“เอาโลหิตสกัดอสูรหมาป่าเป้าสือกับยาสร้างรากฐานปราณคืนมา ไม่อย่างนั้นได้เห็นดีกันแน่” วัยรุ่นหนุ่มสิบกว่าคนและวัยหญิงสาวหลายคนเองก็จ้องตู้เซ่าฝู่ตาเขม็ง พร้อมกับบ่นปาวๆ เหตุการณ์เมื่อตอนนั้นพวกเขาเองก็โดนทำร้ายเช่นกัน
“เ้าคือตู้เซ่าฝู่ เ้าทึ่มที่เขาร่ำลือใช่หรือไม่?”
วัยรุ่นอายุราวๆ ยี่สิบเอ็ดยี่สิบสองปีคนหนึ่งเดินขึ้นมาข้างหน้า ทั้งตัวสวมเกราะสีเงิน บุคลิกหน้าตาดูไม่เลว เมื่อสวมชุดเกราะสีเงินแล้ว ทำให้รัศมีความหล่อและองอาจของผู้ใส่ดูเด่นชัดยิ่งขึ้น สาวน้อยหลายคนอดใจไม่ไหวจึงมารุมล้อม สีหน้าแววตาดูออกว่าต่างหลงใหลในชายคนนี้
ตู้เซ่าฝู่สังเกตเห็นเด็กหนุ่มคนนี้นานแล้ว เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้น ก็สีหน้าเสียเพราะไม่พอใจ จึงพูดตอกกลับชายคนนั้นไปว่า “เ้าต่างหากที่เป็เ้าทึ่ม ทึ่มเหมือนกันหมดทั้งบ้าน”
“เย่อหยิ่งจองหองจริงด้วย บังอาจดูิ่อัศวินจักรวรรดิข้า แค่ข้อหานี้ ก็สามารถลากตัวเ้าเข้าคุกในจักรวรรดิได้เลย”
วัยรุ่นชายคนนั้นสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมา อัศวินประจำแคว้นมีสถานะตำแหน่งสูงกว่าทุกคนในเมืองเล็กๆ ที่ชายแดนทั้งหมดอยู่แล้ว นึกไม่ถึงว่าจะมีคนกล้าด่าทอเขา หากเขาไม่สั่งสอนตู้เซ่าฝู่ จะเป็การเสียเกียรติต่อหน้าสาวๆ ตรงนั้นที่หลงใหลเขา
ตู้เซ่าฝู่ไม่สนใจชายหนุ่มคนนั้น จ้องมองตู้เฮ่าและคนอื่นๆ กล่าวว่า “นี่คือที่พึ่งของพวกเ้างั้นหรือ ข้าให้โอกาสพวกเ้าเป็ครั้งสุดท้าย จะคืนหนี้ทั้งหมดที่ติดค้างข้าไว้กับข้าเอง หรือว่าจะให้ข้าลงมือไปเอาเองล่ะ?”
“ตู้เซ่าฝู่ เ้าช่างจองหองไม่รู้จักที่สูงที่ต่ำ ญาติผู้พี่ฝั่งมารดาของข้าคนนี้คืออัศวินประจำแคว้น เ้าไม่รอดแน่”
ตู้เฮ่ายิ้มอย่างเ็าให้กับตู้เซ่าฝู่ จากนั้นก็หันหน้าไปมองชายหนุ่มชุดเกราะคนนั้น กล่าวว่า “ญาติผู้พี่ จะปล่อยเ้าตู้เซ่าฝู่ไว้ไม่ได้ ต้องเอาโลหิตสกัดอสูรหมาป่าเป้าสือกับยาสร้างรากฐานปราณคืนมาให้ได้”
“ไม่มีปัญหา เ้าทึ่มคนนี้มันรนหาที่เอง!”
ชายหนุ่มสีหน้าขรึม เมื่อพูดจบ พลังปราณในร่างกายก็เริ่มเคลื่อนไหว พลังอันดุดันรุนแรงะเิออกมา ตู้เฮ่า ตู้ชง ตู้เหยียน และคนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ ก็รีบถอย ปราณทั้งร่างของเขาไหลเวียนจนเกิดเป็คลื่นคล้ายพายุหมุนขนาดเล็กบริเวณนั้น
“ขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสร้างรากฐาน”
ตู้เซ่าฝู่ใเล็กน้อย ชายหนุ่มอัศวินประจำแคว้นคนนี้ถือว่าเป็วัยรุ่นที่มีความสามารถใช่ย่อย อายุเท่านี้สามารถบรรลุขั้นเบิกนภาได้ก็ถือว่าไม่ธรรมดาแล้ว
“วันนี้ข้าขอสั่งสอนเ้าทึ่มนี่สักหน่อย”
ชายหนุ่มชุดเกราะไม่คิดจะออมมือแม้แต่น้อย ก้าวเคลื่อนไหวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เขารวบรวมพลังปราณที่ฝ่ามือ เกิดเป็รัศมีพลังปราณห่อหุ้มกำหมัด เห็นเป็ชั้นพลังงานใสๆ สีเขียวฟ้าหุ้มอยู่ เขาปล่อยพลังออกไปหาตู้เซ่าฝู่อย่างเต็มที่
ชายหนุ่มคนนี้ก็รู้มาจากปากของตู้เฮ่าว่า ตู้เซ่าฝู่สามารถปล่อยกระบวนท่าเดียวก็เอาชนะตู้เฮ่าและคนอื่นๆ ได้ ดังนั้นแม้ว่าเขาอยู่ในขั้นเบิกนภา ก็ไม่ได้ปล่อยพลังทั้งหมดออกไป แต่ก็ไม่ได้ออมแรงให้
พลังหมัดถูกส่งออกมา ในชั่วพริบตาก็เข้ามาใกล้ตู้เซ่าฝู่แล้ว
เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก จู่ๆ คนที่อยู่บริเวณนั้นก็เห็นแสงสีทองส่องวับๆ ออกมา ทุกคนยังไม่ทันได้สังเกตชัดเจนว่าแสงประกายทองนั้นคืออะไร ก็ได้ยินเสียงโครมดังออกมาแล้ว
“ปึง!”
หลังจากมีเสียงดังะเืออกมา บริเวณรอบๆ ก็มีคลื่นซัดวูบ จากนั้นก็มีเงาของคนถูกพัดลอยกระเด็นไปตามทิศทางลม สุดท้ายร่างกายของเขาก็กระแทกลงบนพื้น
“โครม!”
ทันใดนั้นเอง ธรณีก็เกิดรอยแยก ผืนดินทั้งหมดตรงนั้นสนั่นหวั่นไหว!
จากนั้น เงาคนที่ถูกซัดลอยนิ่งไม่ขยับ เมื่อทุกคนมองดู ต่างก็รู้สึกสะอึกพูดไม่ออกกัน ที่แท้คนที่ถูกโจมตีกระเด็นคือชายหนุ่มชุดเกราะ คนที่เป็ผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภา ผู้ได้รับความชื่นชมและยกย่อง เขากลับโดนโจมตีเพียงกระบวนท่าเดียวก็จอดแล้ว
“ตึงๆ!”
หลังจากชายหนุ่มชุดเกราะตกลงบนพื้น ก็สำลักเลือกออกมา สีหน้าอันหล่อเหลาซีดเผือด แววตาดูตื่นใ
“ปึงๆๆ!”
ขณะที่ทุกคนยังไม่ได้สติกลับมา เสียงกระแทกที่เกิดขึ้นจากพลังโจมตียังคงสะท้อนต่อไป จากนั้นเงาของคนนั้นก็กระเด้งลอยไปต่อ รวมถึงเงาของคนอื่นๆ ต่างก็ถูกแรงจากการโจมตีนี้พัดกระจายไปคนละทิศละทาง จนสุดท้ายก็นอนแน่นิ่งบนพื้นไม่สามารถขยับตัวได้
ตู้เซ่าฝู่เหวี่ยงแขนสะบัดชายชุดสีม่วงเล็กน้อย มองดูผลลัพธ์ที่อยู่บนพื้นก็ยิ้มออกมา จากนั้นก็ค้นตัวทุกคนนำยาลูกกลอนและเงินทั้งหมดที่ติดตัว รวมถึงของที่ดูแล้วมีราคาเก็บไว้ ขนาดอัศวินชุดเกราะตู้เซ่าฝู่เองก็ยังไม่เว้น
ของติดตัวของสิบกว่าคนมีเยอะมาก สุดท้ายตู้เซ่าฝู่จึงต้องถอดชุดนอกเอามารองเป็ผ้าห่อของจะได้โกยกลับไปง่ายๆ ระหว่างที่เขาเก็บของ ไม่มีใครที่กล้าขัดขืนหรือโต้แย้ง เพราะไม่มีความสามารถและแรงไปต่อกร
“ยินดีต้อนรับ มาก่อกวนข้าอีกนะ”
หลังจากเก็บของเสร็จ ตู้เซ่าฝู่พูดทิ้งท้ายด้วยประโยคดังกล่าว จากนั้นก็สะบัดหน้าเดินจากไป
ทุกคนมองตามหลังตู้เซ่าฝู่ บริเวณรอบๆ เงียบกริบ
ยามรัตติกาล ความมืดปกคลุมทั่วเมืองสือเฉิง มีจันทรานวลผ่อง พร้อมดวงดาราส่องประกาย
ณ เรือนหินโบราณตกแต่งเรียบๆ แห่งหนึ่ง มีสาวน้อยคนหนึ่งยืนอยู่เงียบๆ ผิวของนางมีสีขาวผ่อง ใบหน้าจิ้มลิ้มสวยงาม นางปล่อยผมยาวสยาย สวมชุดกระโปรงยาว ดวงตาสุกใสเป็ประกาย มองดูแล้วให้ความรู้สึกสง่างดงาม
“จื่อจิน เ้าตัดสินใจแล้วจริงๆ หรือ?”
บุรุษร่างผอมคนหนึ่งจ้องมองหญิงสาวพร้อมกล่าวว่า “เ้าจำไว้ การตัดสินใจนี้ไม่เพียงแต่มีผลกระทบต่อบ้านสกุลเยี่ยของพวกเรา แต่มีผลต่อทั้งเมืองสือเฉิง”
เด็กสาวหันหน้าไปมอง ยิ้มเล็กน้อย กล่าวว่า “ข้าเชื่อว่าสุดยอดห้าสกุลในรุ่นของข้า ไม่มีใครสู้ตู้เซ่าฝู่ได้เลย ข้าเองก็สู้ไม่ได้”
บุรุษร่างผอมสีหน้าใเล็กน้อย กล่าวว่า “นึกไม่ถึงเลยว่าเด็กคนนี้จะชมเชยตู้เซ่าฝู่จากบ้านสกุลตู้เช่นนี้ ข้าเริ่มอยากพบเขาแล้วล่ะ เอาอย่างนี้ พรุ่งนี้เ้าไปบ้านสกุลตู้กับข้า จะได้ไปขอบคุณที่ช่วยเหลือ และพอดีเื่ๆ นั้นก็ต้องตัดสินใจเลือกแล้ว”
“เ้าค่ะ”
สาวน้อยพยักหน้าเล็กน้อย ในสมองของนางอดไม่ได้ที่จะคิดถึงภาพที่ดูสง่าและองอาจของชายหนุ่มตอนแบกอสูรเสือดาวสายฟ้าขึ้นหลัง...
“เ้านี่เปิดอย่างไรกันแน่”
ยามราตรี ในห้องส่วนตัว ตู้เซ่าฝู่กำลังถือถุงหยินหยางสองถุงไว้ในฝ่ามือ ใบหนึ่งได้มาจากการค้นตัวโซ่วหู่หัวหน้าใหญ่กลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาว อีกใบหนึ่งได้มาจากจอมยุทธสาว เพียงแต่ถุงหยินหยาง ตู้เซ่าฝู่ไม่รู้ว่าจะเปิดอย่างไร
“เ้าหนู เ้าเปิดถุงหยินหยางไม่ได้หรอก ข้าช่วยเ้าเปิดดีหรือไม่?”
เจดีย์เล็กที่ถูกเก็บไว้ที่เสื้อตรงอกของตู้เซ่าฝู่ มีเสียงของเจินชิงฉุนดังออกมา น้ำเสียงของเขาฟังดูอึดอัดน้อยใจ
“เ้าเปิดถุงหยินหยางเป็?”
ตู้เซ่าฝู่ลังเลนิดหน่อย ก็ล้วงเจดีย์เล็กออกมา
เจดีย์เล็กในตอนนี้ถูกห่อด้วยใบไม้หลายชั้น ตู้เซ่าฝู่ไม่อยากเอาเจดีย์เล็กที่เปรอะปัสสาวะของตนเก็บไว้ในเสื้อตรงอก
“ล้อเล่นหรือไง ข้าคือนักเวทยันต์ เป็นักเวทยันต์ขั้นสูง แค่ถุงหยินหยางถุงหนึ่งง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก” เจินชิงฉุนที่อยู่ในเจดีย์เล็กเริ่มมีน้ำเสียงที่สดใสและภาคภูมิใจขึ้นมา
“เ้าคือนักเวทยันต์?” ตู้เซ่าฝู่มองเจดีย์เล็กด้วยสีหน้าสงสัย จากนั้นบอกว่า “ก็ได้ ถ้างั้นเ้าลองเปิดถุงหยินหยางให้ข้าดูหน่อยสิ”
“ฮึ ข้าช่วยเ้าเปิดถุงหยินหยางแล้วมีประโยชน์อะไรกับข้า?” เจินชิงฉุนที่อยู่ในเจดีย์เล็กพูด น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความภาคภูมิ ดีใจที่เด็กหนุ่มคนนี้คิดจะขอร้องเขาสักที
“เ้าช่วยข้าเปิดถุงหยินหยาง ต่อไปข้าจะไม่ปัสสาวะรดขับไล่สิ่งชั่วร้ายอีก หากเปิดถุงหยินหยางไม่ได้ ข้าจะเอาเจดีย์เก่าๆ นี้ไปโยนทิ้งในหลุมถ่ายอุจจาระ” ตู้เซ่าฝู่พูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“เ้าหนู เ้ากล้าหรือ!” เจินชิงฉุนที่อยู่ในเจดีย์เล็กร้องสะดุ้งเสียงแหลม
“เ้าคิดว่าข้ากล้าหรือไม่ล่ะ” ตู้เซ่าฝู่ตอบ
“เ้าหนู ถือว่าเ้าร้ายนักนะ ข้าช่วยเ้าเปิดถุง
หยินหยางก็ได้ แต่ว่าตกลงไว้ก่อน พอข้าออกไป เ้าห้ามทำร้ายร่างจิติญญาของข้าล่ะ” เจินชิงฉุนเจรจาต่อรอง เขารู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้อาจลงไม้ลงมือกับเขา
“ตามนั้น” ตู้เซ่าฝู่พยักหน้าตกลง
“ฟิ้ว...”
ร่างเงาของเจินชิงฉุนค่อยๆ ลอยออกมาจากเจดีย์เล็ก เขามองตู้เซ่าฝู่ สายตาของชายใบหน้าเด็กอัปลักษณ์แสดงความน้อยเนื้อต่ำใจและแค้นเคืองออกมา เขาเบ้ปากอยู่ แต่ก็พยายามระงับความโมโหไว้ กล่าวว่า “ถุงหยินหยางหากฝืนเปิดโดยผิดวิธี จะทำให้ของในนั้นทั้งหมดถูกทำลาย นอกจากเ้าของของมันที่เปิดได้ มีอีกวิธีเดียวที่เปิดออกได้ คือต้องหานักเวทยันต์ที่แข็งแกร่งกว่านักเวทยันต์ที่เป็คนสร้างถุง
หยินหยางมาทำลายเวทย์มนตราของอักษรยันต์ที่ผนึกมันไว้”
เมื่อพูดจบ เจินชิงฉุนก็รวบรวมพลัง เขาก็หยิบถุง
หยินหยางสองใบมาจากมือซ้ายของตู้เซ่าฝู่ จากนั้นก็มีพลังแปลกๆ บางอย่างลอยไปปกคลุมรอบมือทั้งสองข้าง
“ฟู่ๆๆ!”
ร่างเงาเจินชิงฉุนใช้สองมือร่ายพลังออกมาจากฝ่ามือ จากนั้นก็มีอักษรยันต์มากมายไหลเวียนออกมา ในห้องทั้งห้องเกิดแสงสุกใสอร่ามจ้า มีพลังอันน่าพิศวงฟุ้งอยู่เต็มห้อง อักษรยันต์ที่ร่ายออกมาลอยออกมาห่อหุ้มทั่วห้อง รูปร่างน่าเกลียดของเจินชิงฉุน จู่ๆ ก็ดูสง่าและแข็งแกร่งขึ้นมา
ขณะนั้นเอง ตู้เซ่าฝู่ก็เริ่มเชื่อแล้วว่าเจินชิงฉุนไม่ใช่จอมต้มตุ๋น นักต้มตุ๋นต้องดีแต่ปาก ไม่มีทางมีพลังความสามารถอันทรงพลังเช่นนี้ได้หรอก
“เปิดออกแล้ว ถุงหยินหยางขยะสองใบนี้ต้องใช้หยาดโลหิตในการระบุเ้าของ และใส่พลังปราณลงไป ต่อไปถุง
หยินหยางสองใบนี้ก็เป็ของเ้าแล้ว”
จากนั้นเจินชิงฉุนก็นำถุงหยินหยางสองใบโยนกลับไปให้ตู้เซ่าฝู่ ร่างเงาเริ่มดูจางลง
