ปลายยามเซินก่อนเซียวหนิงหลง จะไปยังจวนท่านเ้าเมืองเขาไม่ลืมที่จะฝากคำพูดกับก้งเยว่ ให้นำไปบอกกับชิงเอ๋อร์ว่า เขาคงกลับมาทานมื้อเย็นด้วยไม่ได้ และให้นางแบ่งอาหารเก็บไว้สักหน่อย เผื่อตอนกลับมาถึงที่พักแล้วจะหิวกลางดึก
ส่วนทหารทั้งสองพันนายที่ติดตามมา ก็ได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดี ทั้งที่พักและอาหารการกิน พวกเขาล้วนขอบคุณที่ชาวเมืองที่นี่ มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อาจจะมีคนเห็นแก่ตัวบ้าง แต่พวกเขาก็มองข้ามไป เพราะเหตุผลที่มาชายแดนแห่งนี้ คือการปกป้องราษฎรทุกคนของแคว้นฉู่เท่านั้น
ทันทีที่เซียวหนิงหลงไปถึงหน้าประตูจวนเ้าเมือง ก็พบว่ามีเ้าเมืองไป๋พร้อมทั้งฮูหยินและบุตรสาว ยืนรอต้อนรับเขาอยู่ก่อนแล้วจึงทักทายพอเป็พิธี เพราะเขา้าหารือเื่งาน เกี่ยวกับาเพียงเื่เดียวเท่านั้น
แต่สิ่งที่ทำให้เซียวหนิงหลงไม่อาจมองข้ามไปได้ คือสายตาของบุตรสาวเ้าเมืองไป๋ นางเอาแต่จ้องมองมาที่เขา ั้แ่ตอนอยู่หน้าประตูจวนแล้ว เขาเป็คนไม่ชอบให้ใครมาจ้องมองโดยไม่มีสาเหตุ หรือใช้สายตาบ่งบอกว่านางสนใจ และอยากได้เขาเป็สามี สตรีเช่นนี้ในเมืองหลวงมีอยู่ดาษดื่นไม่แบ่งแยกชนชั้น
ยามที่พวกนางต้องตาต้องใจบุรุษรูปงาม มักจะมีท่าทางเช่นนี้เสมอ และมันเป็สิ่งที่เขารังเกียจมากที่สุด เซียวหนิงหลงที่ตามเข้ามานั่งด้านในห้องรับแขก จึงทนไม่ไหวกับสิ่งที่บุตรสาวเ้าเมืองกำลังทำอยู่
เขาถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด “ไม่ทราบว่าคุณหนูไป๋จ้องมองข้าเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรงั้นรึ”
ยามตอบคำถาม นางยังทำท่าเอียงอายต่อหน้าเซียวหนิงหลง “เอ่อ ข้าแค่ไม่เคยเห็นบุรุษที่รูปงามอย่างซื่อจื่อมาก่อนเท่านั้นเองเ้าค่ะ มิได้มีเจตนาอื่นใดแม้แต่น้อย ขอซื่อจื่อโปรดให้อภัยด้วยเ้าค่ะ”
“ข้าขอเตือนเ้าด้วยความหวังดี หากเ้ากำลังคิดหวังอะไรอยู่ในใจ จงล้มเลิกความคิดนั้นซะ แต่ถ้าเ้าอยากจะลองดีไม่เกรงกลัวคำเตือนของข้า เ้าจะลองทำมันดูก็ได้ แต่เ้าจงรับรู้เอาไว้ว่าแม้จะเป็สตรีข้าก็สังหารได้ไม่เว้น
มีคุณหนูในห้องหอหลายคน เป็ถึงบุตรสาวของขุนนางขั้นสูงในเมืองหลวง พวกนางล้วนถูกข้าสังหารทิ้ง ด้วยเหตุผลที่ว่าอยากได้ตำแหน่งซื่อจื่อเฟย” เขาพูดขนาดนี้หากนางยังกล้าอีกละก็ คงได้เห็นดีอย่างที่เขาพูดแน่นอน
“ต้องขออภัยซื่อจื่อจริง ๆ ที่บุตรสาวของข้าทำกิริยาที่ไม่เหมาะสม หวังว่าซื่อจื่อจะไม่ถือสานาง ที่ไม่รู้ความเช่นนี้นะขอรับ” เ้าเมืองสงสัยว่าต้องเป็ฮูหยินของตนที่สนับสนุนให้ไป๋เหมยฮวาทำเช่นนี้
“เชิญท่านพาข้าไปที่ห้องทำงานเถิด อย่าได้ชักช้าให้เสียเวลา ท่านคงจะพอรู้มาบ้างว่าข้ากับเสด็จพ่อมีนิสัยเช่นไร ท่านเป็เ้าเมืองที่ดีแต่คู่ชีวิตกลับโง่เขลา จึงได้อบรมสั่งสอนบุตรสาวให้เป็คนน่ารังเกียจไปได้” เซียวหนิงหลงใช้หางตามองไปที่ไป๋เหมยฮวาอย่างรังเกียจ
“ขอรับ เชิญซื่อจื่อและผู้ติดตามทุกท่าน ที่ห้องทำงานของข้าได้เลยขอรับ” เ้าเมืองไป๋หันไปถลึงตาใส่ฮูหยินของตน ก่อนจะเดินนำพวกเซียวหนิงหลงไปอีกด้านหนึ่ง ลับหลังของทุกคนที่เดินออกจากห้องรับแขกไปแล้ว ไป๋เหมยฮวาก็ไม่อาจวางตัวเป็คุณหนูผู้เรียบร้อยอีกต่อไป
“อร๊ายยยย ท่านแม่ข้าไม่ยอมนะเ้าคะ ถึงยังไงข้าก็ต้องได้เป็ซื่อจื่อเฟยของซื่อจื่อเป็สะใภ้ของจวนชินอ๋อง ข้าจะได้ไปอยู่เมืองหลวงใช้ชีวิตอย่างสุขสบายที่นั่น ข้าไม่อยากอยู่เมืองชนบทเช่นนี้อีกต่อไปแล้วเ้าค่ะ” นางรังเกียจเมืองที่มีแต่บุรุษกักขฬะหน้าตาก็งั้น ๆ ความรู้ความสามารถไม่อาจเทียบกับเซียวหนิงหลงได้
“จ้า ๆ ๆ เ้าใจเย็นลงหน่อยเถิดไม่เช่นนั้นจะเสียแผนหมด แม่เองก็คิดว่าถ้าเ้าได้แต่งเข้าไปเป็สะใภ้จวนชินอ๋อง คงจะช่วยเื่ขอย้ายบิดาเ้าไปอยู่เมืองอื่น ที่เจริญและใกล้เมืองหลวงมากกว่านี้ได้แน่นอน” ต้วนกุ้ยอิ่งฮูหยินของเ้าเมืองไป๋ คิดหวังยืมอำนาจของชินอ๋อง เพื่อช่วยเื่ย้ายสามีของนางไปเมืองอื่น ที่มิใช่เมืองชายแดนเช่นนี้
“แล้วท่านแม่มีแผนการอย่างไรหรือเ้าคะ เมื่อครู่ท่านก็เห็นแล้วว่าซื่อจื่อแสดงออกว่ารังเกียจข้าเพียงใด” นางยังจำท่าทางและน้ำเสียงที่ข่มขู่นางได้อยู่เลยนะ
“เอาน่า เ้าแค่เตรียมตัวให้พร้อมก็พอ หลังจากทานมื้อเย็นเสร็จแล้วเ้าก็จะรู้เองนั่นแหละ” นางเตรียมเรือนรับรองเอาไว้ให้ซื่อจื่อแล้ว เพราะได้ยินสามีบอกว่าจะเชิญซื่อจื่อรับมื้อเย็นที่นี่
แผนการของต้วนฮูหยินนั้นมีคนแอบฟังั้แ่ต้นแล้ว พวกนางคิดว่าผู้อื่นโง่เขลาไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมสตรีกระมัง แผนนี้อาจใช้กับบุรุษอื่นได้ผล แต่ใช้กับซื่อจื่อของเขาไม่ได้หรอก ก้งคุนที่ติดตามมาด้วยในครั้งนี้ ได้รับมอบหมายหน้าที่ให้คอยจับตาดูสองแม่ลูกนี้ไว้ เนื่องจากซื่อจื่อไม่ไว้วางใจในท่าทางที่แสดงออกมานั้นและมันก็เป็จริงเสียด้วย
ด้านในห้องทำงานของเ้าเมืองไป๋ เซียวหนิงหลงได้อธิบายถึงวิธีการรับมือแคว้นตงหนาน และการเตรียมตัวของทหารรักษาเมืองอย่างละเอียด นายกองที่รับผิดชอบดูแลทหารรักษาเมือง ชื่นชมในตัวของเซียวหนิงหลงรวมถึงแม่ทัพใหญ่ของแคว้น อย่างเซียวชินอ๋องด้วยเช่นกัน
เมื่อหารือทำความเข้าใจกันเป็ที่เรียบร้อย เ้าเมืองจึงเชิญทุกคนร่วมทานมื้อเย็นกันที่นี่เสียเลย เพราะเขาให้ห้องครัวเตรียมอาหารไว้รอแล้ว และไม่มีใครปฏิเสธการเชิญในครั้งนี้ล้วนเดินตามกันออกไป
แต่เซียวหนิงหลงสังเกตเห็นก้งคุนเข้าเสียก่อน จึงเอ่ยขอตัวคุยธุระกับคนติดตาม ปล่อยให้คนอื่น ๆ เดินไปยังห้องทานอาหารก่อนล่วงหน้า
“จับตาดูพวกนางได้ความว่าอย่างไรรีบพูดมา ข้าไม่อยากเสียเวลาอยู่ที่จวนนี้แม้แต่จิบชาเดียว”
“เรียนซื่อจื่อ ฮูหยินท่านเ้าเมืองนางจัดเตรียมเรือนรับรองเอาไว้ และวางแผนจะใส่ยาปลุกกำหนัดในชามข้าวของท่าน จากนั้นจะมีสาวใช้เดินเข้าไปรินน้ำชา แต่นางแกล้งทำหกโดนเสื้อผ้า เพื่อเชิญท่านไปเปลี่ยนชุดที่เรือนรับรอง ซึ่งมีคุณหนูไป๋รออยู่ที่นั่น พร้อมกับจุดกำยานยาปลุกกำหนัดเพิ่มอีกด้วยขอรับ” ก้งคุนได้ยินคราแรกแทบจะเดินออกจากที่ซ่อนไปตบสั่งสอนสองแม่ลูกนี่จริง ๆ
“สตรีพวกนี้คิดได้แต่วิธีต่ำ ๆ สกปรก โดยใช้แต่ยาปลุกกำหนัดทุกครั้ง ข้าจะเล่นตามน้ำของพวกนาง ส่วนเ้าไปหาคนเลี้ยงม้าจวนนี้มาสักสองสามคน จากนั้นให้พวกเขากินยาปลุกกำหนัดชนิดรุนแรง เติมความใจดีของข้าเป็พิเศษ ด้วยการเพิ่มกำยานเข้าไปอีก นางจะได้เข้าหอกับบรรดาสามีทั้งสามอย่างถึงใจ ข้าจะเข้าไปด้านในแล้วเ้าไปจัดการตามที่สั่งให้เรียบร้อย” คิดจะจับเขาทำสามี ฝันเฟื่องอยู่หรือไง
เมื่อทุกคนในห้องเห็นว่าเซียวหนิงหลง เข้ามานั่งที่โต๊ะจึงเริ่มทานมื้อเย็น โต๊ะนี้มีเพียงบุรุษเท่านั้นส่วนต้วนฮูหยินกับบุตรสาว ต้องไปนั่งทานอีกโต๊ะหนึ่งที่อยู่ด้านข้างแทน
เพียงครู่เดียวไป๋เหมยฮวา ก็ลุกขึ้นย่อตัวขออนุญาตออกไปก่อน โดยอ้างว่ารู้สึกไม่สบาย แต่ความจริงแล้วนางจะรีบไปเตรียมตัวรอเซียวหนิงหลงที่เรือนรับรอง ซึ่งนางไม่รู้ตัวว่ายามที่นางเข้าไปในห้องนั้น ได้สูดดมเอากลิ่นควันจากกำยาน ที่ก้งคุนได้จุดเพิ่มเข้าไปจนเต็มปอด
เซียวหนิงหลงก็พบเจอกับแผนการตามที่ก้งคุนบอกมา ตอนนี้เสื้อผ้าเขาเปียกชุ่มไปด้วยน้ำชาที่หกใส่ตัวเต็มไปหมด ต้วนฮูหยินจึงออกอุบายให้สาวใช้คนนี้ไถ่โทษ โดยการนำทางเซียวหนิงหลงไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เรือนรับรอง แต่หารู้ไม่ว่าตอนนี้ในห้องของเรือนรับรองนั้น กำลังมีสามบุรุษกับหนึ่งสตรีไร้ยางอาย ร่วมประเวณีมีสัมพันธ์สวาทกันอย่างเร่าร้อนถึงพริกถึงขิง แข่งกันส่งเสียงครวญคราง จนดังลั่นไปทั่วเรือนอย่างไม่มีใครยอมใคร แม้แต่บ่าวไพร่แถวนั้นยังต้องถอยออกไปให้ไกลจากเรือนรับรองหลังนี้
จนกระทั่งสาวใช้นางนั้น พาเซียวหนิงหลงเดินมาถึงเรือนรับรองที่เตรียมไว้ ก็ได้ยินเสียงครวญครางของบุรุษและสตรีดังออกมา นางจึงเขินอายกับเื่นี้ไม่น้อย ว่าแต่คุณหนูไป๋กำลังทำเื่เช่นนั้นกับใคร เพราะนางเพิ่งจะพาตัวซื่อจื่อมาถึงด้านหน้าเรือนเท่านั้น
“เ้าพาข้ามาผิดเรือนแล้วกระมัง ไม่ได้ยินหรือว่าข้างในห้องกำลังสุขสมกันเพียงใด ฟังจากเสียงคงจะมีบุรุษมากกว่าหนึ่งคนเสียด้วย ไม่เช่นนั้นคงไม่แข่งกันส่งเสียงดังลั่นไปทั่วอย่างไม่รู้จักอายเช่นนี้”
“เอ่อ เอ่อ บ่าว ๆ คงจะนำทางซื่อจื่อมาผิดเรือนจริง ๆ เ้าค่ะ เช่นนั้นเชิญซื่อจื่อที่เรือนรับรองถัดไปดีกว่าเ้าค่ะ” สาวใช้นางนี้รีบพาเซียวหนิงหลงไปอีกเรือนทันที ที่สำคัญนางต้องรีบไปตามฮูหยินมาที่นี่ด้วย
“ขอบใจมาก เ้าจะไปทำอะไรก็ไปเถิดข้าจัดการตัวเองได้” เขารีบไล่สาวใช้คนนี้ไปเพราะรู้ว่า นางต้องรีบวิ่งไปตามเ้าของจวนมาดูอย่างแน่นอน
และก็เป็เช่นนั้นจริง ๆ นางรีบวิ่งย้อนมาที่ห้องทานอาหาร แต่เพราะวิ่งมาระยะทางไม่ได้ใกล้เท่าใดนัก จึงหอบหายใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกสถานการณ์ที่เรือนรับรองให้กับต้วนฮูหยินได้ฟัง
“แฮ่ก ๆ ๆ ฮูหยินเ้าคะเกิดเื่ใหญ่แล้วเ้าค่ะ ตอนนี้ ๆ ที่เรือนรับรองคุณหนูกำลังทำอะ...” นางยังพูดไม่ทันจบก็มีเสียงของต้วนฮูหยินดังสวนขึ้นมาเสียก่อน
“เมื่อกี้เ้าบอกว่าเกิดเื่กับบุตรสาวของข้า ที่เรือนรับรองงั้นรึ! ท่านพี่รีบไปช่วยฮวาเอ๋อร์กันเถิดเ้าค่ะ หากชักช้านางคงถูกทำมิดีมิร้ายเป็แน่เ้าค่ะ” นางรีบบอกสามีให้ไปช่วยบุตรสาว แต่ที่จริงจะให้เขาไปเป็พยาน เพื่อให้ซื่อจื่อรับผิดชอบแต่งบุตรสาวของนางต่างหาก
“เ้ารีบนำทางพวกข้าไปเดี๋ยวนี้เร็วเข้า หากบุตรสาวข้าเป็อะไรไปพวกเ้าโดนดีแน่” เ้าเมืองไป๋รีบร้อนให้บ่าวรับใช้นางนี้นำทางไปที่เรือนรับรองทันที
เมื่อมาถึงทุกคนล้วนได้ยินเสียงที่ดังออกมา นั่นมันเป็เสียงของคนที่กำลังมีความสุข ระหว่างบุรุษและสตรีมิใช่หรือ ส่วนต้วนฮูหยินก็เริ่มเล่นงิ้วร้องไห้เรียกบุตรสาวของตนแล้ว
“ฮวาเอ๋อร์ลูกแม่ทำไมถึงเกิดเื่เช่นนี้กับเ้าได้ เรือนนี้เป็เรือนที่ซื่อจื่อมาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้านี่ หรือว่าข้างในนี้จะเป็พวกเขาสองคนงั้นรึ” คงเป็ไปตามแผนของนางที่วางเอาไว้
“เ้าอย่าได้พูดจาเหลวไหลเช่นนี้ออกมาเด็ดขาด มิใช่ว่าฮวาเอ๋อร์ขอตัวกลับเรือนของตนไปแล้วหรอกรึ แล้วนางจะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” เ้าเมืองยังคิดไม่ออกว่าบุตรสาวจะมาที่เรือนนี้ได้อย่างไร มิใช่ว่าทุกคนในห้องทานอาหารต่างได้ยินว่า นางขอตัวกลับเรือนเนื่องจากเกิดรู้สึกไม่สบาย
“นั่นสิ ต้วนฮูหยินควรจะคิดให้ดีก่อนจะพูดอะไรออกมา มิเช่นนั้นท่านจะรับโทษทัณฑ์ไม่ไหวเอาได้ แล้วพวกท่านพากันมาที่นี่มีเื่อันใดเกิดขึ้นงั้นหรือ” เซียวหนิงหลงเดินมาอีกทาง และทันได้ยินฮูหยินของเ้าเมืองไป๋พูดจาถึงเขาพอดี
“นะ นะ นี่ท่าน! ไม่ได้อยู่ข้างในห้องนี้หรอกรึ หากไม่ใช่ซื่อจื่อแล้วเสียงข้างในนั่นเป็เสียงของใครกัน” ต้วนฮูหยินใที่นางเห็นเซียวหนิงหลงยืนพูดอยู่ที่นี่ แล้วในห้องของเรือนรับรองนั่น เป็บุตรสาวของนางกำลังมีสัมพันธ์สวาทกับผู้ใดกันเล่า
“ถ้าข้าไม่อยู่ตรงนี้แล้วท่านจะให้ข้าไปอยู่ที่ใด อ้อ คงหวังให้เป็ข้าที่อยู่ในห้องนั้นกับบุตรสาวท่านกระมัง ตอนที่ข้ามาถึงจวนเ้าเมืองได้เอ่ยเตือนท่านกับบุตรสาวไปแล้วมิใช่หรือ ทำไมถึงความจำสั้นกันเช่นนี้ หรือไม่คิดใส่ใจคำพูดของข้ากันแน่
ท่านเ้าเมืองไป๋ ครั้งนี้ข้าจะไม่เป็คนทำโทษพวกนาง แต่จะให้ท่านเป็คนตัดสินโทษของพวกนางแทน ที่คิดวางยาปลุกกำหนัดหวังจะได้แต่งเข้าจวนชินอ๋อง ท่านคงรู้ว่าโทษปองร้ายเชื้อพระวงศ์นั้นร้ายแรงเพียงใด ในเมื่อนางอยากมีสามีนัก ก็ให้นางแต่งกับพวกบุรุษในห้องนั้นทุกคนเสีย แล้วโทษอย่างอื่นข้าจะไม่เอาความแต่อย่างใด หมดธุระแล้ว
ข้าขอตัวก่อนไม่ต้องส่งข้ากลับเองได้” จบเื่แล้วจะอยู่ทำไมให้เสียเวลา
เ้าเมืองไป๋ได้ยินเซียวหนิงหลงพูด ก็พอจะเดาได้ในทันทีเขาหันไปตบหน้าต้วนฮูหยินอย่างแรง จนนางล้มลงและสั่งให้บ่าวไพร่ เข้าไปแยกคนในห้องออกจากกัน ก่อนทำให้พวกเขามีสติด้วยน้ำเย็นหลายถัง
“เพี๊ยะ!!! เ้าทำอะไรลงไปรู้ตัวหรือไม่ หากซื่อจื่อคิดเอาเื่ขึ้นมา เ้าคิดว่าจะถูกลงโทษสถานเบาเช่นนั้นรึ ไม่เลย! โทษวางยาปองร้ายเชื้อพระวงศ์คือปะาชีวิตทั้งตระกูล ได้ยินไหมว่าโทษปะาชีวิตทั้งตระกูล”
“ฮือ ๆ ๆ ท่านพี่ข้าขอโทษเ้าค่ะ ข้าแค่อยากช่วยให้ท่านได้ย้ายไปที่อื่นเท่านั้น”
“หวังดีรึ! เ้าดูความหวังดีของเ้าว่ามันทำให้เื่เลวร้ายแค่ไหน บุตรสาวเ้ามีสามีสามคนในครั้งเดียว สมใจของเ้าหรือยังอย่าหวังว่าข้าจะได้ย้ายไปที่อื่น แม้แต่ตำแหน่งเ้าเมืองจะรักษาไว้ได้หรือไม่ยังไม่รู้เลย”
“อร๊ายยยย พวกเ้าจะมาจับตัวข้าแยกออกมาทำไม ข้ากับซื่อจื่อกำลังมีความสุขกันอยู่นะ ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้เ้าพวกชั้นต่ำ”
“เพี๊ยะ!! เพี๊ยะ!! ได้สติหรือยังนังลูกไม่รักดี แหกตาของเ้าดูว่ากำลังสมสู่กับบุรุษเช่นใดอยู่กันแน่ แต่ข้าบอกได้เพียงว่าไม่ใช่ซื่อจื่ออย่างที่เ้าพูดมาหรอกนะ”
“อร๊ายยยยยย ไม่จริง ๆ ไม่จริ๊ง ข้าจะหลับนอนกับพวกสกปรกนี้ได้อย่างไรกัน ท่านพ่อโกหก ๆ ข้าไม่เชื่อ มันต้องไม่เป็เช่นนี้”
“พรุ่งนี้ให้นางแต่งออกไปอยู่กับบุรุษทั้งสาม ที่เป็สามีของนางทันที ห้ามนางอาศัยอยู่ที่จวนเ้าเมืองอีกเด็ดขาด ส่วนฮูหยินสั่งสอนบุตรสาวในทางที่ผิดไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ปลดจากตำแหน่งฮูหยินเป็เพียงอนุ และกักบริเวณอยู่ในเรือนครึ่งปี หากไม่มีคำสั่งข้าห้ามก้าวเท้าออกจากเรือนแม้แต่ครึ่งก้าว”
พวกนางตกตะลึงกับคำสั่งลงโทษ ที่เด็ดขาดของคนเป็สามีและคนเป็บิดา อย่าคิดโทษผู้อื่นเพราะไม่มีใครบังคับ ให้พวกนางทำเื่นี้ทั้งนั้น เซียวหนิงหลงได้เอ่ยเตือนไปแล้ว แต่เป็พวกนางที่ดันทุรังทำมันด้วยตนเองก็ยอมรับโทษไปเสียเถิด
ด้านเซียวหนิงหลงที่กลับมาถึงที่พัก ก็มีอาหารแสนอร่อยวางอยู่บนโต๊ะ พรุ่งนี้เช้ามืดเขาและทหารอีกสองพันนาย จะเดินทางไปตำบลหย่งฝูเพื่อดำเนินการตามแผนที่ได้วางไว้ คงไม่ได้เข้าไปบอกกล่าวกับชิงเอ๋อร์อีก จึงต้องฝากคำขอโทษของตนผ่านก้งเยว่ไปถึงนางเท่านั้น
