หลายวันผ่านไป หลังการ “ฝึกพิเศษ” ที่กินเวลานานจนเกินจำเป็ก็สิ้นสุดลง
มาเรียกลับมาถึงค่ายยามเย็น เหงื่อเย็นชื้นไหลตามต้นคอ เสื้อคลุมสีอ่อนแแ่กับร่างจนเห็นรอยเส้นโค้งที่แทบจะไม่เหลือความเรียบร้อยที่เคยมี
เธอก้าวเดินอย่างแ่ ย่างก้าวของเธอสั่นทุกครั้งที่ขยับขา ความปวดหน่วงลึก ๆ ในกายยังคงอยู่ เป็ร่องรอยจาก “การฝึก” ที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะนึกถึง
เมื่อกลับถึงค่ายผู้กล้าของตนเอง เธอเห็นทัคคุงกำลังฝึกดาบอยู่คนเดียว เหงื่อไหลตามแขน แววตาตั้งใจของเขาเหมือนเด็กหนุ่มที่พยายามเติบโตให้ทันโลก แต่ทันทีที่เห็นเธอ เสียงโลหะปะทะหยุดลง เขาหันมาพร้อมรอยยิ้มที่แ่นิด ๆ บนใบหน้าเปื้อนฝุ่น
“มาเรีย... เธอกลับมาแล้วเหรอ?”
“อื้ม...”
เสียงเธอนุ่มและเหนื่อยจนแทบกลืนหายไป เธอพยายามยิ้มให้เหมือนปกติ
“การฝึกครั้งนี้หนักมากเลย...”
ทัคคุงวางดาบลง เดินเข้าไปใกล้พลางมองสำรวจเธอ รอยช้ำจางตรงลำคอ รอยแดงที่โผล่ใต้ปกเสื้อบาง รอยพวกนั้นเหมือนมีเื่เล่าในตัวเอง เขาเม้มปากแน่น ก่อนจะฝืนหัวเราะ
“เธอ...ต้องพยายามมากสินะ"
เสียงของเขาเหมือนจะสั่นเล็กน้อย เขารู้ว่ามาเรียกำลังทำเพื่อเขา
เธอพยักหน้าเบา ๆ
“ใช่...แต่ก็แค่เื่ฝึกนั่นแหละ ไม่ต้องห่วงนะ ทัคคุง”
เธอพูดเหมือนจะปลอบเขามากกว่าปลอบตัวเอง
ทัคคุงเดินเข้ามาใกล้อีกเพียงครึ่งก้าว ยื่นมือแตะปลายผมยาวดำของเธอที่ชื้นเหงื่อ สายตาเขาไล่ตามรอยลึกที่เธอพยายามซ่อนใต้คอเสื้อ มุมปากขยับเหมือนอยากถามอะไรบางอย่างแต่ก็หยุด
เขาอยากพูดว่า “พวกนั้นทำอะไรเธอบ้าง?”
อยากถามว่า “มันจำเป็ต้องไปขนาดนั้นไหม?”
อยากะโว่ารู้ดีว่า “ฝึกพิเศษ” นั่นคืออะไรจริง ๆ
แต่เขาไม่พูด
เขาแค่ยิ้มอ่อน บังคับตัวเองให้ดูอบอุ่น
“ผม...ดีใจที่เธอกลับมาโดยปลอดภัย”
มาเรียมองหน้าเขา แววตาอ่อนโยนเหมือนน้ำใส แต่ในอกกลับร้อนวาบ เธอพยายามไม่ให้สีหน้าเผยสิ่งที่ซ่อนอยู่ ภาพในหัวผุดขึ้นอีกครั้ง ภาพที่เธอเพิ่งได้เจอมา
แต่เพียงไม่นาน เธอก็ถูกดึงกลับมายังโลกจริงในอ้อมแขนของทัคคุง มือเขากำลังโอบเอวเธอไว้แน่น หัวเขาพิงข้างแก้มเธอเบา ๆ
“อีกไม่นานผมจะได้เลื่อนขั้น แล้วจะไม่ต้องให้เธอไปฝึกอะไรแบบนั้นอีก...หรืออย่างน้อยก็ไม่ต้องมากขนาดนี้...ตอนนั้นเราจะได้อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เสียงเขาสั่นนิด ๆ แต่เต็มไปด้วยความเชื่อ เธอไม่กล้าหักล้าง
“อื้ม...”
เธอตอบเพียงสั้น ๆ มือเรียวลูบเส้นผมของเขาอย่างเบามือ
หัวใจเธอเต้นแรง ไม่ใช่เพราะซาบซึ้ง แต่เพราะคำโกหกที่ยิ่งพูดออกไปยิ่งฝังแน่น
“ฉันยัง...เก็บสิ่งสำคัญที่สุดไว้ให้ทัคคุงอยู่นะ”
เธอพูดเบาในลมหายใจเดียวกัน เสียงแทบแ่จนกลืนหายไปกับลมยามค่ำ เธอรู้ว่าเธอโกหกทัคคุงคนรักของเธอ แต่เธอก็ไม่กล้าบอกความจริง
เขาหยุดนิ่ง สายตาเขาเปล่งประกายแปลก ๆ มีทั้งความโล่งใจและความอึดอัดที่ค้างอยู่ในอก
“ผมรู้...ผมเชื่อเธอมาเรีย”
เขาไม่กล้ามองลึกในตาเธอนานเกินไป เพราะกลัวว่าจะเห็นบางสิ่งที่ไม่อยากรู้
เขาเพียงกอดเธอแน่นขึ้นราวกับอยากขังเวลาไว้ในอ้อมแขน
ส่วนเธอ...ซบหน้าลงกับอกเขา เงยตาขึ้นมองดวงดาวบนฟ้า ความเจ็บหน่วงในกายยังไม่หาย ความรู้สึกผิดกัดกินในใจ แต่มุมปากเธอกลับยกขึ้นน้อย ๆ อย่างเหนื่อยล้า
เพราะในที่สุด เธอก็เรียนรู้แล้วว่า บางครั้ง การโกหกเพื่อรักษาความรัก มันอาจจะง่ายกว่าการยอมรับความจริง
