“เฉินเฟิง ฉันไม่สนหรอกว่าพวกแกทั้งสามจะเป็คนจากหุบเขาไร้สาระอะไรนั่นหรือไม่ แต่แกขโมยปืนของฉันและทำลายของรักของลูกชายฉัน ศิษย์พี่ของแกยังอ้างชื่อจอมพลเก้าดาวฟู่เจียเหรินพล่อยๆ ขนาดฉันจอมพลหกดาว ผู้บัญชาการป้องกันทางทะเล ยังเอาเ้าคนอวดดีไร้เดียงสาไม่อยู่ ฉันก็ต้องจำใจเชิญจอมพลเก้าดาวและกำลังพลทั้งหมดของกองพลมา รอดูว่าผู้หนุนหลังใครใหญ่กว่ากัน”
เฉินหู่เห็นลูกชายถูกเฉินเฟิงทำลายกล่องดวงใจจนสิ้นซาก ไม่ได้แสดงอาการโกรธคลั่งจนเสียสติ เพียงแต่พูดเสียงลอดไรฟันอย่างช้าๆ
แต่นี่เป็การแสดงให้เห็นว่าจิตสังหารในใจของเฉินหู่รุนแรงแค่ไหน
ถึงแม้จะได้ฟังคำขู่ของเฉินหู่ เฉินเฟิงก็ยังรักษารอยยิ้มเยาะเย้ย กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง
แต่ก็เป็อีกครั้งที่หลี่ชินหลวนเร็วกว่า เธอส่งเสียงหัวเราะและชิงพูดขึ้นก่อน
“เช่นนั้นก็เรียกฟู่เจียเหรินมาเลย ฉันอยากรู้ว่าศิษย์เหลนของฉันคนนี้ ตอนนี้เป็อย่างไร?”
ได้ยินดังนั้นใจของเฉินหู่เริ่มหวั่นไหว
เกิดความลังเลไม่โทรหาทันที
“จอมพลเก้าดาวเป็ศิษย์เหลนของไอ้เด็กน้อยพวกนี้? นี่... พวกมันเด็กขนาดนี้ เป็ไปไม่ได้”
เฉินหู่พึมพำกับตัวเองแต่ก็เหมือนกำลังถามเฉินเฟิงกลายๆ ด้วยความหวังว่าจะได้รับคำตอบจากปากของเขา
“เป็แค่จอมพลหกดาวที่ถูกองค์จักรพรรดิตัดออกจากรายชื่อร้อยขุนพลอย่างแก ไม่คู่ควรรับรู้ฐานะที่แท้จริงของฉัน แกจำไว้เพียงว่า ถ้าแกเรียกใครมาไม่ได้ ฉันคนนี้ที่แกเรียกว่า ‘เด็กต้อยต่ำ’ สามารถลบตระกูลเฉินอันไร้หัวใจนี้ออกจากโลกได้เพียงพริบตา ในเมื่อท่านปู่ทวดกังวลว่าฉันผู้ใจดีจะฆ่าล้างแค้นโครตสกุลเฉิน ฉันก็ไม่อยากให้ท่านกังวลโดยเปล่าประโยชน์ ฉันต้องทำให้ความกังวลของท่านไม่เสียเปล่า ตอนนี้ ฉันให้เวลาแกสิบนาทีในการเรียกคนมาช่วย ไม่เช่นนั้น พ่ออันแก่ชราของแก เฉินขวงคงตายภายใต้น้ำมือของท่านปู่ทวดไปอย่างเสียเปล่า”
เฉินเฟิงเห็นว่าจ้าวเสี่ยวเยว่กำลังจะพูดแทรก เขาจึงรีบส่งสายตาห้ามปราม
พร้อมกับมองนาฬิกาข้อมือพูดด้วยท่าทีสบายๆ
ทันใดนั้น เฉินเฟิงควักเข็มกลัดัเงินจำนวนมากจากแถวเอว
เข็มกลัดัเงินขดตัวเหล่านี้ กลายเป็เข็มทองยาวสามนิ้วในพริบตาด้วยพลังลมปราณของเฉินเฟิง
เข็มทองทั้งหมดประมาณหนึ่งร้อยเล่ม ลอยขึ้นกลางอากาศ เข็มแต่ละแท่งเล็งเข้าหาจุดตายตรงหว่างคิ้วของสมาชิกตระกูลเฉินคนละแท่ง
“เฉินหู่ ในเมื่อแกไม่รู้จักหุบเขาหมอยาะ งั้นฉันจะเมตตาบอกให้แกรับรู้เสียหน่อย คนจากหุบเขาหมอยา สามารถช่วยชีวิตและฆ่าคนได้โดยไม่ต้องแตะตัว วันนี้เป็วันมงคลสำหรับตระกูลเฉินของแก แต่หน้าตากลับหมองคล้ำ สมควรรักษาสักหน่อย”
เฉินเฟิงเผยรอยยิ้มเยาะหลังจากแสดงทักษะอันน่าอัศจรรย์ของหุบเขาหมอยาต่อผู้คนจำนวนมากเป็ครั้งแรก
เฉินโช่ว บรรพบุรุษของตระกูลเฉิน เดิมทีตั้งใจปิดตนตัดขาดจากโลกภายนอกเพื่อเยียวยาาแในใจจากการฆ่าลูกชายด้วยมือของตน
แต่ทันใดนั้น เขารู้สึกถึงพลังปราณอันทรงพลังจากภายนอก จึงจำเป็ต้องออกจากการปิดตัวอีกครั้ง
ซึ่งทำให้เฉินโช่วได้ประจักษ์กับภาพตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยปากอีกครั้ง
“นั่นไม่ใช่เคล็ดวิชาสำนักหมัดธรรมชาติ หรือว่าเป็เคล็ดวิชาหุบเขาหมอยา?”
สมาชิกคนอื่นๆ ต่างจ้องมองเฉินเฟิงและเข็มทองที่ลอยอยู่กลางห้องโถงเป็ตาเดียวด้วยความตกตะลึง
พวกเขากลัวว่าหากเฉินเฟิงเผลอ เฉินเฟิงอาจปล่อยให้เข็มแทงทะลุหน้าผากของพวกเขาได้
“แน่นอนว่ามันไม่ใช่เคล็ดวิชากระจอกๆ ของสำนักหมัดธรรมชาติ ปู่ทวดอยากเรียนหรือไม่? เพียงแค่บรรพบุรุษเอ่ยปากว่าจะถอดถอนผู้นำตระกูลคนปัจจุบันและให้ผมเป็ผู้นำตระกูล มอบทรัพย์สมบัติทั้งหมดของตระกูลเฉินให้แก่ผม ผมจะรับหน้าที่เป็อาจารย์ให้ปู่ทวดเอง รับท่านเป็ศิษย์สายนอก และช่วยให้ท่านก้าวข้ามขีดจำกัดปัจจุบันของปู่ทวด มิฉะนั้น แม้ว่าท่านจะแก่ตายก็ไม่มีทางก้าวข้ามขีดจำกัดนี้ได้ เห็นแก่ตำแหน่งผู้นำตระกูลและทรัพย์สมบัติทั้งหมด ผมจะไม่เอาเปรียบหรือทำให้สมาชิกคนอื่นในตระกูลต้องลำบากมากเกินไปนัก”
เฉินเฟิงพูดกับเฉินโช่วอย่างเรียบๆ เขาไม่้าให้ชายชรานับถือเขาเป็ศิษย์พี่ผู้าุโกว่า อย่างมากที่เขาพอยอมรับได้คือเป็คนรุ่นเดียวกันพอ
จากนั้น เฉินเฟิงหันไปมองสองพี่น้องเฉินหลงและเฉินหู่
เขารู้ว่าทั้งคู่เคยขึ้นรับตำแหน่งผู้นำตระกูลมาแล้ว ดังนั้น เฉินเฟิงจึงไม่พอใจกับเพียงแค่ตำแหน่งทายาทของเฉินฝู
เขาเริ่ม้าตำแหน่งผู้นำตระกูลจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่พูดเล่นเหมือนก่อนหน้านี้
ตระกูลเฉินต้องยกตำแหน่งผู้นำตระกูลและสมบัติทั้งหมดให้เขา
ไม่เช่นนั้นก็ต้องถูกเขาชำระแค้น
นายน้อยแห่งหุบเขาหมอยาะ เทพาจ้าวแห่งสนามรบ เมื่อถึงเวลาที่ต้องสำแดงอำนาจบารมี เขาก็จะสำแดงให้ทุกคนได้ประจักษ์
“แม้ว่าท่านจะมีพลังการต่อสู้เหมาะสมกับตำแหน่งผู้นำตระกูลและยังมีชื่อเดียวกับท่านอาใหญ่เฉินเฟิง แต่ท่านยังเด็กเกินไป อีกทั้งไม่ใช่คนสายเืตระกูลเฉิน ดังนั้น ตำแหน่งผู้นำตระกูลและทรัพย์สมบัติจึงไม่สามารถยกให้ท่านได้โดยง่าย เว้นแต่ ท่านจะต้านทานแรงกดดันจากจอมพลเก้าดาวและกองกำลังป้องกันชายฝั่งทั้งหมดจากมณฑลฝูเจี้ยนได้!”
แม้ว่าเฉินโช่วจะแก่แล้ว แต่เขาก็ได้ยินเสียงรางๆ จากสถานที่ปิดตนว่าหลานชายของเขากำลังโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ
ดังนั้นเขาจึงพูดกับเฉินเฟิงอย่างนี้
ก่อนหน้า เขาฆ่าลูกชายด้วยมือตนเองเพราะหวาดกลัวต่อชื่อเสียงของหุบเขา เขารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง
ตอนนี้ได้ยินเฉินเฟิง้าจะเข้าควบคุมสมบัติทั้งหมดของวงศ์ตระกูลอย่างจริงจัง ไม่ใช่การพูดล้อเล่นเหมือนก่อนหน้า
เขาจึงตั้งด่านทดสอบเฉินเฟิง ซึ่งถือว่าเป็การปิดปากสมาชิกคนอื่นๆ ภายในตัว
จริงๆ แล้ว เฉินโช่วเป็ประเภท'ไม่เห็นกระต่าย ไม่ปล่อยเหยี่ยว [1]'
เพียงแต่ก่อนหน้านี้ เขาถูกข่มขู่โดยพลังของสองศิษย์พี่ของเฉินเฟิงและชื่อเสียงของหุบเขาหมอยา จนเกิดเป็ความกังวลว่าตระกูลเฉินจะได้รับผลกระทบ
ในเวลานี้เอง พวกเพื่อนเ้าบ่าวที่เหลือและแขกอื่นๆ ที่มารอดูเ้าสาวก็อดไม่ได้ที่จะเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลเฉินด้วยเช่นกัน เพราะยังไงพวกเขาก็ไม่สามารถรออยู่บนถนนได้ตลอดไป มิฉะนั้น สื่อที่ติดต่อไว้จะแห่กันมารายงานข่าว
“นี่...”
กู่เกอซึ่งเป็หนึ่งในเพื่อนเ้าบ่าว เมื่อเขาเห็นเข็มทองกว่าร้อยเล่มลอยอยู่กลางอากาศโดยชี้เล็งไปที่หว่างคิ้วของสมาชิกตระกูลเฉิน ภาพตรงหน้านี้ทำให้เขารู้สึกใเป็อย่างมาก
เพื่อนเ้าบ่าวคนอื่นๆ ก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน พวกเขาล้วนเป็ดาาายและลูกชายตระกูลผู้มีอำนาจในเมืองเจียงเฉิง ไม่มีใครเคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน
ภาพที่พวกเขาเห็นเป็ภาพที่น่าตกตะลึงซึ่งปรากฏเพียงแค่ในภาพยนตร์เท่านั้น!
โดยเฉพาะเหล่าเพื่อนเ้าบ่าวที่อยู่บนถนนก่อนหน้านี้ พวกเขาเห็นเฉินเฟิงลอยตัวขึ้นกลางอากาศและเตะเ้าบ่าวเฉินฝูจนพิการ!
ถึงกระนั้น ตระกูลเฉินซึ่งมีชื่อเสียงในด้านการฝึกวรยุทธ์ก็ระดมคนทั้งตระกูลเข้ารับมือ แต่ดูเหมือนจะเอาชนะเฉินเฟิงไม่ได้อยู่ดี
ถึงกระทั่งถูกเขาข่มขู่ชีวิตด้วยเข็มทองที่ลอยอยู่กลางอากาศ
เฉินเฟิงเป็ใครกันแน่?
เป็พี่ชายแท้ๆ ของเฉินฝูจริงๆ เหรอ?
หรือเป็อดีตสามีของเย่ชิงโหรว?
โอ้พระเ้า แตงโม [2] มากมายกำลังรอเหล่าดาาายที่เคยแสดงละครร่วมกับเย่ชิงโหรวมารอถูกกัดกินเต็มไปหมด
เมื่อเห็นเช่นนั้น เฉินเฟิงก็ี้เีพูดต่อ เขาพยักหน้าให้เฉินโช่วผู้เป็ดั่งปู่ทวดของเขา เป็การบ่งบอกว่ายอมรับเงื่อนไขของท่านปู่
“เฉินหู่ แกไม่ใช่บอกว่าจะโทรศัพท์เรียกคนมาช่วย? ทำไมยังไม่โทรอีก เวลาของนายน้อยเราล้ำค่า ไม่มีเวลาเล่นกับพวกแกมากนักหรอกนะ”
เมื่อจ้าวเสี่ยวเยว่เห็นว่าเฉินเฟิงเริ่มหมดความอดทน เธอเหลือบมองเพื่อนเ้าบ่าวที่เพิ่งเดินเข้ามา แล้วหันไปะโด่าทอเฉินหู่
เชิงอรรถ
[1] ไม่เห็นกระต่าย ไม่ปล่อยเหยี่ยว ลงมือเมื่อเห็นเป้าหมายอย่างชัดเจนแล้วเท่านั้น
[2] แตงโมเต็มไปหมด มีเื่ซุบซิบให้นินทามากมาย
