หลิ่วปิงปิงทายาบนแผลของเธอเบาๆเมื่อเห็นว่าฉินเฟิงเดินห่างออกไปแล้วเธอก็ทาแผลของเธอขณะที่ก่นด่าบรรพบุรุษของฉินเฟิงสิบแปดชั่วโคตรในใจ
“หัวหน้าหลิ่วเสร็จหรือยัง? มาดูอะไรนี่” แล้วก็มีเสียงของฉินเฟิงดังออกมา
หลิ่วปิงปิงทายาเสร็จแล้วเธอเดินไปหาฉินเฟิงด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“อะไร?” หลิ่วปิงปิงตอบรับอย่างไม่ยินดีเธอไม่รอให้ฉินเฟิงโต้ตอบ สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนทันทีและนั่งยองๆเพื่อตรวจสอบคนห้าคนที่ฉินเฟิงอัดลงไปกอง
“คนพวกนี้คือ…?” หลิ่วปิงปิงคิดว่าปฏิบัติการคืนนี้พวกเธอจะจับใครไม่ได้เสียอีกใครจะรู้ว่าฉินเฟิงจับได้ตั้งห้าคน? ความโกรธที่มีต่อฉินเฟิงจึงจางหายไปเล็กน้อย
เธอต้องยอมรับว่าชายคนนี้พึ่งพาค่อนข้างได้เมื่อถึงเวลาทำงาน
“ตอนแรกผมคิดว่าห้าคนพวกนี้คือพวกค้ามนุษย์แต่ผมเพิ่งเห็นแผลเป็จากแส้บนร่าง และดมจากกลิ่นก็เหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้ซักหรือเปลี่ยนเสื้อผ้ามาหลายวัน…ผมคิดว่าอาจจะเพราะพวกเขาถูกพวกค้ามนุษย์จับและพวกเขาน่าจะเป็เหยื่อที่พวกมันลักลอบซื้อขาย”
หลิ่วปิงปิงมองไปยังฉินเฟิงด้วยความตะลึงเธอตระหนักได้ว่าฝีมือการสอบสวนของฉินเฟิงค่อนข้างเก่งหลิ่วปิงปิงไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับฉินเฟิงอีก ทั้งที่มีพร์ระดับนี้แต่ไม่ได้ทำหน้าที่ในฐานะตำรวจของประเทศ แต่กลับเป็ขยะที่คอยจีบสาวทุกคนที่เห็น
“พาผู้เคราะห์ร้ายพวกนี้ขึ้นรถตำรวจและพากลับไปที่สถานีก่อนเพื่อดูว่าเราสามารถได้ข้อมูลอะไรจากพวกเขาได้บ้าง”
ฉินเฟิงจัดการผู้เคราะห์ร้ายทั้งห้าคนไปที่รถตำรวจด้วยตัวคนเดียวเขาพาทั้งสี่คนไปไว้ในหลังรถและอีกคนไว้ที่ด้านหน้าข้างคนขับตอนนี้มีที่ไม่พอให้ทั้งฉินเฟิงและหลิ่วปิงปิง
“ฉินเฟิง เดินกลับไปเองซะ!”หลิ่วปิงปิงมองฉินเฟิงด้วยความเ็าและขึ้นรถ
คืนนี้เธอถูกฉินเฟิงเฆี่ยนอย่างน่าสมเพชเธอจึงแก้แค้นฉินเฟิงนิดหน่อย ไม่จำเป็ต้องกล่าวว่าเธอสุขใจขนาดไหน
ทว่าเมื่อเธอขึ้นรถเธอก็กลับออกมาในเวลาไม่ถึงห้าวินาทีด้วยสีหน้าหมองคล้ำ เธอจ้องฉินเฟิงและบอก“ขึ้นไป!”
ฉินเฟิงรู้ว่าหลิ่วปิงปิงไม่สามารถจากไปได้โดยไม่มีเขาเขายิ้มให้เธอและกล่าว “หัวหน้าหลิ่ว ทำไมยังไม่ไปอีกล่ะ?”
“เลิกไร้สาระและขึ้นรถซะ” หลิ่วปิงปิงโกรธมากจนอยากฆ่าคน
ฉินเฟิงขึ้นที่นั่งคนขับและยิ้มให้หลิ่วปิงปิงที่กำลังยืนอยู่นอกรถตอนนี้“หัวหน้าหลิ่ว ผมรู้ว่าพอคุณนั่งลงแล้วคุณจะเจ็บก้น รีบขึ้นมาเร็วอ้าขาและนั่งตักผม ผมจะพยายามส่งคุณให้ถึงบ้านอย่างปลอดภัยที่สุดเอง”
หลิ่วปิงปิงกัดฟันและจ้องฉินเฟิงเขม็งเป็นาทีสุดท้ายเธอก็กระทืบเท้าและขึ้นรถ
หลิ่วปิงปิงนั่งในอ้อมกอดของฉินเฟิงตลอดทางเธอใช้ขาแบกน้ำหนักและยกก้นขึ้นเพราะมันเจ็บด้วยวิธีนี้เธอจึงต้องกอดคอของฉินเฟิงเพื่อประคองตัวอย่างช่วยไม่ได้ฉินเฟิงเท้าคางบนไหล่ของหลิ่วปิงปิงเพื่อมองทาง
เขาขับรถด้วยมือเดียวและใช้อีกมือหนึ่งโอบรอบเอวคอดกิ่วของหลิ่วปิงปิงเพื่อไม่ให้เธอหล่น
ฉินเฟิงคิดว่านี่เป็การนั่งรถที่ไวเพียงพริบตาเดียว
แต่หลิ่วปิงปิงรู้สึกว่านี่เป็การนั่งรถที่ยาวนานตลอดชีวิต
เมื่อถึงสถานีตำรวจหลิ่วปิงปิงออกจากรถทันที ใบหน้ามีเสน่ห์ของเธอแดงแจ๋เมื่อเธอถึงสถานีก็เรียกลูกน้องสองสามคนและอุ้มเหยื่อเคราะห์ร้ายเหล่านี้ไปที่สถานีตำรวจ
ไม่นานหลังจากนั้นทั้งห้าคนก็ตื่นขึ้นทีละคน หลิ่วปิงปิงถามคำถามพวกเขาด้วยตัวเองและพบว่าพวกเขาไม่รู้จักใครเลยพวกเขาเป็ชนชั้นรากหญ้าที่มาจากที่อื่นเพื่อทำงานและเช่าบ้านอยู่ในเขตชานเมืองต่างๆ
ทั้งห้าคนถูกลักพาตัวไปกะทันหันตอนกลางคืนระหว่างที่พวกเขากำลังกลับบ้านหลังจากตื่นขึ้นมา พวกเขาก็พบว่าตัวเองถูกขังอยู่ในห้องมืดขนาดใหญ่โดยรวมแล้วมีสามสิบแปดคนที่อยู่ข้างในคืนนี้พวกเขากำลังจะขึ้นเรือออกไปโดยที่ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน
เป้าหมายของแก๊งค้ามนุษย์ขนาดใหญ่นี้ไม่แน่ชัดหลิ่วปิงปิงเดาไม่ออกว่าทำไมพวกมันถึงลักพาตัวผู้คน ก่อนหน้านี้หลิ่วปิงปิงคลี่คลายกลุ่มอาชญากรรมขนาดเล็กได้หลายคดีมีทั้งลักพาตัวเด็กไปขายที่เขตูเาอันห่างไกลมีทั้งลักพาตัวผู้หญิงเพื่อนำไปไว้สถานบันเทิงและบังคับให้พวกเธอเป็โสเภณีหรือแม้กระทั่งลักพาตัวคนเพื่อขายอวัยวะก็มี
แต่แก๊งค้ามนุษย์กลุ่มนี้กระทำแตกต่างพวกมันลักพาตัวทั้งหนุ่มสาวและคนแก่ บอกได้ว่าพวกมันไม่เกี่ยงอายุแต่นั่นก็ไม่ใช่เื่แปลก ตามรายงานของผู้เคราะห์ร้ายทั้งห้าคนพวกเขาถูกขังในห้องเล็กๆ ที่มืดมิดและเห็นคนตายหลายคนไม่มีใครรู้ว่าศพเหล่านี้ถูกทิ้งไว้นานเท่าไรและพวกค้ามนุษย์แก๊งนี้ถึงขนาดขนศพมาด้วย
“ขนาดคนตายก็ยังลักลอบไปด้วยไอ้พวกอาชญากรเหล่านี้มันคิดจะทำอะไรกันแน่?” หลิ่วปิงปิงไม่เข้าใจ
…
เมื่อเขากลับไปที่บริษัทชีวิตของฉินเฟิงก็กลับมาปกติอีกครั้ง
สวี่รั่วโหรวก็ยังคงไม่ว่างทั้งวันทั้งคืนต่อไปเธอโทรศัพท์ตลอดเวลาโดยไม่พัก และเมื่อเธอกลับมาถึงตำหนักฉินเธอก็จดจ้องอยู่แต่กระดาษจนดึกๆ ดื่นๆ ฉินเฟิงไม่รู้ว่าเธอกำลังยุ่งอยู่กับอะไร
เพราะฉินเฟิงคิดว่ามันไม่มีอะไรให้ยุ่งเลย!
หลี่อวี่เฉินนั่นก็คิดมาทั้งสัปดาห์แต่ก็ยังไม่ให้คำตอบดังนั้นฉินเฟิงจึงไม่หวังจะได้คำตอบจากเธออีกแล้วเขาคิดว่ามีบางอย่างผิดไปและอยากจะหาทางแก้ไขเผื่อโชคเื่ผู้หญิงของเขาอาจจะกลับมา แต่มันผิดที่ตรงไหนกัน? ฉินเฟิงไม่เข้าใจจริงๆ
วันหนึ่งถูกแบ่งเป็สองส่วนส่วนแรกคือเล่นเกม ส่วนที่สองคืองีบยาว ก่อนที่เขาจะรู้ตัวก็หมดวันไปเสียแล้วเมื่องานเลิก ฉินเฟิงก็ลุกขึ้นพร้อมกลับบ้านเขาจงใจช้าลงเพื่อรอสวี่รั่วโหรวนิดหน่อยแต่ยายเด็กนี่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะโงหัวขึ้นมาเลย เธอตั้งใจทำงานต่อไปฉินเฟิงจึงถอนหายใจและออกไป
ไม่นานหลังจากที่เขาออกไปสวี่รั่วโหรวก็เงยหน้าขึ้นมาั์ตากระจ่างใสของเธอเต็มไปด้วยความเ็ปและความผิดหวังเธอมองดูหลังของฉินเฟิงค่อยๆ หายไปและอยากจะวิ่งตามไปคว้าแขนของเขา
แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้พูดกันมาสัปดาห์หนึ่งแล้วแต่สวี่รั่วโหรวรู้สึกว่ามันเป็่เวลาตลอดชีวิต เธอคิดถึงการกินข้าวกับฉินเฟิงคิดถึงตอนโดนแกล้งในที่ทำงานและคิดถึงความรู้สึกตอนนั่งจักรยานที่สะดุดตาของเขากลับบ้านหลังเลิกงาน
เธอเหม่อลอยระหว่างที่คิดถึงความทรงจำเ่าั้แต่ตอนนี้เธอจะทำอะไรได้ในเมื่อเหตุการณ์มาถึงขั้นนี้แล้ว? เธอเก็บของตัวเองอย่างเงียบๆลุกขึ้นและพร้อมจะเบียดเสียดในรถเมล์กับรถไฟฟ้าใต้ดินอีกครั้ง
“รั่วโหรว มาหาฉันที่ออฟฟิศหน่อย”
เมื่อสวี่รั่วโหรวมาถึงหน้าประตูเสียงน่าขนลุกของหวังเชาก็ดังออกมาจากด้านหลังเสียงนี้เหมือนกับเสียงปีศาจที่ดังก้องในหัวของเธอ เธอหยุดก้าวทันทีเธอไม่อยากจะไปออฟฟิศของหวังเชา แต่เธอไม่มีความกล้าที่จะออกไปเฉยๆ
“รั่วโหรว หูหนวกหรือไง?มาที่นี่เดี๋ยวนี้!” หวังเชาะโออกมาเมื่อเห็นว่าสวี่รั่วโหรวไม่ขยับ
