บทที่ 4
เว่ยอวี้ผู้นี้
เว่ยอวี้กำลังดู "ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน" อยู่
อนิเมะเื่นี้เขาเคยสงสัยว่าทั้งชีวิตนี้จะจบลงหรือไม่ เว่ยอวี้ดูมาถึงตอนที่ 583 แล้ว
เรียกได้ว่ามาถึงประมาณครึ่งทางของจำนวนตอนที่อัปเดตออกมาทั้งหมด…
หนทางช่างยาวไกลยิ่งนัก!
ดูมาสามเดือนเพิ่งจะถึงครึ่งทาง ทำเอาคนที่มีอาการชอบสะสมความสำเร็จให้ครบอย่างเขาแทบคลั่ง!
"เฮ้อ—"
เขาปิดแท็บเล็ตที่กำลังเล่นอนิเมะอยู่ในหัว เว่ยอวี้ดึงสติกลับมา แววตาที่เคยดูเหม่อลอยทื่อบื้อพลันฉายแววสดใสขึ้นมาทันที
เขายืดตัวตรง จัดระเบียบเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เพียงพริบตาเดียวจาก "คนปัญญาอ่อน" ก็กลายเป็คุณชายผู้สง่างาม
เมื่อมั่นใจว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติแล้ว เว่ยอวี้ก็หันไปมองเสี่ยวอันจื่อที่กำลังตื่นเต้น เขาไพร่หลังแล้วถอนหายใจอย่างอ่อนอกอ่อนใจราวกับผู้ใหญ่ผู้ผ่านโลกมามาก พลางเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี
"อย่าลนลาน อย่ารีบร้อน เมื่อครู่ด้านหน้าวุ่นวายขนาดนั้นแต่กลับไม่มีเื่ถึงพวกเราเหล่าองค์ชายองค์หญิง ในทางกลับกันพวกอัครเสนาบดีกลับถูกเรียกเข้าไป เ้าก็น่าจะรู้ได้แล้วว่าฝ่าาทรงฟื้นแล้ว เข้าใจไหม? วันหน้าวันหลังอย่าสะเออะไปสืบข่าวจากคนอื่นเขาให้มันมากนัก"
เสี่ยวอันจื่อคือคนสนิทที่ปรนนิบัติเว่ยอวี้มาั้แ่หกขวบ ในตอนนั้นเว่ยอวี้ยังเป็เพียงเด็กน้อยวัยสี่ขวบอยู่เลย
ติดตามกันมาั้แ่อายุหกขวบจนถึงสิบเจ็ดปี เสี่ยวอันจื่อรับใช้เว่ยอวี้มานานถึงสิบเอ็ดปี ตามหลักแล้วเขาควรจะเป็คนที่รู้ใจเว่ยอวี้ที่สุด แต่เสียดายที่เ้าเด็กคนนี้ดันสมองขาดไปเส้นหนึ่ง
เสี่ยวอันจื่อผู้ผอมแห้งหน้าถอดสีทันที เขาจ้องมองเว่ยอวี้ตาปริบ ๆ พลางทำท่าทางน้อยใจน่าสงสาร "องค์ชาย ท่านทรงรังเกียจว่าบ่าวโง่อีกแล้วใช่ไหมพะยะค่ะ"
น้ำเสียงนี้ไม่ใช่คำถาม แต่เป็การตัดพ้อขนานแท้!
หากคำพูดของเสี่ยวอันจื่อไปพูดกับเ้านายคนอื่น คงหนีไม่พ้นถูกโบยจนก้นลายเป็แน่ เพราะจะมีบ่าวที่ไหนกล้าตั้งคำถามกับเ้านายเช่นนี้?
เ้านายจะพูดอะไรหรือทำอะไร ล้วนถือเป็พระกรุณาธิคุณทั้งสิ้น
เว่ยอวี้ปรายตามองเขาด้วยความเอ็นดู พลางปลอบส่ง ๆ ไปว่า "เปล่าเสียหน่อย ใครรังเกียจเ้ากัน ข้าแค่กลัวเ้าจะเกิดเื่ ถ้าเ้าเป็อะไรไป เ้านายอย่างข้าจะทำอย่างไรเล่า"
เ้าโง่นี่รู้จักแต่จะต่อปากต่อคำกับเขา ซึ่งถือเป็ข้อห้ามร้ายแรงในวังหลวง
โชคดีที่เ้านายคือเขาที่ไม่ถือสาหาความ หากไปล่วงเกินคนอื่นเข้า เว่ยอวี้ก็ไม่รู้ว่าจะไปเก็บศพเ้าโง่นี่ทันไหม
เสี่ยวอันจื่อที่ถูกปลอบเพียงนิดก็หายงอนพลันมีความสุขขึ้นมาทันที "องค์ชายโปรดวางพระทัย บ่าวฉลาดมากพะยะค่ะ ไม่มีทางเกิดเื่แน่นอน"
เพราะเขายังต้องดูแลองค์ชายอยู่นี่นา
ในวังใคร ๆ ต่างก็เล่าลือกันว่าองค์ชายเก้าสมองไม่ดี ออกจะปัญญาอ่อนไปเสียหน่อย แต่เสี่ยวอันจื่อผู้นี้จะไม่มีวันทอดทิ้งองค์ชายเป็อันขาด!
เสี่ยวอันจื่อจ้องมองเว่ยอวี้ตาไม่กะพริบ แววตาเต็มไปด้วยความจริงใจ
เว่ยอวี้รู้สึกว่าสายตาของเขาดูแปลก ๆ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะเ้าโง่นี่มักจะมองเขาด้วยสายตาประหลาดบ่อย ๆ จนชินเสียแล้ว
เขาคร้านที่จะปฏิเสธคำพูดของเสี่ยวอันจื่อ อย่างไรเสียเขาก็ไม่ต้องให้เ้าบ่าวคนนี้ทำอะไรอยู่แล้ว จะโง่ก็โง่ไปเถอะ ปกติคอยระวังให้หน่อยก็พอ
เขาเดินนำหน้าไปสองสามก้าว มองไปยังหน้าประตูวังแต่เห็นเพียงกลุ่มคนในชุดหรูหราและเครื่องประดับศีรษะที่เบียดเสียดกันอยู่ ไม่ได้ยินเสียงใด ๆ เลย
เว่ยอวี้ถามเสี่ยวอันจื่อ "เมื่อกี้เ้าวิ่งไปข้างหน้า ได้ยินอะไรมาอีกไหม?"
"ไม่ได้ยินอะไรเลยพะยะค่ะ"
เว่ยอวี้: …
เหอะ
เว่ยอวี้หลับตาลง หันไปมองเขาอย่างอ่อนใจ "ไม่ได้ยินอะไรเลยแล้วเ้าวิ่งกลับมาทำไม? หือ? มีเื่อะไรเ้านายเ้าจะไ่ม่รู้หรือ?"
เสี่ยวอันจื่อตอบอย่างพาซื่อ "บ่าวเป็เพียงคนเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครสนใจ ย่อมไม่มีใครแยแสอยู่แล้วพะยะค่ะ เมื่อครู่องค์ชายแปดถูกองค์หญิงสามเรียกตัวไป ส่วนองค์ชายก็มัวแต่เฝ้าลอยชายอยู่ เดี๋ยวถ้ามีเื่ด่วนแล้วไม่มีใครมาเรียกท่าน บ่าวเลยรีบมาเตือนพะยะค่ะ"
ช่างเป็เ้าโง่ที่จงรักภักดีเสียจริง
เว่ยอวี้หายโมโหเป็ปลิดทิ้ง
การขัดจังหวะตอนเขากำลังดูอนิเมะในนาทีสำคัญเช่นนี้ หากเป็คนอื่นคงถูกฟ้าผ่าตายไปแล้ว!
โอ้ ใช่ เสด็จพ่อของเขาก็เพิ่งถูกฟ้าผ่ามานี่นา
เมื่อคิดได้ดังนั้น เว่ยอวี้ก็ลูบคางพลางพึมพำเบา ๆ "ให้ตายสิ ถูกฟ้าผ่าขนาดนั้นยังฟื้นขึ้นมาได้ ปาฏิหาริย์ทางการแพทย์ชัด ๆ เสด็จพ่อของข้าคนนั้นไม่รู้ว่าจะเป็อัมพฤกษ์ครึ่งตัว หรือกลายเป็เ้าชายนิทราไปแล้วกันนะ..."
"องค์ชายพะยะค่ะ ถ้าท่านยังพูดต่อไป บ่าวเกรงว่าหัวพวกเราจะหลุดจากบ่าเอาได้"
เสี่ยวอันจื่อขยับเข้ามาใกล้ พลางกระซิบกระซาบเตือนเช่นกัน
เว่ยอวี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยืดตัวตรง แสร้งกระแอมไอออกมาทีหนึ่งพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ... ทุกอย่างยังเงียบสงบ
ดีมาก ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เสี่ยวอันจื่อก้มลงจัดชายฉลองพระองค์ให้เว่ยอวี้ "องค์ชาย ท่านรีบไปยืนข้างหน้ากับองค์ชายแปดและคนอื่น ๆ เถอะพะยะค่ะ ท่านอัครเสนาบดีเข้าไปกันหมดแล้ว เดี๋ยวถ้าฝ่าาทรงเรียกพบแล้วท่านไม่อยู่ที่นั่น พระสนมเสียนและคนอื่น ๆ จะหาเื่ตำหนิพาดพิงท่านได้อีก"
นั่นสินะ พระสนมเสียนผู้ชอบสอดรู้สอดเห็น
นั่นน่ะคือสตรีพิษสงร้ายกาจที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ลูกชายตนเองได้ครองบัลลังก์ต้าเว่ย!
แม้แต่เขาที่เป็องค์ชายจืดจางไร้ฐานะเื้ัก็ยังไม่วายถูกนางหมายหัว!
พวกที่ไม่อาจล่วงเกินได้
เว่ยอวี้ส่ายหน้าเบา ๆ ยอมรับคำพูดของเสี่ยวอันจื่ออย่างว่าง่าย "เ้าพูดถูก มีเหตุผล พี่แปดอยู่ที่ไหน? พาข้าไปหาเขาหน่อย"
เว่ยอวี้พบองค์ชายแปดอยู่ที่กลุ่มของเหล่าองค์หญิง
เด็กหนุ่มหน้าตาหมดจดกำลังยืนอยู่กับเด็กสาวตัวน้อยที่งดงามประดุจตุ๊กตาหยก ตอนที่เว่ยอวี้เห็นทั้งคู่ พวกเขากำลังก้มหน้ากระซิบกระซาบอะไรกันบางอย่าง
"พี่แปด น้องหญิงจิ้งอัน"
เว่ยอวี้เอ่ยทักทายทันทีที่เดินเข้าไปถึง
องค์ชายแปดเว่ยฉีหันมา เมื่อเห็นว่าเป็เว่ยอวี้ก็แย้มยิ้มออกมาทันที "น้องเก้าเ้ามาแล้วหรือ พี่กำลังจะไปตามหาเ้าพอดี"
องค์หญิงสามเว่ยจิ้งอันก็ยิ้มให้เขาเช่นกัน เด็กสาวมีใบหน้าที่ประณีตงดงาม ยามยิ้มยังมีลักยิ้มเล็ก ๆ สองข้างดูน่ารัก "พี่เก้าสวัสดีเพค่ะ พี่แปดเพคะ น้องไม่ต้องเดาก็รู้เลยว่าเมื่อกี้พี่เก้าต้องแอบไปอู้งานมาแน่ ๆ"
องค์ชายแปดและองค์หญิงสามเป็พี่น้องร่วมอุทรเดียวกัน ทั้งคู่ก็เหมือนกับเว่ยอวี้ที่เสียพระมารดาไปั้แ่เยาว์วัย ด้วยเหตุนี้ทั้งสามคนจึงต้องพึ่งพากันและกัน เติบโตมาด้วยการรวมกลุ่มเพื่อสร้างความอบอุ่นในวังหลวง
เว่ยอวี้ยกหัตถ์ขึ้นลูบศีรษะของเด็กสาว พลางยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ "อ้อ ใช่ ๆๆ เ้าพูดถูก พรุ่งนี้พี่เก้าจะไม่เอาขนมกุ้ยฮวามาฝากเ้าแล้ว"
"โถ่พี่เก้า น้องผิดไปแล้ว! เมื่อกี้พี่เก้าจะแอบไปอู้งานได้อย่างไรกัน ต้องแอบไปสวดมนต์ขอพรให้เสด็จพ่อใช่ไหมล่ะเพคะ?"
"เหอะ เปลี่ยนคำพูดตอนนี้ก็สายไปแล้ว เ้าทำให้พี่ขัดใจไปแล้ว ขอยึดขนมกุ้ยฮวาในครั้งหน้าของเ้าไปเลย"
"โธ่— ท่านพี่เก้าท่านช่างขี้เหนียวนัก!"
เมื่อเห็นทั้งคู่ต่อปากต่อคำกัน เว่ยฉีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างอ่อนใจ "เอาล่ะ ทั้งคู่หยุดเล่นกันได้แล้ว คนอยู่กันเต็มไปหมด"
เตือนได้ดี ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดเช่นนี้ ไม่ควรพูดเล่นหัวเราะกัน
เว่ยอวี้หุบยิ้มพลันเปลี่ยนสีหน้ากลับมาเคร่งขรึมในวินาทีเดียว "พี่แปด เสด็จพ่อทรงฟื้นแล้วหรือ? ทางฮองเฮาว่าอย่างไรบ้าง?"
เพราะชินกับการเปลี่ยนสีหน้าไวราวกับพลิกฝ่ามือของน้องเก้า เว่ยฉีจึงไม่ได้แปลกใจ "หวังกงกง คนสนิทของฮองเฮาเพิ่งมาบอกเมื่อครู่ เขาเตือนให้พี่ใหญ่และคนอื่น ๆ อดทนรออีกหน่อย คาดว่าประเดี๋ยวเสด็จพ่อคงจะเรียกพบพวกเรา"
เว่ยอวี้ถาม "พบทุกคนเลยหรือ?"
"ก็น่าจะใช่นะ พวกองค์หญิงพี่ไม่แน่ใจ แต่บรรดาองค์ชายคงต้องเข้าพบอย่างแน่นอน"
ซี้ด
สิ่งที่เว่ยอวี้กลัวที่สุดก็คือการเข้าเฝ้าฮ่องเต้นี่แหละ
ไม่ใช่เพราะกลัวอำนาจบารมีหรือกลัวตายอะไรหรอกนะ แต่เป็เพราะเขารำคาญความยุ่งยากต่างหาก!
เว่ยอวี้เป็องค์ชายเก้าแห่งต้าเว่ยมาั้แ่อ้อนแต่ออก อยู่ในแผ่นดินนี้มาสิบห้าปีแล้ว แต่จำนวนครั้งที่เขาได้พบฮ่องเต้นั้นนับนิ้วได้เลย
เพราะมารดาที่ตายจากไปนานแล้วของเขาเป็คนที่ไม่ได้รับความโปรดปราน อำนาจทางฝั่งตระกูลเดิมก็ไม่โดดเด่น ส่งผลให้เขาที่เป็องค์ชายพลอยไม่ได้รับความสนใจจากฮ่องเต้ไปด้วย
ทุกครั้งที่เว่ยอวี้ต้องเข้าเฝ้า ก่อนพบต้องถูกคนรอบข้างกำชับเื่กิริยามารยาทและกฎระเบียบจนหูชา พอพบแล้วก็ต้องคุกเข่า ก้มตัว ก้มหน้าตอบคำถามเื่การเรียน หากตอบไม่ดีก็ถูกตำหนิถูกลงโทษ…
สรุปสั้น ๆ คือคำเดียว... เหนื่อย
มันโคตรจะเหนื่อยเลยโว้ย!
