บทที่ 8 พระอาจารย์คง
ความมืดมิดภายในป่าหิมพานต์ชั้นในเริ่มทวีความเข้มข้นขึ้นจนอากาศดูหนาหนักประดุจน้ำ ไอหมอกสีม่วงจางๆ ที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือพื้นดินไม่ใช่หมอกธรรมดา แต่มันคือไออสูรกาลที่มีฤทธิ์กัดกร่อนปราณชีวิตของสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอให้กลายเป็เถ้าถ่านในพริบตา ทันทีที่คณะเดินทางย่างกรายเข้าสู่เขตป่าชั้นใน บรรยากาศรอบด้านก็พลันกดทับลงมาประดุจขุนเขามหึมา
เหล่าเนตรอสูรทั้งสิบสองนางเริ่มมีอาการผิดปกติ พวกนางรู้สึกได้ถึงพละกำลังที่ค่อยๆ ถูกสูบหายไปจากร่างกาย ขาที่เคยแข็งแรงกลับเริ่มสั่นระริกจนแทบจะก้าวเดินต่อไปไม่ไหว หน้าอกสะท้อนขึ้นลงอย่างรุนแรงเมื่ออากาศที่หายใจเข้าไปนั้นกลับหนาหนักและร้อนรุ่มประดุจเปลวไฟ กลิ่นอายอาถรรพ์ของป่าพยายามม้วนตัวเข้าบดขยี้ปอดของพวกนางจนรู้สึกอึดอัดจนแทบจะขาดใจตาย
ทว่า... เพราะพวกนางไม่ใช่สตรีที่อ่อนแอจากวังหลังคนเดิมอีกต่อไป! ดวงตาปีศาจสีม่วงเข้มในเบ้าตาเริ่มส่องแสงวาบตอบรับกับอันตราย ปราณอสูรเข้มข้นที่รัญจวนเคยมอบให้ผ่านเืและโอสถทิพย์เริ่มไหลเวียนขึ้นมาชดเชยพลังงานที่สูญเสียไป พวกนางใช้ความอดทนระดับสูงที่ได้จากการถือกำเนิดใหม่ข่มความเ็ปและอาการเหนื่อยหอบ กัดฟันก้าวเดินต่อไปภายใต้การคุ้มครองของรัศมีอสุรีที่แผ่ออกมาจากตัวนายหญิง
รอบกายของพวกนางเต็มไปด้วยพฤกษาโบราณขนาดั์ ลำต้นของมันขรุขระเป็เกลียวเกล็ดนิลสลับลายอักขระธรรมชาติสีแดงเพลิงที่เรืองแสงวาบๆ ทุกครั้งที่มันหายใจรากไม้ขนาดั์ขดตัวไปมาตามพื้นดินประดุจพญางูที่นอนรอจังหวะรัดเหยื่อ เถาวัลย์กินนรีที่ห้อยระย้าลงมาจากยอดไม้สั่นไหวระริกยามที่ััได้ถึงการมาเยือนของกลุ่มคน ดอกไม้รูปร่างประหลาดคล้ายปากปีศาจคอยพ่นละอองเกสรเรืองแสงที่เป็พิษร้ายออกมาเป็ระยะ ทว่าเพียงแค่รัญจวนแผ่รังสีอสูรออกมาบางเบา พฤกษาล่าเหยื่อเ่าั้กลับพากันหดตัวหนีและสงบนิ่งประดุจข้ารับใช้ที่ยำเกรงต่ออำนาจราชินี
รัญจวนนั่งอยู่บนหลังของ นิลกาล เสือดำมีปีกที่บัดนี้ขยายร่างมหึมาทำหน้าที่เป็พาหนะนำทาง ท่วงท่าของนางนิ่งสงบ แววตาคมปลาบกวาดมองไปตามชะง่อนผาประดุจกำลังมองหาบางสิ่งผ่านเซนเซอร์ตรวจจับความร้อนในจิติญญาที่ถูกอัปเกรดด้วยพลังอสูร นางใช้เทคนิค การหายใจทางยุทธวิธี จากโลกจารชนเพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจและกรองสารพิษจากไออสูร ทำให้ร่างกายนางยังคงสมบูรณ์พร้อมประดุจเครื่องจักรที่เดินเครื่องเต็มกำลัง
"นายหญิง... ข้างหน้ามีกลิ่นคาวเืที่แปลกประหลาดขอรับ"
นิลกาลเอ่ยผ่านจิต แววตาของมันวาวโรจน์ในความมืด
รัญจวนรั้งบังเหียน
"ทุกคนหยุด! กาฬทมิฬ... เ้าไปดูที่ถ้ำนั่นสิ"
ขุนพลเงาย่อกายลงน้อมรับคำสั่งอย่างนอบน้อม ร่างที่กำยำและดำสนิทประดุจหินนิลพลันพร่ามัวก่อนจะเลือนหายสลายกลายเป็เงามืดสายหนึ่ง พุ่งทะยานแหวกม่านหมอกสีม่วงหายเข้าไปในปากถ้ำอาถรรพ์อย่างเงียบเชียบประดุจไร้ตัวตน
ภายในถ้ำนั้นหนาวเหน็บและอบอวลไปด้วยกลิ่นไอประหลาด กลิ่นคาวเืสดๆ คละคลุ้งปนเปกับกลิ่นเหม็นไหม้และกลิ่นอับชื้นที่รุนแรงจนน่าคลื่นไส้ เงามืดของกาฬทมิฬไหลวนไปตามผนังหินที่ชื้นแฉะ ก้าวข้ามกองกระดูกสัตว์ป่าที่นอนกระจัดกระจาย จนกระทั่งเขาพบร่างของมนุษย์ผู้หนึ่งนอนพาดอยู่บนแท่นหินลึกเข้าไปด้านในสุด แสงสว่างจากมอสเรืองแสงสีเขียวซีดเผยให้เห็นภาพที่น่าสยดสยอง
กาฬทมิฬคืนร่างเป็ขุนพลั์ ทรุดกายลงตรวจสอบด้วยหัวใจที่เต้นรัว ชายชราในชุดขาวมอซอผู้นี้มีใบหน้าที่สงบนิ่งทว่าซีดเผือดราวกับกระดาษ ทว่าสิ่งที่ทำให้นักรบอสูรผู้ผ่านศึกมาโชกโชนยังต้องขบกรามแน่นคือาแที่ต้นขาขวา... มันเป็แผลเปิดขนาดใหญ่ที่เนื้อรอบๆ เริ่มเปลี่ยนเป็สีม่วงคล้ำและดำสนิท มีไอระเหยจางๆ พวยพุ่งออกมาจากปากแผลที่ถูกพิษร้ายกัดกร่อนลึกจนเห็นกระดูก เส้นเืรอบๆ บวมเป่งเต้นตุบๆ ราวกับมีปรสิตกำลังชอนไชลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ
ขุนพลเงารับรู้ได้ถึงไอพลังอสูรบริสุทธิ์สายหนึ่งที่แผ่ออกมาจากร่างชายชราเพื่อต้านทานพิษร้ายทว่ามันกำลังจะมอดดับลง เขาไม่รอช้า พุ่งตัวกลับออกมาจากเงามืดเพียงอึดใจ ก่อนจะปรากฏกายเบื้องหน้านายเหนือหัวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"นายหญิง... พบมนุษย์ผู้หนึ่งในถ้ำอาถรรพ์เบื้องหน้า ดูเหมือนจะเป็ผู้บำเพ็ญพรต ทว่าร่างของเขามีาแฉกรรจ์สาหัสที่กำลังลุกลามกัดกินเนื้อจนเกือบถึงหัวใจแล้วขอรับ สภาพปางตายหากช้ากว่านี้เพียงกึ่งชั่วยามดวงิญญาคงมลายสิ้น"
รัญจวนะโลงจากหลังเสือั์ ทะยานร่างเข้าไปในถ้ำทันที ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือชายชราในชุดขาวมอซอผู้หนึ่งนอนหายใจรวยรินอยู่บนแท่นหิน รอบกายของเขาแผ่รัศมีพลังอสูรสีทองอ่อนๆ ที่พยายามต้านทานกลุ่มก้อนพลังงานสีดำที่พวยพุ่งออกมาจากาแฉกรรจ์ที่ต้นขา าแนั้นดูเหมือนเนื้อที่กำลังถูกทำลายด้วยพิษร้ายแรงและเริ่มลุกลามจนส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงจนนางสิบสองหลายคนต้องเบือนหน้าหนี
"พระอาจารย์คง!"
เมรีอุทานออกมา เสียงของนางสั่นเครือด้วยความตระหนกและซาบซึ้งใจ แววตาที่บัดนี้มองเห็นแก่นแท้ของิญญาเบิกกว้างเมื่อจำใบหน้าของชายชราผู้นี้ได้
"นายหญิง... ท่านผู้นี้คือหมอเทวดาผู้สันโดษที่ข้าเคยพบเมื่อครั้งยังเป็เด็ก ในวันที่หมู่บ้านของข้าถูกทอดทิ้งให้เผชิญกับโรคห่าอย่างสิ้นหวัง เป็ท่านอาจารย์คงที่ฝ่ากระแสความตายเข้าไปช่วยชีวิตบิดาและครอบครัวของข้าไว้ด้วยวิชาโอสถทิพย์ ท่านคือมหาบุรุษผู้ทรงเมตตาที่ข้าสาบานว่าจะต้องทดแทนบุญคุณให้ได้ เหตุใดท่านถึงมาตกอยู่ในสภาพที่น่าเวทนาเช่นนี้!"
รัญจวนก้มมองดูาแอีกครั้งก่อนจะเอ่ยว่า
"นั่นไม่ใช่คำสาป แต่มันคือการติดเชื้อแบคทีเรียขั้นรุนแรงจากการาเ็"
รัญจวนพึมพำเบาๆ แววตาจารชนสาวจากปี 2099 วิเคราะห์าแอย่างรวดเร็วประดุจเครื่องสแกนทางการแพทย์
"พสุธา! สร้างม่านดินปิดปากถ้ำห้ามให้ลมข้างนอกพัดเข้า! อัคนี! เตรียมไฟให้ร้อนที่สุดแต่ห้ามให้มีควัน!"
"นายหญิง... ท่านจะทำอะไร? สิ่งนี้หมอทั่วใต้หล้าบอกว่าเป็อาคมพิษที่ไม่มีทางรักษาได้นอกจากรอความตาย"
พสุธาเอ่ยด้วยความกังวล
รัญจวนปรายตาคมปลาบมองขุนพลั์
"ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าคำสาปที่รักษาไม่ได้หรอก มีเพียงความไม่รู้ที่ทำให้คนมองไม่เห็นแก่นแท้ของมันเท่านั้น"
ในสมองของรัญจวน บัดนี้ข้อมูลจากอดีตชาติในปี 2099 กำลังหลั่งไหลออกมาประดุจสายน้ำ แผนกจารชนสากลที่นางสังกัดอยู่ไม่ได้ฝึกแค่การฆ่าฟัน แต่พวกนางคือยุทโธปกรณ์ที่มีชีวิต จารชนสาวทุกคนต้องผ่านหลักสูตรการแพทย์ระดับสูงในสภาพที่ไร้เครื่องมือแพทย์ที่สมบูรณ์แบบ พวกนางถูกเคี่ยวกรำให้จดจำทุกมัดกล้ามเนื้อ ทุกเส้นประสาท และทุกระบบการทำงานของสิ่งมีชีวิตผ่านระบบจำลองเสมือนจริง นับหมื่นครั้ง จนทำให้ประสาทััและทักษะความแม่นยำของปลายนิ้วนั้นเหนือล้ำกว่าขีดจำกัดของมนุษย์ทั่วไปหลายเท่าตัว เมื่อเทียบกับหมอเทวดาหรือราชครูแพทย์ที่เก่งที่สุดในใต้หล้ายุคนี้ ฝีมือของพวกนางนั้นก้าวข้ามไปไกลจนไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกันได้ ราวกับเป็หัตถ์ของเทพเ้าที่สามารถลงมือผ่าตัดได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำแม้ท่ามกลางดงะุหรือในป่าลึกที่ห่างไกลการช่วยเหลือ
‘มือต้องนิ่งประดุจเครื่องจักร หัวใจต้องเย็นะเืประดุจน้ำแข็ง’ นั่นคือคำสอนแรกของครูฝึกแพทย์สนาม และบัดนี้นางจะใช้มันสยบความตายในโลกนี้
นางสะบัดมือเรียกกล่องอุปกรณ์ที่ดูประหลาดตาสกัดจากเหล็กนิลที่ขนมาจากวังหลวง ภายในถูกดัดแปลงให้บรรจุเครื่องมือคมกริบประดุจใบมีดโกนและน้ำยาสีใสที่นางลอบสกัดจากดอกอสูรหิมพานต์ที่มีฤทธิ์เป็แอลกอฮอล์เข้มข้น
รัญจวนทรุดกายลงข้างร่างที่สั่นเทิ้มของพระอาจารย์คง นางใช้ผ้าไหมสะอาดชุบน้ำยาสีใสนั้นเช็ดไปรอบาแ
"ความเ็ปจะทำให้ท่านตื่นจากนรก อดทนไว้พระอาจารย์"
นางใช้มีดสั้นอาคมที่เผาไฟจนแดงฉาน กรีดเปิดปากแผลที่ลุกลามอย่างรวดเร็วและแม่นยำ เสียงกรีดเนื้อดัง ฉ่า พร้อมกับเืสีดำพุ่งกระจาย ทว่ารัญจวนกลับนิ่งสนิท มือของนางมั่นคงประดุจจักรกลสังหาร นางไม่ได้ใช้มนต์คาถา แต่ใช้ความรู้เื่นิติวิทยาศาสตร์และการผ่าตัดเลาะเอาเนื้อเยื่อที่เน่าเปื่อยและติดเชื้อออกทีละชิ้นอย่างประณีต
เหล่าขุนพลอสูรและนางสิบสองต่างยืนมองด้วยความตะลึง พวกเขาไม่เคยเห็นการรักษาที่ รวดเร็วเฉียบคม แม่นยำมาก เช่นนี้มาก่อน รัญจวนดูเหมือนนางมารร้ายที่กำลังแล่เนื้อผู้คน ทว่าในทุกจังหวะของการกรีดมีด กลับเป็การมอบชีวิตใหม่ให้แก่ชายชรา
"เอาว่านรากแก้วมาให้ข้า!"
รัญจวนสั่ง เมรีรีบส่งสมุนไพรหายากให้ รัญจวนใช้พลังอสูรในกายคั้นเอาน้ำว่านออกมาผสมกับโอสถทิพย์เนตรที่เหลืออยู่เล็กน้อย แล้วบรรจงเย็บแผลด้วยเส้นไหม์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยเปลวไฟของอัคนี
ผ่านไปเกือบสองชั่วยาม รัญจวนปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม แววตาที่เคยแข็งกร้าวนุ่มนวลลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าสีหน้าของพระอาจารย์คงเริ่มมีเืฝาด และพิษร้ายที่กัดกินร่างกายมลายหายไปสิ้น
"เนื้อที่ติดเชื้อถูกกำจัดออกไปหมดแล้ว ที่เหลือคือการพักฟื้น"
ทันใดนั้น ชายชราที่เคยใกล้ตายค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาของเขาซับซ้อนและเปี่ยมไปด้วยพลังลึกลับ เขามองดูสตรีที่สวมชุดเปื้อนเืแต่มีรัศมีพญาั์ล้อมรอบตัวก่อนจะขยับยิ้มบางๆ
"ข้านึกว่าชีวิตนี้จะจบลงเพราะสิ่งที่มองไม่เห็นตัวไม่นึกเลยว่าจะเป็นางพญาอสูรผู้มาจากดินแดนที่ห่างไกลจะเป็ผู้ดึงข้ากลับมาจากความตาย" พระอาจารย์คงเอ่ยเสียงพร่า
"ศาสตร์การแล่เนื้อเย็บิญญาของเ้า ช่างอัศจรรย์ยิ่งนัก"
รัญจวนเก็บมีดเข้าฝักอย่างสง่างาม
"ข้าไม่ได้เย็บิญญาพระอาจารย์ ข้าแค่ล้างสิ่งที่ตามองไม่เห็นออกเท่านั้น"
นางปรายสายตามองขุนพลอสูรที่ยืนนิ่งตะลึง ก่อนจะเอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เข้าใจง่าย
"สิ่งที่พวกเ้าเห็น ข้าเรียกว่าการผ่าตัด.. จงนึกภาพว่าร่างกายคนเราเปรียบเหมือนบ้านหลังหนึ่ง หากมีขยะเน่าเหม็นกองสุมอยู่ข้างในจนหนอนเริ่มชอนไชเสาบ้าน เ้าจะทำเพียงสวดอ้อนวอนหรือเอายาทาผนังบ้านภายนอกอย่างนั้นหรือ? เปล่าเลย... เ้าต้องกล้าที่จะเปิดประตูบ้านเข้าไป แล้วลงมือขนขยะเปียกโชกเ่าั้ออกมาทิ้งเสีย ก่อนจะปิดประตูให้แ่าเพื่อให้บ้านนั้นกลับมาสะอาดดังเดิม"
รัญจวนขยับรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก
"มีดของข้าคือการเปิดประตู ส่วนเนื้อร้ายที่ข้าเลาะทิ้งก็คือขยะพิษที่คอยสูบกินพลังชีวิต เมื่อขยะหมดไป บ้านหลังนี้ย่อมซ่อมแซมตัวเองได้ในที่สุด"
"ไม่ว่าเ้าจะเรียกว่าอะไรก็ตาม..."
พระอาจารย์คงพยายามลุกขึ้นหมอบราบแทบเท้าของรัญจวน
"ั้แ่วินาทีนี้ ชีวิตของตาเฒ่าคนนี้เป็ของเ้า ข้ามีความลับเื่สมุนไพรและพิษอสูรมากมายที่เ้าอาจต้องใช้ในการล้างบาง บัลลังก์นั่น ข้าจะเป็มือเท้าและโอสถให้แก่เ้าเอง"
รัญจวนกระตุกยิ้มที่มุมปาก แผนการสร้างอาณาจักรของนางสมบูรณ์ขึ้นอีกขั้น บัดนี้ทางเดินที่มุ่งสู่ความยิ่งใหญ่ได้เปิดกว้างขึ้นแล้ว
"ดีมาก... พสุธา อัคนี! พยุงท่านอาจารย์ขึ้นนิลกาล เราจะเดินทางต่อ"
รัญจวนทอดสายตามองลึกเข้าไปในม่านหมอกสีเืเบื้องหน้า ผ่านแมกไม้หนาทึบที่ดูประดุจเขาวงกตที่ไร้ทางออก ทว่าสำหรับนาง... บัดนี้ ‘เรดาร์’ แห่งสายเือสูรในกายกำลังเต้นระรัวประดุจสัญญาณโซนาร์ที่สะท้อนกลับจากมาตุภูมิ นางััได้ถึงแรงสั่นะเืจางๆ ของพลังงานมหาศาลที่ถูกผนึกไว้ในหุบเขาลึกเบื้องหน้า กลิ่นอายของปราณปฐมกาลที่เย็นเยียบทว่าทรงพลังกำลังกวักมือเรียกเ้าของที่แท้จริงให้กลับคืนสู่บัลลังก์
‘พิกัดเป้าหมายอยู่ห่างออกไปไม่ไกล.. ข้าััได้ถึงลมหายใจของขุนเขาที่กำลังสั่นะเืขานรับการกลับมาของข้า’
เสียงหัวเราะแห่งความมั่นใจของรัญจวนดังกึกก้องออกจากถ้ำอาถรรพ์ ขบวนเสด็จของนางพญาอสูรเริ่มเคลื่อนที่อีกครั้ง ทะยานผ่านอุปสรรคสุดท้ายมุ่งหน้าสู่ดินแดนที่จะกลายเป็สรวง์ของพวกนาง และกลายเป็นรกบนดินของศัตรู!
*****
