สิ่งที่หานอวิ๋นซีไม่สามารถเข้าใจได้ก็คือทัศนคติของอี้ไท่เฟย
ความทะเยอทะยานของอี้ไท่เฟยนั้นเป็ที่รู้กันดีในหมู่ราชวงศ์ ขนาดไท่เฮาเองก็ยังสู้ไม่ได้ อะไรคือเหตุผลที่ทำให้นางยอมลดศักดิ์ศรีของนางเพื่อมู่หรงหว่านหรูกันแน่?
ต้องรู้ว่าการแต่งงานของมู่หรงหว่านหรูนั้นเดิมทีเป็เื่ที่น่าละอาย ไม่น่าเชื่อว่าคนรักศักดิ์ศรีอย่างอี้ไท่เฟยจะทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นใน่เวลาสั้นๆ และการที่ได้จวนผิงเป่ยโฮ่วมาเป็เขย ช่างเป็เื่ที่คาดไม่ถึง
การเสียสละนี้ยิ่งใหญ่เกินไปหรือไม่?
รองเสนาบดีกระทรวงขุนนางมีอำนาจ จวนกั๋วกงเองก็มีตำแหน่งสูง ตอนนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับศักดิ์ศรีของจวนผิงเป่ยโฮ่ว อี้ไท่เฟยจึงไม่ลังเลเลยที่จะลดท่าทีของนางเพื่อยกระดับจวนผิงเป่ยโฮ่ว
ไม่ต้องพูดถึงความสนิทสนมของอี้ไท่เฟยและจวนผิงเป่ยโฮ่วใน่ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แค่วันนี้ในเื่ของการเข้าร่วมการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิด้วยกัน เมื่อมีข่าวว่าทั้งสามตระกูลกำลังเดินทางไปกับจวนฉินอ๋องแพร่กระจายออกไป สถานะของทั้งสามตระกูลในเมืองหลวงจะต้องพุ่งทะยานขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในวงชนชั้นสูงของเมืองหลวงอีกด้วย
อี้ไท่เฟยทำสิ่งนี้เพื่อมู่หรงหว่านหรู แต่นางเคยถามฉินอ๋องบ้างหรือไม่ว่าตกลงหรือไม่?
ฉินอ๋องได้ออกหน้าหาตำแหน่งข้าราชการในกระทรวงให้จ่างซุนเช่อแล้ว แค่นั้นยังไม่พออีกหรือไร?
เหตุผลที่จวนฉินอ๋องสูงส่งได้ก็เพราะการมีอยู่ของหลงเฟยเยี่ย หากไม่มีหลงเฟยเยี่ย ไม่ว่าอี้ไท่เฟยจะมีความทะเยอทะยานมากเพียงใด นางก็เป็เพียงไท่เฟยคนหนึ่งเท่านั้น
เพื่อบุตรสาวบุญธรรมที่ไม่เอาไหนคนหนึ่ง ยอมที่จะเสียคุณค่าของบุตรชายตัวเอง นี่ไม่เหมือนสิ่งที่คนนิสัยอย่างอี้ไท่เฟยจะทำเลยแม้แต่น้อย
หานอวิ๋นซีไม่เข้าใจเลยจริงๆ นางแอบรู้สึกว่าหลังจากมู่หรงหว่านหรูแต่งงานไปแล้ว อี้ไท่เฟยกลับรักนางมากขึ้นเสียด้วยซ้ำ เมื่อเข้าไปในรถม้า หานอวิ๋นซียังคงหน้านิ่วคิ้วขมวด และมู่หรงหว่านหรูที่ไม่ได้นั่งในรถม้าของจวนผิงเป่ยโฮ่ว แต่นั่งจับมืออี้ไท่เฟยอยู่ข้างๆ
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้หลงเฟยเยี่ยเองก็คงไม่เข้าใจเช่นกัน เขามองไปที่ด้านหลังของกลุ่มรถม้าและถามอย่างเ็าว่า “ทำไมปีนี้ถึงออกเดินทางเร็วล่ะ?”
ในปีก่อนๆ เขาไม่ได้ไปกับอี้ไท่เฟย แต่อี้ไท่เฟยจะจากไปหลังยามอู่เสมอ
“กุ้ยมามาที่อยู่ในตำหนักของอี้ไท่เฟยบอกว่าเป็ความคิดของหวังเฟยพ่ะย่ะค่ะ โดยบอกว่าจะออกไปก่อนเวลา เพื่อจะได้มีเวลามากขึ้นและเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์บนท้องถนน ทั้งยังบอกด้วยว่าเพื่อหลีกเลี่ยงขบวนอื่น นางจึงเลือกถนนหวังเจียโกว ซึ่งค่อนข้างห่างไกลพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์เงากระซิบ
ความคิดของหานอวิ๋นซี? ชมวิวทิวทัศน์?
สตรีผู้นี้ช่างอารมณ์ดีเหลือเกิน แต่เคยคิดเื่ความปลอดภัยบ้างหรือไม่?
ท่าทีที่ไม่พอใจปรากฏขึ้นในดวงตาของหลงเฟยเยี่ย เขาไม่ได้ถามอะไรอีกและพูดอย่างเ็าว่า “ไปบอกฉู่ซีเฟิงว่าให้ดำเนินการตามแผน”
“พ่ะย่ะค่ะ!” องครักษ์เงารับคำสั่งและจากไป ในใจก็รู้สึกงงงวยว่าทำไมท่านอ๋องถึงไม่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการเดินทางของอี้ไท่เฟยและทั้งสามตระกูลเลยแม้แต่น้อย?
ในไม่ช้า รถม้าก็ออกจากเมืองหลวง รถม้าที่เปิดทางอยู่ด้านหน้า ตามด้วยรถม้าของอี้ไท่เฟยและอีกสามตระกูลตามมาติดๆ
ระหว่างทาง มู่หรงหว่านหรูพูดคุยกับอี้ไท่เฟยอยู่ตลอด และแน่นอนว่าทั้งคู่เป็แม่ลูกที่อยู่ด้วยกันมาหลายปี มู่หรงหว่านหรูจึงสามารถสร้างความขบขันให้กับอี้ไท่เฟยได้ด้วยประโยคเดียว เปลี่ยนเื่ไปเรื่อยๆ ราวกับว่าพูดอย่างไรก็พูดไม่จบ พูดจบก็ทำให้หานอวิ๋นซีที่พยายามจะนอนอยู่ข้างๆ นอนไม่หลับ หัวข้อที่พวกนางพูดคุยนั้น หานอวิ๋นซีล้วนไม่คุ้นเคยกับมันทั้งสิ้น ดังนั้นจึงไม่สามารถเข้าร่วมการสนทนาได้
นางที่ี้เีเกินกว่าจะเข้าร่วม ทำเพียงพิงข้างหน้าต่างเพื่อชมทิวทัศน์ระหว่างทาง เพียงแต่หานอวิ๋นซีค่อยๆ รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ทำไมเส้นทางที่รถม้าเดินถึงได้รกร้างมากขึ้นเรื่อยๆ
นางหันกลับมา “หมู่เฟย พวกเราไม่ใช้ถนนเส้นใหม่หรือ?”
มีถนนตรงจากเมืองหลวงไปยังเมืองเป่ยเจ๋อ เป็ถนนเรียบและเดินทางง่าย แม้ว่าหานอวิ๋นซีจะไม่รู้จักเส้นทาง แต่ตัดสินจากทุกสิ่งรอบตัวแล้ว นี่ต้องไม่ใช่ถนนใหญ่แน่นอน!
อี้ไท่เฟยซึ่งกำลังสนทนาอย่างมีความสุข เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ยินคำถามของหานอวิ๋นซีและถามอย่างส่งๆ ว่า “อะไรนะ?”
“หมู่เฟย พวกเรามาผิดทางหรือไม่? ที่นี่คือที่ไหน?” หานอวิ๋นซีถามอย่างจริงจัง
เช่นนี้อี้ไท่เฟยจึงจะเริ่มสงสัยและชะโงกหน้าออกไปมองนอกหน้าต่าง แต่ใครจะรู้ ในเวลานี้รถม้าก็หยุดกะทันหัน!
“อ๊าย…”
อี้ไท่เฟยและมู่หรงหว่านหรูกรีดร้องพร้อมกันและล้มลงไปข้างหน้า โชคดีที่หานอวิ๋นซีตอบสนองอย่างรวดเร็ว โดยมือข้างหนึ่งจับหน้าต่างไว้ ส่วนอีกข้างจับมือของอี้ไท่เฟยไว้ อี้ไท่เฟยที่ทรงตัวได้ แต่มู่หรงหว่านหรูกลับกระแทกเข้ากับกรอบประตู
ยังไม่ทันที่จะได้ตั้งสติ เสียงขององครักษ์ก็ดังมาจากข้างนอก “มีนักฆ่า ปกป้องนายท่าน!”
“นักฆ่า? พระเ้าช่วย!”
อี้ไท่เฟยกรีดร้องขึ้นมา ใบหน้าซีดเซียวและหดตัวโดยสัญชาตญาณ ไม่ใช่เพราะนางไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้ แต่เพราะนางไม่ค่อยได้รับอันตรายในชีวิต ดวงตาของมู่หรงหว่านหรูฉายแววเ็า และนางรีบย่อตัวลงไปที่ด้านข้างอี้ไท่เฟย พร้อมกับถามด้วยความตื่นตระหนกว่า “หมู่เฟย ทำอย่างไรดี! ทำไมถึงมีนักฆ่าได้?”
อี้ไท่เฟยจะไปรู้ได้อย่างไรกัน สองแม่ลูกกอดกันอย่างรวดเร็ว
ในเวลานี้ เสียงการต่อสู้ข้างนอกดังขึ้นเรื่อยๆ เสียงกระทบ “แกร๊ง แกร๊ง แกร๊ง” ของอาวุธดังขึ้น ทำให้คนที่่ได้ยินหวาดกลัวไม่น้อย ฟังจากเสียงนี้แล้ว นักฆ่าคงมีจำนวนไม่น้อย!
“หว่านหรู ดูแลหมู่เฟยให้ดี!”
หานอวิ๋นซีตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ทิ้งคำพูดนี้ ก่อนที่จะออกจากรถม้า เมื่อเห็นสิ่งนี้ มู่หรงหว่านหรูก็รู้สึกใและประหลาดใจ หานอวิ๋นซีนะหานอวิ๋นซี คิดไม่ถึงว่าเ้าจะกล้าลงจากรถม้าตอนนี้ ในเมื่อเ้าลงไปแล้ว เช่นนั้นก็จะจัดการได้ง่ายขึ้น!
เมื่อคิดเช่นนี้ นางก็กอดอี้ไท่เฟยที่หวาดกลัวให้แน่นยิ่งขึ้น และอีกมือหนึ่งก็แตะเข็มทองสามเข็มในแขนเสื้ออย่างเงียบๆ เพื่อรอโอกาสที่จะลงมือ
หานอวิ๋นซีจะไปรู้ได้อย่างไรว่าเกิดอะไรขึ้นบนรถม้า อี้ไท่เฟยและมู่หรงหว่านหรูเหมือนมีหัวใจดวงเดียวกัน การทิ้งพวกนางสองแม่ลูกไว้ในรถม้าเป็การปลอดภัยที่สุด
ทันทีที่นางลงจากรถม้า ก็เห็นองครักษ์ป้องกันรถม้าไปพลาง และต่อสู้กับนักฆ่าชุดดำไปพลาง รถม้าที่อยู่ข้างหลังเองก็ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันเช่นกัน
นางยืนอยู่ข้างๆ โดยไม่ขยับเขยื้อน มองทุกๆ การเคลื่อนไหวของนักฆ่าชุดดำรอบตัวนางอย่างเ็า
ทำไมรถม้าถึงไม่ใช้ถนนสายหลัก การเดินทางไปสถานที่ห่างไกลเช่นนี้ ถึงแม้ว่าจะใช้ถนนเส้นนี้เป็เื่ปกติ แต่ใครจะมีความกล้าขนาดจี้รถม้าของจวนฉินอ๋องในสถานที่ห่างไกลแบบนี้?
นักฆ่าชุดดำเหล่านี้มาปล้นเงิน หรือมีเป้าหมายเป็ใครบางคนในขบวน?
หานอวิ๋นซีนึกถึงคังอ๋องแห่งเป่ยลี่ทันที แต่นักฆ่าชุดดำเหล่านี้ไม่ใช่ยอดฝีมือ ต่อสู้กับองครักษ์มานานโดยที่ไม่ได้ชนะแล้วก็ไม่ได้แพ้ คังอ๋องแห่งเป่ยลี่คงไม่มีลูกน้องที่อ่อนแอแบบนี้หรอกใช่หรือไม่?
ขณะที่หานอวิ๋นซีกำลังครุ่นคิดอยู่ ทันใดนั้น นักฆ่าชุดดำคนหนึ่งก็ทะลุแนวป้องกันขององครักษ์และเหาะไปที่รถม้าพร้อมกระบี่ในมือ ดวงตาของหานอวิ๋นซีเปลี่ยนเป็เ็า ยกมือขึ้นเพื่อเล็ง เข็มสีทองพุ่งออกไปจากข้อมือของนาง ตรงเข้าไปชายชุดดำอย่างแม่นยำ!
เมื่อเห็นเช่นนี้ องครักษ์ที่อยู่ข้างๆ ก็ตกตะลึง และนักฆ่าชุดดำก็มองไปรอบๆ แน่นอนว่ามันเป็เพียงชั่วครู่เท่านั้น ในไม่ช้า พวกเขาก็ต่อสู้กันอีกครั้ง
หานอวิ๋นซียกยิ้มขึ้นเล็กน้อย นางหมุนตัวไปรอบๆ พร้อมกับเข็มสีทองที่พุ่งออกไปสังหารนักฆ่าที่โจมตีนางจากด้านหลัง
เมื่อเผชิญหน้ากับปรมาจารย์อย่างฉู่ซีเฟิง นางต้องต่อสู้อย่างจริงจังและตรงไปตรงมา แต่การเผชิญหน้ากับกลุ่มนักฆ่าชุดดำนี้ดูเหมือนว่านางจะเล่นได้อย่างอิสระ!
เป็เื่ยากที่จะมีโอกาสต่อสู้จริง ทั้งยังมีจำนวนมากขนาดนี้ เมื่อความสนุกของหานอวิ๋นซีมาถึง นางก็ค่อยๆ ถอยห่างจากรถม้าและเริ่มที่จะเข้าร่วมการต่อสู้
เมื่อเห็นนางเข้ามา นักฆ่าในชุดดำก็พุ่งเข้ามาหานาง อย่างไรก็ตาม ร่างของนางเบาและว่องไวราวกับหงส์ การเคลื่อนไหวของนางก็สง่างามอย่างมาก เพียงแต่ในความสง่างามนี้ เข็มสีทองถูกบินออกไปอย่างไร้เสียง ฆ่านักฆ่าชุดดำล้มลงทีละคน เหล่าองครักษ์ทั้งหมดต่างหยุดมองพร้อมกัน นักฆ่าชุดดำเองก็ไม่กล้าเข้ามาล้อมรอบรถม้าอีกต่อไป คนประมาณยี่สิบคนรวมตัวกันและล้อมรอบหานอวิ๋นซี
หานอวิ๋นซีที่ไม่รู้สึกกลัวแม้แต่น้อย ยิ่งเล่นเท่าไรนางก็ยิ่งสนุกมากขึ้นเท่านั้น ในขณะที่หลบกระบี่ของนักฆ่าชุดดำ นางก็เอียงตัวบ้าง บางครั้งก็เอนหลัง บางครั้งก็เอนไปข้างหน้า บางครั้งก็หันไปด้านข้าง และบางครั้งก็หมุนตัวกลับมา การเคลื่อนไหวของนาง ราบรื่นขึ้นเรื่อยๆ ค่อยๆ กลายเป็เหมือนเมฆและน้ำที่ไหลไป ราวกับการเคลื่อนไหวของการเต้นรำ
ฉู่ซีเฟิงที่แอบซุ่มมองอยู่ด้านข้างก็กระตุกมุมปาก เขาไม่รู้ว่าจะประเมินสตรีผู้นี้อย่างไร และอดไม่ได้ที่จะสงสัยอีกครั้งว่าสตรีผู้นี้เป็คนไร้ค่าจริงๆ หรือ?
และหลงเฟยเยี่ยที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาก็เฝ้าดูอย่างตั้งใจ พร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนที่ปรากฏบนริมฝีปากเ็าของเขา
เดิมทีเขามาซุ่มโจมตีคังอ๋องแห่งเป่ยลี่ แต่ไม่คาดคิดว่าจะเจอนักฆ่าเหล่านี้ แน่นอนว่า เขาไม่ได้คิดที่จะเคลื่อนไหวใดๆ
คนในรถม้าคันอื่นไม่กล้าลงมา และเหล่าองครักษ์ทั้งหมดก็กลายเป็ผู้ชม ในขณะที่หานอวิ๋นซีกำลังสนุกสนาน อี้ไท่เฟย...กำลังอยู่ใกล้เส้นความเป็ความตาย!
ในรถม้า อี้ไท่เฟยขดตัวกลมเป็ลูกบอล ปากของนางถูกปิดไว้ นางเบิกตากว้าง มองไปที่มู่หรงหว่านหรูด้วยความไม่เชื่อ ใบหน้าของนางซีดกว่าหน้าคนตายอย่างมาก
บุตรสาวผู้นี้ที่จับมือนางและพูดเล่นก่อนหน้านี้ ้าฆ่านางในตอนนี้!
บุตรสาวผู้นี้ที่นางรักมามากว่าสิบปีและทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจให้ คิดไม่ถึงว่าจะ้าฆ่านาง?
ทำไมกัน?
ทำไมถึงเป็เช่นนี้?
อี้ไท่เฟยไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตาของตัวเองเห็น แม้ว่ามันจะเป็ความฝัน แต่นางก็ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองจะฝันร้ายเช่นนี้!
นางมักจะขี้ขลาดอยู่เสมอ แต่ตอนนี้เวลานี้ความใมากกว่าหวาดกลัวเสียอีก
ไม่ นางไม่สามารถยอมรับความจริงนี้ได้!
มู่หรงหว่านหรูปล่อยให้นางมอง มองเข็มทองแหลมคมสามเล่มอย่างสงบ และนับทีละเล่มด้วยความสนุก รอยยิ้มเยาะเย้ยที่ผิดแปลกไปค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ละเอียดอ่อนของนาง น้ำเสียงของนางเบาและช้ามาก ทว่าแค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนสั่นสะท้าน “หมู่เฟย ท่านรู้หรือไม่? หมอบอกข้าว่าตราบใดที่เข็มสามเล่มแทงเข้าไปในจุดฝังเข็ม รับประกันได้ว่า...ชีวิต วู้ฮู!”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา อี้ไท่เฟยก็เผยความหวาดกลัวออกมา ทันใดนั้นความรู้สึกหวาดกลัวของนางก็เกินความใ นางหวาดกลัวจนดวงตาเปลี่ยนเป็สีแดง และสายตาก็มองไปมาระหว่างใบหน้าของมู่หรงหว่านหรูกับเข็มทองคำ นางเอาแต่ส่ายหน้าด้วยความกลัว ครวญครางพร้อมกับเสียงร้องไห้ ดวงตาก็แดงราวกับเต็มไปด้วยเืและน้ำตาที่คลอเบ้า
“ทำไมท่านถึงมองข้าแบบนั้นล่ะ หมู่เฟย?”
เสียงของมู่หรงหว่านหรูไร้เดียงสาและไม่เป็พิษเป็ภัย “หมู่เฟย? ท่านร้องไห้ทำไมกัน? ลองคิดดูสิ ข้าเรียกท่านว่าหมู่เฟยมาตั้งหลายปี...”
เมื่อพูดถึงสิ่งนี้ น้ำเสียงของนางก็เฉียบคมและถามว่า “หมู่เฟยจะะโหรือ?”
ทันทีที่นางพูดจบ นางก็เข้ามาใกล้ทันที ปลายเข็มก็ลดระดับลงที่จุดฝังเข็มที่คอของอี้ไท่เฟย ััที่เย็นะเืและเฉียบคมทำให้อี้ไท่เฟยสั่นสะท้านอย่างมาก ขนลุกเกรียวไปทั่วทั้งร่าง
นางรู้สึกได้ถึงเืที่ไหลออกมาช้าๆ ที่คอของนาง
“ฮือฮือ...ฮือ...”
นางไม่กล้าส่ายหน้า เอาแต่สะอื้นอย่างกระวนกระวาย ดังขึ้นและดังขึ้นเรื่อยๆ
มู่หรงหว่านหรูรู้จักนางดี เบียดเข้าไปใกล้มากขึ้นและถามอย่างอดทนว่า “ท่านอยากพูดอะไรหรือ? พูดว่าท่านรับเลี้ยงข้า ข้าจะต้องตอบแทนบุญคุณท่านใช่หรือไม่? พูดว่าท่านปฏิบัติต่อข้าอย่างดี แต่ข้าก็ยังไม่รู้จักที่จะตอบแทนท่านใช่หรือไม่?”
อี้ไท่เฟยอยากจะส่ายหัว แต่นางก็ไม่กล้าขยับ ตอบแค่เพียง “ฮือฮือฮือ”
มู่หรงหว่านหรูยิ้มอย่างดูถูก “อี้ไท่เฟย ท่านเป็คนอหังการมาตลอด อยู่เหนือกว่า แค่ให้ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ก็้าให้คนอื่นรู้สึกขอบคุณท่านแล้ว ท่านรู้หรือไม่ว่าข้าอยู่เคียงข้างท่านมาหลายปีขนาดนี้ มันเหนื่อยแค่ไหน?”
