เ้าวั่งซูได้สติก่อนคนอื่น แต่ยังขยับร่างกายไม่ได้ แต่ม่านตาเปิดขยายมองสังเกตสิ่งรอบๆ ที่นี่ปรากฏราวกับโลกในยุคดึกดำบรรพ์ ป่าไม้อันกว้างใหญ่ไพศาลสูงเสียดฟ้า พืชพรรณขนาดมหึมา ทะเลสาบกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต ูเาสูงชันสีแดงเข้มราวกับเื ท้องฟ้าสีอำพันทอดยาวจรดขอบฟ้าไกล บรรยากาศหนักแน่นด้วยพลังงานดิบเถื่อน ไร้อารยะ สายลมที่พัดผ่านให้ความรู้สึกเหมือนกับลมหายใจของเหล่าสรรพสัตว์โบราณณ ที่นี้คือภพเดรัจฉาน!
สักพักทั้งทั้งสามก็เริ่มขยับตัวและได้สติ ขณะที่ ฮวาเฟยฟา หลิ่งกวาง ชิงหลงกำลังพยายามดันตัวลุกขึ้นทุกคนก็รู้สึกได้ถึงความแปลกแตกต่างของร่างตัวเอง ว่า ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ภพเดรัจฉาน ทุกคนพบว่าตนได้คืนร่างดั้งเดิม ฮวาเฟยฟากลายเป็ัฟ้าขนาดใหญ่ เกล็ดสีฟ้าครามบริสุทธิ์เปล่งประกายเรืองรองราวกับดวงดาวยามราตรี เ้าวั่งซูกลายร่างเป็หมาป่าดำขนาดมหึมา ขนสีดำสนิทดูดกลืนแสงโดยรอบ เฉพาะดวงตาสีทองคู่โตที่เปล่งประกายอำมหิตงดงามเท่านั้นที่สะท้อนแสง ยืนเคียงข้างสหายทั้งสอง หลิ่งกวางจิ้งจอกดำเก้าหางที่คืนร่างใหญ่โตเท่าเดิม และชิงหลงัขาวพี่น้องฝาแฝดของเฟยฟาก็สูงใหญ่คืนเท่าร่างเริ่มต้น
“นะ! นะ! นี่! มันกิดอะไรขึ้นทำไมพวกเราถึงคืนร่างเดิม” เ้าวั่งซูเอ่ยใมองร่างตัวเอง
“อาจจะเป็เพราะที่นี่คือภพเดรัจฉาน ทุกอย่างกลับตืนสู่ความเป็รากเหง้า เ้าก็เลยต้องคืนร่างเดิมเฉกเช่นข้ากับชิงหลง” หลิ่งกวางตอบ
“หละ! หลิ่งกวาง เ้ากำลังพูดกับข้าหรอ ทำไมจะ! เ้า! ถึงพูดกับข้ารู้เื่หล่ะ” เ้าวั่งซูใเสียงซ้ำ
“นั่นก็คงเพราะเป็ความสามารถเดิมของเดรัจฉานที่สามารถสื่อสารกันด้วยภาษาที่เข้าใจกันได้อยู่แล้ว เมื่อพวกเราคืนร่างเริ่มต้น ก็เป็ธรรมดาที่พวกเราจะสื่อสารกับชิงหลงหลง และหลิ่งกวางเข้าใจได้” ฮวาเฟยฟาในร่างังดงามตอบ
“ใช่ ปกติ เราทั้งสองก็เข้าใจสิ่งที่พวกท่านพูดตลอด เพียงแต่เมื่อพวกท่านอยู่ในร่างมนุษย์สามารถเข้าใจพวกข้าได้แต่อาจจะไม่ได้ยินออกมาเป็ภ่าษาแบบเดรัจฉาน” ชิงหลงกล่าว
“ข้างงไปหมดละ แต่ที่สำคัญ ข้ารู้สึกว่าพลังข้าหายไปหลายส่วน แต่แข็งแกร่งขึ้น” เ้าวั่งซูบ่นงุงิ
“นั่นสิ จริงของเ้า ข้าก็รู้สึกว่า การเข้าถึงอาวุธ และ พลังบางอย่างไม่สามารถใช้ได้ในร่างนี้”
“ว่าแต่ที่นี่ดูกว้างใหญ่ไพศาล พวกเราจะเริ่มต้นจากอะไรก่อนดีหล่ะ” เ้าวั่งซูเอ่ยถาม
“ข้าคิดว่าพวกเราควรไปพบ เ้าภพท่านฉีเทียนลู่ เพื่อแจ้งเื่นี้ และขอความร่วมมือกับท่าน แต่ข้าเคยได้ยินว่าฉีเทียนลู่นั้นลึกลับ ไม่ปรากฏกายาบ่อย บ้างก็มาในรูปนางไม้ ต้นไม้ สัตว์ต่างๆ หรือบางทีก็มาแค่เสียง แต่เหมือนไม่เคยมีใครเห็นร่างจริง แม้แต่ตัวข้าเองก็เหมือนเคยรับรู้ว่าร่างแห่งผู้นำจิติญญาของสรรพสัตว์นั้นเป็กวางตัวใหญ่แต่ข้าก็ยังไม่เคยประสพด้วยตัวเอง” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“พวกข้าก็ไม่เคยพบผู้นำแห่งจิติญญาของสรรพสัตว์เพราะถือกำเนิดมาก็อยู่ข้างกายท่านทั้งสองมาตลอด” ชิงหลงกับหลิ่งกวางพูดพร้อมมองหน้ากันและกัน
“ข้าเคยเห็น เมื่อครั้งที่ข้าเกิดนิมิต และถูกดึงไปในอดีต ไปปรากฏตัวที่ภพ์ เป็่เวลาที่เฟยเฟย หลับใหลในร่างัฟ้า และเกิดความวุ่นวายทั่วทุกภพภูมิ มีการเรียกประชุมเพื่อแจ้งความเสียหาย และหาการแก้ไขร่วมกัน ตอนนั้นฉีเทียนลู่ปรากฏตัวที่หน้าองค์จักรพรรดิและจักรพรรดินี เค้าเป็กวางสีขาวร่างโปร่งแสงสว่างไสว เห็นว่าปกติสูงเทียมฟ้า แต่ตอนนั้นน่าจะลดขนาดตัวลง ฉีเทียนลู่งดงามสว่างไสวดั่งกวางในภาพวาด” เ้าวั่งซูเอ่ย
“อืม ถ้างั้นร่างจริงของผู้นำแห่งจิติญญาของสรรพสัตว์ก็น่าจะเป็กวางจริงๆ แล้วพวกเราจะหาท่านเจอได้ยังงัย ในเมื่อข้าและเ้าวั่งซูก็ไม่สามารถใช้มนต์นำทางได้” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“ใช้ประทีปนำิญญาดีไหม องค์ชาย” หลิ่งกวางเอ่ย
“จริงด้วย” ฮวาเฟยฟารับคำพร้อมตั้งจิตเรียกประทีปนำิญญาออกมา แสงสว่างวาบปรากฏลอยผ่านออกมาจากกลางศีรษะัฟ้า ประทีปนำิญญาลอยเท้งเต้งกลางอากาศเปล่งแสงไปทางทิศตะวันออกอันไกลโพ้น ทั้งสี่มองหน้ากัน และพากันเหาะขึ้นมุ่งตามทิศที่ประทีปชี้ทางไป ผ่านบรรยากาศของภพเดรัจฉานที่ดูแปลกตาลึกลับ แต่ในใจทั้งสี่กลับอบอุ่น และคุ้นเคยเหมือนได้กับบ้าน
บรรยากาศของภพต้นกำเนิดแห่งสัตว์ และพลังจักราดึกดำบรรพ์นี้ช่างลึกลับ และน่าดึงดูด ภพเดรัจฉานเป็ดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาลที่ถูกปกคลุมด้วยป่าเขาลำเนาไพรอันเขียวชอุ่ม ท้องฟ้าที่นี่มีสีเขียวอมฟ้าไปถึงอำพันแปลกตา มีเมฆาสีม่วงอ่อนลอยเคว้งคว้าง สายลมพัดพาละอองแสงสีเงินที่เรืองรองในยามค่ำคืน
ูเาในภพเดรัจฉานสูงเสียดฟ้า บางลูกมียอดแหลมคมราวกับเขี้ยวสัตว์ร้าย บางลูกกลับมีรูปร่างโค้งมนคล้ายกระดองเต่าั์ หินผาทุกแห่งมีรอยสลักเป็ลวดลายคล้ายเกล็ดหรือขนสัตว์โบราณ ธารน้ำไหลเป็สีฟ้าเรืองแสง เรียกว่า "น้ำแห่งจักรา" มีพลังวิเศษในการรักษาและฟื้นฟูพลัง
ป่าทุกแห่งในภพเดรัจฉานมีต้นไม้ขนาดมหึมา สูงหลายร้อยเมตร บางต้นมีอายุนับหมื่นปี เปลือกไม้มีสีม่วงเข้มหรือแดงเืนก ใบไม้มีสีเขียวเข้มเกือบดำในเวลากลางวัน แต่จะเปล่งแสงสีเขียวอ่อนในยามค่ำคืน มีดอกไม้ประหลาดมากมายที่เติบโตตามพื้นป่า บางชนิดมีกลีบคล้ายเกล็ดั บางชนิดบานเฉพาะยามจันทร์เต็มดวง และส่งเสียงคล้ายเสียงครวญของสัตว์
ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาสลับกับป่าทึบ หญ้าที่นี่มีความสูงถึงคอสัตว์ขนาดใหญ่ มีสีเงินเมื่อต้องแสงจันทร์ ส่วนในเวลากลางวัน จะเปลี่ยนเป็สีทองอร่าม พื้นดินในทุ่งหญ้าเป็สีแดงอมน้ำตาล แข็งแกร่งและอุดมสมบูรณ์ พืชพรรณทุกชนิดเติบโตได้อย่างรวดเร็วและมีขนาดใหญ่กว่าปกติหลายเท่า
หุบเขาลึกลับหลายแห่งถูกปกคลุมด้วยหมอกสีขาวอมม่วงตลอดเวลา ภายในนั้นมีน้ำตกขนาดมหึมาที่ไหลย้อนขึ้นจากพื้นสู่ยอดผา ปรากฏการณ์ที่เหล่าสัตว์เดรัจฉานเรียกว่า "น้ำตกจักรากลับทิศ" อันเป็แหล่งพลังงานวิเศษที่สำคัญของภพนี้
ตามชายขอบของทะเลสาบลึกลับมีซากกระดูกของสัตว์ดึกดำบรรพ์ขนาดมหึมาโผล่พ้นน้ำขึ้นมา บางแห่งกลายเป็เกาะเล็กๆ ที่มีต้นไม้เติบโตอยู่บนกระดูกเ่าั้ กลายเป็ที่อยู่อาศัยของสัตว์เดรัจฉานรุ่นใหม่
ทั้งสี่เหาะมาถึงใจกลางเกาะกลางน้ำที่มีต้นไม้สูงเสียดฟ้าอยู่กลางทะเลสาบกว้าง ทั้งสี่ลดระดับลงผ่านไม้สูงลงไปป่ามืดมิดด้านล่าง ก็พบน้ำตก และลำธารสีขาวสว่างไหลเอื่อย และบรรดาหิ่งห้อยเรืองแสงในความมืด อีกทั้งแสงจันทร์ที่ลอดผ่านต้นไม้โบราณสูงเข้ามา ที่นี่บรรยากาศช่างเงียบสงบและงดงาม และเมื่อทั้งสี่มองไปทางทะเลสาบสะท้อนแสงนั่นก็ปรากฏกระแสน้ำกระเพื่อมเป็จ่อมๆ แสงจันทร์ที่สาดทอดยาวมาเหมือนอาสนะปูทาง ทั้งสี่พยายามมองไปต้นทางก็พบร่างขนาดใหญ่สูงเทียมต้นไม้โปร่งแสงเดินเข้ามา และค่อยๆ ลดขนาดลง เป็กวางสีขาวสว่างไสวมีกิ่งเถาวัลย์ดอกไม้พันตามร่าง ตากวางยาวสวยงามเป็สีดำขลับขนตาเป็แพรโก้งโค้งงอนดกดำหนาดูลึกลับทรงพลัง และมีหมู่ผีเสื้อราตรีบินอยู่เหนือเขาที่แตกระแหงออกไปนับหมื่นนับพันดั่งมงกูฏเรืองแสงขนาดใหญ่
“ฉีเทียนลู่ จิติญญาแห่งสรรพสัตว์”
"ข้ารอท่านทั้งสองมาช้านาน" เสียงของฉีเทียนลู่ดังก้องโดยไม่ต้องขยับปาก "ลูกแห่งแสงอาทิตย์และัขาว กับลูกแห่งปรภพและแสงจันทร์... ยินดีต้อนรับพวกเ้าได้กลับมาสู่ภพกำเนิดของตน"
ฮวาเฟยฟาและเ้าวั่งซูก้มหัวแสดงความเคารพ "ท่านผู้เป็จิติญญาแห่งสรรพสัตว์ พวกเรามาที่นี่เพื่อแจ้งข่าวการกลับมาของเ้าภพปีศาจ ตามหาภวังคจิตในภพเดรัจฉานแห่งนี้ และ้ารู้จักภพเดรัจฉานที่เป็ภพต้นกำเนิดของพวกข้ามากขึ้น"
