เทียนหลางนึกถึงลั่วซางที่ตายไปแล้ว จากนั้นจึงหันไปมองหลงเหยียน
ความโมโหในใจลุกโชน เกรงว่าในชั่วพริบตาเขาก็คงลงมือแล้ว
“เ้ามันสมควรตาย ตอนแรกข้ายังสนใจเ้าบ้าง อยากปล่อยให้เ้าอยู่รอดอีกสักหน่อย นึกไม่ถึงว่าเ้าจะกล้ารังแกแม้กระทั่งหญิงสาว ข้า เทียนหลาง ไม่เจอคนอย่างเ้ามานานมากแล้ว”
หลงเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ “ทำไม พวกเ้ามาขวางทางข้า นางไม่พูดไม่จา อยู่ๆ ก็เข้ามาตบข้า แล้วข้าไม่มีสิทธิ์เถียงเลยกระมัง หรือเ้ากล้าฆ่าข้าในนี้?”
เป็คนชั้นนอกของตระกูลอู่ตี้ ถือว่าอยู่สำนักตงฟางร่วมกัน หากกล้ามีเื่ส่วนตัวกันในสถานที่ส่วนรวม หากใต้เท้าผู้นำรู้เข้า นี่ถือเป็ความผิดที่ต้องถูกลงโทษ ต่อให้เทียนหลางเป็ศิษย์เอกก็ไม่กล้าทำเช่นนั้น
หลงเหยียนใช้กฎนี้ในการคุ้มกันตัวเอง ทว่าเมื่อเห็นเทียนหลางในตอนนี้เดือดดาล ส่วนเว่ยเชียนมู่ก็โมโหจนแทบร้องไห้ เทียนหลางก็ยกมุมปากขึ้น
“ไอ้หนุ่ม ครั้งนี้เ้ามีเื่กับคนที่ไม่ควรมีเื่ ต่อให้ฆ่าเ้าตายก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรหรอก”
รังสีที่มหาศาลปกคลุมตัวหลงเหยียนทันที
ใน่เวลาที่หลงเหยียนกะพริบตา ร่างกายของเทียนหลางก็เคลื่อนไหวเข้ามาใกล้เขา ก่อนจะยกมือขึ้นมาบีบคอหลงเหยียน
เขาใช้แรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถยกร่างหลงเหยียนขึ้นจากพื้น
ยอดฝีมือระดับชีพธรณีปล่อยพละกำลังออกมา หลงเหยียนไม่มีแรงต่อต้านเลยแม้แต่น้อย ที่แท้นี่ก็เป็พลังของระดับชีพธรณีนี่เอง
หลงเหยียนใช้มือทั้งสองข้างจับมือเขาไว้ ทว่าพละกำลังในร่างกายกลับเหมือนถูกกดเอาไว้ เขาขยับไม่ได้เลย สายตาก็เริ่มพร่ามัว
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก
ทุกคนส่งเสียงอุทานด้วยความใ เว่ยเชียนมู่ประกายรอยยิ้มบนใบหน้าจางๆ มองหลงเหยียนที่กำลังตะเกียกตะกายด้วยสายตาจองหอง
“จบแล้ว จบแล้ว เ้าหมอนี่ตายแน่ วันนี้เขาต้องตายด้วยน้ำมือเทียนหลาง พวกเราก็นึกว่าหลงเหยียนมีไม้เด็ดอะไรมารับมือให้ดิ้นหลุดจากเทียนหลางได้เสียอีก แท้จริงก็เก่งแต่ปากนี่เอง”
หลงเหยียนพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มองทุกคนที่กำลังมองมา เขาจับถุงผ้าเฉียนคุนในมือแน่นเพราะกลัวราชสีห์หิรัณย์ออกมา
สิงโตน้อยกระแทกถุงผ้าเฉียนคุนซ้ำๆ ส่งเสียงคำราม ยามนี้หลงเหยียนหน้าแดงก่ำ
ทันใดนั้น หลงเหยียนเบิกตาโพลงมองเทียนหลาง “ฆ่าข้าสิ เ้าจะรู้ว่าตัวเองตายอนาถกว่า!”
ขณะที่ทุกคนคิดว่าหลงเหยียนต้องตายสถานเดียว เวลานี้เอง ผู้คนที่มุงดูอยู่ก็ถูกพลังระลอกหนึ่งซัดกระเจิง
หลี่เมิ่งเหยาปรากฏตัวตรงหน้าทุกคนก็พุ่งมาตรงหน้าเทียนหลางทันที แล้วะโเสียงดัง “ปล่อยมือ!”
เทียนหลางมองหลี่เมิ่งเหยาด้วยสายตาเหยียดหยาม ด้านหลังหลี่เมิ่งเหยาตามมาด้วยหลิงเทียนอวี่ และสี่คนที่เข้าสำนักตงฟางพร้อมหลงเหยียน ซูจื่อมั่วตกตะลึงกับภาพที่เห็นอย่างยิ่ง
หากเป็แบบนี้ต่อไป หลงเหยียนต้องตายสถานเดียว!
“ข้าบอกให้เ้าปล่อย ได้ยินหรือไม่?” หลี่เมิ่งเหยามีพลังระดับชีพธรณีเช่นเดียวกัน พลังปราณที่มาจากภายในร่างกายนั้นราวกับว่านางกำลังจะลงมือแล้วเช่นกัน
เวลานี้เอง หญิงสาวที่ชื่อเว่ยเชียนมู่เดินมาตรงหน้าเทียนหลาง
“จะปล่อยไปไม่ได้ พี่เมิ่งเหยา เ้าหมอนี่มาหาเื่ข้า พี่เทียนหลางกำลังเอาคืนให้ข้าอยู่”
หลี่เมิ่งเหยามองเว่ยเชียนมู่ ก่อนจะหยิบตราคำสั่งของเว่ยเวยออกมา
“มู่เอ๋อ อาหญิงเอ็นดูท่านมาตลอด อย่างไรก็ตาม ท่านจะทำแบบนี้กับคนของนางไม่ได้ หลงเหยียนคือคนที่อาหญิงท่านชื่นชอบมาก นางเป็คนสั่งให้ข้ามา และนี่ก็คือตราคำสั่งของอาหญิงท่าน”
“อาหญิงอย่างนั้นหรือ?” เว่ยเชียนมู่เริ่มเปิดปากน้อยๆ แล้วมองไปทางหลงเหยียน “ฮึ! วันนี้เห็นแก่หน้าอาหญิง ข้าจะไว้ชีวิตเ้าก็ได้”
เทียนหลางมองมู่เอ๋อครู่หนึ่ง ก่อนจะวางหลงเหยียนลง เขาล้มลงกับพื้น ผ่านไปครู่หนึ่งถึงหายใจได้ปกติ
“ใต้เท้าผู้นำเป็อาหญิงของเ้าหรือ?” ั์ตาหลงเหยียนฉายความเ้าเล่ห์ เขารู้อยู่แล้วว่ามารดาต้องส่งคนมาช่วยตนแน่
‘ข้าในตอนนี้ตกไปอยู่ในมือเทียนหลาง ซึ่งข้าก็ไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน เ้ามู่เอ๋อนั่นเรียกท่านแม่ว่าอาหญิง ใช้สกุลเว่ยเช่นเดียวกัน ถ้าอย่างนั้นข้าก็กลายเป็พี่ชายนางละสิ?’
หลงเหยียนกระแอมเสียงดัง
เทียนหลางปล่อยหลงเหยียนด้วยความโมโห จากนั้นก็จ้องหน้าเขา “ข้าขอเตือน ต่อให้วันนี้เ้าจะรอดไปได้ก็ระวังตัวไว้เถิด สำนักตงฟางจะจัดงานเข้าไปในห้วงมิติเฉียนคุนแล้ว ถึงตอนนั้น…”
น้ำเสียงของเขาคล้ายกำลังข่มขู่หลงเหยียน รวมกับการที่เพิ่งถูกหยามศักดิ์ศรีจึงทำให้หลงเหยียนอยากฆ่าเขาเสียตอนนี้
คนที่มุงดูต่างก็พูดไม่ออก นึกไม่ถึงว่าผู้นำเว่ยจะให้ความสำคัญเ้าหมอนี่ถึงเพียงนี้
มู่เอ๋อเขม่นเสียงออกจากลำคอ แววตาของเทียนหลางเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม จากนั้นทั้งสองก็มองหลี่เมิ่งเหยาครู่หนึ่งก่อนเดินจากไป
ทีแรกทุกคนคิดว่าเ้าหลงเหยียนจะเป็ผู้มีความสามารถ นึกไม่ถึงว่าสุดท้ายเื่จะจบลงแบบนี้
หลี่เมิ่งเหยาเดินมาข้างกายหลงเหยียน “ตอนนี้รู้ถึงความแข็งแกร่งของระดับชีพธรณีแล้วหรือยัง หากไม่ใช่เพราะท่านผู้นำพบทันเวลา เกรงว่าเ้าคงเอาชีวิตไม่รอดแล้ว! ช่วยเ้าได้ครั้งนี้ ทว่าครั้งหน้า หากเข้าไปในฝึกในห้วงมิติ เ้าคงต้องขอพร์ช่วยแล้วล่ะ”
เมื่อพูดจบนางก็หันหลังเตรียมเดินจากไป หลิงเทียนอวี่มองหลงเหยียน เขารู้ว่าหลงเหยียนต้องไม่ยอมแพ้แน่ ทว่าเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเช่นนี้ก็หมดหนทาง ครั้งนี้หลงเหยียนเจอคู่ต่อสู้ตัวจริงแล้ว
ขณะที่เขากำลังจะพูดปลอบใจหลงเหยียน กลับสะดุดเพราะสีหน้าที่เืเย็นของหลงเหยียน เขากำหมัดแน่น นี่เป็ครั้งแรกที่หลงเหยียนถูกหยามต่อหน้าคนมากมาย และขายหน้าถึงเพียงนี้
“ช้าก่อน!” หลงเหยียนะโ
ขณะที่กำลังจากไป ทันใดนั้นเขาก็หันหน้ากลับมามองชายหนุ่มที่ไร้ซึ่งความกลัว ส่วนเทียนหลางและมู่เอ๋อที่เดินออกมาได้สิบกว่าเมตรแล้วก็หมุนตัวกลับมา ทุกคนต่างก็จ้องไปที่เขาอย่างพร้อมเพรียง
ไม่รู้ว่าเ้าหมอนั่น้าทำสิ่งใดอีก
“ต่อให้เ้าแข็งแกร่งมาก แต่ข้า หลงเหยียน ก็ไม่ใช่คนที่ใครจะมารังแกได้ง่ายๆ” รังสีที่แข็งแกร่งถูกปล่อยออกมาในชั่วพริบตา เสียงคำรามที่ดังมาจากิญญาัในตัวหลงเหยียนทำให้เขาะเิโทสะทันที
จากนั้นหลงเหยียนก็พูดออกมาทีละคำ “เทียนหลางหรือ? ในสายตาข้า เ้ามันก็เป็แค่มดตัวเล็กๆ หากให้เวลาข้าหน่อย ข้าต้องฆ่าเ้าให้ได้”
หลี่เมิ่งเหยาพุ่งมาตรงหน้าหลงเหยียนทันที
“หลงเหยียน เ้าบ้าไปแล้วหรือ”
“ข้าไม่ได้บ้า!”
“ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา หากเ้ายังก่อเื่เช่นนี้ต่อไป เกรงว่าข้าก็คงช่วยเ้าไม่ได้แล้ว”
ทุกคนมองไปทางหลงเหยียน แม้จะรู้ว่าเขากำลังโมโหมาก ทว่าเ้าหมอนี่ถึงกับกล้าต่อต้านเทียนหลางอย่างเปิดเผย
เห็นหลงเหยียนที่โมโหเดือดดาล เทียนหลางก็มองไปที่เขาอย่างมีความสุข
“ไอ้หนุ่ม ข้าจะให้โอกาสเ้า ข้านับถือในความกล้าของเ้า หากเ้าเป็ชายชาตรีจริงๆ ข้าจะให้เวลาเ้าสองวัน หลังจากนี้อีกสองวัน เ้ากล้าไปสู้กับข้าหรือไม่”
“ต่อกรกับเ้าต้องใช้เวลาสองวันเชียวหรือ? หนึ่งวันก็เพียงพอแล้ว” คำพูดของหลงเหยียนทำให้ทุกคนต่างก็นึกว่าหลงเหยียนบ้าไปแล้ว
“ได้สิ เ้าเป็คนพูดเองนะ หวังว่าเ้าจะเป็ลูกผู้ชายตัวจริง ถึงเวลาอย่ากลับคำ!” เว่ยเชียนมู่จับแขนเทียนหลาง ช่างดูจองหองเหลือเกิน
“จะเป็ลูกผู้ชายหรือไม่ ลองแล้วเ้าจะรู้เอง” เมื่อพูดจบ หลงเหยียนก็หัวเราะ
ถึงตอนนี้แล้ว หลงเหยียนยังมีอารมณ์มาหัวเราะอีก ทุกคนต่างก็อยากรู้ว่าเ้าหมอนี่ไปเอาความกล้ามาจากไหน เมื่อครู่ ตอนที่อยู่ในกำมือเทียนหลาง เขาไม่มีแม้แต่แรงจะต่อต้านด้วยซ้ำ
มู่เอ๋อโมโหยิ่งกว่าเดิม ฝ่ามือโผล่ออกจากแขนเสื้อ นางอยากลงมือ ทว่าครั้งนี้กลับถูกเทียนหลางขวางไว้
“ก็แค่คนบ้านนอกจากป่าเขา พวกเราไม่ต้องถือสาเขาหรอก”
หลี่เมิ่งเหยา หลิงเทียนอวี่ หรือแม้กระทั่งสิงโตน้อยในถุงผ้าเฉียนคุนต่างก็ตกตะลึงเมื่อได้ยินคำพูดของหลงเหยียน พวกเขาส่ายหน้าพลางถอนหายใจ
--------------------
