ตอนที่ 8 ฟื้นจากปรโลก
สายลมยามเช้าพัดกวาดผ่านลานเรือนไม้จันทน์ หอบเอาความหนาวเย็นที่หลงเหลือจากรัตติกาลมาปะทะบานประตูที่ปิดสนิท บรรยากาศภายนอกเรือนเต็มไปด้วยความกดดันที่มองไม่เห็น บ่าวไพร่นับสิบยืนก้มหน้าสงบเสงี่ยม ทว่าใบหน้าของแต่ละคนกลับซ่อนแววตาสอดรู้สอดเห็น ฮูหยินหลูยืนกำหมัดแน่นอยู่ในแขนเสื้อกว้าง แววตาของนางวุ่นวายสับสน ทั้งหวังให้คำเดิมพันนั้นจบลงด้วยความตายของหญิงชรา และหวั่นเกรงต่อท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคนของไป๋ซู่หลาน
หมอหลวงหลินขยับเสื้อคลุมพลางแค่นเสียงเฮอะในลำคอ สายตาจดจ้องที่บานประตูอย่างดูิ่
"ฮูหยินรองมิต้องกังวลมากเกินไปนัก หนึ่งชั่วยามผ่านไปแล้ว ปาฏิหาริย์มิได้เกิดขึ้นได้เพียงเพราะลมปากของเด็กสาวผู้หนึ่ง ข้าเกรงว่าป่านนี้คุณหนูใหญ่คงกำลังหาวิธีกล่าวคำอำลาสุดท้ายเสียมากกว่า"
ในจังหวะที่หมอหลวงหลินกำลังจะก้าวไปผลักประตู บานไม้หนาหนักก็เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เสียง ครืด ของไม้ที่เสียดสีกันดังกังวานท่ามกลางความเงียบสงัด
ร่างระหงของไป๋ซู่หลานปรากฏกายขึ้นท่ามกลางแสงตะวันรำไรที่ทอดอาบจากเื้ั นางยืนนิ่งสงบ แผ่นหลังเหยียดตรงดุจปล้องไผ่ที่มั่นคงที่สุดในใต้หล้า ผ้าคลุมหน้าสีขาวนวลขยับไหวเพียงเล็กน้อยตามจังหวะลมหายใจ แววตาของนางที่มองรอดผ่านม่านลูกไม้ออกมานั้นนิ่งเฉียบ เยือกเย็น และเปี่ยมไปด้วยอำนาจสั่งการที่คนมองต้องเผลอกลั้นหายใจ
“เวลาหนึ่งชั่วยาม ไม่ขาดไม่เกิน” น้ำเสียงของไป๋ลู่ราบเรียบ ทว่ากังวานลึกราวกับเสียงระฆังเงินที่สั่นข้ามกาลเวลา
“เชิญท่านแม่เลี้ยงและท่านหมอหลวงด้านใน”
ฮูหยินหลูใจสั่นระรัว นางรีบก้าวเท้าเข้าไปเป็คนแรกด้วยความร้อนใจที่ปิดไม่มิด ‘นังเด็กนี่ทำท่าทางอวดดี ป่านนี้ศพย่ามันคงแข็งไปแล้ว!’ นางคิดในใจพลางเตรียมบีบน้ำตาจะคร่ำครวญ
ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู ภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏกลับทำให้ฝีเท้าของนางหยุดกึกราวกับถูกตรึงด้วยตะปูเหล็ก
ภายในห้องที่เคยอับชื้นด้วยกลิ่นแห่งความตาย บัดนี้กลับดูปลอดโปร่งอย่างประหลาด กลิ่นธูปไม้จันทน์ที่เคยอบอวลหายไปสิ้น แทนที่ด้วยกลิ่นสมุนไพรจางๆ ที่ให้ความรู้สึกสะอาด บนเตียงไม้แกะสลักหลังใหญ่ ฮูหยินเฒ่าไป๋มิได้นอนพะงาบๆ รอความตายดังเช่นเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน
หญิงชรานั่งกึ่งเอนกายพิงกับหมอนอิงหลังหนา ใบหน้าที่เคยซีดเซียวปานกระดาษบัดนี้มีริ้วสีเืฝาดจางๆ ปรากฏที่โหนกแก้ม ดวงตาที่เคยขุ่นมัวด้วยเมฆหมอกแห่งความเจ็บป่วยบัดนี้เปิดขึ้นกว้าง แววตาคมปลาบดุจพยัคฆ์เฒ่าที่หวงอำนาจจดจ้องตรงไปยังผู้ที่เข้ามาใหม่
“นะ! นายหญิงเฒ่า!” หมอหลวงหลินอุทานออกมาอย่างเสียกิริยา เขารีบถลาเข้าไปจะจับชีพจร ทว่าฮูหยินเฒ่ากลับสะบัดข้อมือออกอย่างแรงจนหมอหลวงเซถลา
“หลินเจิ้ง! เ้าบอกข้าว่าข้ากำลังจะสิ้นอายุขัยมิใช่หรือ?” เสียงของฮูหยินเฒ่าแม้จะยังแหบพร่า ทว่าความเด็ดขาดที่สั่งสมมาทั้งชีวิตกลับทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องคุกเข่าลงโดยอัตโนมัติ
“ข้าเกือบจะได้ก้าวเท้าเข้าประตูผีไปแล้ว หากมิได้ซู่หลานดึงิญญาข้ากลับมา!”
“ท่านแม่! ท่านฟื้นแล้วจริงๆ หรือเ้าคะ! ์มีตา! ข้าเป็ห่วงท่านแทบใจจะขาด” ฮูหยินหลูทรุดลงข้างเตียง พยายามจะโผเข้ากอดขาหญิงชราพลางร่ำไห้อย่างแเี
ไป๋ลู่ยืนกอดอกมองภาพการแสดงนั้นด้วยสายตาว่างเปล่าดุจมองหุ่นละครที่ไร้ชีวิต นางก้าวเข้ามาขวางระหว่างฮูหยินหลูกับเตียงอย่างนุ่มนวลทว่าแข็งกร้าว
“ท่านแม่เลี้ยง โปรดรักษากิริยาด้วย ท่านย่ายัง้าอากาศที่บริสุทธิ์เพื่อพักฟื้น การคร่ำครวญเสียงดังของท่านมีแต่จะทำให้นางเวียนหัวเสียเปล่าๆ”
ฮูหยินหลูชะงักคำพูดที่กำลังจะเอ่ย นางเงยหน้าขึ้นมองไป๋ซู่หลานด้วยความเคียดแค้น ทว่าไป๋ลู่กลับมิได้สนใจนางแม้แต่น้อย นางหันไปหาฮูหยินเฒ่าพลางยื่นขวดแก้วปิดผนึกใบเล็กออกมาวางบนโต๊ะไม้ข้างเตียง
“ท่านย่า! สิ่งที่ทำให้ท่านต้องเกือบไปเยือนปรโลก มิใช่เพราะชะตาฟ้าดิน แต่เป็สิ่งนี้เ้าค่ะ”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง ฮูหยินเฒ่ามองขวดแก้วที่บรรจุก้อนถ่านสีดำคล้ำซึ่งดูเหมือนเศษกำยานที่เผาไหม้ไม่หมด
“สิ่งนี้คืออันใด? ซู่หลาน”
“นี่คือกำยานที่ฮูหยินรองจัดเตรียมไว้ให้ท่านเ้าค่ะ” ไป๋ลู่เอ่ย น้ำเสียงราบเรียบแต่กรีดลึกไปถึงหัวใจคนฟัง
“ในกำยานไม้จันทน์ชั้นเลิศนี้ มีส่วนผสมของสารสกัดจาก หญ้ามรณะซ่อนกลิ่น พืชชนิดนี้หากดมเพียงเล็กน้อยจะช่วยให้หลับสบาย แต่หากเผาไหม้ร่วมกับกำยานในห้องที่ปิดสนิทเป็เวลานาน พิษของมันจะซึมลึกเข้าสู่ปอดและหัวใจ ทำให้อวัยวะภายในล้มเหลวอย่างช้าๆ ร่างกายจะซูบผอมและสิ้นใจลงไปในที่สุด โดยไม่มีหมอคนใดตรวจพบพิษได้ เพราะมันจะสลายไปเมื่อร่างกายหยุดหายใจ”
“เ้าพูดพล่อยๆ!” ฮูหยินหลูหน้าซีดจนเขียว คลานเข้าไปโขกศีรษะกับพื้นดังสนั่น “ท่านแม่! ข้าจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ข้ากตัญญูต่อท่านเพียงใดท่านย่อมรู้ดี นังเด็กนี่มันตั้งใจจะใส่ร้ายข้า!”
ไป๋ลู่เดินไปที่กระถางธูปหยก นางใช้ปิ่นปักผมเขี่ยคราบสีเหลืองเข้มที่ติดอยู่รอบขอบในของกระถางขึ้นมา
“ท่านหมอหลวงหลิน ท่านเป็ผู้ทรงความรู้ ลองสูดดมคราบยางที่เหลือนี่ดูสิเ้าคะ กลิ่นของมันหอมหวานนวลเนียนเป็พิเศษคล้ายดอกสายน้ำผึ้งยามราตรี นั่นคือเอกลักษณ์ของหญ้ามรณะซ่อนกลิ่นที่สกัดด้วยความร้อน หากท่านยังยืนยันว่านี่คือธรรมชาติ ข้าคงต้องสงสัยว่าใบประกอบวิชาชีพแพทย์ของท่านได้มาอย่างไร”
หมอหลวงหลินมือสั่นพับๆ เขาเข้าไปดมกลิ่นตามคำบอกเพียงอึดใจเดียว สีหน้าก็เปลี่ยนเป็ความหวาดกลัวสุดขีด เขาหมอบราบลงกับพื้น
“ท่านโหวเฒ่า ข้า! ข้าน้อยโง่เขลานัก กลิ่นนี้! กลิ่นนี้เป็พิษจริงๆ ขอรับ!”
บรรยากาศในเรือนไม้จันทน์ยามนี้เย็นเยียบยิ่งกว่าเหมันต์ฤดู ฮูหยินเฒ่าไป๋กำผ้าห่มแน่นจนนิ้วมือขาวซีด นางมองดูบุตรสะใภ้ที่เคยไว้วางใจด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและความโกรธแค้นที่ลุกโชน
“หลูมี่หยวน” เสียงของหญิงชราเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
“ข้าให้เ้าดูแลเรือนหลัง ให้เ้ากุมกุญแจคลัง เพราะข้าคิดว่าเ้าจะดูแลคนในตระกูลไป๋ได้ดั่งคนในครอบครัว แต่เ้ากลับกล้า! กล้าคิดที่จะส่งข้าลงหลุมด้วยกำยานราคาแพงพวกนี้รึ!”
“ไม่เ้าค่ะท่านแม่! ข้าไม่รู้เื่ ข้าถูกพ่อค้าหลอกลวง!” ฮูหยินหลูพยายามดิ้นรน
“พอเสียที!” ฮูหยินเฒ่าตวาดลั่นจนร่างทั้งร่างสั่นสะท้าน ไป๋ลู่รีบเข้าไปประคองแผ่นหลังของหญิงชราไว้ มือของนางถ่ายเทไออุ่นจางๆ ผ่านััที่มั่นคงและเงียบเชียบ ความสุขุมของหลานสาวในยามนี้ทำให้ฮูหยินเฒ่ารู้สึกถึงที่พึ่งพาอย่างที่ไม่เคยััมาก่อน
หญิงชราหันไปมองไป๋ซู่หลาน นางเห็นเงาสะท้อนของความเด็ดเดี่ยวและความกล้าหาญในดวงตาของหลานสาวที่นางเคยทอดทิ้ง ความรู้สึกผิดแล่นผ่านหัวใจของหญิงชราอย่างรุนแรง
“ซู่หลาน” ฮูหยินเฒ่าเอ่ยเรียกชื่อนางด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงและเปี่ยมไปด้วยความโศกเศร้า
“ที่ผ่านมา ย่าหูหนวกตาบอด เชื่อคำสอพลอของคนพาล จนเกือบจะเสียหลานดีๆ เช่นเ้าไปเสียแล้ว”
หญิงชรากวาดสายตามองไปรอบห้อง จ้องมองบ่าวไพร่ที่ยืนตัวสั่น รวมถึงน้องสาวต่างมารดาของไป๋ซู่หลานที่เพิ่งจะวิ่งหน้าตื่นเข้ามาดูเหตุการณ์และยืนตัวแข็งอยู่ที่มุมห้อง
“พวกเ้าทุกคนจงฟังข้าให้ดี!” ฮูหยินเฒ่าประกาศก้อง
“นับั้แ่วันนี้ไป! ในจวนแม่ทัพโหย่วแห่งนี้ ใครที่บังอาจลบหลู่ไป๋ซู่หลาน มิเท่ากับลบหลู่ข้าผู้นี้! ใครที่ยังกล้าขนานนามนางว่าตัวกาลกิณี ข้าจะสั่งโบยมันให้ตายแล้วโยนทิ้งไปในป่า!”
หญิงชรากุมมือของไป๋ลู่ไว้แน่น ััที่เหี่ยวแห้งทว่าแข็งแรงขึ้นกว่าเดิม
“ไป๋ซู่หลานคือหลานสาวที่กตัญญูที่สุดของข้า เป็เพียงผู้เดียวที่ดึงข้ากลับมาจากปรโลกได้ เกียรติยศที่นางควรได้รับ ข้าจะเป็ผู้ทวงคืนให้นางเอง!”
คำประกาศนั้นราวกบการลงทัณฑ์ต่อฮูหยินหลู นางล้มพับลงกับพื้นอย่างหมดแรง ความฝันที่จะกุมอำนาจเบ็ดเสร็จมลายหายไปในพริบตา ตรงกันข้ามกับไป๋ลู่ที่ยังคงยืนนิ่งสงบ แววตาของนางนิ่งเฉียบดุจเดิม ทว่าลึกๆ ในใจนางกลับยกยิ้มอย่างเ็า
หนึ่งก้าว! ที่มั่นคง
นางไม่ได้แค่ช่วยชีวิตคน แต่นางเพิ่งจะสถาปนา โล่ ที่แข็งแกร่งที่สุดในจวนแม่ทัพขึ้นมาบังหน้าตนเอง บัดนี้ อำนาจในเรือนไม้จันทน์ได้เปลี่ยนทิศทางแล้ว
ไป๋ลู่ก้มมองใบหน้าของหญิงชราที่หลับตาลงพึ่งพิงััของนาง นางรู้ดีว่าานี้ยังไม่จบ แต่วันนี้ เืเสียได้ถูกระบายออกไปส่วนหนึ่งแล้ว
กลิ่นอายมรณะในเรือนไม้จันทน์สลายไป แทนที่ด้วยรุ่งอรุณแห่งความแค้นที่กำลังจะได้รับการชำระสะสางอย่างทารุณที่สุดในวันหน้า
หัตถ์เทวะได้แสดงปาฏิหาริย์แรกให้โลกเห็น และมันจะเป็ปาฏิหาริย์สุดท้ายที่ศัตรูของนางจะได้เห็นก่อนลมหายใจจะดับสูญ!
