เมื่อวานอากาศปลอดโปร่งนัก ทว่าเช้านี้กลับเปลี่ยนเป็หนาวะเืเสียจนใบไม้และต้นหญ้าล้วนมีแต่น้ำแข็งเกาะ
เหล่าบัณฑิตในสำนักเชินล้วนแต่ต้องตื่นเช้ามาออกกำลังกาย
วันที่อากาศหนาวเย็นเช่นนี้ หากเป็เมื่อก่อนจะต้องมีสักสองสามคนที่มีข้ออ้างมาขอลาหยุด
แต่วันนี้ที่อากาศหนาวเย็นเกินทานทน ทุกคนกลับออกมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้า ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่พยายามหาข้ออ้างเพื่อแอบอู้
ท่านอาจารย์เมื่อเห็นเหล่าบัณฑิตก็ประหลาดใจ
สำนักเชินใช้ระบบหอพัก บัณฑิตที่เข้ามาเรียนในสำนัก จำเป็จะต้องพำนักอยู่ที่นี่
โดยสำนักเชินจะเป็คนจะจัดหาอาหารและที่พักให้
นี่ก็เป็อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้คนทั้งใต้หล้าเทิดทูนสำนักเชิน
ไม่ว่าจะยากจนหรือมั่งมี ยามอยู่ในสำนักก็ล้วนแต่ได้รับการศึกษาแบบเดียวกัน อาหารและที่พักก็ได้แบบเดียวกัน
นี่คือเื่ที่แคว้นอื่นๆ ยากจะลงมือทำตามได้
ทว่าความเป็จริงแล้ว สำนักเชินก็ไม่ได้ปฏิบัติต่อเด็กในสำนักเหมือนกันเสียทีเดียว
ในสำนักเชินก็ยังคงมีการต่อสู้แย่งชิงอยู่ เหล่าบัณฑิตที่การเรียนโดดเด่นมักจะได้รับอภิสิทธิ์ มักจะได้รับห้องพักดีๆ อาหารการกินก็ย่อมเลิศเลอกว่าคนอื่นๆ
ยังมีอีกประเภทคือเหล่าบัณฑิตที่ฐานะทางบ้านร่ำรวย สำนักเชินไม่ใช่โรงทาน หากพึ่งพาเพียงให้แคว้นมาดูแล ย่อมไม่มีทางมาถึงจุดนี้ได้
รายได้จำนวนมากของสำนักเชิน ก็ล้วนแต่ได้จากผู้ปกครองของเด็กเหล่านี้เป็ผู้สนับสนุน
แน่นอนว่าเื่นี้ไม่อาจเอามาพูดให้บุคคลภายนอกรู้ได้
เหล่าตระกูลใหญ่ๆ ในสำนักเชินมักจะได้รับป้ายเกียรติคุณสำหรับผู้สนับสนุนการศึกษา หากว่ามีป้ายนี้แล้ว ตระกูลที่อยากจะส่งลูกหลานเข้ามาศึกษาในสำนักก็ง่ายดายขึ้นมาก กระทั่งกฎเกณฑ์สำหรับตระกูลเหล่านี้ก็ถูกลดทอนไปไม่น้อย
ป้ายเกียรติคุณเหล่านี้ล้วนต้องใช้เงินจำนวนมากแลกมา อาทิ การสร้างหอเรียนให้สำนักเชินหรือจะสร้างหอพัก ไม่ก็บริจาคเสื้อผ้าอาหาร
สำนักเชินทำเช่นนี้แม้จะไม่นับว่ายุติธรรมนัก ทว่าเมื่อเทียบกับที่อื่นๆ ในทุกวันนี้ ก็นับว่าค่อนข้างจะยุติธรรมแล้ว
เหล่าบัณฑิตในสำนักเชิน เมื่อได้ศึกษาเล่าเรียนในบรรยากาศเช่นนี้ ก็ย่อมไม่กลายเป็ดอกไม้ที่แสนเปราะบาง
เช่นเดียวกันกับยามนี้ ทุกคนล้วนแต่รู้ตัวว่าตนต้องมาเข้าร่วมการออกกำลังกายยามเช้า ทำผลงานให้ดี
ห้องเรียนเตรียมความพร้อมรับเอาบัณฑิตที่ไม่ต้องสอบเข้าสำนักเชินมารวมไว้ด้วยกัน อาทิเ้าพวกเด็กในความดูแลของฮูหยินหลัวสี่ห้าคนนั่น เด็กเหล่านี้ล้วนแต่เกาะชายกระโปรง อาศัยอำนาจเข้ามาเรียนที่นี่ ทั้งยังมีเหล่าบัณฑิตจากแคว้นเล็กๆ เ่าั้ที่ไม่รู้ว่าจะมีสภาพเช่นไรกัน
ทั้งยังมีเหล่าบุตรเศรษฐีที่เดิมทีไม่อาจสอบเข้าสำนักเชินได้ ก็ล้วนแต่ฉวยโอกาสเข้าเรียนในห้องเตรียมความพร้อมด้วยเช่นกัน
คนแคว้นเชินล้วนแต่หวงชื่อเสียงหวงเกียรติยศ แม้จะดูถูกแคว้นอื่น ทว่ากลับปฏิบัติต่อคนแคว้นอื่นอย่างใจกว้าง ด้วยเพราะห่วงหน้าตาและชื่อเสียงของตน
ทว่าหากต้องมาเรียนในห้องเรียนเดียวกันเช่นนี้ พวกเขาก็รู้สึกว่าช่างน่าขายหน้านัก
คนแคว้นเชินภาคภูมิใจในตนเองมาโดยกำเนิด โดยเฉพาะในด้านการศึกษาเล่าเรียน พวกเขาล้วนแต่ดูถูกคนแคว้นอื่น
ในความเป็จริงก็เป็เช่นนี้
ยามบทกวีของแคว้นเชินถูกเผยแพร่ แคว้นอื่นๆ ก็ล้วนยื้อแย่งเอาไปอ่านกัน ไม่ต้องพูดถึงเื่อื่น นิทานประโลมโลกรักๆ ใคร่ๆ ของแต่ละแคว้น หากจะเข้าฟังเหล่านางคณิกาอ่านนิทานจากแคว้นเชินให้ฟัง ก็ยังต้องจ่ายมากกว่าปกติถึงเท่าตัว
ยิ่งถ้าหากพวกนางสามารถสนทนาเื่บทประพันธ์ในแคว้นเชินได้อีกสักสองสามเื่ ก็นับว่าเป็หญิงคณิกาชั้นสูงแล้ว ย่อมกลายเป็นางคณิกาอันดับต้นๆ ที่มีแต่คนหมายปอง เมื่อได้เป็นางคณิกาอันดับต้นแล้ว ต่อไปหากไม่อยากพบแขกก็ย่อมปฏิเสธได้
ในสถานการณ์เช่นนี้ หากย้ายบัณฑิตบางคนให้มาเรียนห้องเตรียมความพร้อม ก็นับว่าเป็เื่ที่น่าอัปยศอดสูเป็อย่างยิ่ง
ดังนั้นทุกคนจึงกระตือรือร้นที่จะแสดงตัวสร้างผลงาน ภาวนาอย่าให้ตนต้องเป็ผู้โชคร้ายคนนั้นเลย
เมื่อออกกำลังกายยามเช้าเสร็จแล้ว เหล่าบัณฑิตที่ค่อนข้างจะพิถีพิถันสักหน่อยก็พากันไปอาบน้ำ
ส่วนคนที่ไม่ได้เคร่งเครียดเท่าไร ก็ล้วนตรงดิ่งไปทานอาหารทันที
เมื่อกินข้าวเสร็จแล้วก็เข้าห้องเรียน เตรียมพร้อมสำหรับการศึกษาอันหนักหน่วงตลอดวันที่กำลังจะมาถึง
เฉาจิ่วก็เป็หนึ่งในคนที่ไม่เคร่งเครียดเ่าั้
อันที่จริงก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่ใส่ใจรายละเอียด เมื่อก่อนเขาเป็คนพิถีพิถันอย่างยิ่งคนหนึ่ง
ในฐานะคุณชายหลานเหยียน บัณฑิตรูปงามแห่งสำนักเชิน หลานชายเพียงคนเดียวของฮองเฮา เขาไม่จำเป็จะต้องพิถีพิถันก็ได้ แต่กระทั่งการอาบน้ำโรยดอกไม้ต่างๆ เขาล้วนแต่เคยทำมาหมดแล้ว
ตอนนั้นเหล่าบัณฑิตและบุรุษนิยมทัดดอกไม้ไว้บนผม บนร่างพกเครื่องหอม
เื่นี้เขาก็เคยทำเช่นกัน
เรือนผมทัดดอกไม้แดง เรือนกายหอมรัญจวน
ใบหน้างดงาม ร่างกายสูงโปร่ง ยามออกไปด้านนอก มีผู้าุโบ้านใดบ้างที่จะไม่เอ่ยปากชม “เด็กหนุ่มที่รูปงามถึงเพียงนี้ จะมีสตรีบ้านใดบ้างเล่าที่ไม่ส่งสายตาหวานซึ้งมาให้”
เพียงแต่ตอนนี้ สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยให้เป็เช่นนั้นอีกต่อไป
สำนักเชินแม้จะยุติธรรม แต่ก็มีความไม่ยุติธรรมอยู่เช่นกัน
สถานภาพทางการเงินของแต่จวนไม่เหมือนกัน บางตระกูลก็มั่งมี บางตระกูลก็ยากจน
บัณฑิตที่ครอบครัวร่ำรวยจะเข้าเรียนในสำนักเชินก็ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนสูงยิ่ง แต่สำหรับบัณฑิตที่ไม่ร่ำรวยจะต้องสอบเข้าสำนักเชิน ทั้งยังจำเป็จะต้องมีคะแนนสูงลิ่ว คนที่มีรายชื่อในสำนักเชินก็เป็เช่นนี้ สำนักเชินจึงจะสามารถกระจายความช่วยเหลือได้
ทว่าค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของเขาก็มีมากมาย
เฉาจิ่วเมื่อออกกำลังกายยามเช้าเสร็จก็รีบวิ่งไปช่วยห่ออาหารเช้าให้เหล่าบัณฑิตที่เลือกอาบน้ำ เช่นนี้ก็สามารถหาเงินเพิ่มได้อีกจำนวนหนึ่ง
ทว่าเขากลับไม่มีเวลาอาบน้ำเช่นอื่นๆ กระทั่งกินข้าวเช้าก็ยังต้องรีบกิน
ทว่าเมื่อเป็เช่นนี้นานเข้า เขาก็ไม่ได้สนใจรูปลักษณ์ของตัวเองเท่าไรนัก หากอาบน้ำเสียจนสะอาด ตัวหอมฉุย เดาว่าคงจะได้ถูกคนอื่นๆ หัวเราะเยาะเอา
ขอเพียงแค่ร่างกายไม่ได้เหม็นเหงื่อไคลรุนแรงก็พอ
เพียงไม่นานจากคุณชายตระกูลใหญ่กลายมาเป็บุตรของคนรับใช้ ชีวิตของเขาช่างผ่านอะไรมามากมายเหลือเกิน
จากที่เคยโกรธเกรี้ยว ยามนี้ก็ชาชินเสียแล้ว
เฉาจิ่วรีบวิ่งเข้าห้องเรียน ท่านอาจารย์ที่ดีแต่รับผลประโยชน์ส่งสายตารังเกียจมองมาทางเขาคราหนึ่ง เขาได้แต่ยิ้มอย่างสำนึกผิดแล้วนั่งลงในตำแหน่งของตน
“เชื่อว่าทุกคนคงจะได้ยินเื่ห้องเรียนเตรียมความพร้อมกันแล้ว สำนักเชินกำลังจะสร้างชั้นเรียนนี้ ดังนั้นจะมีการเลือกบัณฑิตจำนวนหนึ่งให้ย้ายไปเรียนที่นั่น พวกเ้าในฐานะบัณฑิตในสำนักเชิน พวกเ้าจะต้องมีความสง่างามให้สมเกียรติของสำนักเชิน พวกเ้าคือหน้าตาของสำนัก ในเมื่อเป็ศิษย์พี่เช่นนี้ก็ต้องนำศิษย์น้องให้มีการพัฒนา ต่อไปนี้จะเป็รายชื่อของคนที่จะต้องย้ายชั้นเรียน เร่งเตรียมตัวกันให้ดี เฉาจิ่ว… จ้งหรู… อู๋ฮว่า…”
เมื่อท่านอาจารย์อ่านรายชื่อทีละคนจบ เหล่าบัณฑิตที่ไม่มีรายชื่อจึงพากันถอนหายใจเฮือกใหญ่
เฉาจิ่วยังคงนั่งอยู่กับที่ของตน สหายที่นั่งรวมโต๊ะได้แต่ส่งสายตาเห็นใจมาให้
ในการสอบคราวที่แล้ว เฉาจิ่วสอบได้เป็อันดับสามของสำนัก แต่ก็ยังถูกย้ายไปชั้นเรียนเตรียมความพร้อมได้ เื่ที่บอกให้ศิษย์พี่ช่วยเหลือศิษย์น้องอะไรนั่น มีแต่จะต้องอาศัยความสัมพันธ์ของคนในตระกูลสิไม่ว่า ยังดีที่พวกเขาให้ครอบครัวของพวกเขาติดสินบนได้ั้แ่เนิ่นๆ
เฉาจิ่วยังนั่งอยู่ที่เดิม เนิ่นนานกว่าจะมีสติกลับมา
แม้จะเหนือความคาดหมายไปสักหน่อย แต่เขาก็พอจะคาดเดาเอาไว้แล้ว
ใบหน้าของเขาราวกำลังจะยิ้ม แต่รอยยิ้มกลับไม่น่ามองเลยสักนิด ดูแล้วราวกับคนจะร้องไห้มากกว่า จากนั้นจึงค่อยๆ ลงมือเก็บโต๊ะของตน
จ้งหรูคาดไม่ถึงว่าจะมีชื่อเขาอยู่ในรายชื่อนี้ด้วย คะแนนของเขาไม่นับว่ายอดเยี่ยม แต่ก็ไม่นับว่าแย่ที่สุด
ตระกูลจ้งของของเขาช่วยเหลือสำนักเชินไปไม่น้อย ทว่าบัดนี้…เขาคิดถึงครั้งสุดท้ายที่ได้พบท่านแม่ ท่านแม่บอกให้เขาระวังตัวสักหน่อย ปกติเขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก ทั้งยังรู้สึกเหมือนว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากเดิมมาก บัดนี้เขารู้สึกโกรธนัก เขาได้แต่ซ่อนหมัดที่กำแน่นอยู่ใต้ชายเสื้อพร้อมร่างกายที่สั่นเทา
อาจารย์มองเหล่าบัณฑิตในความดูแลของตนแล้วจึงตบลงบนพื้นไม้เนื้อหนาในห้องเรียน “เอะอะโวยวายอะไร นี่ก็เป็ไปตามระบบ พวกเ้าตรองให้ดี บัณฑิตคนอื่นๆ ก็พูดแล้วว่าเพียงย้ายเข้าไปเรียนในชั้นเรียนเตรียมความพร้อม คอยช่วยเหลือเหล่าเด็กใหม่ก่อน ต่อจากนั้นอีกปีหนึ่งก็มาสอบกันใหม่อีกครั้ง เช่นนี้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็เหมือนกัน”
ส่วนอู๋ฮว่าร้องไห้โฮขึ้นมา “ไม่เหมือนกัน จะเหมือนกันได้อย่างไรเล่า ท่านพ่อท่านแม่อุตส่าห์ส่งข้ามาเรียนในสำนักเชิน หากต้องย้ายไปเรียนที่ชั้นเรียนเตรียมความพร้อม ข้าจะยังมีหน้าไปพบพวกเขาได้อย่างไร”
