สีหน้าของหานอวิ๋นซีที่หวาดกลัวก็หายไปทันที แทนที่ด้วยความโกรธที่ไม่สามารถบรรยายได้ นางกระทืบใบหน้าของนักฆ่าชุดดำอย่างโเี้ “เ้าเป็ใครกัน? อยากตายนักหรือไร! กลับไปบอกขุนนางเป่ยกงด้วยนะว่าข้าคิดบัญชีเื่นี้ไว้แล้ว!”
อีกอย่าง นางเป็หมอ และเป็หมอยาพิษด้วย พูดง่ายๆ ก็คือเป็ผู้เชี่ยวชาญเื่พิษ เข้าใจเื่การล้างพิษและยังวางยาพิษเก่งอีกด้วย
นักฆ่าชุดดำจูงมือนางออกจากห้องขังและวิ่งมาที่นี่โดยไม่ระวังตัว หากระหว่างทางนางไม่ถือโอกาสวางยาคงต้องเสียใจกับจรรยาบรรณวิชาชีพของตัวเองเป็แน่
หานอวิ๋นซีรู้ว่าเมื่อตนเองออกจากห้องขังศาลต้าหลี่แล้ว ไม่ว่านางจะตายหรือไม่ ก็จะถูกกล่าวหาว่าหลบหนีเพราะเกรงกลัวต่อความผิดอยู่ดี อย่างไรก็ตาม เวลากำลังจะหมดลงและนางก็ไม่ละความพยายาม ในเมื่อคนพวกนั้น้าให้นางหนี เช่นนั้นนางก็จะทำให้!
หลังจากเสียเวลาไปหนึ่งชั่วยามกว่าๆ นางก็เหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม หลังจากออกจากตรอก หานอวิ๋นซีก็วิ่งอย่างไม่คิดชีวิตไปที่จวนแม่ทัพมู่ ร่างผอมของนางวิ่งอย่างรวดเร็วในหมอกยามเช้าราวกับลูกกวางตัวหนึ่ง
“นายท่าน นั่น...ดูเหมือนว่าจะเป็หวังเฟยนะพ่ะย่ะค่ะ” ฉู่ซีเฟิงพูดด้วยความหวาดกลัว
เขาและฉินอ๋องเพิ่งกลับมาที่เมืองหลังจากออกไปหายา และบังเอิญเห็นหวังเฟยที่กำลังวิ่งเตลิด โชคดีที่พวกเขาซ่อนตัวได้เร็ว มิฉะนั้นคงถูกชนลอยขึ้นไปในอากาศเป็แน่
ในขณะนี้ เ้านายและคนรับใช้กำลังซ่อนตัวอยู่บนหลังคาริมถนน หลงเฟยเยวี่ยสวมชุดลำลองสีขาว ดูหล่อเหลาและสูงส่ง คิ้วหล่อของเขาขมวดเล็กน้อยและวิ่งตามไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
เช้าตรู่เช่นนี้ สตรีผู้นี้วิ่งเร็วขนาดนี้ไปเพื่ออะไรกัน? วิ่งหนีเอาชีวิตรอดอยู่หรือไร?
หานอวิ๋นซีวิ่งและวิ่งอย่างสิ้นหวัง ทั้งที่นางกำลังจะไปช่วยชีวิตคน แต่กลับต้องวิ่งเร็วกว่าการวิ่งหนีเอาชีวิตรอดเสียอีก
ทำไมศาลต้าหลี่ถึงอยู่ไกลจากจวนแม่ทัพขนาดนี้นะ?
หานอวิ๋นซีไม่รู้ว่าตนเองวิ่งเร็วจนน่ากลัวแค่ไหน เมื่อไปถึงประตูจวนแม่ทัพก็แทบจะหมดลมหายใจ นางดึงที่เคาะประตูแล้วเคาะอย่างดุเดือด หายใจหอบจนไม่สามารถพูดออกมาได้
ไม่นาน ผู้ที่เฝ้าประตูก็เปิดออกมา ทันทีที่เห็นางก็ใสะดุ้งโหยง “หวังเฟย...ทำไมถึงเป็ท่าน? หมอหลวงกู้อยู่ที่ไหน?”
“เร็วเข้า...ข้า...”
หานอวิ๋นซียังคงหายใจหอบและไม่สามารถพูดได้ นางจึงผลักคนเฝ้าประตูออกไป เมื่อกำลังจะรีบเข้าไป ก็มีเสียงหนึ่งะโดังมาจากด้านหลัง “หานอวิ๋นซี ทำไมเ้ามาอยู่ที่นี่ล่ะ? หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
เสียงนี้จะเป็ใครไปได้อีกนอกจากองค์หญิงฉางผิง
ฝีเท้าของหานอวิ๋นซีหยุดลงเล็กน้อย นางไม่หันกลับมามองและวิ่งเข้าไปทันที องค์หญิงฉางผิงกระวนกระวาย “ทหาร ตามนางไป หานอวิ๋นซีหนีออกจากคุก!”
องครักษ์สองสามนายรีบวิ่งเข้าไป องค์หญิงฉางผิงก็ยกกระโปรงยาวขึ้นแล้ววิ่งตามเข้าไป นางเพิ่งได้รับข่าวจากขุนนางเป่ยกงว่ากู้เป่ยเยวี่ยถูกขัง ดังนั้นนางจึงรีบไปหาหมอเทวดาหานทันที แต่เขากลับบอกว่ายังต้องรอข่าวคราวจากผู้ดูแลสำนักแพทย์และคำแนะนำของหมอหลวง
หานอวิ๋นซีลุกขึ้นอีกครั้งและวิ่งไปที่ห้องนอนของมู่ชิงอู่ องครักษ์หลายนายและองค์หญิงฉางผิงไล่ตามนางอย่างไม่คิดชีวิตเช่นกัน ในไม่ช้า จวนแม่ทัพที่เงียบสงบก็เต็มไปด้วยความโกลาหล...
หานอวิ๋นซีมั่นใจว่าครั้งนี้เป็การวิ่งที่เร็วที่สุดเท่าที่นางเคยวิ่งมา วิ่งเร็วจนแทบหยุดที่หน้าประตูห้องมู่ชิงอู่ไม่ทัน
โชคดีที่นางใช้มือข้างหนึ่งยันประตู จึงหยุดไว้ได้
“แฮกๆๆ! แฮกๆๆ!” นางหายใจหอบอย่างบ้าคลั่ง
แม่ทัพมู่ที่เฝ้าประตูด้วยตนเองก็รีบมาเปิดประตู ทันทีที่เห็นหานอวิ๋นซีก็รู้สึกใ “เ้า...ทำไมถึงเป็หานอวิ๋นซี? แล้วกู้เป่ยเยวี่ยล่ะ? ไม่ใช่ว่าเขาไป...”
กู้เป่ยเยวี่ยยังไม่กลับมา เขาส่งคนไปตามหา แต่คนที่ไปตามหายังไม่กลับมา เขาเองก็ร้อนรนใจและไม่กล้าห่างจากมู่ชิงอู่แม้แต่ครึ่งก้าว เมื่อเห็นหานอวิ๋นซี เขาก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย
หานอวิ๋นซีที่ยังคงหอบหืดและพูดไม่ออก จึงส่งสัญญาณให้แม่ทัพมู่ปล่อยให้นางเข้าไป
ในขณะเดียวกัน เสียงขององค์หญิงฉางผิงดังมาจากด้านหลัง “หานอวิ๋นซี...หานอวิ๋นซี เ้าหยุดเดี๋ยวนี้นะ...อย่าให้นางเข้าไป! แม่ทัพมู่ นางเป็นักโทษหลบหนี! หยุดนางไว้!
นี่มันเื่อะไรอีกเนี่ย?
แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การล้างพิษเป็สิ่งสำคัญที่สุด
แม่ทัพมู่เห็นว่ากู้เป่ยเยวี่ยเอาตัวอย่างเืพิษสีดำไปจากาแของมู่ชิงอู่ ทั้งยังเห็นว่าริมฝีปากของมู่ชิงอู่เปลี่ยนเป็สีดำ แม้ว่าเขาจะไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับยาและยาพิษเลย แต่เขารู้ว่าชิงอู่ถูกวางยาพิษ! แม้ว่าเขาจะไม่อยากเชื่อหานอวิ๋นซีอีก แต่ก็ต้องเชื่ออยู่ดี
หานอวิ๋นซีบอกว่าเขาถูกวางยาพิษ ก็ถูกวางยาจริงๆ และยังพูดอีกว่าพิษจะปะทุออกมาในอีกไม่กี่วันข้างหน้าและมันก็เป็ความจริง
ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าหานอวิ๋นซีเคยเอาเข็มพิษในร่างกายของชิงอู่ออกมาแล้วหรือ?
ยิ่งแม่ทัพมู่คิดเกี่ยวกับเื่นี้มากเท่าไรก็ยิ่งมีบางอย่างผิดปกติมากขึ้น หานอวิ๋นซีวินิจฉัยออกมาได้ แต่หานฉงอันกลับมองไม่ออก ไหนจะบอกว่าไปขอคำปรึกษาจากผู้ดูแลสำนักแพทย์อีก และจนกระทั่งจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มา
การล้างพิษเป็เื่ที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน!
ใครก็ตามที่สามารถรักษาพิษได้ แม่ทัพมู่ก็จะจำผู้นั้นไว้ว่าเป็บรรพบุรุษของเขา!
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ แม่ทัพมู่ก็นึกถึงคำเตือนของกู้เป่ยเยวี่ยก่อนที่จะจากไป ว่าการที่ไท่เฮาออกหมายจับด้วยตนเอง เพราะนางตั้งใจที่จะจับกุมหานอวิ๋นซี และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไท่เฮา้าแค่หลักฐานเท่านั้น!
และหลักฐานก็คือมู่ชิงอู่!
ข้อพิพาทระหว่างราชสำนักกับขุนนางนั้นรุนแรงมาก แม่ทัพมูไม่ใช่คนโง่ แน่นอนว่าเขารู้ว่าพรรคของไท่จื่ออยากได้อำนาจทางทหารในมือของชิงอู่มาเป็เวลานาน
เมื่อเห็นคนขององค์หญิงฉางผิงไล่ตามมา แม่ทัพมู่จึงตัดสินใจผลักหานอวิ๋นซีเข้าไปข้างในทันที และออกไปที่ประตูด้วยตัวเอง พร้อมกับปิดประตู แถมยังลงกลอนด้วย!
ทันทีที่ประตูถูกลงกลอน องครักษ์ขององค์หญิงฉางผิงก็มาถึง เห็นแม่ทัพมู่จ้องมองและขมวดคิ้วยืนอยู่ที่ประตูราวกับเทพเ้าผู้ดุร้าย องครักษ์หลายนายที่คุ้นเคยกับความโหดร้ายก็หวาดกลัวขึ้นมา ถ้าเ้าผลักข้าข้าก็จะผลักเ้า ไม่มีใครกล้าก้าวไปข้างหน้า
องค์หญิงฉางผิงไม่สามารถวิ่งได้อีกต่อไป นางเดินหอบเหนื่อยเข้ามา สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เป็เวลานานกว่าที่จะทุเลาลง จากนั้นก็สั่งว่า “แม่ทัพมู่ เปิดประตูให้ข้าเดี๋ยวนี้!”
“องค์หญิงฉางผิง นี่คือห้องนอนของบุตรชายข้า ท่านมาทำอะไรที่นี่ั้แ่เช้า?” แม่ทัพมู่ถามอย่างไม่พอใจ
องค์หญิงฉางผิงผงะไป เกิดอะไรขึ้นกับแม่ทัพมู่? เขาไม่เกลียดหานอวิ๋นซีด้วยหรอกหรือ? หานอวิ๋นซีเป็คนทำให้พี่ชิงอู่เป็แบบนี้นะ!
“แม่ทัพมู่ ท่านบ้าไปแล้วหรือไร? ให้หานอวิ๋นซีฆาตกรคนนั้นเข้าไป! ท่านหมายความว่าอย่างไรกัน?” องค์หญิงฉางผิงโกรธเกรี้ยวอย่างมาก
“หมอหลวงกู้กำลังรักษาอยู่ ท่านอย่ามายุ่งเลยดีกว่า!” แม่ทัพมู่พูดอย่างไม่เกรงใจ
องค์หญิงฉางผิงตะลึงงัน จากนั้นก็พูดเสียงดังว่า “แม่ทัพมู่ ท่านถูกผีสิงหรือไร! ยังจะเสแสร้งอีก ข้าเห็นกับตาว่าเ้าปล่อยให้หานอวิ๋นซีเข้าไป ข้าบอกท่านไว้เลยนะ หานอวิ๋นซีเป็นักโทษหลบหนี ท่านอยากโดนข้อหาช่วยปกปิดฆาตกรหรือไร?”
“องค์หญิงท่านตาฝาดแล้ว หวังเฟยถูกคุมขังในคุก จะมาอยู่ในจวนของข้าได้อย่างไร?” แม่ทัพมู่โกหกอย่างมั่นใจ
เพื่อบุตรชายของเขา เขาสามารถพูดเื่ไร้สาระได้โดยไม่อาย ตราบใดที่บุตรชายของเขาฟื้น ทุกอย่างก็จะจัดการได้ง่ายขึ้น
“เ้า!” องค์หญิงฉางผิงโกรธจัด “ข้าเห็นชัดเจนขนาดนี้ ยังจะโกหกอีกหรือ!”
“ใช่ แม่ทัพมู่ ท่านเป็เ้าหน้าที่ระดับสูง ท่านจะมาพูดเื่ไร้สาระอย่างลอยหน้าลอยตาแบบนี้ไม่ได้!” องครักษ์รีบพูดเสริมอย่างรวดเร็ว
แม่ทัพมู่มองไปด้วยความโกรธ “เ้าก็รู้ว่าข้าเป็เ้าหน้าที่ระดับสูง แล้วเ้ามีสิทธิ์อะไรมาพูดกับข้าแบบนี้ล่ะ? ยังไม่ออกไปอีก!”
องครักษ์ที่รู้สึกสำนึกผิด จึงทำได้แค่เพียงถอยไปข้างหลังองค์หญิงฉางผิงอย่างสลด
องค์หญิงฉางผิงมุ่ยปาก “ฮึ่ม ข้าไม่สนหรอก ข้าเห็นแล้ว ข้า้าเข้าไป!”
นางพูดพลางคิดที่จะบุกเข้าไปจริงๆ แต่เมื่อก้าวไปข้างหน้า แม่ทัพมู่ก็เกาะติดกับประตูพร้อมกับอ้าแขนทั้งสองข้าง “ชิงอู่ป่วยหนักและ้าพักผ่อน ข้าจะดูสิว่าวันนี้จะมีใครกล้าบุกเข้าไปหรือไม่? ไม่มีคำสั่งของฮ่องเต้ ข้าก็จะอยู่แบบนี้นี่แหละ แล้วก็จะไม่เปิดประตูด้วย!”
ภายในห้อง หานอวิ๋นซีกำลังใช้เวลาในการสแกนซ้ำเพื่อระบุความลึกและตำแหน่งของพิษ เมื่อได้ยินคำพูดของแม่ทัพมู่ ก็รู้สึกโล่งใจเล็กน้อย ในที่สุดคนผู้นี้ก็เลิกสับสนเสียที
นางมีเวลาเพียงสองเค่อ[1] มันสายเกินไปที่จะต้มยา กินยาหรือหาวิธีเตรียมยาแก้พิษ ในเมื่อนางอยู่ที่นี่แล้ว แน่นอนว่าต้องใช้การฝังเข็มเพื่อล้างพิษ เครื่องสแกนของระบบล้างพิษกำลังสแกนไปมา และตำแหน่งของพิษจะถูกกำหนดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ที่ประตู องค์หญิงฉางผิงพยายามดึงมือแม่ทัพมู่ ดึงอย่างแรง แต่จะทำอย่างไรเขาก็ไม่ขยับแม้แต่น้อย
“แม่ทัพมู่ ท่านจะฆ่าพี่ชิงอู่นะ!”
“ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม จะปล่อยให้หานอวิ๋นซีอยู่ข้างในคนเดียวไม่ได้ ข้าพาหมอหลวงมาแล้ว ท่านควรจะปล่อยให้หมอหลวงเข้าไปดู!”
“หานอวิ๋นซีรักษาไปสองครั้งแล้ว แต่ก็ไม่ได้ผลอะไร นางบอกว่าจะฟื้นแต่ตอนนี้ก็ยังไม่ฟื้นเลย! นางเชื่อไม่ได้! แม่ทัพมู่ ข้าขอร้องท่านล่ะ ให้หมอหลวงเข้าไปเถอะ!”
…
“หมอหลวง? คนที่ไท่เฮาส่งมางั้นหรือ?” แม่ทัพมู่เย้ยหยันอยู่ในใจ ร่างกายของเขาราวกับูเา ยืนนิ่งไม่ขยับตัวใดๆ
องค์หญิงฉางผิงไม่สามารถขยับตัวเขาได้ และไม่สามารถเกลี้ยกล่อมเขาได้เช่นกัน นางที่กำลังรีบร้อน แต่ใครจะไปรู้ว่าในขณะเดียวกัน มู่หลิวเยวี่ยก็นำคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบ และคนกลุ่มนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากพวกของขุนนางเป่ยกง
นางคิดแผนอันชาญฉลาดให้กับขุนนางเป่ยกง จัดนักฆ่าเพื่อฆ่าหานอวิ๋นซีเพื่อปล้นนักโทษ จากนั้นก็นำกองทหารไล่ตามเขาไป เมื่อเห็นศพของหานอวิ๋นซี ก็จะสามารถกล่าวหาได้ว่านางหลบหนีและถูกฆ่าตาย แต่ไม่น่าเชื่อว่าหานอวิ๋นซีจะหลุดรอดจากมีดของนักฆ่าชุดดำได้
หากไม่ใช่เพราะรายงานของมู่หลิวเยวี่ย ขุนนางเป่ยกงก็ไม่รู้จริงๆ ว่าจะหานางเจอได้อย่างไร
เมื่อเห็นขุนนางเป่ยกงนำกลุ่มเ้าหน้าที่และทหารมา องค์หญิงฉางผิงก็ดีใจอย่างมากและรีบพูดว่า “ขุนนางเป่ยกง หานอวิ๋นซีอยู่ในห้อง! รีบจัดการนางเสีย!”
แม่ทัพมู่ที่เห็นขุนนางเป่ยกง ในใจก็ยิ่งรู้สึกไม่ดี อยากจะจัดการมู่หลิวเยวี่ยเสียเหลือเกิน!
ยามวุ่นวายคือโลกของทหาร ยามสงบสุขคือโลกของผู้มีอำนาจ เช่นนั้นทหารไม่สามารถต่อสู้กับผู้มีอำนาจได้ มิเช่นนั้นจะถูกตั้งข้อหาฏ!
ภายในห้อง หานอวิ๋นซีพบตำแหน่งเฉพาะของพิษงูหมื่นตัวแล้ว พิษร้ายแรงรวมอยู่ที่หน้าอกของมู่ชิงอู่ ปะทุออกมาจากส่วนลึกภายใน ตำแหน่งนี้อยู่ใกล้กับหัวใจอย่างมาก ต้องฝังเข็มทันที และจะชักช้าไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว
หานอวิ๋นซีรู้สึกโชคดีที่ตนเองยังมาได้เร็ว
นางพยายามอย่างเต็มที่ที่จะเพิกเฉยต่อเสียงภายนอกประตู สงบสติอารมณ์ ตั้งสมาธิ หยิบเข็มสีทองขนาดใหญ่และเล็กที่นาง้าออกมา และวางไว้ข้างๆ ทีละเล่ม จากนั้นเริ่มปลดเสื้อผ้าของมู่ชิงอู่เพื่อหาจุดฝังเข็มที่แน่นอน
“แม่ทัพมู่ เป็หน้าที่ของข้าที่จะต้องตามล่านักโทษหลบหนี โปรดให้ความร่วมมือกับข้าด้วย” ขุนนางเป่ยกงยังคงพูดด้วยความสุภาพ
“นักโทษหลบหนีไม่ได้อยู่ที่นี่ ขุนนางเป่ยกง เชิญออกไปเถิด” แม่ทัพมู่ไม่แสดงสีหน้าใดๆ และขวางประตูโดยไม่ขยับเขยื้อน
“องค์หญิงฉางผิงเห็นนักโทษหลบหนีเข้ามาอย่างชัดเจน หรือแม่ทัพมู่คิดว่าองค์หญิงฉางผิงโกหกงั้นหรือ?” ขุนนางเป่ยกงถามอีกครั้ง
แม่ทัพมู่ไม่ตอบและหันหน้าไปทางอื่น
“ในเมื่อแม่ทัพมู่ไม่ให้ความร่วมมือ เช่นนั้นก็อย่าโทษข้าที่หยาบคายก็แล้วกัน!” ขุนนางเป่ยกงทำความเคารพ ก่อนที่จะออกคำสั่ง น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็เ็าและสั่งว่า “ทหาร พาแม่ทัพมู่ออกไป แล้วเข้าไปค้นในห้อง!”
จู่ๆ เ้าหน้าที่และทหารก็รุมล้อมเพื่อที่จะจับแม่ทัพมู่ ขุนนางเป่ยกงแตกต่างจากองค์หญิงฉางผิง เขามีอำนาจในการจับกุมนักโทษหลบหนี และสามารถใช้เ้าหน้าที่และทหารได้
“กล้าก็เข้ามาสิ!” แม่ทัพมู่คำรามด้วยความโกรธ ทำให้ทุกคนหวาดกลัวจนไม่กล้าขยับตัว เขาเป็แม่ทัพที่ยิ่งใหญ่และมีทหารหลายแสนนายอยู่ใต้บังคับบัญชา!
“ฉินไท่เฮามีคำสั่งให้จับกุมผู้หลบหนี พวกเ้าจะยืนโง่ทำไมอีก?” ขุนนางเป่ยกงะโด้วยความโกรธเช่นกัน
—-------------
[1] 1 เค่อ เท่ากับ 15 นาที