“ถึงแล้วล่ะ เ้าเดินไปทางนั้นก็จะเป็ตลาด” เด็กหญิงตัวเล็กชี้มือไปทางทิศเหนือ ก่อนเขาจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“หากวันหน้าได้เจอกัน ข้าจะตอบแทนเ้าอย่างงาม” เขาพูดด้วยน้ำเสียงซาบซึ้งใจ ก่อนเด็กหญิงจะส่ายศีรษะ
“ข้าไม่อยากได้สิ่งใด อ่อ..เ้าเอาสมุนไพรนี้ไปต้มกินนะ แผลจะได้หายไว ๆ” นางหันไปยังตะกร้าที่สะพายอยู่ แล้วหยิบเอาสมุนไพรที่พึ่งเก็บได้ ยื่นให้เขาพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวาน เป็รอยยิ้มที่เขาไม่มีลืมวันเลยนับจากนั้นเป็ต้นมา
“เฟยหยางมาหาข้าหน่อย” สุรเสียงของฮองเฮาเอ่ยขึ้นท่ามกลางแสงตะเกียงภายในห้องบรรทมส่องสว่าง ก่อนฮองเฮาจะยื่นปิ่นปักผมสีเงินให้
“ข้ามอบให้เ้า ในฐานะที่เ้าทำปลาต้มสมุนไพรได้อร่อยถูกใจข้ายิ่งนัก” เฟยหยางค่อย ๆ เอื้อมไปหยิบปิ่นปักผมพร้อมน้ำตารื้นออกมาด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนหญิงกลางคนจะยิ้มเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้น
“เ้าช่างเหมือนกับเสี่ยวเอินเหลือเกิน ดีใจก็ร้องไห้ เสียใจก็ร้องไห้ ข้าเองก็ตามอารมณ์เ้าไม่ทัน ไม่รู้ว่าเ้าดีใจหรือเสียใจกันแน่” ฮองเฮายังคงตรัสถึงเสี่ยวเอินเป็ระยะ ยิ่งทำให้เสี่ยวเอินในร่างของเฟยหยางร้องไห้ออกมาไม่หยุด
“หยุดร้องได้แล้ว เดี๋ยวใครผ่านไปผ่านมา ได้ยินเสียงร้องของเ้าจะคิดว่าข้ารังแก” ฮองเฮาพูดด้วยน้ำเสียงเมตตา ก่อนจะจับใบหน้าเฟยหยางเงยขึ้น
“เ้ารู้หรือไม่ ว่าก่อนหน้าข้าก็มีนางกำนัลใกล้ชิดคนหนึ่งที่ข้ารักมาก ถูกชะตากับนางั้แ่แรกพบเหมือนเช่นเ้านี่แหละ แต่เพราะนางถูกใส่ร้ายจนต้องโทษปะา ทำให้ข้าเสียใจจนถึงทุกวันนี้” เมื่อได้ยินดังนั้นเฟยหยางรีบปาดน้ำตาแล้วเอ่ยถามฮองเฮาทันที
“พระองค์ทรงเชื่อว่านางถูกใส่ร้ายงั้นเหรอเพคะ” ฮองเฮาถอนหายใจแล้วพยักหน้า
“ข้าก็เพียงแค่สงสัย แต่จะทำอันใดได้ ในเมื่อท่านเสนาบดีตัดสินโทษไปแล้ว ทั้งยังมีหลักฐานที่เป็ลายมือของเสี่ยวเอินเขียนถึงชายอื่นยืนยันเช่นนั้น จะให้ข้าแก้ต่างได้อย่างไร” เฟยหยางสังเกตแววตาเศร้าของฮองเฮาที่ตรัสถึงเสี่ยวเอินแล้ว ยิ่งทำให้นางซาบซึ้งในน้ำพระทัย จนเก็บน้ำตาไม่อยู่
“ร้องไห้อีกแล้ว กับแค่ปิ่นปักผมอันเดียว เหตุใดจึงเ้าน้ำตานัก” ฮองเฮาหันมาเห็นแล้วค่อย ๆ ยกมือเช็ดน้ำตาให้
“ไม่ใช่เพราะปิ่นปักผม แต่เป็เพราะความเมตตาของพระองค์ทำให้หม่อมฉันซาบซึ้งใจจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่เพคะ” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนฮองเฮาจะนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยขึ้น
“ใจจริงข้าอยากมีลูกสาวสักคน ไว้เป็เพื่อนพูดคุย แต่ในเมื่อข้าไม่มีลูกสาว จึงทำให้ข้ารักเสี่ยวเอินเหมือนลูกสาวแท้ ๆ แต่ด้วยฐานะของนางที่เป็เพียงนางกำนัล หากจะยกให้สูงขึ้นก็มีทางเดียวคือแต่งตั้งนางเป็พระสนมของเจี้ยนหัว แต่ใครจะรู้ว่าการแต่งตั้งนางในครั้งนั้น จะทำให้นางต้องโทษถึงปะา” ฮองเฮาพูดจบก็หันมายังเฟยหยาง แล้วจับใบหน้านางเงยขึ้นช้า ๆ
“ความรู้สึกข้าตอนนี้ ข้าเอ็นดูเ้าไม่ต่างจากเสี่ยวเอิน อยากได้เ้าเป็ลูกสาว แต่ข้าจะไม่แต่งตั้งให้เ้าขึ้นเป็พระสนมของเจี้ยนหัวอีกเด็ดขาด ข้ารู้แล้วว่าโทษของพระสนมสูงกว่าคนทั่วไปหลายเท่านัก บารมีของข้าไม่อาจปกป้องพวกเ้าได้ ดังนั้นเ้าพอใจหรือไม่ ที่จะอยู่ใกล้ชิดข้าในฐานะนางกำนัลเช่นนี้ตลอดไป” คำพูดของฮองเฮาเคลือบไว้ด้วยความหวังดี นั่นทำให้เฟยหยางพยักหน้าตอบรับ
“ขอแค่ได้อยู่รับใช้ฮองเฮา หม่อมฉันก็พอใจมากแล้วเพคะ ไม่้าตำแหน่งใด ๆ ทั้งสิ้น” สิ้นเสียงของหญิงสาว ฮองเฮาก็ยิ้มรับ แล้วยกมือลูบศีรษะนางด้วยความเมตตา
เช้าวันรุ่งขึ้น เฟยหยางมุ่งตรงไปยังห้องครัวทันทีเพื่อตระเตรียมบางอย่างให้ฮองเฮา ก่อนฝีเท้าของซินหยูจะเดินเข้ามาทักทายด้วยท่าทางเป็มิตร
“เหตุใดเ้าจึงตื่นเช้านัก” น้ำเสียงของนางกำนัลอายุน้อยผู้หนึ่งเดินเข้ามาถาม ก่อนเฟยหยางจะยิ้มกว้างเพราะคุ้นชินกับซินหยูเป็อย่างดี
“ข้ามาเตรียมชาให้ฮองเฮาน่ะ แล้วเ้าล่ะ เหตุใดจึงตื่นเช้านัก วันนี้ไม่มีทำความสะอาดที่ตำหนักเส้าเฉิงเหรอ” คำถามคุ้นเคยของเฟยหยางทำให้ซินหยูขมวดคิ้ว
“เ้ารู้ได้อย่างไร ว่าข้าเป็นางกำนัลตำหนักเส้าเฉิง” ก่อนเฟยหยางจะชะงักนิ่ง แล้วปั้นหน้ายิ้ม
“อ่อ ข้าเห็นนางกำนัลหลายคนพูดถึงเ้า ก็เลยรู้ว่าเ้ามีนามว่าซินหยู มีหน้าที่ดูแลตำหนักเส้าเฉิงของรัชทายาท” ซินหยูได้ยินดังนั้นจึงย่อตัวลงนั่งด้านข้าง ขณะที่เฟยหยางเตรียมใบชา
“ใคร ๆ ต่างก็บอกว่าเ้าเหมือนพระสนมเสี่ยวเอิน พอข้าได้พูดคุยกับเ้าแล้ว ก็เหมือนจริง ๆ นั่นแหละ น่าเสียดายที่พระสนมอายุสั้นเกินไป” เฟยหยางชะงักนิ่ง พลันวางมือจากชาแล้วหันมายังซินหยู ก่อนจะเอ่ยถามบางอย่างจากนาง
“ซินหยู เ้าพอรู้หรือไม่ว่าชายที่อ้างตัวว่าเป็ชู้ของพระสนมเสี่ยวเอิน ถูกปะาไปแล้วหรือไม่” ซินหยูถอนหายใจแล้วพูดขึ้น
“ท่านเสนาบดีปล่อยตัวเขาไปนานแล้วล่ะ หลังจากพระสนมถูกปะาไปได้เพียงหนึ่งเดือน ท่านเสนาบดีก็ทูลขออภัยโทษให้กับชายผู้นั้น ให้เหตุผลว่าชายผู้นั้นมีมารดาแก่ชราต้องดูแล ความผิดเขาไม่ควรถึงปะา เพราะพระสนมเสี่ยวเอินหลอกลวงเขาว่าเป็หญิงไร้พันธะ จึงนับว่าเขาเป็เหยื่อของพระสนมด้วยเช่นกัน เลยตัดสินให้พ้นผิด”
