“มัวแต่อ้ำอึ้งอยู่นั่น คุณชายซีเหรินถามเ้า เหตุใดจึงไม่ตอบ” อู่เจ๋อเอ่ยเตือน
“นายท่านอยู่ที่โถงกลางจวน ส่วนในนายหญิงนั่งถักผ้าอยู่ที่สวนด้านหลังเ้าค่ะ” ก่อนชายหนุ่มจะหันมายังหลันฮวา
“เ้าพร้อมแล้วใช่ฤาไม่” หญิงสาวพยักหน้าอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“ไปรายงานท่านพ่อกับท่านแม่ที ว่าข้าพาคนรักของข้ามาแล้ว” หวงซีเหรินหันไปหาบ่าวคนเดิม แล้วออกคำสั่ง
“เ้าค่ะ” หลังจากได้รับคำสั่ง หญิงรับใช้ยังคงแสดงสีหน้าแปลกใจอยู่เช่นเดิม
“คุณชายสั่ง เหตุใดยังยืนนิ่งอยู่” อู่เจ๋อพูดขึ้น ก่อนบ่าวรรับใช้ จะหันตัวออกไปทันทีไม่รอช้า อู่เจ๋อเห็นดังนั้น จึงส่ายศีรษะไปมาด้วยความหน่ายใจ
หลันฮวาหันซ้ายแลขวา มองสิ่งก่อสร้างรอบกายอย่างแปลกตา ตระกูลหวงภายนอกว่าใหญ่โตแล้ว ภายในกลับแบ่งเป็สัดส่วนมองหาทางสิ้นสุดไม่เจอ ระหว่างทางเดิน บ่าวไพร่ต่างทำหน้าที่ของตัวเอง มิมีผู้ใครเกียจคร้าน ทว่าอยู่ ๆ หญิงสาวก็หยุดเดินอย่างกะทันหัน ก่อนหวงซีเหรินจะหันกลับมามองนางด้วยความแปลกใจ
“เหตุใดเ้าจึงหยุด”
“ข้าถามอะไรหน่อยได้ฤาไม่” ชายหนุ่มพยักหน้าอนุญาต
“หากมีใครจับได้ ว่าข้าโกหก หัวข้าจะหลุดจากบ่าฤาไม่ แม่ค้าขายผ้าเคยบอกข้าว่า ตระกูลหวงสืบเชื้อสายมาจากกษัตริย์องค์ก่อน เช่นนั้นแล้วบิดาของท่านจะสั่งตัดหัวข้าฤาไม่ โทษฐานร่วมมือกับท่านหลอกลวงเขา” อู่เจ๋อได้ยินดังนั้นจึงพ่นเสียงหัวเราะออกมา พลันตั้งสติแล้วเลื่อนสายตามองซีเหรินสังเกตท่าทีของเขา
“เ้าว่าใหม่อีกที ข้าได้ยินไม่ถนัดนัก” หวงซีเหรินหรี่ตาแล้วเอียงศีรษะ แปลกใจในคำถามประหลาดของนาง
“ข้าถามว่า หัวข้าจะหลุดจากบ่าฤาไม่ หากบิดาของท่านจับได้ว่าข้าโกหก” ดวงตากลมโตเปล่งประกาย รอคำตอบจากชายหนุ่มด้วยท่าทางหวาดหวั่น
“เ้า..เ้าคิดได้ถึงเพียงนั้นเชียวรึ” เขาส่ายศีรษะไปมาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง หญิงสาวตัวเล็กคิดไปไกลจนชายหนุ่มถึงกลับพูดไม่ออก
“ฟังข้านะ จริงอยู่ที่ตระกูลหวงสืบเชื้อสายมาจากกษัตริย์องค์ก่อน แต่ใช่ว่าตระกูลหวงจะมีอำนาจอยู่เหนือกฎของบ้านเมือง นึกจะบั่นศีรษะผู้ใดเป็ว่าเล่นนั้น หาทำได้อย่างที่เ้าคิด”
“แต่ว่า...” หลันฮวาอ้าปากเตรียมแย้งขั้น
“ความจะแตก ก็เพราะท่าทีเช่นนี้ของเ้า” หวงซีเหรินเข้ามากระซิบข้างหู ก่อนที่หลันฮวาจะกลืนน้ำลาย แล้วเลื่อนสายตามองไปรอบ ๆ ที่เต็มไปด้วยบ่าวไพร่ ก่อนจะเม้มปากตัวเองแน่น
“จับมือของข้าไว้ให้แน่น ห้ามปล่อยเด็ดขาด” เขากำชับ ก่อนที่นางจะเอื้อมมาจับ แล้วเดินตามร่างสูงไปยังโถงกลางจวน
ภายในโถงใหญ่ใจกลางจวนที่ว่านั้น หลันฮวาเดินตามหวงซีเหรินเข้ามาพร้อมสายตาหวาดหวั่นเต็มที ก่อนจะเห็นชายกลางคนนั่งทำงาน ด้วยท่าทางสุขุมแลน่าเกรงขาม มือบางสั่นระริกจนชายหนุ่มบีบมือนางไว้แน่น พลางส่งสายตาให้กำลังใจ ก่อนหญิงสาวจะเชิดหน้าขึ้นเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง
“ท่านพ่อ ข้ากลับมาแล้ว” สิ้นเสียงเรียกของชายหนุ่ม หวงเฉิงเซ่อก็วางมือจากกระดาษตรงหน้า แล้วหันกลับมายังลูกชายพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อเห็นสาวงามดุจเทพธิดายืนอยู่เคียงกัน
“นั่น...ใครกัน” หวงเฉิงเซ่อเอ่ยถาม พลางเดินตรงมายังลูกชายด้วยความแปลกใจ สายตาคมมองตรงมายังหลันฮวา ทำให้นางได้หวาดหวั่นอีกครั้ง ก่อนนางจะค้อมตัวลงเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพ
“นางมีนามว่า ยู่จิน นางเป็คนรักของข้า” สิ้นเสียงของหวงซีเหริน มารดาของเขาก็รีบเดินเข้ามาสมทบด้วยสีหน้าแตกตื่นไม่ต่างกันสามีเท่าใดนัก
“เ้าว่าอย่างไร...นี่ฤา หญิงที่เ้ารัก”
“ท่านแม่!” หลันฮวาได้ยินหวงซีเหรินเรียกหญิงปริศนาเช่นนั้น จึงรีบค้อมตัวแสดงความเคารพด้วยเช่นกัน สายตาของทั้งสองต่างมองตรงมายังหลันฮวาเป็จุดเดียวกัน ก่อนมือหนาจะบีบมือของนางไว้แน่น หญิงสาวหลุบตาต่ำลงไม่กล้าสู้หน้า แต่น้ำเสียงแสนเมตตาของหญิงกลางคนเอ่ยขึ้น
“เหตุใดเ้าจึงมากับซีเหรินได้ พ่อกับแม่ของเ้ามิว่ากระไรฤา” หลันฮวาอ้ำอึ้งก่อนจะเงยหน้ามองชายหนุ่ม
“ท่านแม่ เื่ราวของนางข้าจะเป็คนเล่าให้ท่านฟังทั้งหมดในภายหลัง แต่ตอนนี้ข้าขออนุญาตให้นางอยู่ที่จวนของเราไปก่อนได้ฤาไม่” ไป๋เยี่ยนหันมองสามีด้วยสายตายากจะคาดเดา ก่อนหวงเฉิงเซ่อจะเอ่ยบางอย่างขึ้นมา
“เฟ่ยกุ่ย”
“เ้าคะ” หญิงรับใช้ค้อมตัวเตรียมรับคำสั่ง
“พาแม่นางผู้นี้ไปยังห้องพักรับรอง จัดแจงดูแลทุกอย่างให้ดี อย่าให้ขาดตกบกพร่อง”
“เชิญแม่นางทางด้านนี้เ้าค่ะ” หลันฮวาเลื่อนสายตาไปยังหวงซีเหริน ก่อนเขาพยักหน้าอนุญาต
“ข้าไม่ไปไม่ได้ฤา ข้ากลัว” นางกระซิบด้วยความหวาดหวั่น พลางกำมือเขาแน่น ก่อนที่ชายหนุ่มจะยิ้มออกมา
“ไม่ต้องกลัว ไม่มีผู้ใดกล้าทำอันตรายเ้า” เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลันฮวาจึงจำใจ เดินตามหญิงรับใช้ไปยังห้องรับรอง
ระหว่างทางเดิน นางกวาดสายตามองรอบ ๆ ด้วยความแปลกตา สองเท้าเดินลัดเลาะไปยังทางฝั่งซ้ายของโถงใหญ่ ก่อนเดินต่อไปอีกระยะหนึ่ง จึงเห็นตัวเรือนทำจากไม้เนื้อดีรูปทรงดูแปลกตา หญิงสาวเบิกตากว้างพลันชะงักหยุดมองครู่หนึ่ง ก่อนเฟ่ยกุ่ยจะหันกลับมา แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อม
“แม่นางหยุดเดินด้วยเหตุใดฤาเ้าคะ”
“เรือนหลังนี้ ใช่เรือนรับรองฤาไม่ เหตุใดจึงมีรูปทรงแปลกตาเช่นนั้น”
