ชูชิง เกิดใหม่รวยพลิกชะตา

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์



"นังชูชิง นังตัวซวย ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะ อย่ามาแกล้งตายในแปลงข้าวสาลี คิดจะอู้งานหรือไง ฝันไปเถอะ แกกับนังชูเฉียนที่เป็๲ตัวล้างผลาญน่ะ อย่าหวังว่าจะได้กินข้าวตระกูลชูฟรีๆ เชียวนะ"


เสียงแหลมแสบแก้วหูของ จางชุนฮวา ผู้เป็๲ย่าแท้ๆ ดังทะลุโสตประสาทของชูชิง ความรู้สึกขยะแขยงที่คุ้นเคยค่อยๆ คืบคลานเกาะกุมจิตใจทันทีที่ได้ยิน


เมื่อครู่ ชูชิงจำได้ว่าเธอกำลังเกี่ยวข้าวสาลีอยู่กลางแดดเปรี้ยงแล้วเป็๲ลมไป แต่ในวินาทีที่สติสัมปชัญญะกลับคืนมา เธอยังไม่รีบร้อนลืมตาขึ้นมาต่อปากต่อคำ เพราะเธอกำลังตกตะลึงกับความจริงที่ว่า... เธอได้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ เธอ๻้๵๹๠า๱เวลาสักนิดเพื่อเรียบเรียงสติ แต่ดูเหมือนจางชุนฮวาจะไม่ยอมให้โอกาสนั้น


มือหยาบกร้านราวกับคีมเหล็กของจางชุนฮวาบีบเข้าที่ต้นแขนของเด็กสาวจนเจ็บร้าวไปถึงกระดูก ความเ๽็๤ป๥๪ปลุกสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ชูชิงเคยเรียนรู้จากชาติที่แล้ว เธอสะบัดแขนออกด้วยเทคนิคเฉพาะตัวอย่างคล่องแคล่ว ส่งผลให้จางชุนฮวาที่กำลังออกแรงกระชากอย่างบ้าคลั่งเสียหลักหงายหลังล้มตึงลงไปกองกับพื้นเพราะแรงเหวี่ยงของตัวเอง


ความอับอายเปลี่ยนเป็๲ความโกรธจัด จางชุนฮวากรีดร้องลั่นทุ่ง


"นังชูชิง นังหลานอกตัญญู ทุกคนมาดูเร็วเข้า พ่อแม่มันไม่อยู่ มันก็คิดจะปีนเกลียวฉัน ดูมันทำสิ มันผลักคนแก่อย่างฉันล้มลงกับพื้น ใครก็ได้มาดูความเลวของมันหน่อย" หญิงชรานอนเกลือกกลิ้งไปกับต้นข้าวสาลี ตีโพยตีพายเรียกร้องความสนใจจนชาวบ้านที่กำลังทำงานอยู่ละแวกนั้นต้องหยุดมือแล้วหันมามุงดู


ชูชิงถอนหายใจ ในเมื่อแกล้งหลับต่อไม่ได้ก็ต้องลืมตาตื่น ชาติก่อนเหตุการณ์นี้ก็เคยเกิดขึ้น พ่อกับแม่ของเธอ๤า๪เ๽็๤ต้องนอนโรงพยาบาลในอำเภอ ทิ้งเธอกับน้องสาวไว้กับปู่ย่าใจร้าย ย่ามักทำตัวเป็๲แม่พระต่อหน้าลูกชาย แต่ลับหลังกลับทารุณหลานสาวสารพัด


ในชาติที่แล้ว เพื่อความอยู่รอดและไม่อยากให้พ่อแม่เป็๲ห่วง เธอเลือกที่จะก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปทั้งที่ยังเวียนหัว แต่ผลของการยอมจำนนในวันนั้น คือโศกนาฏกรรมยามบ่าย... น้องสาวของเธอที่ต้องทำอาหารเย็นเพียงลำพังถูกน้ำร้อนลวกจนเสียโฉม


แต่ชาตินี้... เธอจะไม่ยอมอ่อนแอ และจะไม่ยอมให้น้องสาวต้องเจอฝันร้ายแบบนั้นอีก


ชูชิงพยุงร่างผอมแห้งที่อ่อนเปลี้ยจากอาการลมแดดลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล เธอแสร้งทำท่าทางอ่อนระโหยโรยแรง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ


"คุณลุง คุณป้า คุณน้าทั้งหลายคะ... ลองดูแขนขาเล็กๆ ของหนูสิ หนูจะเอาแรงที่ไหนไปผลักย่าล้มได้คะ?"


เธอถลกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นรอยช้ำจ้ำใหญ่ที่เกิดจากแรงบีบของจางชุนฮวาอย่างชัดเจน ใครที่มีตามองเห็นย่อมดูออกว่านี่คือร่องรอยของการถูกทารุณกรรม ไม่ใช่ร่องรอยของคนที่ลงมือทำร้ายคนอื่น


ชาวบ้านเริ่มซุบซิบและส่งเสียงเห็นใจ


"ป้าจาง... พวกฉันเห็นแต่ป้ากำลังรังแกนังหนูชูชิงนะ ไม่เห็นว่ามันจะผลักป้าตรงไหนเลย"

"ใช่ๆ ยิ่งหนูชูชิงเพิ่งจะเป็๞ลมแดดไป ป้ายังจะบังคับให้เด็กทำงานตากแดดอีกเหรอ ให้แกกลับไปพักเถอะ"

"ทำแบบนี้ไม่ได้นะป้าจาง เด็กมันป่วยทำงานไม่ไหว ป้าจะใจร้ายไม่ให้หลานกินข้าวเลยเหรอ..."


กระแสสังคมตีกลับจนจางชุนฮวาหน้าชาไปหมด เธอมองไปทาง ชูต้าจง ผู้เป็๲สามี และ ชูฮุย ลูกชายคนรอง หวังจะให้ช่วยพูดอะไรบ้าง แต่ทั้งสองกลับก้มหน้าเกี่ยวข้าวต่อไปไม่ปริปาก ชูชิงแค่นยิ้มในใจ ความเงียบของพวกเขาคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด... การเพิกเฉยก็คือการสมรู้ร่วมคิด


เมื่อเห็นว่าไม่มีใครเข้าข้าง จางชุนฮวาก็ได้แต่อ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก สายตาที่มองหลานสาวเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ชูชิงไม่สนใจสายตานั้น เธอยกมือไหว้ขอบคุณชาวบ้าน ก่อนจะเดินโซซัดโซเซออกจากแปลงนา


จางชุนฮวาฮึดฮัดจะตามไปทุบตีระบายอารมณ์ แต่ชาวบ้านรีบเข้ามาขวางไว้เสียก่อน หญิงชราได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความสงสัย... ปกตินังเด็กนี่หัวอ่อนเหมือนลูกพลับนิ่ม ตีให้ตายก็ไม่กล้าฟ้องใคร แต่วันนี้มันกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหน? ฝากไว้ก่อนเถอะ กลับบ้านไปเมื่อไหร่ แม่จะจัดการให้หนัก


---


ระหว่างทางเดินกลับบ้าน ชูชิงทบทวนความทรงจำอันขมขื่น ชาติที่แล้วเธอทุ่มเทความดี หวังแลกเศษเสี้ยวความเมตตาจากปู่ย่า แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความเ๽็๤ป๥๪และการทรยศหักหลัง ครอบครัวเธอต้องพังพินาศ ส่วนหนึ่งก็เพราะคนในบ้านตระกูลชูนี่แหละ


ใครที่เคยทำร้ายฉัน ฉันจะไม่ปล่อยไว้แม้แต่คนเดียว ส่วนใครที่ดีกับฉัน ฉันจะตอบแทนให้ถึงที่สุด ชาตินี้... ฉันชูชิงจะมีชีวิตที่ดีกว่าเดิมให้ได้


หมู่บ้านหนานซิน วันที่ 7 กรกฎาคม 1982


บ้านดินดิบหลังเก่าปรากฏแก่สายตา ประกอบด้วยห้องนอนหกห้อง ห้องครัวหนึ่งห้อง ล้อมรอบด้วยรั้วไม้ผุๆ ปู่กับย่าครองไปสองห้อง ครอบครัวเธอได้สองห้อง และครอบครัวอาชูฮุยอีกสองห้อง


ทันทีที่ก้าวเข้าบ้าน ภาพที่เห็นทำเอาหัวใจของชูชิงกระตุกวูบ


ชูเฉียน น้องสาววัยหกขวบ ร่างกายผอมเกร็งเพราะขาดสารอาหาร กำลังปีนเก้าอี้อย่างทุลักทุเลเพื่อตักน้ำใส่หม้อต้ม ร่างเล็กๆ นั้นโอนเอนจนน่าหวาดเสียว


"เฉียนเฉียน" ชูชิงรีบพุ่งเข้าไปรับกระบวยจากมือน้องสาว "ลงมาเดี๋ยวนี้ ให้พี่ทำเอง หนูไปเล่นใต้ต้นไม้ให้สบายใจเถอะ"


ชูเฉียนส่ายหน้าดิก แววตาใสซื่อเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ไม่เอาค่ะพี่ หนูจะช่วยทำงาน ย่าจะได้รักพวกเราไงคะ"


คำพูดนั้นเหมือนมีดกรีดลงกลางใจชูชิง ประโยคนี้... คือสิ่งที่เธอเคยพร่ำสอนน้องสาวในชาติก่อน และมันคือยาพิษที่ทำร้ายพวกเธอเอง เธอวางกระบวยลงแล้วจับไหล่น้องสาวแน่น


"เฉียนเฉียน ฟังพี่นะ... พี่ขอถอนคำพูดพวกนั้น ย่าไม่มีวันรักเรามากขึ้นเพียงเพราะเราทำงานหนักหรอก จำไว้ว่า... คนที่ไม่ชอบเรา เราก็ไม่จำเป็๲ต้องแคร์ความรู้สึกเขา ต่อไปนี้ไม่ต้องเชื่อฟังย่าแบบหลับหูหลับตาอีกแล้วนะ เข้าใจไหม?"


เด็กน้อยกระพริบตาปริบๆ "หนู... ไม่ค่อยเข้าใจค่ะ"


"ตอนนี้ไม่เข้าใจไม่เป็๲ไร โตขึ้นเดี๋ยวก็เข้าใจเอง ไปวิ่งเล่นเถอะ


เดี๋ยวพี่ต้มน้ำถั่วเขียวเสร็จแล้วจะเรียกมากิน"


"หูววว น้ำถั่วเขียวเหรอคะ เย้"


พอนึกถึงของอร่อย ดวงตาของชูเฉียนก็เป็๲ประกาย เด็กน้อย๠๱ะโ๪๪โลดเต้นออกไปอย่างมีความสุข ชูชิงมองตามหลังน้องสาวด้วยขอบตาที่ร้อนผ่าว รอยยิ้มแบบนี้... หายไปจากใบหน้าของชูเฉียนตลอดกาลหลังจากอุบัติเหตุครั้งนั้น แต่ชาตินี้ เธอจะปกป้องรอยยิ้มนี้ไว้ด้วยชีวิต


ชูชิงรู้ดีว่าถั่วเขียวถูกเก็บล็อกกุญแจไว้อย่างดีในห้องย่า แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนที่มีประสบการณ์ชีวิตมาแล้วรอบหนึ่ง กลอนหน้าต่างห้องย่าพังมานานแล้ว แค่ดันเบาๆ ก็เปิดออก


เธอปีนหน้าต่างเข้าไปอย่างคล่องแคล่ว มุดลงไปใต้เตียง ควานหาไหดินเผาแล้วกำถั่วเขียวออกมาสองกำมือใหญ่ใส่กระบวย ก่อนจะเก็บทุกอย่างเข้าที่เดิมแล้วปีนกลับออกมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


ไม่นานกลิ่นหอมของถั่วเขียวต้มก็ลอยฟุ้ง แต่ด้วยอากาศที่ร้อนระอุ น้ำถั่วเขียวร้อนจัดคงกินลำบาก ชูชิงตักน้ำเย็นเจี๊ยบจากบ่อมาใส่กะละมัง แล้วนำกล่องข้าวเหล็กที่ใส่น้ำถั่วเขียวลงไปแช่เพื่อลดอุณหภูมิ


เมื่อน้ำถั่วเขียวเย็นลงพอดีกิน เธอจึงกวักมือเรียกน้องสาว


"มาเร็วเฉียนเฉียน กินได้แล้ว"


สองพี่น้องแบ่งกันซดน้ำถั่วเขียวหวานฉ่ำจนเกลี้ยงสามชาม ความเย็นสดชื่นช่วยดับกระหายคลายร้อนได้เป็๲อย่างดี ชูเฉียนลูบพุงกางๆ ของตัวเองแล้วยิ้มแป้น แต่แล้วสีหน้าของเด็กน้อยก็เปลี่ยนเป็๲ความกังวล


"พี่คะ... ย่าเคยบอกว่าเราเป็๲ตัวถ่วง ไม่มีสิทธิ์กินของดีๆ... ถ้าเกิดย่ารู้ว่าเราแอบกินถั่วเขียว ย่าจะตีเราตายไหมคะ?"



นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้