ทั้งห้ามาปรากฏตัวที่แม่น้ำแห่งหนึ่ง ที่ผืนน้ำทั้งหมดเป็สีดำมองไม่เห็นก้นแม่น้ำ มีิญญาลอยอยู่ทั้งเหนือน้ำและใต้น้ำ คล้ายวัตถุสะท้อนแสง และที่เด่นเป็สง่าคือ สะพานที่ทอดยาวจากฝั่งนี้ไปฝั่งตรงข้ามที่ยาวไกลเหมือนไม่มีสิ้นสุด
“สะพานแห่งความตาย ที่คัดแบ่งแยกิญญาแห่งุ์ คือที่เก็บเสี้ยวภวังคจิตชิ้นที่สอง” ปินลู่ซีเฉินเอ่ย
สะพานแห่งความตาย สะพานไม้เก่าสีดำสนิทปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบที่ไม่เคยจาง สร้างขึ้นจากไม้ของต้นหลิวโศกที่ดูดซับน้ำตาิญญามาหลายพันปี สะพานลอยตัวเหนือแม่น้ำสีดำที่เรียกว่า "แม่น้ำลืมเลือน" ที่เหล่าิญญาที่สูญเสียความทรงจำจะมาประชุมรวมกัน ที่นี่คือด่านสำคัญที่คัดแยกิญญาุ์ ได้แก่ ผี ปีศาจ อสุรกาย และิญญาสัตว์ที่ตายไปแล้ว เพื่อจัดส่งไปยังที่ที่เหมาะสมในภพุ์ เนื่องจากสะพานแห่งนี้มีิญญาผ่านเข้าออกมากมาย ทำให้เป็ที่สะสมพลังจักราที่แข็งแกร่งแห่งหนึ่งของภพ
“แล้วผีกะโหลกในชุดดำนั่นคือใคร” เ้าวั่งซูเอ่ยถาม
“ยมทูตเคียว เส้นทางนี้มียมทูตเคียว ผู้พิพากษาชะตากรรมสวมชุดคลุมสีดำยาวปลิว ใบหน้าซ่อนอยู่ใต้หน้ากากกะโหลกสีขาว ถือเคียวั์ที่มีคมเป็สีเงินวาว เป็ยมทูตโบราณที่มีหน้าที่ตัดสินชะตากรรมิญญาุ์มาหลายพันปี แต่ด้วยไอปีศาจจากภวังคจิตที่สถิตในสะพานแห่งตายครอบงำยมทูตเคียว ทำให้การตัดสินของเขาเริ่มเอนเอียงไปทางความโหดร้าย และส่งิญญาไม่บาปไปยังที่ลงโทษ และพวกเค้าไม่รู้ว่าข้าคือปินลู่ซีเฉินในร่างนี้” ปินลู่ซีเฉินกล่าว
ทั้งห้าเดินเหยียบย่างขึ้นมาถึงบนสะพาน หมอกดำขนาดหนาปกคลุมสะพานจนมองเห็นแค่ไม่กี่เมตร เสียงน้ำไหลใต้สะพานดัง จ๊อก!จ๊อก! บนผิวน้ำสีดำมีแสงฟ้าอ่อนๆ ส่องประกายเป็ระยะ ที่จริงแล้วเป็ดวงตาของิญญาที่จมอยู่ใต้น้ำ ได้ยินเสียงกรีดร้องแ่เบาของผู้ที่เคยถูกตัดสินผิดพลาด ขอบสะพานมีโซ่เหล็กดำแขวนลงไปในน้ำ เป็สัญลักษณ์ของการผูกมัดิญญาไม่ให้หลบหนี ตรงกลางสะพาน ยมทูตเคียวนั่งบนเก้าอี้ไม้ดำ ชุดคลุมสีดำปลิวไสวตามลม ใต้หน้ากากกะโหลกสีขาว แสงไฟสีแดงเรืองรองเป็ดวงตา เคียวั์เอนพิงข้างลำตัว
"ิญญาผู้ใด...! กล้าข้ามสะพานโดยไม่ผ่านการพิพากษา!?" เสียงทุ้มต่ำของยมทูตเคียวตนแรกดังก้องในหมอก
"เดรัจฉาน กับ ุ์ แต่ข้าได้กลิ่น ผู้มาจาก์ มนุษย์... ท่านจะข้ามสะพานของข้าได้หรือ!?" เสียงแหบพร่าของยมฑูติเคียวอีกตนดังขึ้น
ฮวาเฟยฟาสังเกตเห็นแสงสีดำรอบคมเคียว "ทุกคน! ระวัง! นั่นไม่ใช่พลังของยมทูตธรรมดา...! มีอะไรผิดปกติ!"
"ข้าพิพากษาิญญาุ์มานับหมื่นปี" ยมทูตเคียวยืนขึ้น เคียวในมือเรืองแสงสีดำ "แต่เริ่มรู้สึก...เบื่อความเมตตา ความยุติธรรม นี่คงเป็เจตจำนงที่แท้จริงของข้า"
คว้าง! พลั่ก! ยมทูตเหวี่ยงเคียวลงมา ฮวาเฟยฟาใช้ดาบสุสานัรับไว้ แรงปะทะทำให้ไม้สะพานเปล่งพลังชั่วร้ายคละคลุ้ง
"เ้ากำลังถูกความมืดครอบงำ!" เ้าวั่งซูะโ "นั่นไม่ใช่เจตจำนงของเ้า!"
การต่อสู้บนสะพานแคบๆ ท่ามกลางหมอกหนา ยมทูตเคียวมีความเร็วแปลกตา เคียวแต่ละครั้งที่เหวี่ยงออกไปมีพลังความตายเหน็บแนม เ้าวั่งซูใช้พัดสีดำลายหมาป่าทองพู่ยาวประดับดิ้นทองสะบัดกีบแฉกเปิดออกป้องหน้า เสียงจากด้านหลังพ่อมดผู้ทรงปัญญา “เคียวคือจุดตายของมัน” ฮวาเฟยฟาใช้กระบี่สุสานัเข้าฟันตัดเข้าไปที่คมเคียว พลังจักราของยมฑูติลดลงฮวบเมื่อเคียวถูกทำลาย “มนต์ตรึงร่าง” เ้าวั่งซูตวัดพัดสีดำทองร่ายมนตร์สะกดหยุดการเคลื่อนไหวของเหล่ายมฑูติเคียว ทั้งหมดสงบลง
“เอาหล่ะ ถึงเวลาทำลายสะพาน เคียวปรภพเขี้ยวั” เ้าวั่งซูลอยสูงขึ้นเหนือสะพานตวัดง้าวไปมา ชิงหลงและหลิ่งกวางลอยเข้าผสานกับเคียวที่ฟาดฟันอยู่กลางอากาศ เ้าวั่งซูตวัดเคียวปรภพเขี้ยวังัดั้แ่หัวสะพาน พลังจักราวิ่งยาวผ่ากลางไปยันท้ายสะพานที่อยู่ไกลสุดลูกหูลูกตา สักพักเกิดแสง และแรงะเิมหาศาลดังกึกก้อง
“มนต์ม่านหมอกุ์” ปินลู่ซีเฉินสร้างเกราะพลังกันไม่ให้พลังกระจายไปทำลายส่วนอื่นของภพ เมื่อสะพานะเิออก เกิดเป็เสี้ยวิญญาดำมืดของเย้าหลูกู่ลอยขึ้นกลางอากาศกรีดร้องด้วยความทรมานและสลายไป
เมื่อภวังค์จิตถูกทำลาย ยมทูตเคียวก็เห็นร่างจิติญญาแห่งเ้าภพที่ซ่อนอยู่ในพ่อมดผู้ทรงปัญญา ก็รีบล้มลงคุกเข่า ด้วยความสำนึก “พวกข้าอ่อนแอพ่ายแพ้ให้แก่พลังมืด ลงโทษข้าด้วยเถิดท่านเ้าภพ”
“ยมฑูติเคียว พวกท่านอยู่ที่นี่มานาน ั้แ่เริ่มต้น และทำหน้าที่คัดกรองิญญามากมายเข้าออกสู่ภพ ช่างเป็ภาระที่ใหญ่ยิ่ง พลังราชันย์กะโหลกนั้นมากมายเหลือคณานับ แม้แต่ข้าเองปินลู่ซีเฉินก็มิอาจทานทน พวกท่านอย่าได้เก็บมาใส่ใจสหาย ข้าดีใจที่พวกเราได้กลับมาพบกันอีกที ฝากพวกท่านด้วยตรงนี้” เหล่ายมฑูติพากันทำความเคารพปินลู่ซีเฉิน เ้าวั่งซู และฮวาเฟยฟา ก่อนจะเหาะหลบหายไปในสายหมอก
“เรามาปลดปล่อยิญญาเหล่านี้เข้าภพุ์กันดีกว่า เหล่าิญญาที่น่าสงสารถูกจองจำในสระลืมเลือนแห่งนี้” ปินลู่ซีเฉินในร่างพ่อมดร่ายมนตร์ปลดปล่อยิญญาจากตะเกียง “มนต์ดับสูญแห่งเส้นทางเดิม” บางิญญาลอยเข้าหาร่างุ์ บางิญญาลอยขึ้นฟ้าตามทางผีเสื้อราตรีสู่พระแม่แห่งจิติญญา แสงสว่างมากมายจากดวงิญญาส่องสว่าง คลุ้ง กระจาย ทั่วท้องน้ำในยามราตรี ช่างงดงาม
“ขอให้ดวงวิญาณทุกดวงจงไปสู่ที่ทางที่ตนควรไป” ฮวาเฟยฟากระซิบเบาๆ ขณะอยู่ในอ้อมแขนของเ้าวั่งซู ทั้งสองมองิญญาสว่างๆ ไสวมากมายลอยตัวแตกกระจายออกไปตามทิศทางของตน
