“ท่านพี่ นี่ท่านพี่หมายความว่าจะให้โหรวเอ๋อร์ลงจากรถม้าแล้วเดินเท้าไปวังหลวงเองอย่างนั้นหรือ” ไป๋ชิงโหรวสีหน้าไม่สู้ดี ั์ตายิ่งเต็มไปด้วยความเดือดดาล โดยเฉพาะยามที่พิศใบหน้างามเฉิดฉายนั่น นางอยากกระโจนเข้าไปจิกข่วนมันให้ยับเยินเหลือเกิน
ไป๋เซียงจู๋ชำเลืองดูไป๋ชิงโหรวเหมือนกำลังมองคนงี่เง่า นางขำเล็กน้อย เสียงใสดุจน้ำกระทบหิน รอยยิ้มดุจดอกไห่ถังที่บานสะพรั่ง งามราวกับภาพวาด ไป๋ชิงโหรวกลับรู้สึกว่าไป๋เซียงจู๋งามยิ่งกว่าเมื่อก่อนเสียอีก ไม่รู้ว่าเป็เพราะเจริญวัย ความงามจึงทวีขึ้นไปด้วย หรือเพราะว่าในเวลานี้นางเปล่งรัศมีเย่อหยิ่งเฉพาะตัวบางอย่างออกมา เมื่อก่อนนางคิดว่าไป๋เซียงจู๋เป็แค่แจกันดอกไม้เท่านั้น [1] บัดนี้ไฉนนางจึงรู้สึกว่าพี่สาวคนนี้คาดเดาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
ท่านแม่กำชับไว้ว่าอย่าปะทะกับนางซึ่งหน้า แต่หากปล่อยผู้หญิงเช่นนางไปร่วมงานเลี้ยงชมดอกไม้คราวนี้จริงๆ ความโดดเด่นของตนจะถูกนาง่ชิงไปอย่างแน่นอน มีมู่จื่อรั่วคนเดียวก็แย่เหลือทนแล้ว หากนางไป ตนจะกลายเป็คนนอกสายตาอย่างสมบูรณ์ ไม่ได้ จะปล่อยให้เื่แบบนี้เกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด ตนต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อตัดไฟแต่ต้นลมเสียตอนนี้
“ในเมื่อน้องไม่ชอบนั่งรถมาคันเดียวกับพี่ เช่นนั้นก็สุดแท้แต่น้องจะสะดวกเถิด” ไป๋เซียงจู๋พูดเป็นัยให้ไป๋ชิงโหรวลงจากรถด้วยตนเอง
สีหน้าของไป๋ชิงโหรวเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก ทว่าจู่ๆ ใบหน้าที่เดิมทีความโกรธใกล้จะปะทุกลับแค่นรอยยิ้มเป็มิตรออกมา “จะว่าไปก็ใช่ ท่านพี่มีศักดิ์เป็บุตรีคนโต ทั้งยังเป็พี่ของน้อง ถ้าน้องยังรั้นจะแย่งรถม้ากับท่านพี่ก็ถือว่าไม่สมควรเกินไปแล้ว น้องจะลงไปรอขึ้นอีกคันเดี๋ยวนี้”
ไป๋ชิงโหรวกล่าวโดยไม่สนใจหรูอี้ที่งุนงง นางสั่งให้คนขับหยุดรถม้าจริง จากนั้นก็ลงไปอย่างสบายอารมณ์เช่นนั้น
“คุณหนูใหญ่ นี่…” ตู้เจวียนมองไป๋ชิงโหรวที่ลงจากรถและเดินไปไกลแล้วด้วยอาการไม่อยากจะเชื่อ ตะลึงงันเล็กน้อย นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน
กลายเป็ว่าคุณหนูรองไม่แย้งไม่เถียงใดๆ ไม่เอะอะอาละวาด และยกรถม้าให้คุณหนูของตนเช่นนี้
นางคิดได้จริงๆ แล้วหรือ
“นางเจอรถม้าที่ดีกว่า” ไป๋เซียงจู๋กลับมองออกไปยังนอกรถม้าเหมือน้าบอกอะไรบางอย่าง
ตู้เจวียนขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจไปชั่วขณะ แต่เมื่อนางมองตามสายตาของไป๋เซียงจู๋ไปด้านนอก นางก็เข้าใจโดยพลัน
ไป๋ชิงโหรวพาหรูอี้ไปดักรถม้าของคุณหนูใหญ่ของเหิงชินอ๋องไว้ อีกทั้งสนทนากันสักครู่หนึ่ง จากนั้นสาวใช้ในรถจึงออกมาเชิญไป๋ชิงโหรวขึ้นรถด้วยตนเอง
รถม้าของเหิงชินอ๋องเชียวนะ มันหรูหรางดงามอย่างหาที่เปรียบมิได้ องครักษ์ที่ติดตามมาก็สง่าผ่าเผยกว่าของจวนไป๋
ที่แท้คุณหนูใหญ่มู่แห่งจวนเหิงชินอ๋องรู้จักคุณหนูรองอยู่แล้ว และความสัมพันธ์ก็ดีถึงเพียงนี้ด้วย
“คุณหนูมู่เป็หญิงงามพ่วงความสามารถอันดับหนึ่งของเมืองเหลียง ไม่นึกว่าคุณหนูรองจะรู้จักนาง อีกทั้งสนิทสนมกับนางขนาดนี้” ตู้เจวียนประหลาดใจมาก ในขณะเดียวกันก็ปนความชื่นชมอยู่ทีเดียว
ไป๋เซียงจู๋ไม่ปริปาก ทว่าความเย็นะเืในดวงตาฉายออกมาทันที ไป๋ชิงโหรวรู้จักมู่จื่อรั่วมานานแล้ว ถ้าอย่างนั้นอวี๋ซื่อรู้หรือไม่ เหิงชินอ๋องก็คือท่านอ๋องที่มารดานางเคยสาบานรักอย่างผิดธรรมเนียมด้วยในอดีตนั่นเอง นางถูกกักขังไว้ทำงานที่ท้ายจวนมาชั่วนาตาปี มารดานางก็เก็บตัวไม่ออกไปไหน นางไม่เคยเห็นตราหยกนั่นมาก่อน และไม่รู้ว่าตราหยกนั่นเป็ตัวแทนของเหิงชินอ๋อง หากไม่มีประสบการณ์ชีวิตในอดีตชาติพวกนั้น นางอาจคิดไม่ถึงไปชั่วชีวิต บิดาบังเกิดเกล้าของตนก็คือเหิงชินอ๋อง ชายผู้อัธยาศัยดีและมีเสียงหัวเราะจริงใจคนนั้น
รถม้าเคลื่อนที่ต่อไปอย่างช้าๆ ด้านหน้าคือรถม้าของจวนเหิงชินอ๋อง ดังนั้นรถม้าของพวกนางย่อมไม่กล้าแซงหน้า โชคดีที่เดี๋ยวเดียวก็ลับไป คนขับรถจึงเริ่มลงแส้เพื่อเร่งม้าไปยังวังหลวง
แต่ขณะที่รถม้าของพวกนางกำลังข้ามสะพานแห่งหนึ่งที่เห็นว่าจะเข้าวังหลวงในไม่ช้า จู่ๆ รถม้าก็สั่นกระแทกขึ้นลงอย่างรุนแรง ม้าแผดเสียงร้องใ พวกนางคงคว่ำไปพร้อมรถแล้วหากไป๋เซียงจู๋ไม่คว้าตู้เจวียนะโลงจากรถม้าอย่างว่องไวเสียก่อน
“าเ็หรือไม่” ไป๋เซียงจู๋มองตู้เจวียนพร้อมกับถามไถ่
ตู้เจวียนส่ายหน้าทั้งที่ยังไม่หายอกสั่นขวัญหาย มองม้าที่วิ่งหนีไปไกลและตัวรถที่อยู่บนพื้นด้วยความงงงวย
อีกด้านหนึ่ง ภายในรถม้าของเหิงชินอ๋อง
มู่จื่อรั่วอยู่ในชุดผ้าโปร่งสีขาวบริสุทธิ์ ด้านนอกคือเสื้อคลุมสีม่วง ผมของนางแค่เกล้าขึ้นเป็มวยสูงเท่านั้น แต่งด้วยระย้าสีขาว ดวงตาแวววาวมีประกาย ผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะ อมยิ้มอ่อนหวานยวนใจคนไปเสียทุกอิริยาบถ สตรีเช่นนี้เหมือนดั่งลงมาจาก์ งามสง่าชดช้อย เจือความเ็าและหยิ่งทะนงเสมือนอยู่เหนืุ์เดินดินนิดๆ
ไป๋ชิงโหรวมองชุดของตน ฉูดฉาดอลังการ ทว่างามสู้มู่จื่อรั่วซึ่งอยู่ในชุดขาวสะอาดและประดับเพียงปิ่นที่ดูธรรมดาไม่ได้
ช่างมู่จื่อรั่วไปเถอะ นางก็เป็เช่นนี้เสมอมา ปรากฏกายด้วยรูปลักษณ์สูงส่งดุจเซียนทุกครั้ง ไม่ว่าไปไหนก็มีท่วงทีอย่างผู้ละจากทางโลก จะว่าอย่างไรนางก็ยังเป็ถึงผู้ดีมีสกุลชั้นสูงที่แท้จริง ส่วนตนนั้นเป็แค่บุตรสาวในภริยาเอกของพ่อค้าผู้ร่ำรวยคนหนึ่ง คนที่ทำให้นางรับไม่ได้ที่สุดคือไป๋เซียงจู๋ หญิงชั้นต่ำที่ทำหน้าที่เป็สาวใช้ท้ายจวนในบ้านตัวเองั้แ่เด็กจนโตนั่น ไม่คิดเลยว่าครั้งนี้จะมาร่วมงานเลี้ยงชมดอกไม้ด้วย อีกทั้งงามเพริศพริ้งปานนั้น
เมื่อใจคิดถึงตรงนี้ก็เผลอเพ่งพินิศสตรีผู้ตำแหน่งสาวงามอันดับหนึ่งเบื้องหน้าตน
ดูเหมือนว่า… ต่างคนต่างมีดีล่ะนะ
นางอดดีใจกับตัวเองไม่ได้ มารดามักบอกให้นางเพิ่มพูนความฉลาดบ้าง อย่ารีบกระโจนไปข้างหน้าอย่างโง่เขลา ถ้าเช่นนั้นคุณหนูมู่ผู้นี้สามารถสู้รบปรบมือกับไป๋เซียงจู๋คนนั้นได้หรือไม่
“ท่านพี่มู่ ขอบคุณท่านพี่ที่ให้ข้าร่วมทางนะเ้าคะ” ไป๋ชิงโหรวเรียกมู่จื่อรั่วอย่างสนิทสนม พยายามประจบประแจงเต็มที่
มู่จื่อรั่วคลี่ยิ้มละไม แต่วาจามีนัยแอบแฝง “เ้าบอกว่าพี่สาวเ้าคนนั้นก็ไปร่วมงานเลี้ยงชมดอกไม้ด้วย ทำไมงานชมดอกไม้ที่ท่านป้าจัดถึงมาตรฐานต่ำเช่นนี้ ใครหน้าไหนก็มาได้ทั้งนั้นหรือ”
คำว่าใครหน้าไหนทำให้มุมปากของไป๋ชิงโหรวกระตุกอย่างแรง ประโยคนี้ได้เหยียดหยามพวกนางทั้งจวนไป๋แล้ว แต่นางกลับไม่กล้าตอกกลับแม้แต่น้อย นี่คือบุตรสาวคนโตแห่งจวนเหิงชินอ๋อง หลานสาวแท้ๆ ของพระสนมกุ้ยเฟย และมารดานางยังมียศเป็จวิ้นจู่ [2] จะขัดใจได้อย่างไร
“ใช่เ้าค่ะ” ไป๋ชิงโหรวพยักหน้า ลูกตากลอกไปมาไม่หยุด จากนั้นจึงแอบบิดเนื้อบริเวณเอวของหรูอี้
หรูอี้รู้สึกเจ็บ เมื่อนางเห็นสายตาของไป๋ชิงโหรวก็เข้าใจทันที “คุณหนูมู่คงยังไม่ทราบนะเ้าคะ เดี๋ยวนี้ไป๋เซียงจู๋คนนั้นจองหองไม่ใช่น้อยแล้ว มาร่วมงานเลี้ยงชมดอกไม้ครั้งนี้ก็เพราะตั้งใจจะคว้าที่หนึ่ง เรียกร้องความสนใจจากเหล่าท่านชาย”
“โอ๊ะ? คว้าที่หนึ่ง? น้องโหรว น้องบอกว่าพี่สาวคนนี้คอยทำหน้าที่ปัดกวาดเช็ดถูอยู่ท้ายจวนมิใช่หรือ ไยคราวนี้จึงมาร่วมงานชมดอกไม้ด้วยเล่า” มู่จื่อรั่วขมวดคิ้วใบหลิวเรียวงาม ั์ตาฉายแววดูแคลน
มู่จื่อรั่วร้องเย้ยในใจ มีคนไปมากเพียงใดก็เปล่าประโยชน์ ผู้หญิงพวกนี้ไม่พ้นต้องเป็ของประดับให้ตนอยู่ดี ยิ่งผู้หญิงโง่เขลาเหล่านี้พยายามไปประจบประแจงเท่าไรก็ยิ่งส่งเสริมความโดดเด่นและเลิศเลอของนางให้ชัดขึ้นเท่านั้น
“ท่านพี่จื่อรั่ว ครั้งนี้ท่านต้องระวังนะเ้าคะ เดี๋ยวนี้ไป๋เซียงจู๋ร้ายกาจยิ่งนัก ไม่เพียงแต่ทำให้ท่านย่าย้ายนางไปอยู่กับแม่ของนางที่เรือนฝูหรงได้ นอกจากนี้ยังมอบเครื่องประดับมีค่าให้นางมากมาย นึกไม่ถึงว่าจะให้ปิ่นไห่ถังแปดสหายนั่นแก่นาง อีกทั้งรูปร่างหน้าตาของนางก็มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้นตามวัยแล้วด้วย” ไป๋ชิงโหรวพูดด้วยความแค้นเคือง สองตาประหนึ่งจะพ่นไฟออกมา
เชิงอรรถ
[1]花瓶 แจกันดอกไม้ หมายถึง คนที่มีรูปลักษณ์ภายนอกดูดีเพียงอย่างเดียว แต่ไม่มีความสามารถแท้จริงเป็ชิ้นเป็อัน
[2]郡主 จวิ้นจู่ คือ อิสริยยศหนึ่งสำหรับสตรีเชื้อพระวงศ์ ใช้เรียกหญิงที่เป็บุตรสาวของเชื้อพระวงศ์คนใดนอกเหนือจากฮ่องเต้ หรือบุตรสาวของขุนนางชั้นสูงด้วยเช่นเดียวกัน
