ลู่เป๋าเหยียนมีงานจึงต้องขอตัวไปที่ห้องหนังสือก่อนูเี่อันยืนมองเตียงที่ยุ่งเหยิงและคิดจะลงมือเก็บกวาด ทว่าป้าหลิวกลับรีบเข้ามาห้ามเอาไว้
“ขาของคุณผู้หญิงยังไม่หายดีเลยนะคะไปพักเถอะค่ะ เดี๋ยวป้าทำเอง”
ูเี่อันไม่ปฏิเสธเธอกำลังอยากจะถามป้าหลิวอยู่พอดีว่าหลังจากที่เธอออกจากบ้านไปเกิดอะไรขึ้นบ้างต่อให้เสิ่นเยว่ชวนรู้เยอะแค่ไหน ก็คงไม่เท่ากับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ทั้งวัน
แต่ไม่ต้องให้เธอเอ่ยปากป้าหลิวก็เริ่มเล่าให้เธอฟังด้วยตัวเอง
“ลุงสวีไม่ให้ป้ามาทำความสะอาดห้องของคุณผู้หญิงค่ะคงอยากให้คุณผู้หญิงกลับมาเห็นเองกับตา” ป้าหลิวถอนหายใจก่อนพูดเสริม“หลังจากคุณผู้หญิงออกจากบ้านไปบ้านนี้ก็กลับไปเป็เหมือนเมื่อก่อนที่เ็าไร้ชีวิตชีวาต่อให้มีคนเข้ามาอยู่เต็มบ้านก็ไม่มีทางสดใสขึ้น คุณชายเองก็ออกไปทำงานแต่เช้ากว่าจะกลับก็ดึกมาก เขาไม่ได้แสดงสีหน้า แต่ก็ไม่ยอมพูดอะไรเลย”
“มีเพียงอยากเดียวที่ต่างไปจากเมื่อก่อนคือไม่ว่าคุณชายจะกลับดึกขนาดไหน เขาก็ไม่ไปค้างที่อพาร์ทเมนท์ในเมืองค่ะพวกเราเดาว่าเพราะที่นี่เป้นที่ที่คุณผู้หญิงเคยอยู่ คุณชายเลยอยากจะกลับมา”
ูเี่อันนั่งอยู่บนโซฟาขณะฟังสิ่งที่ป้าหลิวเล่าอยู่ๆขอบตาของเธอก็ร้อนขึ้นมา
ลู่เป๋าเหยียนทำอะไรเพื่อเธอมามากมายเพียงแต่เขาไม่เคยบอกเธอคิดมาโดยตลอดว่าตัวเองรู้เื่ทุกอย่าง แต่ที่ไหนได้ เื่ที่เธอรู้เป็เพียงเสี้ยวเดียวของเื่ทั้งหมดเท่านั้น
ยามที่เธอเ็ปสับสน และกังวลไปต่างๆนาๆ ลู่เป๋าเหยียนก็ไม่ต่างกัน
ูเี่อันสูดหายใจลึกก่อนจะยิ้มออกมา“ต่อไปนี้หนูจะไม่ไปไหนแล้วค่ะ”
ป้าหลิวยิ้มอย่างปลื้มใจ“ป้าว่านะคะ คุณผู้หญิงรีบมีลูกกับคุณชายสักคนเถอะค่ะมีลูกแล้วบ้านนี้จะได้สมบูรณ์แบบเสียที ความสัมพันธ์ของพวกคุณก็จะมั่นคงขึ้นอีกอย่างถ้ามีหลานให้อุ้มคุณนายใหญ่คงจะดีใจมากแน่ค่ะ”
เอ่อเื่นี้...
ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้ยินคำร้องขอให้มีลูกแตู่เี่อันก็อดหน้าแดงไม่ได้ เธอพึมพำตอบรับป้าหลิวไปอย่างไม่มั่นใจป้าหลิวรู้ดีว่าูเี่อันกำลังอายจึงไม่ได้พูดเื่นี้ต่อเมื่อทำงานเสร็จจึงขอตัวออกจากห้อง
ทว่าูเี่อันยังคงนอนคิดเื่นี้ต่อจนถึงเวลาเข้านอน
ที่ป้าหลิวพูดมาก็ถูกถ้าเธอมีลูก ครอบครัวก็จะสมบูรณ์ ถังอวี้หลันเองก็คงดีใจแต่เื่ความสัมพันธ์ของเธอกับลู่เป๋าเหยียนจะมั่นคงขึ้นหรือไม่นั้นพูดยาก
เธอยังไม่ได้บอกความในใจกับเขาเลยพวกเรายังคงอยู่ใน่พัฒนาความสัมพันธ์ ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเื่มีลูกอีกอย่าง ถ้าความสัมพันธ์ของคนสองคนต้องใช้ลูกเป็เครื่องมือในการยึดเหนี่ยว งั้นสู้อย่ามีลูกเลยจะดีกว่า
และที่สำคัญที่สุดก็คือเธอยังไม่รู้เลยว่าลู่เป๋าเหยียนชอบเด็กตัวเล็กๆหรือเปล่า...
แอ๊ด...ูเี่อันนั่งใจลอยคิดนู้นคิดนี่เมื่อได้ยินเสียงประตูที่ถูกเปิดออกจึงสะดุ้งโหยง ก่อนจะมองตามเสียงไป
หืม?ลู่เป๋าเหยียน?
“นายจะเข้ามาทำไม?”เธอกะพริบตาปริบๆอย่างไม่เข้าใจ
“มานอน”ลู่เป๋าเหยียนทำหน้าเหมือนเป็เื่ปกติอยู่แล้ว เขาเดินเข้ามาตลบผ้าห่มขึ้นและเอนนอนบนเตียง
คราวนีู้เี่อันช็อกอยู่นานกว่าจะตั้งสติได้เธอมองหน้าลู่เป๋าเหยียนก่อนจะนึกย้อนไปถึงคำพูดของเขาเมื่อเช้า
“เจี่ยนอันจำความรู้สึกตอนนี้ให้ดีๆ”
ตอนนั้นเธอกำลังดีใจเลยไม่ทันฉุกคิดว่าเขากำลังจะสื่ออะไรแต่ตอนนี้เธอเข้าใจแล้ว ลู่เป๋าเหยียนให้เธอจำความรู้สึกดีใจเอาไว้เพราะอีกไม่นานเธอจะต้องัักับความรู้สึกแบบนี้
“ลู่เป๋าเหยียน!”ูเี่อันพูดอย่างโกรธๆ “นายก็มีห้องของตัวเอง แถมยังใหญ่กว่าห้องฉันหลายเท่า แล้วจะมาแย่งที่นอนฉันทำไมเนี่ย!”
“ฉันบอกกับเธอแล้วไม่ใช่เหรอ”ลู่เป๋าเหยียนเอ่ยอย่างไม่ทุกข์ร้อน “ว่าถ้านอนที่ห้องตัวเอง ฉันนอนไม่หลับ”
“นายอย่ามาอ้างหน่อยเลย!”ข้ออ้างติงต๊องแบบนี้เธอไม่เชื่ออยู่แล้ว เธอขยับเบียดเขากะให้เขาตกลงจากเตียง“กลับไปนอนที่ห้องตัวเองเดี๋ยวนี้นะ!”
ลู่เป๋าเหยียนตะแคงตัวไม่เพียงแต่ไม่ตกลงจากเตียงแต่เขายังเข้ามากอดเธอเอาไว้แน่น
“หรือว่าเธอชอบห้องฉัน?งั้นพวกเราย้ายไปนอนที่นั่นก็ได้นะ ฉันไม่ถือ”
“.......”ตาบ้านี่เก่งเื่ตีความเข้าข้างตัวเองจริงๆนะ
“ลู่เป๋าเหยียนนายอย่ามาทำตัวเ้าเล่ห์ใส่ฉันนะ!”
ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้วอย่างไม่ใส่ใจ“ถ้าฉันจะทำ แล้วจะทำไม?”
ูเี่อันพูดไม่ออก
นั่นน่ะสิต่อให้เขาจะขี้โกง จะเ้าเล่ห์กับเธอ แล้วเธอจะทำอะไรเขาได้? เื่พละพลังกำลังเธอก็สู้เขาไม่ไหวเื่ฝีปากเธอก็สู้เขาไม่ได้
โชคชะตานำพาเธอให้มาเจอเขาแบบนี้แต่ไม่คิดจะเหลือทางรอดให้เธอบ้างเลยหรือไง!
ลู่เป๋าเหยียนดูจะอารมณ์ดีเขาใช้นิ้วม้วนผมเธอเล่น
“ได้คิดเื่ที่ป้าหลิวพูดบ้างหรือยัง?”
ูเี่อันตั้งตัวไม่ทัน“เื่อะไร?”
ลู่เป๋าเหยียนมองหน้าูเี่อันพลางกล่าว“ที่ป้าหลิวบอกว่าพวกเราควรมีลูกด้วยกัน”
เปรี้ยง!ราวกับฟ้าผ่าลงกลางสมองของูเี่อัน ลู่เป๋าเหยียนได้ยิน เขาได้ยินทั้งหมดเลย!!!
ดีนะที่ตอนนั้นเธองึมงำตอบป้าหลิวไปแบบขอไปทีถ้าเธอพูดอย่างชัดเจนล่ะก็... ตอนนี้เขาคงหัวเราะเยาะเธอแน่ๆ
ว่าแต่ทำไมเขาถึงถามว่าคิดบ้างหรือยัง? คนที่ควรจะคิดน่าจะเป็เขามากกว่าไม่ใช่เหรอ?หรือว่าที่จริงเขาเองก็อยากได้ลูกสักคน?
ูเี่อันใในความคิดตัวเองเธอมองหน้าลู่เป๋าเหยียนนิ่งราวกับสูญเสียความสามารถในการสื่อสารไปแล้ว
“เธอมองฉันแบบนี้”ลู่เป๋าเหยียนค่อยขยับเข้ามาใกล้ “หรือว่าเธออยาก? หืม?”
ูเี่อันกะพริบตาปริบๆก่อนจะปฏิเสธทันควัน“เปล่า! ฉะ ... ฉันไม่ชอบเด็ก!”
คำพูดสุดท้ายเป็แค่ข้ออ้างที่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ
แววตาของลู่เป๋าเหยียนดูมืดมนลงเล็กน้อยแต่เขาพยายามซ่อนมันไว้อย่างแเีก่อนจะโอบเธอและพูดว่า
“งั้นเราค่อยคุยกันวันหลังตอนนี้ควรนอนได้แล้ว”
ูเี่อันเพิ่งคิดขึ้นได้ว่าคำพูดเมื่อกี้ดูจะแรงไปเธออยากจะอธิบายแต่เหมือนลู่เป๋าเหยียนดูไม่ค่อยใส่ใจนักจึงไม่พูดอะไรอีกเธอขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะถามเขาไปว่า
“ลู่เป๋าเหยียนนายคงไม่มานอนที่นี่ทุกวันหรอกใช่ไหม?”
“ใช่”ลู่เป๋าเหยียนตอบ
ูเี่อันถอนหายใจอย่างโล่งอก
ทว่าวินาทีต่อมาลู่เป๋าเหยียนก็พูดต่อ
“พรุ่งนี้ย้ายข้าวของของเธอไปไว้ที่ห้องฉัน”
“ไม่มีทาง!”ูเี่อันปฏิเสธอย่างไม่ลังเล
“ไม่เป็ไร”ลู่เป๋าเหยียนดูว่าง่ายอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน “งั้นฉันย้ายมาเองก็ได้”
“......”ูเี่อันอยากจะบ้าตาย
เธอเคยเจอคนเ้าเล่ห์มาก็มากแต่เพิ่งเคยเจอคนเ้าเล่ห์ที่ไร้เหตุผลแบบลู่เป๋าเหยียนเป็ครั้งแรก
ทว่าเธอเองก็มีวิธีรับมือกับคนเ้าเล่ห์อย่างเขาอยู่เหมือนกัน!
“ก็ตามใจ!”ูเี่อันหลับตาลงพลางคิดอยากให้วันพรุ่งนี้มาถึงเร็วๆ หรือพูดง่ายๆว่าเธออยากเห็นภาพลู่เป๋าเหยียนกำลังเต้นเป็เ้าเข้าเพราะความไม่พอใจ
ลู่เป๋าเหยียนรับรู้ได้ถึงความผิดปกติเมื่อกีู้เี่อันปฏิเสธเขาเสียงแข็งแต่พอรู้ว่าเขาจะย้ายมานอนที่นี่เธอกลับบอกว่าตามใจ เธอต้องโมโหจนพูดไม่ออกสิถึงจะถูก
ถึงแม้จะไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นแต่ที่แน่ๆูเี่อันกำลังวางแผนอะไรอยู่แน่นอน
ไม่เป็ไรเพราะเขาเชื่อว่าูเี่อันไม่มีทางเอาชนะเขาได้อยู่แล้ว
ค่ำคืนนี้ทั้งสองคนนอนกอดกันอย่างเป็สุข โดยที่แต่ละฝ่ายต่างคิดวางแผนการไว้แล้วเรียบร้อย
ครึ่งเดือนที่ผ่านมาูเี่อันนอนพักผ่อนเป็เวลาประมาณเจ็ดโมงเธอจึงตื่นอย่างแจ่มใส ในขณะที่ลู่เป๋าเหยียนนั้นตรงกันข้ามเขามักจะนอนเหยียดกายอยู่บนเตียงจนถึงวินาทีสุดท้ายกว่าจะยอมลุกอย่างเชื่องช้า
และวันนี้ก็เช่นเดียวกัน
หลังลืมตาขึ้นมาูเี่อันก็นอนเอนกายอยู่ไม่นานก่อนจะลุกขึ้นทว่ากลับถูกลู่เป๋าเหยียนรั้งตัวเอาไว้เสียก่อน
“กี่โมงแล้ว”
“เจ็ดโมงยี่สิบ”ูเี่อันตอบ
“ยังเช้าอยู่เลย”ลู่เป๋าเหยียนดึงเธอให้ล้มตัวลงนอนพลางโอบเธอเข้าสู่อ้อมกอดอย่างเอาแต่ใจ“นอนต่ออีกหน่อยนะ”
ูเี่อันดิ้นขลุกขลัก“เช้าตรงไหนเนี่ย แต่ก่อนนายก็ตื่นเวลานี้ไม่ใช่เหรอ”
ลู่เป๋าเหยียนลืมตาขึ้นมาก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างแฝงความนัย
“เมื่อก่อนกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน”
ูเี่อันไม่ค่อยแน่ใจว่าเขาจะสื่ออะไรเธอถูกเขามองจนเริ่มทำตัวไม่ถูกจึงออกขืนตัวออกมา
“ปล่อยนะฉันจะลุกแล้ว”
ลู่เป๋าเหยียนรู้ดีว่าเธอชอบนอนตื่นสายเขาไม่เพียงไม่ปล่อยมือ แต่ยิ่งกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีก
“เจี่ยนอันเธอกำลังกลัวอะไร?”
ูเี่อันหันหน้าไปแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เขา
“กลัวนายจะกลายร่างเป็สัตว์ป่าแล้วจับฉันกินน่ะสิ!”
เธอสาบานได้ว่าเธอแค่พูดล้อเล่น
แต่แล้วทำไมลู่เป๋าเหยียนถึงยิ้มแปลกๆ...?
เขาค่อยๆพลิกตัวขึ้นมาคร่อมทับร่างของูเี่อัน
“ในเมื่อเธอรู้ตัวแล้วงั้นฉันก็ไม่จำเป็ต้องทนแล้วสินะ?”
ูเี่อันใสมองของเธอขาวโพลนไปชั่วขณะ เธอกุมผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่นอย่างทำอะไรไม่ถูก
ขณะเดียวกันลู่เป๋าเหยียนก็ค่อยๆขยับหน้าเข้ามาใกล้เธอเรื่อยๆระยะห่างระหว่างทั้งคู่จึงเหลือเพียงไม่ถึงห้าเิเ
ูเี่อันใช้นิ้วชี้ยันหน้าผากลู่เป๋าเหยียนเอาไว้
“นายเป็พวกรักสะอาดไม่ใช่หรือไงฉันตื่นมายังไม่แปรงฟันเลยนะ นายไม่ถือเหรอ?”
ลู่เป๋าเหยียนจับมือของเธอและตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้
“ถ้าเป็เธอฉันยังไงก็ได้”
ูเี่อันแกล้งทำหน้าเซอร์ไพร์สก่อนจะหยิบมุมปากและใช้สองมือโอบรอบท้ายทอยของเขา
“แต่ฉันถือ!”พูดจบเธอก็ใช้มือทั้งสองข้างจับไหล่ของลู่เป๋าเหยียนและผลักเขาออกอย่างแรง
เธอรีบพลิกตัวลงจากเตียงอย่างไม่รีรอและหันไปแลบลิ้นใส่เขาก่อนจะเข้าห้องน้ำไป
ลู่เป๋าเหยียนเองไม่ได้โมโหอะไรเขาแค่มองไปยังประตูห้องน้ำที่ถูกเธอปิดสนิทแล้วเรียบร้อย
เขารู้จักูเี่อันดีตอนที่เธอใช้สองแขนโอบรอบท้ายทอยเขา เขาก็รู้แล้วว่าเธอคิดจะทำอะไร
แต่ที่เขายอมให้ก็เพราะอยากปล่อยให้เธอดีใจสักนิด ก่อนที่คืนนี้อาจจะต้องร้องไห้...
ในห้องน้ำ
ูเี่อันไม่รู้ตัวสักนิดว่าลู่เป๋าเหยียนจงใจยอมให้เธอจัดการเขาได้เธอจึงล้างหน้าแปรงฟันอย่างอารมณ์ดี พลางตัดสินใจว่าอีกหน่อยจะใช้วิธีนี้นี่แหละในการจัดการลู่เป๋าเหยียน
เธอเคยพูดเอาไว้แล้วว่าเธอมีวิธีรับมือกับคนขี้โกง!
หนึ่งชั่วโมงให้หลังทั้งสองคนก็แต่งตัวลงไปที่ชั้นล่างลั่วเสี่ยวซีโทรศัพท์มาบอกว่าวันนี้เธอได้พักครึ่งวันเลยจะมาหาส่วนลู่เป๋าเหยียนมีงานต้องจัดการจึงหมกตัวอยู่ในห้องหนังสือตลอดเช้า
หลังมื้อเที่ยงลั่วเสี่ยวซีก็ขอตัวกลับก่อนอย่างรู้คิว ส่วนูเี่อันนั้นนั่งดูหนังแก้เบื่ออยู่บนโซฟาไม่นานนักลู่เป๋าเหยียนก็เดินมาหา เธอมองหน้าเขาอย่างสงสัย
“งานเสร็จแล้วเหรอ”
ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนตอบ
“เงินที่ฉันหาได้ตอนนี้พอที่จะให้พวกเราใช้ได้ทั้งชีวิตต่อให้ฉันพัก่สุดสัปดาห์สักวันสองวัน ก็คงไม่ล้มละลายหรอก”
“……”
ถึงภายนอกเธอจะทำสีหน้าเอือมระอาแต่ตอนนี้ในใจของเธอกลับรู้สึกถึงความหวานละมุน
ลู่เป๋าเหยียนพูดคำว่าทั้งชีวิต...นี่หมายความว่าเขาตั้งใจจะอยู่กับเธอตลอดไปใช่หรือเปล่า?
