ยามนี้ซั่งกวานเหยียนหลานกับซั่งกวานจ้านเบิกตาทั้งสองกว้าง พวกเขาจับจ้องสายตามองไปที่จูชิง จอมยุทธ์ขั้นเหินนภาเป็สิบคนถูกฆ่าตายจนหมดไม่เหลือซาก
นั่นเป็ถึงจอมยุทธ์ขั้นเหินนภา แข็งแกร่งพอที่จะเป็ผู้าุโในขุนเขากระบี่เทียนหยวน ทว่ากลับดับสิ้นวายชีวาด้วยน้ำมือของจูชิง
“เกรงว่าจะอยู่ที่นี่ต่อไม่ได้แล้ว เ้ารีบพาซั่งกวานจ้านไปที่ขุนเขากระบี่เทียนหยวนเถอะ พอถึงขุนเขากระบี่เทียนหยวนฝากบอกผู้หญิงที่ชื่อจินหลิงเอ๋อร์ด้วยว่าข้าสบายดี ไม่ต้องเป็กังวล” จูชิงกล่าว
“แล้วเ้าล่ะ?” ซั่งกวานเหยียนหลานตะลึง
“ข้า? ข้าเป็คนฆ่าคนพวกนี้ก็ต้องรับผลที่ตามมา” จูชิงยิ้มเล็กน้อย
ั้แ่ที่การต่อสู้เริ่มต้น ผู้อุทิศจักรพรรดิต้าฉีไม่ปรากฏกายแม้แต่คนเดียว แสดงว่าพวกเขาถูกฆ่าตายไปก่อนหน้านี้แล้ว แม้ว่าจะหลบซ่อนแยบยลเพียงใดก็ไม่อาจซ่อนจากประสาทการรับรู้ของจอมยุทธ์ขั้นเหินนภาได้ เพลานี้กองกำลังพิทักษ์เหลือเพียงทหารม้าเกราะหนักของซั่งกวานเหยียนหลานแล้ว
ทว่าที่นี่อยู่ไม่ไกลจากขุนเขากระบี่เทียนหยวนเท่าไหร่นัก ด้วยความเร็วของทหารม้าเกราะหนัก เดินทางไม่หยุดพักทั้งวันทั้งคืนใช้เวลาครึ่งเดือนก็น่าจะถึงที่หมาย
“นายท่าน ระวังตัวด้วย!” ซั่งกวานเหยียนหลานจุ๊บแก้มจูชิงแล้วรีบสวมหมวกเหล็กพาซั่งกวานจ้านไปจากที่นี่
“เ้า...” จูชิงลูบบริเวณที่ก่อนหน้านี้ถูกริมฝีปากประทับ ผิวตรงนั้นยังรู้สึกอุ่นวาบอยู่ รอยยิ้มประหลาดผุดขึ้นบนใบหน้า
“ดูเหมือนนางจะมีใจให้เ้า ให้ตายสิ เ้าได้หัวใจสาวงามเพิ่มอีกคนแล้วรึ” เฒ่าปีศาจหัวเราะอย่างชั่วร้าย
จูชิงกลอกตา “พูดมากน่า เอาเวลามาคิดดีกว่าว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี”
“ทำอะไรล่ะ ทหารมาก็ใช้ขุนพลต้าน น้ำมาก็ใช้ดินต้านรับ โลกขั้วทมิฬมาไม้ไหน เ้าก็โต้กลับไปไม้นั้น” เฒ่าปีศาจพูดอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“เพราะงั้นเ้าเลยบอกให้ข้าฆ่าโอวหยางฮวางั้นรึ? เฒ่าปีศาจ เ้ามีความบาดหมางอะไรกับโลกขั้วทมิฬ?” จูชิงเอ่ยถาม
“โอ้ เ้ารู้ได้ยังไง!” เฒ่าปีศาจผงะ
“เดาน่ะสิ ข้านึกอยู่แล้วว่ามันแปลกๆ เ้าหลอกข้าอีกแล้วรึ ถ้ามีจอมยุทธ์ที่ขั้นพลังสูงกว่าขั้น์ปฐีล่าสังหารข้า ข้าก็ตายน่ะสิ?” จูชิงขมวดคิ้ว
เฒ่าปีศาจหัวเราะ “เ้ากลัวรึ?”
“ไม่กลัวน่ะสิแปลก อย่างไรเสียข้าก็เป็แค่ขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า” จูชิงเบะปาก
“พูดถึงก็มาพอดี เ้าหนู เ้าจะตายหรือไม่ขึ้นอยู่กับโชคชะตาของเ้าแล้ว!” เฒ่าปีศาจร้องเสียงหลง
“ตายซะ!” พริบตานั้นมือเหล็กปรากฏตัว ฝ่ามือั์พุ่งดิ่งลงมาจากท้องฟ้า
จูชิงหน้าเปลี่ยนสี “สำนักปีศาจ เหตุใดสำนักปีศาจถึงมาอยู่ที่นี่?”
“น่าจะเป็ฝีมือของโลกขั้วทมิฬ” เฒ่าปีศาจกล่าว
“บัดซบ ทำไมเ้าไม่บอกข้าว่าโลกขั้วทมิฬสั่งสมขุมพลังอำนาจอื่นไว้ในทวีปเฉียนหยวนด้วย” จูชิงโกรธมาก
มือเหล็กเป็หนึ่งในผู้พิทักษ์สำนักปีศาจ พลานุภาพแกร่งกล้า ขณะที่ฝ่ามือั์พุ่งลงมา เมืองทั้งเมืองกลายเป็ซากปรักหักพังในทันที ประชากรหลายล้านคนที่อาศัยอยู่ถูกฆ่าตายกลายเป็ผุยผง
“ขั้น์ปฐีหนึ่งชั้นฟ้า แข็งแกร่งมาก!” จูชิงเปลี่ยนกายเป็สภาพไร้เงาหลบฝ่ามือั์ มองดูเมืองที่กลายเป็ซากปรักหักพังด้วยใบหน้าอัปลักษณ์ คนนับล้านคนต้องตายก็เพราะเขา
“มือเหล็ก ความบาดหมางระหว่างข้ากับเ้า เหตุใดถึงต้องดึงคนอื่นเข้ามาร่วมด้วย?” จูชิงเดือดดาลยิ่งนัก
“มันคือวิถีปีศาจ!” มือเหล็กเหยียดยิ้ม
“หนิวเวยขวางเขาไว้ ส่วนที่เหลือข้าจัดการเอง!” ครั้นเห็นจอมยุทธ์สำนักปีศาจที่อยู่ข้างหลังมือเหล็ก จิตสังหารทะลักทลายทั่วสรรพางค์กายของจูชิง
แม้ขั้นบำเพ็ญเพียรของหนิวเวยกับหนิวเซี่ยนยังไม่ถึงขั้น์ปฐี ทว่าร่างกายของพวกมันนั้นเป็ขั้น์ปฐีไปแล้ว าแที่เฒ่าปีศาจทำไว้กับมือเหล็กยังไม่หายดี พวกมันน่ารับมือกับมือเหล็กได้ชั่วคราว
นอกจากมือเหล็กแล้วยังมีจอมยุทธ์ขั้นเหินนภากับขั้นสั่งสมจากสำนักปีศาจไม่น้อยกว่าหนึ่งพันคน เรียกได้ว่าเป็แหฟ้าตาข่ายดิน จูชิงจะหนีอย่างไรก็หนีไม่พ้น
แต่จูชิงไม่ได้คิดหนีแต่อย่างใด เขา้าฆ่า ฆ่าจอมยุทธ์สำนักปีศาจให้หมดสิ้น!
“คำสาปผลาญโลหิต!” จูชิงขับเคลื่อนพลังในสายเื ตราประทับเปลวไฟประจักษ์กลางระหว่างคิ้ว อักขระิญญาสีแดงกับตราประทับผสานรวมเป็หนึ่งเชื่อมต่อกับดวงตาทั้งสอง ั์ตาแปรเปลี่ยนเป็สีโลหิตในทันใด
ทันใดนั้น ภายใต้คลองจักษุของจูชิง จอมยุทธ์เ่าั้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ภาพของคนธรรมดาแปรเปลี่ยนกลายเป็กลุ่มลมปราณ ลมปราณเ่าั้มีทั้งแข็งแกร่ง มีทั้งอ่อนแอ ลมปราณที่แข็งแกร่งมีระดับความควบแน่นแกร่งกล้ายากจะลงมือ ส่วนพวกที่อ่อนแอ เพียงจูชิงใช้ความคิด เปลวเพลิงก็ลุกโชนโชติ่แผดเผาคนพวกนั้น
มือเหล็กคือผู้ที่มีลมปราณแข็งแกร่งมากที่สุดเสมือนอีกฝ่ายเป็ดั่งสุริยันแผดเผาสรรพสิ่ง แม้ว่าจะใช้คำสาปผลาญโลหิตอยู่ แต่เขาก็ยังไม่กล้าพุ่งเป้าไปที่มือเหล็ก เพราะถึงจะทำเช่นนั้นก็ใช่ว่าจะทำอะไรมือเหล็กได้ ในทางกลับกันอาจกลายเป็เขาที่จะถูกมือเหล็กกลืนกินเสียเอง
แม้ว่าคำสาปผลาญโลหิตจะนับว่าเป็มหาวิชา ทว่าการที่จะประมือกับจอมยุทธ์ขั้น์ปฐีนั้นยังยากเกินไป
“ฟึ่บ!” ทันใดนั้นศิษย์สำนักปีศาจคนหนึ่งตัวลุกเป็ไฟ เขาพยายามดับไฟที่ลุกโชนทั่วร่าง แต่เปลวเพลิงกลับไม่มีทีท่าว่าจะดับแต่อย่างใด ไม่ถึงสามลมหายใจ ศิษย์สำนักปีศาจก็ตัวไหม้เกรียมเป็ตอตะโก
จากนั้นมีศิษย์สำนักปีศาจอีกหลายคนตัวไฟลุก ไม่เพียงแต่ขั้นสั่งสม มีขั้นเหินนภาบางคนรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติกับร่างกายแล้วใช้ขั้นพลังของตัวเองยับยั้งมันเอาไว้
ทว่าจอมยุทธ์ขั้นสั่งสมไม่สามารถต่อต้านพลานุภาพของคำสาปผลาญโลหิตได้ เมื่อลมปราณในร่างถูกจุดไฟ ไม่ว่าจะทำทางใดก็ไม่มีทางดับ ดังนั้นจึงทำได้แค่มองพวกเขาถูกเผากลายเป็เถ้าถ่าน
“ตายซะไอ้บัดซบ!” มือเหล็กเป็โทสะ มือทั้งสองของมือเหล็กกลายเป็สีดำเงา ฝ่าั์ประจักษ์กลางท้องฟ้าพุ่งดิ่งทลายปฐี
“ข้ามศพพวกข้าไปก่อนเถอะ!” หนิวเวยกับหนิวเซี่ยนคำราม ลมปราณในกายาเดือดพล่าน กายาขยับขยายใหญ่ ไขว้แขนทับกันต่อต้านฝ่ามือั์
“ตู้มมม!” ทว่ามือเหล็กหรือจะรับมือได้ง่ายๆ หนิวเวยกับหนิวเซี่ยนหน้ามืดทะมื่น ร่างใหญ่ั์ถูกทับจมลงดิน
แต่ร่างกายของพวกมันทั้งสองเปรียบดั่งเหล็กกล้า ถึงจะเป็การโจมตีระดับนี้ก็ต้านทานไหว!
“แข็งแกร่งมาก!” มือเหล็กตะลึงงัน รับการโจมตีของตนได้ด้วยขั้นเหินนภาอย่างนั้นรึ สัตว์ประหลาดทั้งสองเหนือฟ้าเกินไปแล้ว เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามีสัตว์อสูรเฉกเช่นนี้อยู่ในทวีปเฉียนหยวนด้วย
“ไม่ใช่สัตว์อสูรแต่ก็ไม่ใช่มนุษย์ หรือว่าจะเป็อนารยชนต่างแดน?” มือเหล็กคิดในใจ
สำนักปีศาจติดต่อกับต่างแดนมาช้านานย่อมรู้ว่าในต่างแดนนั้นมีพวกอนารยชนที่ทรงพลังอยู่ ร่างกายของพวกมันน่าพรั่นพรึงสุดแสน จอมยุทธ์ขั้นระดับเดียวกันเทียบกับอนารยชนไม่ติดฝุ่น
ร่างกายของหนิวเวยกับหนิวเซี่ยนคล้ายกับอนารยชน ทว่าแข็งแกร่งยิ่งกว่าอนารยชนหลายเท่า อีกทั้งอนารยชนแทบไม่ปรากฏตัวบนแผ่นดินใหญ่ เพราะถิ่นฐานของพวกมันคือมหาสมุทร
“ข้าไม่สนว่าพวกเ้าเป็ใครมาจากไหน ใครก็ตามที่ขวางข้ามันต้องตาย!” มือเหล็กคำรามแล้วเหวี่ยงมืออีกครั้ง
“หมัดพฤฒา!” หนิวเวยกับหนิวเซี่ยนะโพร้อมกัน ลมปราณกลั่นหลอมกลายเป็กำปั้นขนาดใหญ่พุ่งขึ้นไปบนฟ้า
เมื่อได้ยินเสียงะโของหนิวเวยกับหนิวเซี่ยน มือเหล็กซวนเซแทบล้มลงกับพื้น อัปยศ อัปยศยิ่งนัก สัตว์ประหลาดสองตัวนั้นจะตายอยู่รอมร่อยังกล้าดูแคลนเขาอีกงั้นรึ
หมัดพฤฒาเป็วรยุทธ์ก็จริง ทว่าก็เป็วรยุทธ์ขั้นมนุษย์ระดับต่ำ ในสายตาของมือเหล็กนั้นไม่ต่างอะไรกับขยะ สัตว์ประหลาดสองตัวะโออกมามั่นอกมั่นใจขนาดนั้น นั่นทำให้เขาทนแทบไม่ไหว!
ขณะที่หมัดปะทะกับฝ่ามือกลางอากาศ มือเหล็กหน้าเปลี่ยนสีคล้ายกับจะต้านไม่อยู่!
พฤฒาเก้าเสียงถูกปีศาจกระทิงขับเคลื่อน พลังน่าพรั่นพรึงหาที่เปรียบไม่ได้ แม้ว่ามือเหล็กจะมีขั้นพลังสูงกว่าหนึ่งขั้นพลังใหญ่ ทว่าทั้งสองร่วมมือกันกลับต้านทานฝ่ามือของเขาได้
อีกด้านหนึ่ง ศิษย์สำนักปีศาจถูกคำสาปผลาญโลหิตฆ่าตายไปหลายร้อยคนแล้ว จูชิงยังคงขับเคลื่อนมหาวิชาอย่างต่อเนื่อง มีจอมยุทธ์ขั้นเหินนภาบางคนลมปราณเริ่มเผาไหม้
“นี่มันบ้าอะไร ทำไมร่างกายของข้า...!” ทันใดนั้นขั้นเหินนภาหนึ่งชั้นฟ้าคนหนึ่งก็พ่นไฟออกปาก หลังจากนั้นทวารทั้งเจ็ดก็แผดเผา ร่างกายลุกไหม้อย่างรวดเร็ว จอมยุทธ์ขั้นเหินนภาคนอื่นๆ มองจอมยุทธ์ผู้นั้นนอนกลิ้งอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงอย่างสยดสยอง
ไม่มีใครที่ถูกเปลวเพลิงผลาญเผาแล้วรอดชีวิตมาได้ และเขาเป็จอมยุทธ์ขั้นเหินนภาคนแรกที่ตายเพราะคำสาปผลาญโลหิต
“ไม่!” เขาคร่ำครวญโหยหวน ลมปราณลุกโชนโชติ่กลายเป็ตอตะโกในพริบตาเดียว
เฒ่าปีศาจเห็นความห้าวหาญนั้นของจูชิงเขาก็ยิ้มออกมา ฤทธิรณของกายศักดิ์สิทธิ์ทรงพลังยิ่งหยั่งถึง ลำพังแค่พร์นั้นก็อยู่เหนือกว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกันแล้ว!
ถึงพร์จะแข็งแกร่งเพียงใด ทว่านั่นเป็ขีดจำกัดสูงสุดที่จูชิงทำได้ในตอนนี้แล้ว จอมยุทธ์ขั้นเหินนภาผู้นั้นอ่อนแอมากที่สุดในหมู่ขั้นเหินนภา รากฐานไม่มั่นคง น่าจะทะลวงเป็ขั้นเหินนภาได้ไม่นานทั้งยังไม่ได้ปรับฐานพลัง ดังนั้นจึงถูกจูชิงฆ่าตาย
ทว่าสำหรับจอมยุทธ์ขั้นนภาสำนักปีศาจมันสร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวง ผู้ที่ถูกเปลวเพลิงผลาญเผาก่อนหน้านี้ ล้วนแล้วเป็ขั้นสั่งสมทั้งสิ้น พวกเขาจึงคิดว่าเปลวเพลิงลึกลับนั่นน่าจะทำอะไรพวกเขาไม่ได้
แต่เพราะการตายของจอมยุทธ์ขั้นเหินนภาทำให้ความคิดของพวกเขาพังทลาย เปลวเพลิงนั้นสามารถแผดเผาจอมยุทธ์ขั้นเหินนภา สามารถเผาพวกเขาให้กลายเป็เถ้าถ่านได้
เมื่อเกิดความกลัวในหัวใจขึ้น พวกเขาก็เกิดลังเล ไม่กล้าเข้าใกล้จูชิงเพราะกลัวว่าถ้าเข้าไปใกล้อาจถูกเปลวเพลิงเผาจนตาย
“ไม่ต้องกลัว พวกเรามีกันตั้งหลายคน แค่โจมตีกันคนละกระบวนท่า มันก็ตายแล้ว” จอมยุทธ์สำนักปีศาจกล่าว
“ใช่แล้ว อย่าไปกลัว บุกไปพร้อมกันเลย!” จอมยุทธ์สำนักปีศาจเอาชนะความกลัวในใจแล้วพุ่งทะยานออกไป!
