หลานเยว่ยกมุมปากขึ้นเบาๆเผยรอยยิ้มเยาะหยันออกมา “ส่งพวกเขามาที่นี่...ฝ่าาอยากให้พวกเขาทำแบบเดียวกับข้าหรือ?”
“ทำไม เ้าไม่พอใจหรือ?”
หลานเยว่เอ่ย “เกรงว่าคงจะไม่ได้ ข้าเป็คนเผ่าเย่เสียน แต่มีฐานะต่ำต้อย ไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรในเผ่าด้วยซ้ำก่อนหน้านี้ ข้าก็แอบหนีออกมาจากเผ่าอย่างลับๆ เท่านั้นคนที่มีอำนาจในเผ่าเย่เสียน คือท่านราชครูต่างหาก...ทำไมฝ่าาไม่ไปเสนอให้เขาทำแทนล่ะ?”
ซูอินหลีกระจายรังสีสังหารออกมา “ต่อให้จวินเชียนจี้จะรู้ว่าเ้าเป็คนเผ่าเย่เสียนแล้วจะอย่างไร เขาขัดขวางไม่ให้เ้าทำงานอยู่ที่นี่ไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นเ้าก็มาที่นี่อย่างเต็มใจเ้าคงไม่คิดว่าคนอย่างเขาจะยื่นมือเข้ามาช่วยคนตัวเล็กๆที่ไร้ค่าอย่างเ้าออกไปจากที่นี่หรอกใช่ไหม?”
หลานเยว่หัวเราะขึ้นเบาๆ “ท่านราชครูอาจไม่ใส่ใจคนที่ไร้ชื่อเสียงอย่างข้าแต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่ข้าจะทรยศต่อเผ่าเย่เสียน! ข้าอยู่ที่นี่ด้วยความยินยอม และจะไม่ไปไหนจะอยู่รับใช้ฝ่าาไปตลอดชีวิต”
“ดื้อด้านเสียจริง!”
ไม่นานหลานเยว่ก็เดินออกมาจากห้องด้วยใบหน้านิ่งเรียบ
ซูเหลียนหรูตื่นมา พบว่าหลานเยว่ไม่อยู่ในห้อง จึงเดินตามหาเขาไปทั่วในที่สุดก็พบว่าเขากำลังเดินผ่านโถงทางเดิน และมุ่งหน้ามาทางนี้แสงสลัวส่องลงบนร่างกายของเขา เป็ภาพที่งดงามจนเกินจะอธิบายหลานเยว่เดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้านาง “ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วให้ข้าส่งองค์หญิงกลับไปเถิด”
ซูเหลียนหรูหลงระเริงจนขาดสติ “คืนนี้ ข้าไม่กลับแล้ว”
หลานเยว่ชะงักลงชั่วครู่ ก่อนจะหัวเราะออกมาในภายหลัง “ได้ถ้าองค์หญิงไม่รังเกียจ เชิญพักในห้องของข้าไปก่อนเถิด”
คืนนั้นมีฝนตกหนักทั้งคืน สายฟ้าสว่างวาบขึ้นเป็ระยะ กระทั่งฟ้าสางฝนจึงเริ่มซาลง เฟิ่งสือจิ่นนั่งอยู่บนเตียงเพียงลำพังนางมองสายฟ้าที่มักจะประกายวาบขึ้นเป็ระยะนอกหน้าต่าง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ความทรงจำบางอย่างเริ่มเด่นชัดขึ้นในสมอง ในอดีต ในคืนที่มีฝนตกและมีสายฟ้าสว่างวาบขึ้นไม่ต่างไปจากตอนนี้จู่ๆ นางก็สะดุ้งตื่นจากความฝัน นางฉวยโอกาสตอนที่อาจารย์กำลังหลับสนิทรีบสวมชุดฟางกันฝนแล้วแอบหนีออกไปจากเขาจื่อหยาง เื่นี้เกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อนในตอนที่นางไปร่วมงานวิวาห์ของซูกู้เหยียนกับเฟิ่งสือหนิง
ในตอนนั้น นางถูกทอดทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง มาตอนนี้ นางก็ยังมีตัวคนเดียวและยังคงถูกทอดทิ้งเหมือนเดิม
ฤดูร้อนมีอากาศอบอ้าว เพียงไม่นานฝนก็หยุดตกแล้วเมื่อแสงตะวันระลอกแรกสาดส่องลงมายังพื้นดิน เพียงไม่นานแสงแดดร้อนแรงก็ส่องให้น้ำฝนบนพื้นแห้งเหือดลง ละอองน้ำและความเย็นของสายฝนทำให้อากาศเย็นลงไม่น้อย
ซูกู้เหยียนเห็นว่าวันนี้อากาศดี บวกกับการสอบจอหงวนก็ใกล้เข้ามาทุกทีจึงจัดให้มีการเรียนนอกสถานที่หนึ่งวัน เพื่อให้นักศึกษาในวิทยาลัยหลวงได้ออกมาผ่อนคลายนั่นเองการเรียนนอกสถานที่ในครั้งนี้ ไม่ใช่การออกมาเรียนนอกห้องเหมือนทุกครั้งแต่ซูกู้เหยียนพาพวกเขาไปเรียนบนูเาแถบชานเมือง ไปตอนเช้า กลับตอนบ่าย โดยต้องกินมื้อเที่ยงบนูเา
เป็การเรียนที่ฟังดูท้าทายไม่น้อยนักศึกษาทั้งหลายจึงตื่นเต้นเป็อย่างมาก รีบออกไปเตรียมตัวทันที
คิดไม่ถึงว่าครั้งนี้ ซูเหลียนหรูก็ไปด้วย ครั้งนี้ นางไม่ได้มีท่าทีลำพองและเย่อหยิ่งคล้ายกับผู้ยิ่งใหญ่เหมือนแต่ก่อนแล้วทางบนเขาลาดชัน การขึ้นเขาทำให้นางเหนื่อยล้าเป็อย่างมากคนมากมายจึงต้องประคองนางไปตลอดทาง
เฟิ่งสือจิ่นเดินอยู่ด้านหลังสุด นางสวมชุดสีเขียวขุ่น สวมรองเท้าบูทสีขาวที่แสนธรรมดาหากไม่ใช่เพราะซูกู้เหยียนคอยจับตามองอยู่ข้างหลัง นางคงหาโอกาสหนีไปแล้วซูกู้เหยียนเดินอยู่ด้านหลังนาง เขาพูดด้วยเสียงราบเรียบ“อย่าคิดว่าวันนี้ไม่ต้องเรียน แล้วเ้าจะฉวยโอกาสหนีไปตอนที่ข้าเผลอได้แบบนั้นก็ถือเป็การหนีเรียนเหมือนกัน ระวังข้าจะเอาเื่นี้ไปบอกอาจารย์เ้า”
เฟิ่งสือจิ่นหรี่ตามองนักศึกษาที่กำลังปีนเขากันอย่างตื่นเต้น“เมื่อเทียบกับการที่ข้าอาจจะถูกอาจารย์บ่นแล้ว ข้าคิดว่าสิ่งแรกที่อาจารย์จะทำคงจะเป็การถกเถียงกับเ้ามากกว่า”
ซูกู้เหยียนหัวเราะขึ้นเบาๆ “ข้าเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน ว่าแท้จริงแล้วราชครูจะชอบเถียงกับข้าเช่นนี้” ข้างหน้าเป็เนินชันที่ยากจะปีนป่ายนักศึกษาทั้งหลายจับกลุ่ม และประคองกันปีนป่ายขึ้นไปบนนั้นอย่างยากลำบากซูกู้เหยียนเห็นดังนั้นจึงรีบเดินไปข้างหน้าเฟิ่งสือจิ่นเขายืนอยู่ที่ก้อนหินก้อนหนึ่ง จากนั้นก็หันมายื่นมือให้เฟิ่งสือจิ่นแสงตะวันที่ส่องลงมาทำให้เขาแลดูอ่อนโยนและงดงาม “ั้แ่ตรงนี้เป็ต้นไปเส้นทางจะลาดชันกว่าที่อื่น ต้องระวังเป็พิเศษ มา ข้าจะดึงเ้าขึ้นมาเอง”
เฟิ่งสือจิ่นยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ตอนนี้ พวกเขาเดินมาถึงบริเวณไหล่เขาแล้วหน้าผากของเฟิ่งสือจิ่นเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาให้เห็น แสงแดดสว่างจนแทบจะลืมตาไม่ไหวนางหรี่ตาลง แล้วหันกลับไปมองเื้ั ภาพทิวทัศน์ทั้งใกล้และไกลปรากฏต่อสายตาของนางเส้นทางที่ตีนเขาลดขนาดลง กลายเป็เส้นเล็กๆ สีขาวเส้นหนึ่งเทือกเขาที่ทอดออกไปไกลมีสีเขียวขจี และดูอุดมสมบูรณ์ช่างเป็ภาพที่งดงามอะไรเช่นนี้
เฟิ่งสือจิ่นเอ่ยขึ้น “ูเาลูกอื่นก็มีทิวทัศน์งดงามไม่แพ้กันแถมยังไม่ได้ชันและเดินยากเหมือนูเาลูกนี้ด้วยแต่อาจารย์กลับเลือกมาทีู่เาลูกนี้ ที่นี่มีอะไรพิเศษหรือ?”
“นอกจากเส้นทางจะชันกว่าที่อื่นเสียหน่อย ก็ไม่มีอะไรพิเศษแล้ว”
“ข้าจำได้ว่า นักศึกษาในวิทยาลัยหลวงต่างก็เป็คุณหนูคุณชายที่ถูกประคบประหงมมาั้แ่เด็ก”
ซูกู้เหยียนอธิบาย “เพราะแบบนั้นหลังจากที่พวกเขาปีนป่ายขึ้นไปบนูเาอย่างยากลำบาก เมื่อหันกลับมามอง จะพบว่าทิวทัศน์เื้ังดงามเพียงใดพวกเขาจะพบว่าสิ่งที่เคยเป็อุปสรรค เป็แค่ด่านเล็กๆที่ต้องก้าวผ่านไปให้ได้เท่านั้น และจะพบว่าความลำบากระหว่างปีนเขาไม่ได้หนักหนาเลยสักนิด”เขาพูดโดยมองหน้าเฟิ่งสือจิ่นไปด้วย แม้จะใช้คำว่าพวกเขา ซึ่งหมายถึงนักศึกษาทุกคนแต่เฟิ่งสือจิ่นกลับรู้สึกเหมือนซูกู้เหยียนตั้งใจพูดให้นางฟังโดยเฉพาะ
เฟิ่งสือจิ่นยืนนิ่งไม่ไหวติง ซูกู้เหยียนจึงดึงแขนของนางเอาไว้แทนทั้งสองเดินตามกันขึ้นไปบนเขา ซูกู้เหยียนพูดต่อ “เ้ากับหลิวอวิ๋นชูก็เช่นกันแค่นี้ ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรหรอก เพราะพวกเ้ายังต้องเดินต่อไปอีกไกลยังต้องพบเจอผู้คนอีกมากมาย”
เฟิ่งสือจิ่นก้มหน้าลงไปมองเท้าของตัวเองพลางพูดขึ้น “นี่ถือเป็การปลอบใจหรือ?”
“ปลอบใจนักศึกษาเป็ครั้งคราว นี่ก็ถือเป็หน้าที่ของอาจารย์คนหนึ่ง”
บนเขามีทิวทัศน์งดงามมากจริงๆ ภายใต้การนำทางของซูกู้เหยียนพวกเขาเดินไปถึงแค่ไหล่เขาก็หยุดลงในจุดที่มีต้นไม้ร่มรื่นแห่งหนึ่ง แค่นี้ จุดที่พวกเขาอยู่ก็สูงเทียบเท่ากับยอดเขาขนาดย่อมลูกหนึ่งแล้วหากเดินต่อ เส้นทางจะลาดชันและปีนยากกว่าเดิมหลายเท่าแถมจุดนี้ก็มีร่มไม้ให้นั่งพัก บวกกับเมื่อคืนมีฝนตกูเาแห่งนี้จึงชุ่มชื้นเป็อย่างมาก แม่น้ำสายหนึ่งไหลผ่านป่าเขาสายน้ำเชี่ยวกรากไม่น้อย แต่ก็เย็นสดชื่นและใสสะอาด น่าลิ้มลอง
ขณะนี้ ทุกคนเหนื่อยจากการปีนเขาจนแทบจะไม่มีแรงเหลือแล้วนักศึกษาชายหญิงแยกกันนั่งคนละฝั่ง พวกเขานั่งพักอยู่ใต้ร่มไม้นักศึกษาหญิงยกแขนเสื้อขึ้นมาพัดดับร้อน ส่วนนักศึกษาชายพวกเขาไม่ได้ถือกฎระเบียบอะไรมาก บ้างก็นอนพิงกับต้นไม้ บ้างก็เตรียมจะแก้ผ้าแล้วะโลงไปเล่นน้ำในแม่น้ำเพื่อดับร้อนนักศึกษาหญิงเห็นดังนั้นก็ส่งเสียงกรีดร้องยกใหญ่ซูกู้เหยียนได้ยินเสียงร้องจึงเดินเข้าไปดู และหยุดนักศึกษาชายได้ทันเวลาพอดี
ซูกู้เหยียนสั่งด้วยเสียงจริงจัง “น้ำในแม่น้ำเชี่ยวนักห้ามเดินเข้าไปในที่ลึกเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นอาจเกิดเื่ขึ้นได้ อีกอย่างชายหญิงควรรักษามารยาทต่อกัน พวกเ้าควรระวังการกระทำของตนให้มาก”
นักศึกษาชายที่สวมเสื้อผ้าหลุดลุ่ยจำต้องจัดระเบียบเสื้อผ้าของตนเองใหม่
ใน่ใกล้เที่ยง ทุกคนยังไม่เริ่มออกไปหาอาหารพวกเขายังดื่มด่ำอยู่กับการนั่งพักและชมทิวทัศน์ของูเาเบื้องล่าง ยิ่งไปกว่านั้นคุณหนูคุณชายชั้นสูงเหล่านี้หรือจะหาอาหารเองเป็
ซูกู้เหยียนสั่งให้นักศึกษาชายออกไปเดินสำรวจว่าบริเวณรอบๆมีผลไม้ป่าหรือไม่ โดยให้นักศึกษาหญิงที่แสนอ่อนแอทั้งหลายนั่งพักต่อไป ไม่นานซูกู้เหยียนก็เดินตามเข้าไปในป่าเช่นกัน
