ข่าวการหย่าของฉินเสวียนและจวีจื่อหลิงแพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองหลวงภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม ผู้คนต่างโจษจันกันไปต่างๆ นานาบ้างก็ว่าฉินเสวียนช่างต่ำช้านัก แสร้งทำเป็สามีที่ดีอยู่ตั้งนาน สุดท้ายก็เก็บหางตนเองเอาไว้ไม่อยู่ บ้างก็ว่าคราวนี้หน้าที่การงานของฉินเสวียนคงจบเห่เป็แน่ อีกทั้งยังมีชาวบ้านหลายคนที่ต่อว่าม่านซุนหลันอย่างเสียๆ หายๆ ทุกคนต่างเทความสงสารมาที่จวีจื่อหลิงทั้งหมด กลับกลายเป็ว่านอกจากแผนการที่ฉินเสวียนวางเอาไว้จะไม่สำเร็จแล้ว เขายังตกลงสู่เหวลึกที่ยากจะปีนขึ้นมาได้อีก ยิ่งคิดฉินเสวียนก็ยิ่งโมโห ทำให้ลมปรานภายในปั่นป่วนสุดท้ายก็กระอักโลหิตออกมาและล้มป่วยในบัดดล
ยามนี้เซี่ยหลิงและจวีจื่อหลิงเดินเข้ามายังร้านค้าที่นางซื้อเอาไว้แล้ว เซี่ยหลิงมองดูโดยรอบพบว่าร้านแห่งนี้ค่อนข้างเก่าอยู่ไม่น้อยเลย
“เ้าซื้อร้านนี้เอาไว้อย่างนั้นหรือ”
เขาเอ่ยถามนางด้วยความสงสัย จวีจื่อหลิงจึงพยักหน้ายอมรับ
"ใช่แล้ว ข้าเพิ่งซื้อเอาไว้เมื่อไม่นานมานี้ ข้าคิดเอาไว้ว่าจะทำการค้าสักอย่างหนึ่ง หลังจากกลับจวนตระกูลจวีไปบอกกล่าวกับท่านพ่อแล้วข้าก็จะย้ายมาพักอยู่ที่นี่เลย อย่างไรเสียข้าก็แต่งออกมาแล้ว ซ้ำยังมีประวัติการหย่าขาดจากสามี ข้าไม่อยากกลับไปเป็ภาระของพวกเขา”
นางตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เซี่ยหลิงที่ได้ยินก็ออกความเห็นขึ้นมาว่า
“มิสู้ ไปอยู่ที่จวนพี่หลิงสักระยะดีหรือไม่ อย่างไรเ้าก็หย่าแล้ว ย่อมไม่มีใครกล้าติฉินนินทาเ้า หากใครกล้าว่าเ้าข้าจะจัดการให้เอง จวนข้าสนุกมากเลยล่ะ มีพี่สาวน้องสาวอยู่เต็มไปหมด พวกนางไม่กล้ามีปัญหากับเ้าแน่นอน”
เซี่ยหลิงชักชวนอย่างกระตือรือร้น อีกทั้งยังจดจ่อรอคำตอบอย่างไม่ลดละ จวีจื่อหลิงเมื่อได้ยินก็กลอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย
“เซี่ยหลิง ข้าเคยบอกแล้วว่าไม่อยากเข้าจวนของท่าน ท่านยังจะถามให้ได้อะไรขึ้นมาอีก เชิญท่านสำราญกับสตรีของตนเองให้พอใจเถอะ ข้าไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วยคน ข้าไม่มีเวลาว่างมากพอที่จะไปตบตีแย่งบุรุษกับสตรีเป็โขยงขนาดนั้น”
“เ้าก็ไม่ต้องแย่ง ข้ายินดีอยู่กับเ้าตลอดเวลา ดีไหม”
“ไม่ดี ต่อไปอย่าพูดเื่นี้อีก ข้าวางแผนชีวิตตนเองเอาไว้แล้ว และจะไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ เด็ดขาด อย่างไรวันนี้ก็ต้องขอบคุณท่านมากและฝากคำขอบคุณไปให้เซี่ยเหยาด้วย หากพวกท่านสองพี่น้องมีเื่ใดให้ข้าช่วยก็บอกมาได้เลย ข้ายินดีเสมอ แต่ขอบอกเอาไว้ตรงนี้เลยว่า ข้าไม่ยินดีเป็สตรีของท่าน แต่ถ้าหากท่านเห็นข้าเป็น้องสาวอีกคนอย่างที่พูดมาจริงๆ ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะนับท่านเป็พี่ชาย"
เซี่ยหลิงถึงกับหัวเราะไม่ได้ร่ำไห้ไม่ออก สตรีนางนี้เหลือเกินจริงเชียว เขาทั้งหว่านล้อมนางสารพัด ยกแม่น้ำทั้งห้ามาหว่านล้อมแต่สุดท้ายนางกลับตัดเขาอย่างไร้เยื่อใย
พี่ชายน้องสาวอันใดกัน เขาอยากเป็สามีใหม่นางต่างหากเล่า โธ่!
ชายหนุ่มยกไหสุราขึ้นมาดื่มเพื่อย้อมใจ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาในยามนี้ขึ้นสีแดงเรื่อเพราะฤทธิ์สุราอย่างเห็นได้ชัด จวีจื่อหลิงหรี่ตามองบุรุษตรงหน้าก่อนจะสอบถามด้วยความสงสัย
"เซี่ยหลิง ชีวิตท่านเคยมีสัก่ที่สร่างเมาบ้างหรือไม่?"
นางถามเขาอย่างตรงไปตรงมายิ่ง เซี่ยหลิงที่ได้ยินเช่นนั้นจึงหันมาสบตากับนางปราดหนึ่ง ก่อนจะเดินเข้ามาหานางอย่างรวดเร็ว กลิ่นสุราอ่อนๆ ลอยมาเตะจมูกของจวีจื่อหลิงทำเอานางถึงกับย่นหัวคิ้ว หญิงสาวรีบก้าวถอยหลังหนี แต่เซี่ยหลิงกลับยังคงก้าวเข้าหานางไม่เลิก
"เซี่ยหลิง ขอเตือนว่าอย่ารุ่มร่ามกับข้า"
นางตักเตือนเขาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ เซี่ยหลิงที่ได้ยินก็แย้มรอยยิ้มเต็มใบหน้า ยามที่เขายิ้มมันช่างดูมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างน่าประหลาด
"รุ่มร่ามที่ใดกัน พี่หลิงเพียงจะตอบคำถามของเ้าเท่านั้น พี่หลิงกลัวว่าเ้าจะไม่ได้ยิน"
"ยืนอยู่ตรงนั้นก็พอ ไม่ต้องเข้ามาใกล้ข้า"
"โธ่ น้องจือจือ ยามนี้เ้าหย่าแล้ว พวกเราใกล้ชิดกันได้ไม่ผิดนี่นา เอาล่ะๆ พี่หลิงยอมตอบก็ได้ ความจริงพี่หลิงน่ะก็มี่สร่างเมาอยู่บ้าง แต่ไม่บ่อยเท่าใดนัก เ้าถามทำไมหรือ หรือว่าอยากมาดื่มด้วยกัน ได้เลยนะ พวกเรามาเมาหัวทิ่มไปด้วยกันดีไหม"
จวีจื่อหลิง"...."
จวีจื่อหลิงหมดคำจะพูดแล้ว ตอนนี้นางรู้สึกเหมือนว่าตนเองกำลังสนทนากับคนเสียสติอย่างไรอย่างนั้น แต่เพราะคนเสียสติผู้นี้เป็คนช่วยนางเอาไว้ นางจึงไม่อยากจะถือสาหาความเขา
"ดื่มสุราตลอดมันไม่ดีต่อสุขภาพ และอาจจะทำให้ท่านล้มป่วยมีโรคร้ายที่คาดไม่ถึง ท่านก็เพลาๆ ลงบ้างเถอะ เหตุใดจึงไม่รักตนเองบ้างนะ ช่างเถอะ ข้าพูดไปท่านก็ฟังไม่เข้าใจ คิดเสียว่าข้าไม่เคยพูดก็แล้วกัน วันนี้ก็จบเื่แล้ว ท่านกลับไปเถอะ ข้ายังมีงานมากมายให้ต้องจัดการ หากท่านมีเื่ใดให้ช่วยก็สามารถมาหาข้าที่นี่ได้ตลอด"
เซี่ยหลิงอึ้งงันไปเล็กน้อย นี่เป็ครั้งแรกที่มีคนเตือนเขาเช่นนี้ ส่วนมากแล้วสตรีในจวนและบ่าวไพร่ต่างไม่เคยปรามเขา ซ้ำยังหาสุราสารพัดอย่างมาให้เขาลองดื่ม เสด็จพ่อเสด็จแม่ก็เอาแต่ก่นด่าเขาแต่ไม่เคยสอนเขาเลยว่า สุราที่เขาดื่มมันให้คุณและโทษอย่างไร
ไม่เคยมีใครกล้าสั่งสอนหรือเตือนเขาอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ แต่นางกลับเป็คนแรก
ความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งพลันก่อตัวขึ้นในจิตใจของเซี่ยหลิงอย่างไม่อาจควบคุม
จวีจื่อหลิงที่เห็นว่าเซี่ยหลิงเอาแต่ยืนนิ่งเงียบจึงเอ่ยถามเขาด้วยความเป็ห่วง
“เหตุใดจึงเงียบไปเล่า หรือว่าไม่พอใจข้า”
"ไม่ใช่ จือจือ อีกสองวันจวนองค์ชายสามของข้าจะจัดงานเลี้ยงเ้าต้องไปให้ได้นะ"
จวีจื่อหลิงตามอารมณ์เซี่ยหลิงไม่ทันอยู่บ้าง ที่จู่ๆ เขาก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปเสียเฉยๆ นางมองเขาอย่างพินิจพิจารณาก่อนจะพูดตัดบท
"ข้าไม่ไป ข้าไม่ชอบงานเลี้ยงสังสรรค์"
"เ้าต้องไป เพราะเซี่ยเหยาก็จะมาด้วย นางอยากเจอเ้า"
เมื่อได้ยินชื่อของเซี่ยเหยา จวีจื่อหลิงก็มีท่าทีลังเลไม่น้อย นางเม้มริมฝีปากแน่น ครุ่นคิดอยู่นานก็พยักหน้าให้เขาอย่างจำยอม
"ได้ เช่นนั้นข้าจะไป"
"เยี่ยมเลย พี่หลิงจะรอต้อนรับน้องจือจืออยู่ที่จวนนะ หากเ้าไปถึงแล้วให้แจ้งคนเฝ้าประตูว่าเป็แขกคนสำคัญของข้า พวกเขาจะดูแลเ้าเป็อย่างดี"
เขาตบอกรับรองด้วยน้ำเสียงพออกพอใจเสียเต็มประดา ก่อนจะรีบกลับจวนองค์ชายสามไปอย่างอารมณ์ดี เมื่อกลับมาถึงจวนแล้วก็มีท่าทีกระปรี้กระเปร่าเป็อย่างมาก ยามเดินผ่านบ่าวไพร่ในจวนก็พูดคุยสนทนาด้วยอย่างที่น้อยครั้งนักจะพบเห็น
“ว่ายังไงคนสวนตัวดี วันนี้อยากมองหน้าข้าหรือไม่ โอ้ สาวใช้น้อยนางนั้นน่ะ อยากมองหน้าข้าไหม มองได้เลยนะ ฮ่าๆ”
เหล่าข้ารับใช้ต่างพากันยิ้มแห้ง ่นี้เ้านายของพวกเขาดูเหมือนจะอารมณ์สุนทรีย์ไม่น้อยเลยทีเดียว ถึงขนาดชวนพวกเขามองหน้าไม่เว้นแต่ละวัน
จิ่นหลานยกมือขึ้นเกาศีรษะแกรก ๆ เ้านายของเขาอาการหนักมากแล้วจริงๆ
เมื่อเข้ามาในเรือนใหญ่ ก็พบว่าพ่อบ้านเกากำลังจัดเตรียมของว่างให้เขาพอดี เซี่ยหลิงมองดูกาสุราบนโต๊ะครู่หนึ่ง พลางหันมาเอ่ยกับพ่อบ้านเกา
“ตาแก่เกา ยกสุราออกไป เปลี่ยนเป็ชาอย่างดีมาแทน”
พ่อบ้านเกาแทบจะยกมือขึ้นแคะหูเพราะคิดว่าตนเองหูมีปัญหาแล้ว
“องค์ชายสาม ทรงตรัสว่าอะไรนะพ่ะย่ะค่ะ”
เซี่ยหลิงเหลือบตามองพ่อบ้านเกาอย่างไม่พอใจทันที
“ตาแก่นี่ หูตึงหรือ! ข้าบอกให้ยกสุราออกไป แล้วเปลี่ยนเป็ชาชั้นดีมาก ถามมากอยู่ได้!”
พ่อบ้านเการีบไปทำตามคำสั่งทันที ไม่นานก็กลับมาพร้อมชาชั้นดีกาหนึ่ง เขาลอบมองเ้านายตนอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง
ไปโดนยาแรงตัวไหนมากัน อยู่ๆ จึงเปลี่ยนมาดื่มชา ทุกครั้งเห็นดื่มแต่สุราแทนน้ำ?
