บทที่ 18
คุณผู้หญิง ยินดีต้อนรับกลับบ้าน
ตึกฟู่กรุ๊ป...
ฟู่จิงเหยาจัดข้อมือเสื้อให้เข้าที่ "พวกคุณทำได้ดีมาก การประชุมจบลงเพียงเท่านี้ เลิกงานได้"
ทำได้ดีมาก? เลิกงาน!!! ผู้จัดการแต่ละแผนกมองหน้ากันตาค้าง วันนี้ท่านประธานฟู่ดูอ่อนโยนเป็พิเศษ ปกติการรายงานประจำเดือนถ้าไม่โดนถลอกปอกเปิกก็อย่าหวังว่าจะรอดไปได้ ทุกเดือนต้องมีเคสพิเศษที่ต้องอยู่โอทีเพื่อแก้รายงานและแผนงานใหม่ แต่วันนี้ท่านประธานกลับบอกว่าเลิกงานได้!
ทุกคนใสุดขีด แอบกระซิบถาม เฉินเจา ผู้ช่วยพิเศษ "ท่านประธานหมายความว่ายังไงครับ? หรือนี่จะเป็การทดสอบรูปแบบใหม่?"
เฉินเจาใช้นิ้วดันแว่นกรอบทองเบาๆ "ท่านประธานพูดชัดเจนแล้วครับ ใครอยากเลิกงานก็เลิก ใครไม่อยากเลิกก็เชิญอยู่ทำประโยชน์ให้บริษัทตามสมัครใจ"
ได้ยินแบบนั้น ทุกคนก็ยิ่งมึนตึ้บ เลิก? หรือไม่เลิกดี? เฉินเจายิ้มกะล่อน ในใจคิดว่านี่ต้องเป็การทดสอบของท่านประธานแน่ๆ ฟู่จิงเหยา ชายหนุ่มที่โสดมา 20 กว่าปี เกมไม่เล่น นิยายไม่อ่าน เลิกงานกลับบ้านจะไปทำอะไร?
เฉินเจาหอบปึกเอกสารเดินตามไป "ท่านประธานครับ ยังมีเอกสารอีกสองสามฉบับที่ต้องเซ็น..." ฟู่จิงเหยาตอบเรียบๆ "วางไว้ พรุ่งนี้ค่อยดู"
"เอ๊ะ?" เฉินเจาอึ้งไปครู่หนึ่ง
ฟู่จิงเหยาย้ำทีละคำ "เฉินเจา วันนี้-เลิก-งาน-แล้ว"
"หาาา?!!" เฉินเจาอ้าปากค้าง สรุปว่าท่านประธานจะเลิกงานจริงๆ ไม่สิ ท่านประธานเลิกงานแล้วจะไปไหน? มีพิรุธ... มีพิรุธแน่นอน! เฉินเจาอยากรู้อยากเห็นจนใจจะขาด แต่พอเงยหน้าขึ้นมา ท่านประธานก็ขึ้นลิฟต์ส่วนตัวหายวับไปแล้ว
เขาวางเอกสารลง ในใจรู้สึกโหวงเหวง เลิกงานกลับบ้านก็ไม่มีอะไรทำ สู้หนีบตัวอยู่บริษัทดีกว่า เขาโสดมาั้แ่เกิด กลับบ้านไปทำไม? เฉินเจาจึงเปิดคอมพิวเตอร์ จัดตารางงานของพรุ่งนี้และเตรียมเอกสารสำหรับการไปดูงานที่กำลังจะมาถึงต่อ... วันที่ไม่มีโอที มันช่างไม่สมบูรณ์แบบเอาเสียเลย
หลินซีรอเพียงครู่เดียว ฟู่จิงเหยาก็มาถึง เธอลังเลนิดหน่อยก่อนจะเปิดประตูขึ้นไปนั่งเบาะหน้าข้างคนขับ พร้อมรัดเข็มขัดนิรภัย
ฟู่จิงเหยาเหลือบมอง "ไม่ไปนั่งข้างหลังเหรอ?"
หลินซีแกล้งแหย่ "ใครจะกล้าให้ท่านประธานฟู่มาเป็คนขับรถส่วนตัวให้ล่ะคะ?"
ฟู่จิงเหยายกคิ้วยิ้มหยัน "ดูเหมือนอาจารย์หลินวันนี้จะอารมณ์ดีนะ ธุรกิจราบรื่นเหรอ?"
"แน่นอนค่ะ" หลินซีเชิดหน้าขึ้นนิดๆ
"คนมารอต่อคิวดูดวงกับฉันยาวไปถึงปากซอย ถ้าไม่ใช่เพราะเบื้องบนกลั่นแกล้ง ป่านนี้ฉันกลายเป็เศรษฐีน้อยไปแล้ว"
ไม่รู้เพราะอะไร ฟู่จิงเหยารู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขาเลิกคิ้วถาม "อาจารย์หลินครับ ถ้าผมอยากดูดวง ต้องต่อคิวไหม?"
หลินซีพยักหน้า "ต้องสิคะ กฎของสำนักคือ เื่งานก็เื่งาน เื่ส่วนตัวก็เื่ส่วนตัว เวลางานคุยเื่เงิน ไม่คุยเื่ความรู้สึก"
"แต่ว่า..." เธอจ้องมองชายหนุ่มข้างกายเขม็ง "ถ้าคุณยอมให้ฉันกัดอีกสักคำ ฉันจะอนุญาตให้คุณแซงคิวได้ค่ะ"
ฟู่จิงเหยาไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่กลับถามว่า "หลินซี คุณชอบกัดคนขนาดนั้นเลยเหรอ?"
หลินซีโพล่งออกมา "เปล่าซะหน่อย ฉันชอบกัดแค่คุณคนเดียวต่างหาก"
มุมปากของฟู่จิงเหยายกขึ้นโดยไม่รู้ตัว หลินซีรีบตบหัวตัวเองทันที ประโยคเมื่อกี้มันฟังดูแปลกๆ หรือเปล่านะ? แต่แปลกตรงไหนเธอก็คิดไม่ออก ช่างมันเถอะ
ทั้งคู่นั่งเงียบกันไปตลอดทาง รถไมบัคสีดำแล่นเข้าสู่ซานสุ่ยเปี๋ยจวี่อย่างช้าๆ ทันทีที่หลินซีลงจากรถ เธอก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย
"ยินดีต้อนรับคุณชายใหญ่และคุณผู้หญิงกลับบ้านครับ/ค่ะ!"
"ยินดีต้อนรับคุณชายใหญ่และคุณผู้หญิงกลับบ้านครับ/ค่ะ!!"
"ยินดีต้อนรับคุณชายใหญ่และคุณผู้หญิงกลับบ้านครับ/ค่ะ!!!"
พ่อบ้านหลิวนำทีมคนใช้ยืนเรียงแถว โค้งคำนับสุดตัวให้ทั้งคู่ที่ก้าวลงบนพรมแดง ครั้งแรกแปลกใจ ครั้งที่สองเริ่มชิน คราวนี้หลินซีเดินตามฟู่จิงเหยาเข้าไปด้วยใบหน้าเรียบเฉย ในใจเริ่มรู้สึกขำๆ เสียด้วยซ้ำ
ภายในวิลล่าถูกเนรมิตใหม่หมด หน้าประตูแขวนโคมแดงั์สองใบ พรมแดงปูยาวตลอดทาง มีสายรุ้งและลูกโป่งประดับประดา แม้แต่กิ่งไม้ยังถูกพันด้วยด้ายแดง ตอนเช้าตอนเธอออกไปยังปกติดีอยู่เลย ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงกลับเปลี่ยนไปหน้ามือเป็หลังมือ หลินซีอดชื่นชมไม่ได้ว่า พ่อบ้านหลิวนี่มันอัจฉริยะจริงๆ
เมื่อเข้าบ้าน จางเหวินซิ่วก็จูงมือเธอนั่งลง "หลินซี ั้แ่นี้ไปเราคือครอบครัวเดียวกันนะ มีเื่อะไรอย่าเก็บไว้ในใจ บอกย่าได้เลย ย่าจะจัดการให้หนูเอง" หลินซีพยักหน้าไม่รู้จะตอบอะไร
"พวกหนูจดทะเบียนกันกะทันหัน งานแต่งจะจัดเมื่อไหร่ดีจ๊ะ?" จางเหวินซิ่วหยิบแคตตาล็อกออกมา
"หลินซีลองดูซิ ชอบสไตล์ไหน?"
หลินซีรีบปฏิเสธ "คุณย่าคะ ฉันยังไม่อยากจัดงานแต่งตอนนี้ค่ะ"
ด้วยดวงซวยๆ ของเธอ ขืนจัดงานอยู่แล้วฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมากลางพิธี... แค่คิดก็สยองแล้ว เธออายคนเดียวไม่เท่าไหร่ แต่จะให้ตระกูลฟู่พลอยซวยไปด้วยไม่ได้
จางเหวินซิ่วเสียดายเล็กน้อย "ก็ได้จ้ะ ตามใจหนูเลย ถ้าอยากจัดเมื่อไหร่รีบบอกย่านะ"
ฟู่เจี้ยนหัวยิ้มกว้างถาม "หลินซี ต่อไปอยู่ที่นี่เลยดีไหมจ๊ะ?" หลินซีส่ายหัวในใจ
อยู่ที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด คุณปู่คุณย่าใจดีก็จริงแต่บางเื่มันไม่สะดวก ตุ๊กตากระดาษห้าตัวของเธอต้องอาบพลังปราณ ไม่ได้ออกมาสูดอากาศหลายวันแล้ว เสี่ยวถู่บ่นอยากออกมาจะแย่
ฟู่จิงเหยาเองก็ไม่ยอม "พรุ่งนี้พวกเราจะย้ายออกครับ อยู่ที่นี่ไม่สะดวก"
ฟู่เจี้ยนหัวกับจางเหวินซิ่วสบตากันแล้วยิ้มอย่างมีเล่ห์นัย "ฮ่าๆ ปู่กับย่าผ่านมาก่อน เข้าใจจ้ะ... เข้าใจทุกอย่างเลย~~"
ฟู่จิงเหยากับหลินซีต่างพากันเงียบกริบ ยิ่งอธิบายยิ่งเลอะเทอะ สู้ปิดปากเงียบดีกว่า
ฟู่เจี้ยนหัวหยิกแขนหลานชาย "จิงเหยา เมื่อก่อนแกตัวคนเดียว จะอยู่คอนโดเล็กๆ นั่นก็ช่างเถอะ แต่ตอนนี้หลินซีแต่งกับแกแล้ว จะให้ไปอยู่บ้านรูหนูแบบนั้นไม่ได้ แกต้องซื้อเรือนหอเดี๋ยวนี้!"
หลินซีโบกมือ "ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันมีที่นอนก็พอแล้ว ถ้ามีที่ดินให้ปลูกผักด้วยจะดีมากเลย"
"ไม่ได้!" ฟู่เจี้ยนหัวถลึงตาใส่หลาน
"แต่งงานเื่ใหญ่ เรือนหอต้องมี!"
ฟู่จิงเหยาปัดมือปู่ "คุณปู่ครับ ผมเข้าใจความหมายปู่แล้ว ผมเตรียมบ้านไว้เรียบร้อยแล้วครับ"
"เออ ให้มันได้อย่างนี้สิ" ฟู่เจี้ยนหัวถลึงตาใส่อีกรอบ
"ไม่พูดแล้ว กินข้าวๆ ไปกินข้าวกัน"
หลังมื้ออาหาร ฟู่เจี้ยนหัวกับจางเหวินซิ่วทั้งปลอบทั้งล่อหลอก จนสุดท้ายก็ขังหลินซีกับฟู่จิงเหยาไว้ในห้องเดียวกันได้สำเร็จ! จางเหวินซิ่วะโบอกหน้าประตู "จิงเหยา หลินซี ฝันดีนะลูก พักผ่อนให้เต็มที่ล่ะ"
ภายในห้อง หลินซีกับฟู่จิงเหยามองหน้ากัน อึดอัดสุดขีด... คุณย่าที่บอกว่าสุขภาพไม่ดี เมื่อกี้ตอนปิดประตูคือมือไวเท้าคล่องกว่าใครเพื่อนเลย
ฟู่จิงเหยาชิงพูดก่อน "คุณปู่คุณย่าคงไม่ปล่อยเราออกไปง่ายๆ ผมนอนพื้น คุณนอนบนเตียงนะ อดทนคืนนี้คืนเดียว พรุ่งนี้เช้าเราค่อยไป"
เขาลองหาดูรอบห้อง พบว่าบนเตียงมีผ้าห่มผืนเดียว หมอนใบเดียว ไม่มีผ้าสำรองแม้แต่ผืนเดียว สะอาดราบเรียบจนน่ากลัว เขาไม่เคยรู้เลยว่าปู่กับย่าจะเ้าแผนการขนาดนี้
หน้าประตู พ่อบ้านหลิวยิ้มอย่างลึกลับ ทิ้งความดีความชอบไว้เื้ั
เพื่อไม่ให้บรรยากาศอึดอัดเกินไป ฟู่จิงเหยาหยิบมือถือขึ้นมาทำท่าเหมือนยุ่งกับงาน
"หลินซี คุณนอนก่อนเถอะ ที่บริษัทมีงานค้างอยู่นิดหน่อย" หลินซีกุมหน้าอกถอนใจ ใครจะไปหลับลงล่ะเนี่ย
เธออยู่บนเขามาตลอด นอกจากฝึกวิชากับจับผีดูดวง อาจารย์ก็ทิ้งเธอไปตั้งนานแล้ว ความรู้ส่วนใหญ่เธอเรียนรู้ด้วยตัวเอง อาจารย์เคยชมว่าเธอมีพร์มาก เหมือนจำวิชาจากชาติที่แล้วมาได้ หลินซีรู้ว่าการอยู่ใกล้ฟู่จิงเหยาจะได้ไอม่วง แต่เื่ความสัมพันธ์ชายหญิงเธอไม่รู้เื่เลย อย่างมากที่สุดก็ยอมแค่แตะตัวหรือจับมือกันเท่านั้น
ถ้าให้ลึกซึ้งกว่านี้เธอไม่กล้าคิด และไม่กล้าทำด้วยซ้ำ เธอกับฟู่จิงเหยาก็แค่คนแปลกหน้าที่รู้จักกันไม่กี่วัน การต้องนอนเตียงเดียวกันมันน่าลำบากใจเกินไป เผลอๆ นอนไปนอนมาเธออาจจะถีบเขาตกเตียงแล้วซ้ำด้วยหมัดอีกชุดก็ได้ แบบนั้นจะยิ่งอึดอัดเข้าไปใหญ่
หลินซีถอนหายใจ "ฟู่จิงเหยา คุณนอนเถอะ ฉันจะไปฝึกวิชาข้างนอก ่กลางคืนปราณบริสุทธิ์เยอะ ฉันชินกับการฝึกวิชาตอนกลางคืนแล้วล่ะ"
เธอเดินไปเปิดหน้าต่าง เตรียมจะะโลงไป... แต่ทว่า... พ่อบ้านหลิวยืนอยู่ข้างล่างนั่นแล้ว พร้อมรอยยิ้มเห็นฟันแปดซี่ที่สว่างจ้าแข่งกับไฟในสนาม
"คุณผู้หญิงครับ ไม่ทราบว่าดึกขนาดนี้จะไปไหนเหรอครับ?"
หลินซี: "..."
