สองเดือนให้หลัง
ป่าที่เดินทางผ่านก่อนหน้านี้ กระทั่งสมุนไพรทิพย์สักต้นกับสัตว์อสูรสักตัวยังไม่มี ทำให้เฉียวรุ่ยหงุดหงิดหนัก แต่เมื่อมาถึงป่าไป๋ฮว่าเขียวชอุ่ม สมุนไพรทิพย์กับสัตว์อสูรก็ปรากฏอีกครั้ง แม้ยังคงน้อยจนน่าเวทนา แต่ก็ดีกว่าไม่มี!
เฉียวรุ่ยเห็นเสือดาวสองหัวขั้นสาม่ปลายสองตัว ตัวผู้หนึ่งตัวเมียหนึ่งขวางทางไปอยู่ก็เลียริมฝีปากอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ ดวงตาโตทั้งคู่เปล่งประกายราวกับที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่สัตว์อสูร แต่เป็อาหารอันโอชะ
“ศิษย์น้องเฉียว ศิษย์น้องหลิ่ว ข้ากับศิษย์พี่เซี่ยจัดการตัวผู้ พวกเ้าสองคนจัดการตัวเมีย เป็อย่างไร?” หานรุ่ยซีเอ่ยถาม
“ได้!” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้ารับ
เห็นหลิ่วเทียนฉีตกลง เซี่ยเหลียงกับหานรุ่ยซีก็โถมเข้าใส่เสือดาวตัวผู้โดยพลัน
“เทียนฉี ข้าจัดการคนเดียวได้!” เฉียวรุ่ยเห็นคนรักก้าวเท้าจะเข้าไปก็ขวางอีกฝ่ายไว้
“ได้สิ!” เห็นสีหน้าอยากสู้ของคนรัก หลิ่วเทียนฉีก็หยุดก้าวต่อ มอบสัตว์อสูรให้ เพียงสัตว์อสูรขั้นสาม่ปลายตัวหนึ่งเท่านั้น อีกฝ่ายจัดการได้อยู่
“อืม!” ได้ยินคำอนุญาต เฉียวรุ่ยก็ยินดีเป็อย่างยิ่ง ก่อนก้าวเข้าไปหาเหยื่อของตน
แม้มีเฉียวรุ่ยคนเดียว แต่ความเร็วของเขาก็ไม่ช้าไปกว่าเซี่ยเหลียงกับหานรุ่ยซีที่ร่วมมือกันโจมตีสักนิด เฉียวรุ่ยเหวี่ยงสองหมัดเหล็ก ทุกครั้งที่กำปั้นต่อยบนร่างสัตว์อสูรมีความแม่นยำ ไร้ข้อผิดพลาด
“โฮกๆ...” เสือดาวสองหัวตัวเมียถูกเฉียวรุ่ยต่อยจึงร้องทันที มันพ่นไฟสองลูกใหญ่ออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว น่าเสียดายนักที่เผาไม่ถูกชายเสื้อของเขาเลยสักด้าน
กรงเล็บสองข้างตวัดเข้าใส่เฉียวรุ่ยอย่างบ้าคลั่ง ทว่า กลับข่วนทำร้ายเขาไม่ได้เช่นกัน
“โฮกๆ...” เสือดาวสองหัวอ้าปากกว้างเตรียมขย้ำเฉียวรุ่ย เขาใช้มือหนึ่งหยุดคางของเสือดาว อีกมือคว้าจมูก ทั้งสองแขนออกแรง “กึก” ถอดกรามของเสือดาวสองหัวลงมาอย่างรวดเร็ว
“โฮกๆ...” กรามข้างหนึ่งถูกถอดออก อีกหัวหนึ่งรีบโถมเข้ามาอย่างไม่เลิกรา
เฉียวรุ่ยใช้หนึ่งหมัดประจันเข้าใส่ ต่อยลงบนตาข้างหนึ่งของเสือดาวสองหัว
“โฮกๆ...”
เขาใช้จังหวะที่เสือดาวสองหัวร้องครวญครางต่อยห้าหมัดต่อเนื่อง ต่อยดวงตาทั้งคู่ของเสือดาวสองหัวจนบอด ตามด้วยฟันในปากของมันจนร่วงไปค่อนครึ่ง
เฉียวรุ่ยไม่ได้ใช้วิชาพลังทิพย์และตัดใจใช้ยันต์วิเศษไม่ลง จึงใช้หนึ่งหมัดหนึ่งเท้าจัดการเสือดาวสองหัวตัวนี้โดยตรง
“ปึก...”
เฉียวรุ่ยะโถีบโจมตีทีหนึ่ง ศพของเสือดาวสองหัวพลันถูกถีบลอย ร่วงลงข้างฝ่าเท้าหลิ่วเทียนฉี
“ไม่าเ็นะ?” หลิ่วเทียนฉีมองคนรักที่เดินหัวเราะกลับมาพลางยื่นมือไปจัดเส้นผมที่ปรกหน้าผากน้อย มองสำรวจบนล่างรอบหนึ่ง ยืนยันว่าอีกฝ่ายมีเพียงเืสัตว์อสูรเปื้อนกับรอยกรีดใหญ่หลายแห่งบนเสื้อผ้า ไม่ได้รับาเ็ถึงวางใจ
“ฮ่าๆๆ วิชาหมัดของศิษย์น้องเฉียวก้าวหน้าเร็วจนน่าอัศจรรย์จริงนะ!” เซี่ยเหลียงเก็บของที่ได้จากชัยชนะ หัวเราะพลางก้าวเข้ามา
“ใช่แล้ว ศิษย์น้องเฉียวห้าวหาญจริงๆ ถึงกับสู้ตามลำพังกับเสือดาวสองหัวระดับสร้างรากฐาน่ปลายเชียว!” หานรุ่ยซีพยักหน้า เดินตามเข้ามาด้วย
“ฮ่าๆๆ ต้องขอบคุณศิษย์พี่ทั้งสองที่ชี้แนะมาตลอด!” แม้ตลอดทาง เฉียวรุ่ยได้รับาเ็มาไม่น้อย แต่เขาก็เรียนชั้นเชิงวิชาหมัดมาจากเซี่ยเหลียงกับหานรุ่ยซีได้มากเช่นกัน เรียกได้ว่าได้รับประโยชน์เยี่ยมทีเดียว!
“ปล้น ส่งศพเสือดาวสองหัวมาเสีย!”
ทันใดนั้น เสียงตวาดเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นด้านหลังทั้งสี่คน
“เฮอะ ปล้นข้า ถ้ากล้าก็ออกมาสิ ดูซิข้าจะอัดเ้าจนอนาถกว่าเสือดาวสองหัวตัวนี้ไหม!” เฉียวรุ่ยพลันหมุนตัวแล้วเท้าเอว เหลือบมองไปยังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ด้านหลังร่าง เอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวสักนิด
“ไม่ทราบว่าสหายผู้ฝึกตนท่านนั้น ไยไม่ปรากฏตัวมาพบหน้า?” เซี่ยเหลียงกับหานรุ่ยซีหรี่ตามองต้นไม้ใหญ่ ระวังขึ้นมาเช่นกัน
“ฮ่าๆๆ หากศิษย์พี่เมิ่งกับศิษย์พี่จง้าล่ะก็ แค่เสือดาวสองหัวตัวเดียว มอบให้ศิษย์พี่ทั้งสองดีหรือไม่?” หลิ่วเทียนฉีมองต้นไม้ใหญ่ที่ซ่อนใครบางคนอยู่แล้วบอกอย่างจนปัญญา
“หลิ่วเทียนฉี เ้าหนูนี่ ทำไมถึงน่าชังเช่นนี้ฮึ?” เมื่อถูกเปิดโปง เมิ่งเฟยพลันมีสีหน้าหงุดหงิดเดินออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ หลิ่วเทียนฉีน่าชังนัก เดิมทีอยากขู่เ้าหนูเฉียวรุ่ยนั่นสักหน่อยเชียว!
เห็นเมิ่งเฟย จงหลิง เจียงเทา หลิ่วซือและเด็กผู้ชายอายุแปดเก้าขวบคนหนึ่งเดินออกมา เซี่ยเหลียงกับหานรุ่ยซีก็ลอบโล่งอก
“ศิษย์น้องเมิ่ง ข้าว่าล้อเล่นเช่นนี้ไม่ไหวนะ!” เซี่ยเหลียงมองเมิ่งเฟยพลางเอ่ยขึ้นอย่างจนใจ หากศิษย์น้องหลิ่วไม่เปิดโปงตัวตนของอีกฝ่าย เกรงว่าเขาอาจชิงลงมือก่อนแล้ว
“ใช่ ล้วนเป็ศิษย์พี่ศิษย์น้อง ล้อเล่นอะไรเช่นนี้ ข้ายังคิดว่าเป็คนจากแคว้นอื่นเสียอีก?” พูดถึงตรงนี้ หานรุ่ยซีมีสีหน้าอ่อนใจเช่นเดียวกัน
“ฮ่าๆๆ ศิษย์พี่เซี่ย ศิษย์พี่หาน ศิษย์น้องหลิ่ว ศิษย์น้องเฉียว ั้แ่จากกันทั้งสี่คนปลอดภัยดีสินะ!” เมิ่งเฟยมองพวกเขาก่อนยิ้มทักทาย
“ศิษย์พี่เมิ่ง ท่านนี่ช่างไร้น้ำใจเสียจริง ข้าเสียเวลาตั้งนานกว่าจะต่อยเสือดาวสองหัวตายได้ ท่านกลับคิดจะปล้นข้าอีก?” เฉียวรุ่ยมองเมิ่งเฟย ส่งเสียงบ่นด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“สีขนเสือดาวสองหัวตัวนี้ดีเช่นนี้ ไม่เอามาหลอมอุปกรณ์ก็น่าเสียดายอยู่ หากเ้าไม่ลงมือก่อน ข้าลงมือไปนานแล้ว ไยจะผลัดมาถึงตาเ้าฮึ?” เมิ่งเฟยจ้องเฉียวรุ่ย โต้กลับอย่างไม่เกรงใจสักนิด
“เอามาหลอมอุปกรณ์ได้หรือ?” เฉียวรุ่ยพูดถึงตรงนี้ก็กะพริบตาปริบ
“เสี่ยวรุ่ย ถลกหนังเสือดาวสองหัวออกมามอบให้ศิษย์พี่เมิ่งเถอะ!”
“เอาสิ!” ได้ยินคนรักเอ่ยเช่นนี้ เฉียวรุ่ยเอากริชออกมา ลงมือฉับไวเริ่มถลกหนังเลาะกระดูก
“ศิษย์พี่เมิ่ง ศิษย์พี่จง พี่สี่ ศิษย์พี่เจียง ั้แ่จากกันทั้งสี่ท่านปลอดภัยนะ!” หลิ่วเทียนฉีมอง ยิ้มน้อยๆ แล้วทักทายกลับ
“น้องเจ็ด!” หลิ่วซือเรียกเสียงแ่เบา จูงมือเด็กน้อยมาตรงหน้าหลิ่วเทียนฉี
“พี่สี่ นี่คือ..” เขามองเด็กน้อยที่หลิ่วซือพามานิดหน่อยก่อนเหลือบมองนางอย่างสงสัย
“นี่คือลูกชายข้า เซวียนหยวนเนี่ยนหง เนี่ยนหง นี่คือท่านน้าของเ้า!”
“เนี่ยนหงคารวะท่านน้า!” เด็กชายก้มศีรษะ รีบร้อนคำนับ
“ไม่ต้องมากพิธี ไม่ต้องมากพิธีหรอก!” หลิ่วเทียนฉีพูดพลางรีบประคอง เอายันต์อัคคีทองสามแผ่นออกมาจากในแหวนมิติส่งให้เด็กคนนั้น
“พบกันครั้งแรก น้าไม่มีของดีอะไรมอบให้เ้า นี่เป็ของขวัญพบหน้านะ หวังว่าเนี่ยนหงจะรับไว้!”
“ขอบคุณท่านน้า!” เด็กชายพูดอย่างมีมารยาท รับของขวัญจากหลิ่วเทียนฉีมา
“ศิษย์น้องหลิ่ว ไม่พบกันหลายปี เ้ากับศิษย์น้องเฉียวสบายดีนะ?” จงหลิงมองหลิ่วเทียนฉีก่อนถามเสียงเบา
“ขอรับ ขอบคุณศิษย์พี่จงอย่างยิ่งที่เป็ห่วง ข้ากับเสี่ยวรุ่ยล้วนสบายดี!” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้ารับ
“ได้พบศิษย์พี่เซี่ย ศิษย์พี่หาน ศิษย์น้องหลิ่วและศิษย์น้องเฉียวในแดนลับที่มีอันตรายซุกซ่อนรอบด้านเช่นนี้ เป็เื่ที่ดีมากจริงๆ!” เจียงเทาพูดพลางมองทุกคน
“ใช่แล้ว ทุกคนพร้อมหน้ากันได้นับว่าเป็วาสนา!” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“ศิษย์พี่เมิ่ง ข้าให้ท่าน!” เฉียวรุ่ยส่งหนังสัตว์อสูรมาให้เมิ่งเฟยอย่างอาลัยอาวรณ์เล็กน้อย
“อย่าขี้งกปานนั้นได้ไหม รอข้าหลอมอุปกรณ์อาคมเสร็จจะแบ่งให้เ้าชิ้นหนึ่ง!” เมิ่งเฟยรับหนังสัตว์อสูรมา หัวเราะฮ่าๆ พลางเอ่ย
“อืม!” เฉียวรุ่ยพยักหน้า เก็บเนื้อสัตว์อสูรกับกระดูกสัตว์อสูรเข้าไปในแหวนมิติของตนจนหมด
“เสี่ยวรุ่ย ผลึกอสูรก็มอบให้ศิษย์พี่จงเถอะ! ศิษย์พี่จงใช้ได้!” หลิ่วเทียนฉีมองคนรัก บอกเสียงเบา
เฉียวรุ่ยได้ยินก็กลอกตา รู้อยู่แล้วเชียวว่าต้องเป็เช่นนี้ เขาถึงไม่เก็บผลึกสัตว์อสูรไปทันที
“ไม่ๆๆ ได้อย่างไรเล่า?” จงหลิงส่ายศีรษะปฏิเสธ
แม้เป็สหายสนิท แต่วาสนาที่ผู้ใดหาพบย่อมเป็ของผู้นั้น นี่เป็กฎที่ไม่มีเขียนเป็อักษร จงหลิงย่อมไม่สะดวกใจเอาผลึกอสูรของผู้อื่น
“รับไว้เถอะศิษย์พี่จง ผลึกอสูรอยู่ในมือท่านเปลี่ยนเป็แผ่นค่ายกลได้ ถ้าอยู่ในมือพวกเราอาจไม่พ้นเอาไปแลกศิลาทิพย์จำนวนหนึ่ง!” ผลึกอสูรหลอมโอสถสลักแผ่นค่ายกลได้ แต่เอามาทำหมึกยันต์ไม่ได้ ดังนั้น สำหรับหลิ่วเทียนฉีจึงเป็ของไร้ประโยชน์
“ถ้าอย่างนั้น ข้าขอรับไว้! ขอบคุณศิษย์น้องทั้งสองมาก”
“ศิษย์พี่จงไม่ต้องเกรงใจ!”
หลังพวกเขาพบกันก็เลือกเดินทางร่วมกัน จากสี่จึงกลายเป็เก้าคน
ตกกลางคืน ทุกคนตั้งกระโจมพักผ่อน หลิ่วซือสองแม่ลูกมาหาหลิ่วเทียนฉีกับเฉียวรุ่ย
“เสี่ยวรุ่ย เ้าพาเนี่ยนหงไปเล่นนอกกระโจมสักครู่สิ ข้าขอคุยกับพี่สี่สักหน่อย!” เขารู้ว่าหลิ่วซือมีเื่จะคุยกับเขาแน่ ถึงให้เฉียวรุ่ยพาเด็กไปเล่นสักพัก
“อืม! ไปกันเถอะเนี่ยนหง!” เฉียวรุ่ยจูงมือเด็กน้อย พาเดินออกไป
ก่อนไป เซวียนหยวนเนี่ยนหงมองหลิ่วซือทีหนึ่ง เห็นมารดาพยักหน้าจึงจากไปด้วยกันกับเฉียวรุ่ยอย่างว่าง่าย
.........
เดินมาถึงข้างกองไฟนอกกระโจม เฉียวรุ่ยจูงเซวียนหยวนเนี่ยนหงนั่งลงด้วยกัน
“เนี่ยนหง เ้าอายุเท่าไรแล้ว?” เฉียวรุ่ยจ้องเด็กชายผิวขาวจัด ผู้มีดวงตาโตดำขลับคู่หนึ่งที่นั่งอยู่ข้างกาย ยิ้มน้อยๆ ก่อนถาม
“แปดขวบ!”
“ถ้าอย่างนั้น บิดาเ้าเล่า? บิดาเ้าไปไหน ทำไมไม่อยู่ข้างเ้ากับแม่ล่ะ?” จำได้ว่าเซวียนหยวนหง เ้าคนนั้นชอบหลิ่วซือมาก ในเมื่อมีลูก ย่อมไม่มีเหตุผลที่จะไม่อยู่ข้างกายทั้งสองนี่?
“ท่านพ่อข้าตายแล้ว!” เด็กน้อยมองเฉียวรุ่ยพลางเอ่ยอย่างไร้อารมณ์
ได้ยินคำตอบ เฉียวรุ่ยรีบร้อนขอโทษ “อ๊ะ? ขอโทษ ขอโทษนะ ข้าไม่ควรถาม!”
“ไม่เป็ไรน้าสะใภ้ ที่จริงข้าไม่เคยพบบิดา แม่ข้าบอกว่าตอนข้าเพิ่งอยู่ในท้องสองเดือน พ่อข้าก็ถูกคนชั่วสังหาร เพราะอย่างนั้น ข้าถึงไม่รู้ว่าพ่อหน้าตาอย่างไร และพ่อเองก็ไม่รู้หน้าตาข้าด้วย” เด็กน้อยมองเฉียวรุ่ยด้วยใบหน้าจริงจัง บอกเป็การเป็งาน
“ถ้าอย่างนั้น แล้วเ้ารู้ไหมว่าพ่อเ้าถูกคนชั่วคนใดสังหาร?”
“หลันอวี่ิกับหลินเหยียนเหยียน แม่ข้าบอกข้าว่าต้องจดจำสองชื่อนี้ไว้ให้มั่น หลังเติบใหญ่จะได้แก้แค้นให้ท่านพ่อ สังหารพวกเขา!”
“หืม? ที่แท้เป็เ้าสารเลวนั่น!” เฉียวรุ่ยได้ยินชื่อนี้ ยิ่งรู้สึกไม่ดี ถึงกับเบ้ปาก
“น้าสะใภ้ ท่านเป็บุรุษสองเพศงามที่สุดที่ข้าเคยพบ หากภายภาคหน้าท่านน้าไม่ชอบหรือไม่ดีต่อท่านแล้ว ท่านมาหาเนี่ยนหงนะ รอเนี่ยนหงเติบใหญ่ เนี่ยนหงจะมาสู่ขอท่านแน่!” เด็กน้อยจูงมือเฉียวรุ่ย กะพริบดวงตาโตดำขลับ เอ่ยขึ้นทื่อๆ ด้วยสีหน้าแน่วแน่คล้ายไม่ล้อเล่นสักนิด
ได้ยินเข้า เฉียวรุ่ยก็ตะลึงเล็กน้อย จากนั้นถึงยิ้มอ่อน “เ้าเปี๊ยก เ้าพูดอะไรฮึ?” เฉียวรุ่ยมีสีหน้าอ่อนใจ ตบมือเ้าตัวจ้อยที่จับมือตนออก ทำไมเขารู้สึกว่าถูกเด็กน้อยแทะโลมกันนะ?
เ้าต้วจ้อยนี่ฉลาดแต่เด็กจริง ไม่รู้ว่าท่าทางโตเกินวัยนี่ได้จากเซวียนหยวนหงหรือได้จากหลิ่วซือผู้เล่ห์กลมากที่สุดกันแน่
