กรมปราบปรามและป้องกันภัยเหนือธรรมชาติ อาคารหินอ่อนสองชั้นขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าน แม้จะเป็ยามเช้าตรู่ที่แสงตะวันยังไม่โผล่ขอบฟ้า แต่ภายในกลับคึกคักด้วยการเคลื่อนไหว หน่วยพิเศษทำงานตลอดทั้งคืนเพื่อจัดการกับผลพวงหลังโจมตีองค์กรแปลอักษร
สมาชิกองค์กรที่รอดชีวิตถูกคุมขังในห้องขังพิเศษ แยกตัวผู้ยกระดับตัวตนไปขังเดี่ยว ใช้วิธีคุมขังแตกต่างกันไปตามแต่ละพลังของแต่ละคน
ผู้าเ็ของหน่วยพิเศษถูกย้ายมารักษาในห้องพยาบาล ส่วนร่างของผู้เสียชีวิตถูกจัดวางอย่างสงบในห้องเก็บศพชั่วคราว รอการประกอบพิธีทางศาสนา
ชาร์ลส์เดินผ่านระเบียงทางเดินที่มีตะเกียงไฟติดผนัง มุ่งหน้าไปยังที่ทำงานของหน่วยวิทยาการ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นดังก้องไปตามทาง กล้ามเนื้อของเขายังคงปวดระบมจากผลของกล่องดนตรี และยาที่มีก็ใช้กับโจเซฟหมดไปแล้ว
ในมือของเขาถือผ้าเช็ดหน้าที่เปลี่ยนเป็ดาบได้ และนาฬิกาพกที่ขอบหมองลง เขา้าตรวจสอบทั้งสองอย่างนี้ไปด้วย โดยเฉพาะผ้าเช็ดหน้าที่ถูกใช้เป็อาวุธ
ห้องจ่ายอุปกรณ์ของกองวิทยาการ หน้าประตูไม้บานใหญ่ ชาร์ลส์ผลักประตูเข้าไป คราวนี้ด้วยความเหนื่อยล้าหรือยังไม่ได้นอนก็ไม่ทราบได้ เขาได้กลิ่นอายประหลาดของสมุนไพรและสารเคมีลอยมาปะทะจมูก ทั้งที่ก่อนหน้านี้กลิ่นก็ไม่ได้แรงขนาดนี้ ภายในห้องเต็มไปด้วยชั้นวางของสูง บรรจุขวดแก้วนับร้อย หีบไม้หลากขนาด และอุปกรณ์เครื่องมือแปลกประหลาด
ที่โต๊ะตัวเดิมที่เขาเคยมารับอุปกรณ์ แต่กลับไม่ใช่เ้าหน้าที่คนเดิมที่แนะนำสรรพคุณให้กับเขา คราวนี้กลับเป็ชายาุโกำลังนั่งอยู่ ผมขาวในชุดสีน้ำเงินเข้ม แว่นครึ่งวงกลมเกาะอยู่บนจมูกงุ้ม นิ้วที่เหี่ยวย่นกำลังพลิกสมุดทะเบียนหนาเตอะ
"มีอะไรให้ช่วย?" เขาถามโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง
"ขอเบิกยารักษาอาการาเ็ครับ" ชาร์ลส์ตอบ "แล้วก็อยากให้ช่วยตรวจสอบอุปกรณ์สองชิ้นนี้ด้วย"
นายทะเบียนเงยหน้าขึ้นมองผ่านแว่น "เอกสารเบิกของล่ะ?"
ชาร์ลส์ชะงัก นึกถึงคราวแรกที่มาที่นี่กับโจเซฟ ตอนนั้นทุกอย่างดูง่ายกว่านี้มาก
"ผมเพิ่งกลับมาจากภารกิจที่คฤหาสน์แฮมิลตัน..." ชาร์ลส์เริ่มอธิบาย ั้แ่เื่ที่เขาเป็สมาชิกใหม่ ไปจนถึงการเข้าร่วมภารกิจในคฤหาสน์แฮมิลตัน
"อ้อ" ชายชราพยักหน้า "เ้าหน้าที่ใหม่สินะ" เขาพึมพำ สายตากวาดมองชาร์ลส์ั้แ่หัวจรดเท้า "แต่ก็ต้องมีเอกสารอยู่ดี กฎระเบียบน่ะ เ้าหนู"
"แต่ผมไม่รู้ว่าต้อง..."
"เดี๋ยวฉันจัดการให้" เสียงหญิงดังมาจากประตู ไวโอลาเดินเข้ามาพร้อมกับแผ่นกระดาษในมือ ผมบลอนด์สั้นของเธอเคลื่อนไหวตามจังหวะก้าว แว่นตาขาเดียวกรอบเงินสะท้อนแสงจากตะเกียง "พอดีผ่านมาได้ยินน่ะ"
ชายชราเห็นไวโอลาแล้วยิ้มบาง "อ้าว คุณหมอไวโอลา" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปทันที "นึกว่าคุณจะยุ่งอยู่ซะอีก"
"มีเื่ต้องมาเบิกอุปกรณ์เพิ่มเติมน่ะค่ะ" ไวโอลายื่นใบเบิกอุปกรณ์ให้ชายชรา "นี่ใบเบิกและของให้ชายหนุ่มผู้นี้ด้วย ดิฉันรับรองเอง"
ชายชรารับแบบกระดาษไปพิจารณา พลางพึมพำอะไรบางอย่าง ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่ชั้นวางของ
"ขอบคุณมากครับ" ชาร์ลส์หันไปพูดกับไวโอลา
"ไม่เป็ไร" ไวโอลาตอบเสียงเรียบ "แต่ครั้งหน้าต้องจำไว้ว่าต้องมีแบบฟอร์มทุกครั้ง ไม่งั้นคุณลุงคนนี้จะไม่ยอมจ่ายของให้แน่"
ชายชราหยิบขวดแก้วชาหลายใบลงมาจากชั้น พร้อมกับผ้าพันแผลและเข็มฉีดยา
"นี่ยารักษาแผลฉุกเฉิน" เขาทยอยวางขวดแก้วลงบนโต๊ะ "ส่วนนี่ ของตามที่สั่งเอาไว้"
"ส่วนอุปกรณ์ที่จะให้ตรวจสอบล่ะ?" ไวโอลาถามพลางปรับแว่นตา
ชาร์ลส์วางผ้าเช็ดหน้าและนาฬิกาพกลงบนโต๊ะ
"ลองสบัดผ้าเช็ดหน้าให้ดูหน่อย" ชายชราพูด ขณะที่ไวโอลายืนสังเกตการณ์อยู่ข้างๆ
ชาร์ลส์สะบัดผ้าเช็ดหน้า มันเปลี่ยนเป็ดาบในพริบตา ชายชราหยิบแว่นขยายขึ้นมาตรวจสอบ
"การเปลี่ยนรูปยังปกติดี แต่มีรอยบิ่นตรงคมดาบ" เขาชี้ให้ดู "ต้องเปลี่ยนใหม่"
จากนั้นเขาหยิบนาฬิกาพกขึ้นมาพิจารณา "ขอบเงินหมองลงนิดหน่อย"
"โดนะเิควันกำมะถันมาครับ" ชาร์ลส์อธิบาย
"อ๋อ งั้นแค่ขัดก็ใช้ได้" ชายชราวางนาฬิกาลง
ขณะนั้น เสียงกระซิบกระซาบดังมาจากด้านหลังห้อง
"แปลกนะ ยาระงับสำหรับผู้ยกระดับตัวตนหายมากกว่าที่มีการเบิกไว้อีก"
"ไม่ใช่แค่นั้น ส่วนผสมยาวิเศษบางอย่างก็หายไปด้วย"
ชาร์ลส์แทบไม่ได้สนใจเสียงซุบซิบนั้น ความง่วงและความเหนื่อยล้าทำให้เขาอยากกลับไปพักผ่อนเต็มที
"ขอบคุณมากครับ" เขารับถุงผ้าที่บรรจุยาและอุปกรณ์จากชายชรา
"แล้วก็... คราวหน้าอย่าลืมเอกสารล่ะ" ชายชราเตือน
"ครับ" ชาร์ลส์ยิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะหันไปทางไวโอลา "ขอบคุณอีกครั้งนะครับที่ช่วยเื่เอกสาร"
"ไม่เป็ไร" เธอพยักหน้า "แต่จำไว้ว่าที่นี่..." เธอหยุดชั่วครู่ "เราทำงานด้วยระเบียบ ไม่ใช่ด้วยความเห็นใจ"
ชาร์ลส์พยักหน้ารับ เก็บคำสอนนั้นไว้ในใจ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป เสียงซุบซิบเื่ของหายยังคงดังแว่วมาจากด้านหลัง แต่เขาไม่มีเรี่ยวแรงจะสนใจอีกแล้ว สิ่งเดียวที่เขา้าตอนนี้คือการได้กลับไปพักผ่อนในห้องอันเงียบสงบของตน
เขาออกจากกรมปราบปราม และขึ้นรถม้าสาธารณะมุ่งหน้ากลับที่พัก ความเหนื่อยล้าเริ่มครอบงำร่างกาย แต่ใจยังคงคิดถึงภารกิจที่ยังค้างคา การตามหาไมเคิลที่หายตัวไป
เมื่อรถม้ามาถึงหน้าบ้าน ดวงอาทิตย์เริ่มโผล่พ้นขอบฟ้า ทาสีท้องฟ้าให้เป็สีทองอ่อน ชาร์ลส์ก้าวลงจากรถม้า จ่ายเงินให้คนขับ หันมองไปที่เรือนไม้สีขาวของตน ทั้งที่เปลือกตาหนักอึ้ง ปรือลงเกือบครึ่งดวงตาด้วยความอ่อนเพลีย
"ยังไม่ได้นอนอีกแล้วใช่ไหม?" เสียงอบอุ่นคุ้นหูดังมาจากรั้วข้างบ้าน
ชาร์ลส์หันไปมองด้วยความแปลกใจ เห็นคุณนายวิลสันในชุดทำสวนสีอ่อน ใบหน้าเหี่ยวย่นเปื้อนรอยยิ้มอบอุ่น กำลังรดน้ำต้นไม้ในสวนเล็กๆ ของเธอ ผมสีเงินรวบเป็มวยเรียบร้อย
"อรุณสวัสดิ์ครับ คุณนายวิลสัน" เขาทักทั้งที่ตายังปรือ "แปลกใจจังที่คุณนายตื่นแต่เช้า ตะวันยังไม่ขึ้นเต็มดวงเลย"
"ฉันชอบทำสวนตอนเช้าๆ แบบนี้แหละค่ะ" คุณนายวิลสันยิ้มให้ "อากาศดี แถมได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นด้วย... แต่คุณนี่สิคะ ดูเหมือนจะยังไม่ได้นอนเลย"
"ผมเพิ่งกลับมาจากงานน่ะครับ" ชาร์ลส์ตอบเสียงแ่ พยายามกลั้นหาวไว้
"งั้นรีบเข้าไปพักเถอะค่ะ" คุณนายวิลสันพยักหน้าเข้าใจ "ไม่ต้องห่วงสวน ฉันช่วยดูแลให้แล้ว"
"ขอบคุณมากครับ" ชาร์ลส์ยิ้มอ่อนๆ ก่อนจะเดินโซเซเล็กน้อยเข้าบ้าน ความเหนื่อยล้าเริ่มครอบงำร่างกายหนักขึ้นทุกขณะ
ชาร์ลส์เปิดประตูไม้สีน้ำตาลเข้มเข้าไปในบ้าน กลิ่นอายคุ้นเคยของบ้านช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าได้เล็กน้อย เขาวางถุงที่บรรจุยาและอุปกรณ์ลงบนโต๊ะในห้องนั่งเล่น ก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างหมดแรง
สายตาของเขาเหลือบมองไปที่ชั้นวางของเหนือเตาผิง ภาพวาดและของตกแต่งจากการเดินทางยังคงอยู่ที่เดิม เหมือนรอต้อนรับการกลับมาของเขา แต่ตอนนี้เขาไม่มีเรี่ยวแรงจะชื่นชมมันอีกแล้ว
ชาร์ลส์ลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เดินโซซัดโซเซเข้าไปในห้องนอน เขาถอดรองเท้าและเสื้อคลุมทิ้งไว้ข้างเตียงไม้สีเข้ม ก่อนจะทิ้งตัวลงนอน
ผ่านหน้าต่างห้องนอน เขาเห็นแสงอาทิตย์เริ่มสาดส่องเข้ามา ท้องฟ้ากำลังเปลี่ยนเป็สีฟ้าสดใส แต่เปลือกตาของเขากลับหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ความคิดสุดท้ายก่อนจะผล็อยหลับไปคือเื่ของไมเคิล... เขายังต้องตามหาชายคนนั้นต่อไป แต่ตอนนี้... ขอพักก่อน…
ปริ่มแสงอรุณของวันใหม่ปลุกชาร์ลส์ให้ตื่นขึ้น เขาพบว่าตัวเองหลับไปนานหนึ่งวันเต็ม ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้คงหนักหนาเกินกว่าที่คิด
ขณะที่ลุกขึ้นนั่งบนเตียง เขาพบว่ามีบางอย่างแปลกไป คืนที่ผ่านมาเขาไม่ได้ฝันถึงทะเลและพายุเลย ภาพความทรงจำที่เคยหลอกหลอนเขาทุกคืนหายไป เขาพยายามนึกว่าั้แ่เมื่อไหร่ที่ความฝันนั้นจางหาย แต่ก็นึกไม่ออก
ชาร์ลส์ล้างหน้า แต่งตัว และออกจากบ้านตามปกติ เขาโบกมือทักทายคุณนายวิลสันที่กำลังรดน้ำต้นไม้เช่นเคย ก่อนจะขึ้นรถม้าสาธารณะมุ่งหน้าไปยังกรมปราบปราม
ถึงแม้องค์กรแปลอักษรจะถูกทลายไปแล้ว แต่เขายังมีเื่ต้องคุยกับโจเซฟ... เื่การตามหาไมเคิล การหายตัวไปของหมอคนนั้นยังคงเป็ปริศนาที่ต้องไขให้ได้ และเขาจะปรึกษาวางแผนการสืบต่อไปได้กับโจเซฟ
ชาร์ลส์พบโจเซฟในห้องทำงาน ข้อเท้าของเพื่อนถูกพันด้วยผ้าพันแผลอย่างดี แม้จะยังต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุง แต่ก็ดูดีขึ้นกว่าก่อนหน้า
"ดูเหมือนนายจะได้พักมาเต็มที่เลยนะ" โจเซฟทัก เมื่อเห็นสีหน้าสดชื่นของชาร์ลส์
"อืม..." ชาร์ลส์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามโต๊ะทำงาน "แล้วข้อเท้านายล่ะ?"
"ดีขึ้นแล้ว แต่กว่าจะหายก็คงอีกสักพัก"
"มีข่าวเกี่ยวกับไมเคิลบ้างไหม?" ชาร์ลส์ถามขึ้น
โจเซฟส่ายหน้า "ยังไม่มี พวกเราจับตาดูที่บ้านครอบครัวเบิร์กอยู่ แต่เขาก็ยังไม่ปรากฏตัว" เขาหยุดครู่หนึ่ง "อาจเป็เพราะยังไม่รู้ข่าวเื่องค์กรแปลอักษร เื่เพิ่งเกิดเมื่อคืนเท่านั้นเอง... หรือไม่ก็..."
"อาจมีเหตุผลอื่นที่ทำให้เขาไม่กลับมา นอกเหนือจากการถูกไล่ล่าโดยองค์กรแปลอักษร" ชาร์ลส์เสริม
โจเซฟพยักหน้า "งั้นเราควรทำอะไรต่อดี?"
"ตอนนี้มีสามทางเลือก" ชาร์ลส์ชี้นิ้วนับ "หนึ่ง ไปคุยกับฮัมฟรีย์ ให้รู้เื่ มีหลายอย่างที่เขายังไม่ได้เล่าั้แ่ครั้งแรก"
"สอง" เขาชี้นิ้วต่อ "กลับไปสำรวจสถานพยาบาลร้างต่อ คราวนี้เอาอุปกรณ์วิเศษไปด้วย น่าจะเปิดทางที่ถูกปิดตายได้"
"และสาม" เขาชูนิ้วสุดท้าย "กลับไปที่ตลาดมืด ตามจับคนที่เคยสะกดรอยพวกเรา บางทีอาจได้ข้อมูลเกี่ยวกับไมเคิลบ้าง"
"แล้วนายจะเลือกทางไหน?" โจเซฟถาม พลางปรับท่านั่งให้ข้อเท้าที่าเ็สบายขึ้น
"ตลาดมืด" ชาร์ลส์ตอบโดยไม่ลังเล
"ทำไมล่ะ?"
"คิดดูสิ" ชาร์ลส์อธิบาย "สถานพยาบาลร้างไม่มีทางหายไปไหนได้ เราจะกลับไปสำรวจเมื่อไหร่ก็ได้ ส่วนฮัมฟรีย์... เราก็รู้ที่อยู่ของเขาอยู่แล้ว"
"แต่ถ้าเขามีพิรุธจริงๆ และหลบหนีไปแล้ว ไปบ้านเขาตอนนี้ก็คงไม่เจอตัว ฉันว่าเราควรรีบไปตลาดมืดก่อน หาคนพวกนั้นให้ได้ก่อนที่พวกเขาจะหายตัวไป"
"แล้วรู้ที่ตั้งของตลาดมืดแล้วเหรอ?" โจเซฟถาม "หรือจะไปซื้อข้อมูลจากบาร์โธโลมิวอีกครั้ง ใช้แผนเดิม?"
"ไม่จำเป็หรอก" ชาร์ลส์ยิ้มมุมปาก "ตอนที่เราเดินสำรวจตลาดมืดเมื่อครั้งก่อน บังเอิญได้ยินพ่อค้าแถวนั้นคุยกันถึงที่ตั้งใหม่พอดี" เขาหยุดครู่หนึ่งก่อนจะย้อนถาม "แต่พูดถึงบาร์โธโลมิวนะ... นายนี่ก็จริงๆ ถึงบ้านนายจะรวย แต่สี่สิบครูเซโดสำหรับคนทั่วไปก็เยอะอยู่นะ นี่เสนอราคาตั้งต้นโดยไม่กะพริบตาเลย ดีนะที่ฉันอยู่ด้วย ไม่งั้นราคาข้อมูลคงต้องมากกว่านี้แน่ๆ"
"อ๋อ" โจเซฟหัวเราะ "ไม่เป็ไรหรอก เงินสำหรับภารกิจพวกนั้นเบิกจากกรมได้"
"อะไรนะ?" ชาร์ลส์ขมวดคิ้ว "เบิกได้?"
"ใช่ เบิกได้" โจเซฟพยักหน้า "ค่าใช้จ่ายพวกนั้นเบิกได้หมด แม้แต่ค่ารถม้าสาธารณะที่นายนั่งมาที่นี่ก็เบิกได้"
ชาร์ลส์อ้าปากค้าง มองหน้าเพื่อนอย่างไม่อยากเชื่อ
"ใจเย็นๆ" โจเซฟยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของเพื่อน "ไม่ต้องรีบร้อนขอเบิกหรอก พวกค่ารถม้าสาธารณะนี่ต้องรอให้ครบเดือนก่อน เดี๋ยวค่อยทำบันทึกรายจ่ายมาให้นายทะเบียนรับรอง"
"แสดงว่าต่อจากนี้ไม่ต้องกังวลเื่ค่าเดินทางไปทำงานอีกแล้ว..." ชาร์ลส์พึมพำ พยายามนึกถึงค่าใช้จ่ายในอนาคต
"เอาเป็ว่าั้แ่พรุ่งนี้ จดบันทึกค่าใช้จ่ายทุกอย่างที่เกี่ยวกับภารกิจไว้ก็แล้วกัน" โจเซฟแนะนำ "แล้วก็..." เขาหยิบม้วนกระดาษจากลิ้นชักโต๊ะ "นี่แบบบันทึกรายจ่ายที่มีตราประทับกรม เอาไว้ใช้ขอเบิกเงิน เผื่อจะต้องใช้ตอนไปตลาดมืด"
"ถ้ารู้แต่แรก..." ชาร์ลส์ส่ายหน้าอย่างระอา รับม้วนกระดาษมาดู
"ก็นายไม่ถามนี่" โจเซฟยักไหล่
"แล้วมีอะไรที่ฉันควรรู้อีกไหม?" ชาร์ลส์ถามพลางม้วนกระดาษเก็บ
"มีสิ" โจเซฟยิ้มมุมปาก "ถ้าต้องจ่ายเงินซื้อข้อมูลในตลาดมืด ให้พาพยานไปด้วยอย่างน้อยหนึ่งคน จะได้เซ็นรับรองในบันทึก ไม่งั้นนายทะเบียนจะไม่ยอมอนุมัติ"
"นั่นหมายความว่า..." ชาร์ลส์หรี่ตามองเพื่อน
"ใช่" โจเซฟพยักหน้า "ฉันจะไปกับนายด้วย"
"แต่ข้อเท้านาย..."
"ไม่เป็ไร" โจเซฟโบกมือ "แค่เดินช้าๆ ก็พอ อีกอย่าง..." เขาชี้ไปที่ไม้เท้า "ถ้ามีใครคิดจะมาเล่นงาน ฉันก็ยังมีอาวุธอยู่"
ชาร์ลส์หัวเราะ "งั้นเมื่อไหร่จะออกเดินทาง?"
"รอให้ตลาดมืดเริ่มคึกคักหน่อย" โจเซฟตอบ "สักเย็นๆ แล้วกัน"
"แล้วรหัสลับคราวนี้ล่ะ?" โจเซฟถาม "รู้แล้วใช่ไหม?"
ชาร์ลส์นิ่งไป...
