่านรู้ว่าความรู้คือสมบัติเพียงหนึ่งเดียวที่ไม่มีใครสามารถพรากไปได้ และในยุคสมัยที่ทุกสิ่งอาจถูกฉกฉวยไปได้ทุกเมื่อ นั่นคือมรดกที่ดีที่สุดที่พ่อจะมอบให้ลูกได้
ท่านสอน...โดยไม่เคยคาดคิดว่ามันจะถูกนำมาใช้ในสถานการณ์เช่นนี้ แต่ท่านก็ได้สอนไปแล้ว
เธอจมอยู่กับความคิดนั้นเนิ่นนาน จวบจนนายแพทย์สงวนผล็อยหลับไปคาเก้าอี้
แล้วหญิงสาวก็ลุกขึ้น หยิบสมุดบันทึกกับปากกาขึ้นมา...เขียนคำตอบที่ซ่อนอยู่ในใจมาตลอด
---
เช้าวันรุ่งขึ้น เธอยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของทาเคดะก่อนแปดนาฬิกา
"ดิฉันตกลงค่ะ แต่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม"
ทาเคดะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ รอฟัง
"ดิฉันจะยังคงรักษาคนในชุมชนของดิฉันต่อไป และหากมีคนไข้ที่้าการรักษาแต่ขัดสนเื่เงิน ดิฉันขอสิทธิ์ในการส่งตัวพวกเขามาที่นี่"
ทาเคดะนิ่งไปนานจนน่าอึดอัด
"ผมไม่ได้รับปากว่าโรงพยาบาลจะรักษาทุกคนให้ฟรี"
"ไม่ได้ขอให้ฟรีค่ะ แค่ขอให้รับตัวไว้พิจารณา...เื่อื่นค่อยว่ากันทีหลัง"
ความเงียบทอดตัวลงอีกครั้ง แต่สั้นกว่าเดิม
"ตกลง" เขาตอบในที่สุด
มีบางอย่างในแววตาของเขา...บางอย่างที่คล้ายกับความพึงพอใจ เหมือนกับว่าเขาคาดเดาคำตอบนี้ไว้อยู่แล้ว ซึ่งนั่นกลับทำให้นิพารู้สึกพึงพอใจน้อยลงไปถนัดตา
เขารู้ว่าเธอจะตอบรับ... นั่นหมายความว่าเขาอ่านเธอทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าที่เธออ่านเขา
และนั่นคือสิ่งที่ต้องเปลี่ยนไปนับจากนี้
เธอเดินออกจากห้องทำงานของทาเคดะ ตรงไปยังโถงทางเดินยาวที่ทอดสู่บันได
และแล้วเธอก็หยุดฝีเท้า...เมื่อเห็นสุดาเดินสวนมาจากทิศตรงข้าม
พยาบาลสาวส่งยิ้มให้ก่อน...รอยยิ้มที่แต่งแต้มบนริมฝีปากก่อนจะเดินทางถึงดวงตา
"จะกลับแล้วหรือคะ" น้ำเสียงของเธอเป็มิตรอย่างยิ่ง "วันแรกเป็อย่างไรบ้างคะ"
"ดีค่ะ" นิพาตอบกลับ ยิ้มตอบ...เป็รอยยิ้มที่คำนวณมาอย่างพอเหมาะพอดี
สุดาพยักหน้า ยิ้มค้างไว้...แล้วจึงเดินผ่านไปโดยไม่พูดอะไรอีก
นิพายืนมองแผ่นหลังของเธอที่เดินจากไป สายตาไม่ได้จับจ้องที่ร่างกาย แต่จับจ้องในสิ่งที่มองไม่เห็น
เธอมาจากทางห้องเก็บเอกสาร ไม่ใช่ห้องพักพยาบาล
เธอไม่ได้แค่เดินผ่านมา... เธอรออยู่
