โบยบินบนท้องนภา นี่ละโลกของอินทรี อินทรีทั้งสองตัวตื่นเต้นมาก ภายใต้คำสั่งของซือถูหม่า อินทรีทมิฬของเขาก็พุ่งตรงไปยังเมืองอารักษ์นิทรา หลงเหยียนไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย ลุกขึ้นยืนมองด้านหน้า บินผ่านผืนดินและผืนป่าขนาดใหญ่ไปอย่างรวดเร็ว
ด้วยความเร็วเช่นนี้ เกรงว่าไม่ถึงครึ่งวันเขาก็กลับเมืองัได้แล้วกระมัง ไม่รู้ว่าอินทรีทมิฬตัวนี้บินเร็วกว่าอินทรีวายุกี่เท่า
หลิงเทียนอวี่มองท้องฟ้า หลงหยียนกับคนที่เหลือค่อยๆ กลายเป็จุดดำเล็กๆ เวลานี้เอง เมิ่งเหยาสาวใช้ของเว่ยเวยก็ปรากฏตัว นางเงยหน้ามองหลงเหยียนกับพวกที่เหลือจางหายไป
“เทียนอวี่ เ้าว่าหลงเหยียนกับพวกเขาจะรอดกลับมาไหม?”
หลิงเทียนอวี่ถอนหายใจ “ข้าไม่รู้ ถึงอย่างไรก็น่าเสียดาย เ้าหลงเหยียนแข็งแกร่งมาก มีวิธีการรับมือที่มากมาย ทว่าครั้งนี้ ภารกิจตกไปอยู่ในมือลั่วซาง เกรงว่า…”
เมิ่งเหยาอธิษฐานในใจ ‘ข้าไม่อยากให้เขาตาย หวังว่าเขาจะรอดกลับมา’
“พี่เมิ่งเหยา ถึงอย่างไรคนที่หลงเหยียนมีเื่ด้วยคือลั่วซาง เ้าลั่วซางนั่นทำคนตายไปแล้วห้าคน คนที่เคยมีเื่กับเขาล้วนถูกเขาฆ่าตายทั้งหมด ไม่รู้จริงๆ ว่าใต้เท้าผู้นำคิดอะไรอยู่ นางชื่นชอบพร์ของหลงเหยียนมากมิใช่หรือ?”
“หุบปาก ความคิดของใต้เท้าผู้นำ ไม่ใช่เื่ที่เ้าหรือข้าจะมาวิจารณ์”
หลิงเทียนอวี่ส่ายหน้า “ต่อให้จะขุดเหล่าอัจฉริยะออกมา ก็ไม่เห็นต้องให้คนมากมายพลีชีพเลย ข้าเชื่อว่าหลงเหยียนต้องเป็ัของจริง เขาต้องไม่ทำให้เราผิดหวัง เป็ผู้มีพร์ที่หาญกล้า ในบางครั้ง ชัยชนะอาจไม่ได้มาเพราะพละกำลังก็ได้”
เมิ่งเหยาพยักหน้า นางเห็นด้วยกับความคิดนี้ ได้ยินมาว่าตอนนั้นท่านผู้นำก็มีเื่กับเบื้องบน แต่อาศัยพร์ของตนกับสมองที่ชาญฉลาด ใช้พลังระดับชีพัขั้นที่เก้าเอาชนะพลังชีพมนุษย์ระดับล่าง
ผู้แข็งแกร่งที่แท้จริง ต่อให้ตกอยู่ในอันตราย สุดท้ายก็จะรอดพ้นมาได้ ทว่าคนที่หลงเหยียนต้องเผชิญหน้าเป็ถึงยอดฝีมือระดับชีพมนุษย์ขั้นสูง
ทุกคนต่างก็เข้าใจดี ครั้งนี้หลงเหยียนคงต้องตายแล้วจริงๆ เพราะไม่ว่าอย่างไร หลงเหยียนก็ไม่มีทางเลื่อนพลังขั้นภายในระยะเวลาสั้นๆ หรือจะเอาชนะพลังระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงด้วยพลังระดับชีพัขั้นที่แปด หรือต่อให้ชนะจริงๆ สุดท้ายเขาก็หนีเทียนหลางแห่งหน่วยกฎระเบียบไม่ได้อยู่ดี
ในเมื่อเกิดมาในระดับที่ต่ำต้อยเกินไป…
…
หลงเหยียนและสหายนั่งอินทรีทมิฬไปตลอดทาง ภาพที่อยู่ด้านหลังเลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผ่านไปครึ่งวัน ด้านหน้าปรากฏเมืองอารักษ์นิทรา เป็เมืองที่สูงตระหง่าน แลดูมีรังสีที่น่าเกรงขาม ทว่าเพราะหลงเหยียนเคยเจอเมืองที่ใหญ่ยิ่งกว่า จึงไม่ได้ตกตะลึงมากนัก
ลั่วซางที่ลอยอยู่ด้านหน้าหันกลับมามองหลงเหยียน รังสีสังหารในแววตาทำให้เขารู้สึกถึงอันตราย
“ดูเหมือนอีกเดี๋ยวเ้าหมอนี่ก็อาจลงมือกับข้าแล้ว…” หลงเหยียนเห็นสายตาที่เ้าเล่ห์ของเขา ในใจรู้สึกหนาววูบเป็พักๆ
“สหายเหยียน ดูเหมือนลั่วซางนั่นจะเกลียดเ้ามากเหลือเกิน เ้าต้องระวังตัวให้มาก”
หลงเหยียนมองซูจื่อมั่วที่อยู่ข้างๆ “ขอบคุณสหายมั่วที่เป็ห่วง ข้าจะระวังตัวให้มาก”
ขณะที่ทั้งสองคุยกันนั้น อินทรีทมิฬก็ได้รับคำสั่งให้บินลงมาที่ลานกว้างแห่งหนึ่งแล้ว
หลังจากลั่วซางลงมาแล้ว สิ่งแรกที่ทำคือการเดินเข้ามาหาหลงเหยียน หลงเหยียนเกร็งไปทั้งตัว หากเ้าหมอนี่กล้าลงมือละก็ ตนจะสู้จนตัวตาย อย่างไรก็ตาม มีซือถูหม่าอยู่ คาดว่าเขาคงไม่อยากฆ่าตนตายเร็วเช่นนี้หรอก จากนั้นหลงเหยียนก็ถอยหลังหลายก้าว
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า น่าสนใจจริงๆ น่าสนใจ หลงเหยียน ชีวิตเ้ายังดีอยู่หรือไม่?” เสียงหัวเราะที่เืเย็นนี้ ราวกับทำให้หลงเหยียนจมอยู่ในน้ำใต้น้ำแข็งอย่างไรอย่างนั้น
หลงเหยียนกลอกตาใส่ก่อนยิ้มรับ “พี่ซาง ข้ายังอยู่ดี!”
“อ้อ? เช่นนั้นก็ต้องขอโทษด้วย ข้าคงต้องทำให้เ้าไม่ได้อยู่ดีเสียแล้ว!” ขณะที่พูดเขาก็รวบรวมพลังปราณที่ฝ่ามือ
“หรือเ้า้าฆ่าข้าที่นี่จริงๆ?” หลงเหยียนแสร้งทำสีหน้าหวาดกลัว
เมื่อเห็นสีหน้าหวาดผวาของหลงเหยียน ลั่วซางก็เชิดหน้าหัวเราะเสียงดัง ความเกลียดชังในแววตา รวมถึงเสียงหัวเราะนั่นทำให้ฟังแล้วรู้สึกน่ากลัวมากกว่าเดิม
“ช่างเถอะ เก็บเ้าไว้สองถึงสามวันแล้วค่อยว่ากัน ฆ่าเ้าเร็วเกินไปก็คงหมดสนุก” ขณะที่พูดอยู่นั้น ก็มีคนที่อยู่ไม่ไกล เดินเข้ามาเป็จำนวนมาก คนชราท่านหนึ่งเดินนำหน้ามา
คาดว่าคนที่เดินนำหน้าคงเป็เ้าเมืองแห่งเมืองอารักษ์นิทรา พวกเขามาต้อนรับที่นี่ ดูเหมือนสาเหตุที่ลั่วซางไม่ลงมือคงมีเหตุผล หลงเหยียนเผชิญหน้ากับเขา สิ่งเดียวที่รับประกันได้ก็คือราชสีห์หิรัณย์ในถุงผ้าเฉียนคุน ตอนนี้มันหลอมองุ่นจักรวาลแล้ว ระดับพลังเลื่อนขึ้นมาถึงระดับทองคำขั้นที่แปด หากต้องลงมือขึ้นมาจริงๆ หลงเหยียนสามารถะเิพลังขั้นที่เก้า อาจมีพละกำลังพอที่จะสู้ตายกับลั่วซางได้
สิงโตน้อยบอกหลงเหยียนว่าหากลั่วซางคิดลงมือจริงๆ มันสามารถเลื่อนพลังจากระดับทองคำ ไปถึงระดับมายาได้ในเสี้ยววินาที ทว่าหากทำแบบนั้น ฤทธิ์ของต้นองุ่นจักรวาลที่ได้มาอย่างยากลำบากจะหมดไป
หากไม่ถึงยามคับขันจริงๆ หลงเหยียนไม่มีทางให้สิงโตน้อยทำเช่นนั้นแน่
ซือถูหม่าที่เดินมาด้านหน้าลั่วซางถามเสียงเบา “เ้าอยากฆ่าเ้าเด็กนั่นมากมิใช่หรือ เหตุใดจึงยังไม่ลงมือ”
ลั่วซางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “ข้าอยากลงมืออยู่แล้ว ทว่าอยู่ๆ ก็นึกออก หากให้หลงเหยียนตายตอนนี้ แล้วเ้าเมืองแห่งเมืองอารักษ์นิทราหยุนเชียนซินหาตัวเขาไม่เจอ พวกเขาต้องสงสัยแน่ เขารู้ั้แ่แรกแล้วว่าเมืองอู่ตี้ส่งคนมาสี่คน ต่อให้เขาไม่กล้าบอก ถึงอย่างไรข่าวนี้ก็ต้องกระจายออกไปในเมือง คงไม่ดีนัก สู้รอพวกเราเจอพวกโจรป่าก่อน ได้ยินมาว่าโจรป่าพวกนั้นมีพลังระดับชีพมนุษย์ ใช้พวกเขาฆ่าหลงเหยียนก็ล้างความโกรธข้าได้เช่นกัน”
ลั่วซางอยากใช้หลงเหยียนเป็ตัวตายตัวแทน และคิดว่าวิธีนี้ก็ไม่เลว
“พวกเราเป็กำลังหลัก แล้วเ้าให้หลงเหยียนนำหน้า ส่วนเ้าหมอนั่นก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง แผนนี้ไม่เลวเลย”
ลั่วซางหัวเราะเสียงดัง แววตาประกายความเ้าเล่ห์
หลงเหยียนมองการกระทำของพวกเขาทั้งสอง ‘สองคนนั้นต้องกำลังวางแผนอะไรอยู่เป็แน่ ข้าต้องระวังตัวให้มาก วันก่อนข้าััได้ว่าพลังของข้ามาถึงรอยต่อของพลังแล้ว หากเป็ไปได้ ระดับพลังข้าเลื่อนถึงขั้นที่เก้า เชื่อว่าพละกำลังก็คงมากขึ้นไม่น้อย รวมกับิญญาั หึ ถึงตอนนั้น ไม่แน่ว่าใครจะเป็คนสังหารใคร’
ก้าวเข้าสู่เมืองอารักษ์นิทรา หยกัในตัวหลงเหยียนเริ่มสั่นอย่างรุนแรง ยิ่งอยู่ก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น หากหลงเหยียนได้ผสานิญญาัอีกส่วนเข้าไป พลังเลื่อนขึ้นไปถึงระดับชีพมนุษย์ ทุกอย่างในชีวิตจะง่ายยิ่งขึ้น ตอนนี้ปัญหามีแค่เื่ของเวลา หลงเหยียนอธิษฐานในใจ จะให้ดีก็ขอให้เจอิญญาัในเร็ววัน
‘อยากฆ่าข้าหรือ ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก ่นี้ข้าจะแสร้งกลัวเ้าไปก่อนก็แล้วกัน เมื่อไรที่พลังข้าเลื่อนขึ้น ข้าต้องทำให้เ้าตะลึงให้ได้ เชื่อว่าเ้าต้องประหลาดใจมากแน่’
ไม่นาน หลงเหยียนกับสหายก็เดินเข้าสู่เมืองอารักษ์นิทรา ส่วนเ้าเมืองและคนอื่นๆ ก็เดินเข้ามาใกล้
คนชราเห็นพวกเขาสี่คน สองคนในนั้นมีพลังไม่ถึงระดับชีพมนุษย์ ถึงกระนั้นเขาก็รู้จักซือถูหม่ากับลั่วซางดี “ข้าน้อยหยุนเชียนซิน ขอต้อนรับใต้เท้าทั้งสองผู้เป็ตัวแทนจากตระกูลอู่ตี้” เมื่อพูดจบก็โน้มตัวคารวะ จากนั้นคนที่เดินตามหลังก็คุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียง
ภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าทำให้หลงเหยียนตกตะลึงเล็กน้อย จากคำพูดของคนชราแสดงออกถึงความหมายอย่างชัดเจนแล้ว คนชราไม่เห็นหลงเหยียนและซูจื่อมั่วอยู่ในสายตา
--------------------
