“พี่ช้าง จิ๊ดริดผอมลงยัง” ที่รักร้องถามเมื่อเจอหน้า
คชาภัทรสะดุดกึกและรีบกวาดตาสำรวจร่างป้อมที่ยืนอยู่ตรงหน้าโดยอัตโนมัติ ที่รักในวันนี้ใส่ชุดกระโปรงสีเหลืองอ่อนแขนกุด ทำให้เห็นแขนอวบขาวอมชมพูอย่างชัดเจน ประกอบกับใบหน้ากลมแป้นที่มีจุดเด่นตรงตาเรียวเล็ก แก้มแดงอมชมพูที่แสดงถึงความมีสุขภาพดีของเธอ ปลายนิ้วของเขาคันยิบขึ้นมาอีกครั้งด้วยอยากจิ้มแก้มนิ่ม ๆ เล่น แต่เมื่อนึกถึงแรงถีบของเธอที่เขาเจอมานับครั้งไม่ถ้วน คชาภัทรจำต้องสกัดความอยากของตัวเองลงอย่างยากเย็น
“น้องถามทำไมไม่ตอบ” อลิสราหันมาเอ็ด “ตอบดี ๆ ล่ะ” แล้วก็กำชับเสียงเหี้ยม
นับหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านข้างถึงกับเผยยิ้มออกมา
คชาภัทรถอยห่างจากพี่สาวโดยสัญชาตญาณ เมื่อวานตอนค่ำเขาโดนสมาชิกในบ้านเล่นงานอยู่ไม่ใช่น้อย วันนี้ให้ตายอย่างไรก็จะไม่ทำอีกเด็ดขาด
เด็กชายรุ่นพี่กวาดตาสำรวจร่างป้อมที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้งและจ้องดูพุงที่กลมกว่าทุกวันก็ลอบถอนใจยาว
“อืม ดูผอมลงนิดหน่อย” น้ำเสียงดูไม่เต็มปากนัก
ที่รักลูบพุงตัวเองอย่างชอบใจ “วันนี้จิ๊ดริดกินข้าวน้อยกว่าทุกวัน”
คชาภัทรมองพุงปูด ๆ นั้นด้วยสีหน้าที่ไม่เห็นด้วยเป็อย่างยิ่ง
“วันนี้เราจะเล่นอะไรกันดี” อลิสราถามพร้อมกลั้วหัวเราะโดยไม่ทราบสาเหตุ
“เล่นหาสมบัติ” ที่รักตอบโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก
“ไปตอนนี้เลยไหม จะได้เก็บนานขึ้น” อลิสราก็ตามใจเหมือนปกติขณะที่คชาภัทรลอบกลอกตามองบน
“อย่าเพิ่งไปนะเด็ก ๆ คุณยายทำเค้กช็อกโกแลตไว้ มากินกันก่อนจะได้มีแรง” วรรณารีะโออกมาจากบ้าน
“ใช่ กินก่อนจะได้มีแรง” ที่รักเห็นด้วยอย่างแรงกล้า
“ยังไม่อิ่มอีกเหรอ” คชาภัทรก้มลงมองพุงของเด็กหญิงอีกรอบก่อนถาม
“วันนี้จิ๊ดริดกินข้าวเช้าน้อยเลยยังไม่อิ่ม” น้ำเสียงของเธอดูภูมิใจเป็อย่างมาก
คชาภัทรใบหน้าแข็งค้างอย่างไม่เห็นด้วยอีกครั้ง
“ทำไมเดินแบบนั้น” อลิสราถามอย่างแปลกใจเมื่อเห็นการก้าวย่างแบบแปลก ๆ ของที่รักระหว่างเดินไปสวนหย่อมที่สายปรับปรุงไว้ในที่ดินสี่ไร่ซึ่งตอนนี้เป็มุมนั่งเล่นประจำของพวกเธอ
ที่รักเล่าเหตุผลให้พี่สาวฟังเหมือนอย่างที่บอกกับยายและแม่ อลิสรากับคชาภัทรต่างทำสีหน้าเหมือนสายและวรรณารีไม่มีผิด ต่างกันเล็กน้อยตรงที่สายตาของอลิสราได้เหวี่ยงมายังคชาภัทรอย่างคาดโทษด้วย
คชาภัทรถึงกับมีอาการสะบัดร้อนสะบัดหนาวขึ้นมาแบบเฉียบพลัน เห็นทีวันนี้เขาต้องตั้งใจเล่นหาสมบัติให้มากเป็พิเศษแล้ว ขณะที่นับหนึ่งลอบหัวเราะขลุกขลักอยู่ในลำคอเบา ๆ
“เค้กอร่อย ๆ มาแล้ว นั่งกินให้หมดชิ้นก่อนแล้วค่อยออกไปนะ แล้วนี่น้ำหวานอีกคนละแก้ว” ในมือของวรรณารีมีถาดใส่ขนมเค้กสามชิ้นพร้อมด้วยน้ำหวานสีแดงน่ากินจำนวนสามแก้ว
สองพี่น้องและนับหนึ่งยิ้มกว้างออกมา
“แม่จ๋า ของจิ๊ดริดไม่มี” ที่รักถามเสียงอ่อยเมื่อเห็นจำนวนของกินในถาด
“จิ๊ดริดเอาไว้ตอนกลับมานะลูก แม่เก็บไว้ให้แล้ว ตอนนี้เป็เวลาดื่มนมของหนู จำได้ไหมเอ่ย”
ที่รักพยักหน้า สำหรับเด็กหญิงแล้วคำพูดของแม่คือทุกอย่าง ไม่ว่าแม่จะพูดจะบอกอะไรที่รักก็มักจะทำตามอย่างว่าง่าย
เด็กหญิงคว้าขวดนมขวดใหญ่ที่จุนมอยู่เต็มมาจากมือแม่พร้อมกับยิ้มร่า เธอเป็เด็กวัยห้าขวบที่ยังติดขวดนมอยู่ แม้ตอนนี้จะดื่มนมจากแก้วได้เก่งแล้ว แต่เด็กหญิงก็ยังคิดถึงขวดนมแสนรักของเธอด้วยเช่นกัน เธอจึงต่อรองกับแม่ขอดูดนมจากขวดวันละหนึ่งครั้งซึ่งวรรณารีก็ยอมใจอ่อน
เมื่อได้ขวดนมแสนรักมาอยู่ในมือแล้ว เธอก็เตรียมเอนนอนลงบนเสื่อ วรรณารีก็รู้ใจรีบสอดหมอนใบเล็กรองใต้ศีรษะเธออย่างทันท่วงที
ปั่บ...
แล้วก็เหมือนธรรมเนียมปฏิบัติ เท้าขาวอวบของเธอวางพาดไปที่ตักของคชาภัทรอย่างไม่รอช้า
คชาภัทรเหลือบมองปลายนิ้วเท้าที่กระดิกไปมาอย่างสุขใจก็ได้แต่ถอนหายใจยาวแต่มือก็ไม่ได้ปัดเท้าของเธอออกแต่อย่างใด
“จิ๊ดริดชอบเอาขาพาดตักช้างมากเลยนะ เคยตัวั้แ่เด็ก” วรรณารีหัวเราะคิกออกมา ยามเมื่ออยู่ใกล้คชาภัทร ลูกสาวเธอชอบที่จะทำแบบนี้เสียทุกครั้ง ซึ่งก็น่าแปลก ที่รักไม่เคยทำกิริยาแบบนี้กับคนอื่นเลย แม้แต่เธอเองที่เป็แม่ก็ไม่เคย
คชาภัทรยิ้มรับและเคี้ยวเค้กที่อยู่ในปากอย่างสงบเหมือนเช่นทุกครั้ง เอาเถอะ เขาคุ้นแล้ว ก็เคยเจอมาเป็ร้อยรอบแล้วนี่นะ
ปู้ด
แบบนี้ก็นับว่า...ค...คุ้นได้เหมือนกัน เคยเจอมาหลายสิบรอบจะไม่คุ้นยังไงไหว คชาภัทรกลั้นหายใจและเคี้ยวขนมเค้กที่ยังมีอยู่เต็มปากอย่างขมขื่น
