หลังจากงานเลี้ยงเล็กๆระหว่างทั้งสองตระกูลสิ้นสุดลง ทุกคนจึงมารวมตัวกันที่หน้าอาคารขนาดใหญ่ของสมาคมการแพทย์เพื่อเป็การบอกลาหลี่ชิงหยุนและนาหลันเสี่ยวฉี
สายตาของสมาชิกสองตระกูลฉายแววความมุ่งมั่นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน และทุกคนกำลังคิดในสิ่งเดียวกัน "เมื่อนายน้อยกลับมา พวกเราจะต้องแข็งแกร่งให้ได้ยิ่งกว่าตอนนี้"
"หยุนเอ๋อร์ ระวังตัวด้วย" หลี่หยุนเฟิงยืนอยู่ตรงหลี่ชิงหยุนและยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน
"ท่านพ่อ วางใจเถิด ข้าจะไม่เป็อะไร" หลี่ชิงหยุนตอบกลับอย่างมั่นใจ หากเขาต้องตกอยู่ในสถานการณ์ถึงแก่ชีวิต เขายังมีไพ่ตายเพื่อใช้ในการหลบหนีได้อย่างแน่นอน
"เสี่ยวฉี ทำตามคำแนะนำของชิงหยุน ห้ามคิดหรือทำอะไรคนเดียวเป็อันขาด" ทางด้านของนาหลันจ้าน เขาก็อดไม่ได้ที่จะตักเตือนนาหลันเสี่ยวฉีไปเล็กน้อย
นาหลันเสี่ยวฉีพยักหน้าอย่างขมๆ สีหน้าของนางในขณะนี้ดูแปลกเล็กน้อย
ต้องเข้าใจว่านาหลันเสี่ยวฉีนั้นแทบจะไม่เคยออกจากเขตราชวงศ์โม่เลย นี่เป็ครั้งแรกที่นางต้องไกลห่างจากตระกูลและครอบครัวเช่นนี้
นั่นเป็เพราะนางเองก็เป็เพียงแค่หญิงสาวอายุ 16 ปีเท่านั้น แต่เมื่อนางได้เลือกเส้นทางข้างหน้าที่ไปด้วยกันกับหลี่ชิงหยุนแล้ว จึงไม่มีที่ว่างให้ล่าถอยอีกต่อไป
นี่คือเส้นทางที่เต็มไปด้วยขวากหนามและความยากลำบากอย่างไม่ต้องสงสัย
หลังจากบอกลากับทุกคนแล้ว หลี่ชิงหยุนยื่นใบหน้าเร้นลับให้กับนาหลันเสี่ยวฉีอีกชิ้น แน่นอนว่านางเองก็จำเป็ต้องปกปิดรูปลักษณ์เช่นกัน
ความงามของนาหลันเสี่ยวฉีนั้นเกินกว่าคำว่าเทพธิดาไปมากมาย แม้แต่อาณาจักรเซวียนหรือทั้งสี่ราชวงศ์ก็ยากที่จะหาผู้ใดที่มีรูปลักษณ์ที่งดงามเปรียบเทียบเช่นนางได้
หากนาหลันเสี่ยวฉีเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะมีปัญหาหลายอย่างตามมาอย่างแน่นอน
ดั่งคำสุภาษิตสาวงามที่โค่นล้มประเทศ ความงามของนางอาจจะเป็ที่หมายปองและความโลภของใครหลายๆคนและอาจจะเกิดปัญหาตามมาได้ ดังนั้นการปกปิดตัวตนและเก็บรายละเอียดให้ต่ำเป็สิ่งที่จำเป็ต้องทำในขณะนี้ เพื่อป้องกันปัญหายิบย่อยที่จะเกิดขึ้น
เมื่อออกมาจากสมาคมการแพทย์แล้ว หลี่ชิงหยุนได้หาตรอกซอยเล็กๆและเข้าสู่เจดีย์ปฐมกาลเพื่อปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของเขา ณ ตอนนี้ใบหน้าของเขาได้เปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคน
ใบหน้าของเขากลายเป็รูปสี่เหลี่ยม มีคิ้วที่หนาเตอะเฉียงไปที่ขมับ ดวงตาที่มีหมอกและรวมเข้ากับใบหน้าของชายวัยกลางคน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจากชายหนุ่มรูปงามที่มีเสน่ห์แปรเปลี่ยนเป็ชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าธรรมดาเหลือหลาย
นาหลันเสี่ยวฉีเองดูจะไม่เต็มใจที่จะเปลี่ยนรูปลักษณ์สักเท่าใด หญิงสาวทุกคนไม่มีผู้ใดอยากจะมีใบหน้าที่น่าเกลียดอย่างแน่นอน แต่หากนางไม่ทำ บางทีอาจจะนำปัญหามาสู่หลี่ชิงหยุนได้
สุดท้ายนาหลันเสี่ยวฉีจึงจำใจเปลี่ยนรูปลักษณ์เช่นกัน จากสาวงามแห่งประเทศบัดนี้กลายเป็หญิงสาวที่มีกระและริ้วรอยบนใบหน้า ดวงตาที่หรี่อยู่ตลอด รวมเข้ากับจมูกที่รูปทรงแปลกๆ แม้กระทั่งปากเจ่อยื่นออกมาเล็กน้อย ได้สลัดภาพเทพธิดาของนางก่อนหน้านี้หายไปอย่างหมดสิ้น
นาหลันเสี่ยวฉีแทบจะร่ำไห้เมื่อมองรูปลักษณ์ของตัวเองในภาพสะท้อน
หลี่ชิงหยุนก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ พร้อมกับปลอบใจเล็กน้อย "ขณะนี้เรายังไม่ออกจากราชวงศ์โม่ พวกเราคงต้องทำเช่นนี้ไปก่อน มิเช่นนั้นตระกูลขุนนางทั้งสองได้กำหนดเป้าหมายพวกเราอย่างแน่นอน...หากเราออกจากที่นี่แล้ว ข้าจะให้เ้ากลับสู่รูปลักษณ์เดิม"
นาหลันเสี่ยวฉีทำหน้าบึ้งตึงอย่างอารมณ์เสีย
"คิกคิก ฉีฉี ไปที่เขตอู่กันเถอะ" หลี่ชิงหยุนอดไม่ได้ที่จะขบขันเล็กน้อย พร้อมจับมือนาหลันเสี่ยวฉีและเลือกที่จะหาคนขับรถม้าละแวกนั้นเพื่อเดินทางไปยังห้องโถงประมูลเฉิงเป่า
.
.
.
อีกด้านหนึ่งของเขตหกขุนนาง ตระกูลเล่ย
เล่ยตงเทียนกำลังเข้าสู่สมาธิด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก ใบหน้าของมันมีเหงื่อไหลหยดย้อยอย่างทุกข์ทรมานและพยายามที่จะฟื้นฟูแก่นแท้จิติญญาที่สูญเสียไปก่อนหน้านี้
แต่หลังจากพยายามอยู่นานมันกลับพบว่า มันไม่สามารถััได้ถึงเศษเสี้ยวแก่นแท้จิติญญาได้อีกต่อไป!
"นะ-นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เหตุใดแก่นแท้ของข้าจึงหายไปเสียดื้อๆเช่นนี้?" คำถามที่น่าฉงนนี้วนเวียนอยู่ในจิตใจของเล่ยตงเทียนั้แ่มันกลับมาจากที่พักของหลี่ชิงหยุนแล้ว
"เป็ไปได้ไหมว่าปรมาจารย์ชุดขาวได้วางััิญญาไว้ในร่างของหลี่ชิงหยุนเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน?" เหตุผลที่เชื่อถือได้นี้กลับผุดขึ้นมาในความคิดของเล่ยตงเทียน
ััิญญาเป็ทักษะที่ผู้ฝึกฝนระดับสูงจะวางเศษเสี้ยวจิติญญาของตนไว้ในวังนิวานของลูกศิษย์หรือสมาชิกรุ่นเยาว์เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเ้าตัว
แน่นอนว่านายน้อยหรือคุณหนูน้อยแห่งตระกูลขุนนางทุกคนเองก็ได้ถูกวางััิญญาไว้เช่นกัน เพื่อเป็การปกป้องตัวคนผู้นั้นจากความตาย
"ช่างมันเถอะ หากเป็ััิญญาของปรมาจารย์ชุดขาว นั่นคงจะผิดที่ข้าเองที่แทรกแซงและรบกวนจิตสำนึกของหลี่ชิงหยุน... หวังว่าปรมาจารย์ชุดขาวจะไม่ตามล่าข้ามาจนถึงที่นี่" เล่ยตงเทียนพึมพำเบาๆ จากนั้นมันก็ลืมตาขึ้นมา แม้ว่าจิติญญาจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่หลังจากนี้มันมีบางอย่างที่ต้องทำและจำต้องพักเื่หลี่ชิงหยุนเอาไว้ก่อน
"นายน้อย ขณะนี้ได้เวลาแล้ว อีกหนึ่งชั่วยามการประมูลจะเริ่มต้นขึ้น" ทันใดนั้นคนรับใช้ส่วนตัวของเล่ยชิงซานได้เข้ามาเรียกเล่ยตงเทียนถึงในห้องส่วนตัว
เล่ยตงเทียนพยักหน้าเบาๆ พร้อมกับลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ไม่นานมันก็หยิบหยกสื่อสารขึ้นมาก่อนจะพูด "ส่งใครบางคนไปจับตาดูที่พักศาลาริมน้ำของพระราชวังองค์หญิงสี่ หากมีสิ่งใดผิดปกติให้รายงานข้าทันที"
แม้ว่าทักษะการควบคุมิญญาของมันจะไม่ได้ให้คำตอบที่น่าพอใจมากนัก แต่มันจำเป็ต้องสืบหาตัวตนของชายหน้ากากหยกต่อไป
หลังจากเก็บหยกสื่อสาร เล่ยตงเทียนหันไปถามคนรับใช้ที่ชื่อเล่ยหลันอย่างสงสัย "ท่านลุง ท่านรู้หรือไม่ว่าสิ่งที่ท่านพ่อ้าในงานประมูลคืออะไร?"
เล่ยหลันส่ายหัวเบาๆ "ข้าเองก็ไม่รู้ แต่เนื่องจากมันเป็สิ่งประดิษฐ์จากยุคโบราณ บางทีนายท่านอาจจะเป็คนเดียวที่รู้เื่นี้"
เล่ยตงเทียนถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ พร้อมกับหยิบเสื้อคลุมสีเหลืองมาพาดบ่าไว้ "ไปกันเถอะ"
และทุกมุมของเขตขุนนาง นายน้อยและอัจฉริยะรุ่นเยาว์ต่างก็มุ่งหน้าไปยังสถานที่แห่งเดียวกัน นั่นคือห้องโถงประมูลเฉิงเป่า
.
.
.
~ หน้าห้องโถงเฉิงเป่า ~
หลี่ชิงหยุนในรูปลักษณ์ของชายวัยกลางคนได้มาถึงห้องโถงประมูลเฉิงเป่าแล้ว
"ช่างยิ่งใหญ่และอลังการเสียจริง" หลังจากมาถึงตรงหน้าห้องโถงประมูลแล้ว หลี่ชิงหยุนเดินตรงไปที่ทางเข้าขนาดใหญ่ที่มีพนักงานชุดสีฟ้ายืนประจำการอยู่สองคน
"ท่านชายผู้นี้ การประมูลจะเริ่มในอีกหนึ่งชั่วยามต่อมา ขณะนี้ห้องโถงยังไม่เปิดให้บริการ" พนักงานชายร่างกำยำยืนอยู่ตรงหน้าของหลี่ชิงหยุนพร้อมกับยกหอกปิดกั้นเส้นทางไว้
"ข้าจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าอีกหนึ่งชั่วโมงจะเปิดทำการ? ข้ามาเพื่อนำสิ่งของมาประมูลเท่านั้น" เสียงของหลี่ชิงหยุนได้ถูกดัดแปลงเป็เสียงแหบแห้งซึ่งคล้ายกับชายวัยกลางคน พร้อมกับยกขวดหยกทั้งสองแสดงให้ดู
"โอ้? เป็เช่นนั้น..." พนักงานชายพยักหน้าและลดหอกลงทันที "ท่านชาย เราจำเป็ต้องคัดเลือกและประเมินสิ่งของที่ท่านนำมาประมูลเสียก่อน"
หลี่ชิงหยุนพยักหน้าเบาๆ แน่นอนว่าเขารู้ดีถึงขั้นตอนต่างๆก่อนจะนำสินค้าออกไปประมูล
พนักงานชายนำทางหลี่ชิงหยุนไปที่ห้องส่วนตัวด้านหลังของห้องโถงซึ่งจะมีผู้ประเมินที่เชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยเฉพาะ
จากนั้นพนักงานชายร่างกำยำพูดผ่านประตู "ท่านผู้เฒ่า มีชายผู้หนึ่งนำสิ่งของมาประมูล"
"เข้ามา" เสียงของชายชราดังขึ้นจากในห้องส่วนลึก
หลังจากพนักงานชายนำทางมาถึงด้านในเขาก็ขอตัวจากไปเพื่อทำหน้าที่ต่อ
ตรงหน้าของหลี่ชิงหยุนมีร่างของชายชราในชุดสีฟ้านั่งอยู่ เขาเงยหน้าขึ้นมองหลี่ชิงหยุนและถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "ท่านชาย ท่าน้าประมูลสิ่งของประเภทใด?"
หลี่ชิงหยุนเดินไปที่ตรงหน้าของชายชราและนั่งลงที่เก้าอี้อย่างสบายๆราวกับไม่เกรงใจสิ่งใด พร้อมกับหยิบขวดหยกขึ้นมาสองขวด "ทั้งสองขวดนี้คือสิ่งที่ข้าจะนำมาประมูล ได้โปรดตรวจสอบ"
ด้วยความสงสัยชายชราจึงหยิบขวดหยกขึ้นมาและเปิดฝาหยกเพื่อตรวจสอบ
ทันใดนั้นกลิ่นหอมแห่งความบริสุทธิ์ของเม็ดยาก็โชยออกมาจากขวดหยก กลิ่นหอมของเม็ดยาทำให้เขาผงะไปชั่วขณะ ไม่นานชายชราผู้นั้นรีบปิดฝาขวดหยกทันทีเพราะกลัวว่าเม็ดยาอาจจะเจือปนอากาศจากภายนอก
ในเวลาต่อมาดวงตาของเขาโปนขึ้น พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่เชื่อ "นะ-นี่คือ...เม็ดยาระดับ 6 ที่มีความบริสุทธิ์สิบส่วน!"
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าด้วยระดับพลังิญญาของหลี่ชิงหยุนในขณะนี้เขาสามารถปรุงยาระดับ 6 ที่มีความบริสุทธิ์สูงสุดได้แล้ว
ด้วยทักษะการปรุงยาแบบโบราณที่เขาเคยร่ำเรียนมาจากสุ่ยโหรวซีและรวมเข้ากับฉีต้นกำเนิดที่เขามี ดังนั้นไม่ใช่เื่แปลกที่เม็ดยาของเขาจะมีประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบและไม่มีข้อบกพร่องใดๆ
ดวงตาของชายชราสะท้อนให้เห็นประกายแสงแห่งความตื่นเต้น เขาจึงถามหลี่ชิงหยุนด้วยน้ำเสียงอยากรู้อยากเห็น "ท่านชาย ในขวดหยกทั้งสองนี้คือเม็ดยาอะไร? ข้าไม่เคยเจอเม็ดยาที่มีรูปลักษณ์เช่นนี้มาก่อน"
แม้ว่าชายชราผู้นี้จะเป็ผู้ประเมินสินค้ามาหลายสิบปี แต่เม็ดยาเม็ดนี้เขาไม่รู้จักมันจริงๆ เม็ดยาทั้งสองมีสีฟ้าและสีขาวมนอีกทั้งยังมีลวดลายที่แปลกตาอีกต่างหาก
หลี่ชิงหยุนยิ้มจางๆและอธิบาย "ขวดหยกสีขาวคือเม็ดยาล้างไขกระดูก เป็ที่รู้กันว่าสารพิษที่ตกค้างในร่างกายผู้ฝึกฝนนั้นมีอยู่ทุกคน หากปล่อยนานไว้สารพิษในร่างกายก็จะเริ่มสะสมและอาจจะก่อให้เกิดปัญหาที่ไม่สามารถบุกทะลวงเข้าสู่ระดับต่อไปได้ และด้วยฤทธิ์ของยาเม็ดนี้ สารพิษตกค้างและสิ่งเจือปนต่างๆจะถูกขับออกทั้งหมด ร่างกายและกระดูกก็จะไร้สารพิษและไม่ต้องเกรงกลัวสิ่งตกค้างใดๆอีกต่อไป นั่นหมายความว่าในอนาคตการบุกทะลวงเข้าสู่ระดับต่อไปจะง่ายขึ้นเช่นกัน"
"ส่วนขวดหยกสีฟ้า คือเม็ดยารวบรวมรากฐาน เม็ดยานี้มีไว้สำหรับผู้ฝึกฝนที่ก้าวหน้าเร็วจนเกินไปจากผลของเม็ดยาหรือทักษะลับจนก่อให้เกิดความไม่มั่นคงในวิถีแห่งการบ่มเพาะ สิ่งนี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อรากฐานที่ไม่มั่นคงได้"
เมื่อได้ยินสรรพคุณเช่นนั้น ชายชรากลับอ้าปากค้างอย่างตะลึงงัน เขารู้จักการล้างไขกระดูกเป็อย่างดี แม้ว่าเม็ดยาล้างไขกระดูกจะสามารถขับสารพิษที่ตกค้างในร่างกายได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วเขาเคยเจอเม็ดยาประเภทนี้ที่มีความบริสุทธิ์แค่หกส่วนเท่านั้น และเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าเม็ดยาล้างไขกระดูกจะสามารถทำให้ร่างกายบริสุทธิ์ถึงขั้นสมบูรณ์แบบได้
ส่วนเม็ดยารวบรวมรากฐานเองคงไม่ต้องพูดถึง เนื่องจากรากฐานของผู้ฝึกฝนนั้นขึ้นอยู่กับประสบการณ์การต่อสู้ส่วนตัวและแทบจะทุกคนที่มีรากฐานที่บ่ายเบี่ยงและไม่มั่นคง เช่นนั้นยาเม็ดนี้จะสามารถทดแทนรากฐานที่เสียไปให้กลับมามั่นคงได้ และไม่จำเป็ต้องกังวลเกี่ยวกับการบ่ายเบี่ยงในเส้นทางแห่งการบ่มเพาะอีกต่อไป
ชายชราในชุดสีฟ้ารู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเม็ดยาทั้งสองที่หายากเช่นนี้จะประมูลได้ในราคาที่สูงเสียดฟ้าอย่างแน่นอน นั่นเป็เพราะไม่เคยมีผู้ใดทำให้เม็ดยาบริสุทธิ์ได้ถึงเพียงนี้มาก่อน
"ท่านชายผู้นี้ ข้าเสนอราคาประมูลขั้นต่ำอยู่ที่เม็ดละ 30 ล้านเหรียญเงิน และหักค่าภาษีอีก 2% จากทางห้องโถง ท่านคิดเห็นอย่างไร?"
หลี่ชิงหยุนที่ได้ยินราคาขั้นต่ำเขาแทบจะลุกพรวดยืนขึ้นด้วยความตื่นเต้น 'โอ้พระเ้า! นี่แค่ราคาประมูลขั้นต่ำใช่หรือไม่? อีกทั้งเขายังกล่าวอีกว่าต่อหนึ่งเม็ด'
หนึ่งขวดหยกมีเม็ดยาอยู่สามเม็ด รวมกันได้หกเม็ด เช่นนั้นเม็ดยาทั้งสองขวดขั้นต่ำก็จะยู่ที่ 180 ล้านเหรียญเงิน!
"ตกลง" หลี่ชิงหยุนไม่ลังเลยที่จะตอบตกลง นี่คือราคาที่สูงมากอย่างแน่นอน เขาเองก็ไม่คาดคิดว่าเม็ดยาที่เขานำมาประมูลจะขายได้ราคาสูงถึงเพียงนี้
เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการซื้อเห็ดัมายาและสิ่งของอื่นๆอีกต่อไป
"ข้าขอทราบชื่อท่านผู้ทรงเกียรติได้หรือไม่?" ชายชราในชุดสีฟ้ายืนขึ้นและชูมือคำนับอย่างสุภาพทันที
เนื่องด้วยเม็ดยาที่หลี่ชิงหยุนนำมาประมูลในครั้งนี้มีความบริสุทธิ์ถึงสิบส่วน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าชายตรงหน้าของเขาต้องเป็นักปรุงยามีชื่อเสียงที่เก่งกาจและหาตัวจับได้ยากอย่างแน่นอน การทำความรู้จักกับชายประเภทนี้เป็เื่ที่ดี แต่การจะถามที่มาของเม็ดยาจะดูเป็การเสียมารยาทเกินไป
หลี่ชิงหยุนยิ้มจางๆและตอบกลับ "นามของข้าคือหยุน ผู้คนต่างเรียกขานข้าว่าหยุนหวง"
**หยุนหวง [ 雲皇 ] = จักรพรรดิเมฆา
"ดังนั้นคือท่านชายหยุน ชายชราผู้นี่คืออู่ฟางจุน" ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงที่สุภาพมากขึ้น พร้อมกับยื่นบัตรเข้าร่วมประมูงของห้องโถงเฉิงเป่าให้กับหลี่ชิงหยุน "ท่านชายหยุน นี่คือบัตรเข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้ ข้าเชื่อว่าท่านอาจจะสนใจสินค้าในวันนี้อยู่บ้าง"
บัตรเข้าร่วมการประมูลในมือของอู่ฟางจุนนี้มีลักษณะเป็บัตรสีม่วงทอง เห็นได้ชัดว่านี่เป็บัตรสำหรับที่นั่งของแขกผู้มีเกียรติสูงสุด
"ฉลาดหลักแหลม" หลี่ชิงหยุนอดไม่ได้ที่หัวเราะในความเ้าเล่ห์ของชายชรา เห็นได้ชัดว่าเขาพยายามจะซื้อตัวของหลี่ชิงหยุนด้วยบัตรสีม่วงทองใบนี้
"เอาล่ะ ขอบคุณผู้เฒ่าอู่ เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน" หลี่ชิงหยุนรับบัตรสีม่วงทองมาเก็บไว้ พร้อมสะบัดเสื้อคลุมเบาๆ จู่ๆเขาก็หายวับไปจากห้องนี้ทันทีราวกับว่าเขาไม่เคยอยู่ที่นี่อย่างไรอย่างนั้น
อู่ฟางจุนที่เห็นภาพที่หน้าเหลือเชื่อตรงหน้ากลับหน้าซีดอย่างควบคุมไม่ได้
ในเสี้ยววินาทีร่างของหลี่ชิงหยุนได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย อีกทั้งััิญญาก็ไม่สามารถค้นพบตำแหน่งของหลี่ชิงหยุนได้ อู่ฟางจุนไม่เห็นแม้แต่ระลอกคลื่นของการเคลื่อนไหวด้วยซ้ำ!
ก่อนหน้านี้อู่ฟางจุนมีความคิดที่จะสืบหาที่มาและตัวตนของหลี่ชิงหยุนอยู่บ้าง แต่เมื่อเห็นทักษะการเคลื่อนไหวที่ลึกลับและน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ ชายชราจึงไม่กล้าจะสอดรู้สอดเห็นอีกต่อไป
อู่ฟางจุนรับรู้ได้ทันทีว่า 'หยุนหวง' ผู้นี้ต้องเป็ปรมาจารย์ระดับสูงสุด!
แน่นอนว่าที่หลี่ชิงหยุนทำเช่นนี้เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้เขาแลดูลึกลับเท่านั้น และสิ่งนี้ก็ประสบความสำเร็จเป็อย่างดี
ตัวของหลี่ชิงหยุนเองก็กลับเข้าสู่เจดีย์ปฐมกาล และรออีกหนึ่งชั่วยามจนกว่าห้องโถงประมูลจะเปิดให้บริการ
