บทที่ 93 เข้าพิชิตตระกูลจางด้วยกำลัง
โชคดีที่พลังยุทธ์ขั้นตงซวนมีเกราะป้องกันที่แข็งแกร่ง อีกทั้งยังมีอาวุธเวทมนตร์ป้องกันติดตัวด้วยในเวลานั้น เพียงาเ็สาหัสแต่ไม่ถึงตาย ทว่าอาวุธวิเศษตราจันทรานั้นกลับใช้ไม่ได้แล้ว ไม่รู้ว่าเขาฟื้นมาแล้วจะเ็ปใจตายหรือไม่!
แม้ลู่อวี่ไม่มีอารมณ์จะมาศึกษาความคิดของจางอวิ๋นอย่างละเอียด แต่ดูจากพฤติกรรมของบุรุษผู้นี้ เขาทำได้เพียงแอบพยักหน้าในใจเงียบๆ รู้ว่าคนผู้นี้เป็คนที่ฉลาดคนหนึ่ง หากเป็คนฉลาดก็ทำอะไรได้ง่ายมากขึ้น เขากลัวมันจะมีปัญหา
เวลานี้จางอวิ๋นย่อมรู้ดีว่าจะยื้อเวลาต่อไปไม่ได้แล้ว หากก่อนหน้านี้เขาคิดที่จะประคับประคองกำลังไว้ เวลานี้เมื่อมั่นใจในสถานะของลู่อวี่แล้ว ต่อให้ไม่ใช่นายน้อยของตระกูลลู่ ย่อมต้องเป็ลูกศิษย์ที่ตระกูลลู่แห่งเทียนอวิ๋นส่งมาแน่นอน มิฉะนั้นสาขาตระกูลลู่อื่นๆ คงไม่ส่งตัวยอดฝีมือขั้นตงซวนมาเป็ผู้พิทักษ์ ดังนั้นจึงโยนความคิดทั้งหมดที่ไม่ควรมีทิ้งไป แม้ตระกูลเจียงนั้นจะแข็งแกร่งกว่าตระกูลลู่ แต่ก็ไม่มีทางที่จะกอบกู้เหตุฉุกเฉินได้ และคงเป็ไปไม่ได้ที่จะส่งนักพรตขั้นตงซวนสักคนมานั่งประจำอยู่ที่ตระกูลจางตลอดทั้งปี ซึ่งมันไม่มีทางเป็ไปได้เลยสักนิด แม้ตระกูลเจียงจะเป็ตระกูลที่ใหญ่เป็อันดับสองในเทียนตู และมียอดฝีมือหลายคนที่อยู่ขั้นตงซวน แต่ตระกูลจางก็ไม่มีสิทธิ์ปล่อยให้ตระกูลเจียงทำเช่นนี้
ลูกศิษย์ของตระกูลจางที่แต่เดิมทีมีความหยิ่งผยองมาก เวลานี้ต่างก็เงียบกริบราวกับจักจั่นในยามหน้าหนาว แม้พวกเขาไม่สามารถบอกได้ว่าคนที่เพิ่งลงมือนั้นเป็ยอดฝีมือขั้นอะไร แต่เวลาเพียงพลิกฝ่ามือ กลับกดดันจนทางตระกูลจางดิ้นไปไหนไม่ได้ รู้ดีแก่ใจว่าตระกูลของเขาคงพ่ายแพ้แล้วอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้ก็เป็เพียงปลาบนเขียง สำหรับยอดฝีมือขั้นเกิดเทพเ้า พวกเขาก็ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ดังนั้นจึงไม่สามารถโยงคนเข้ากับเหตุการณ์ได้ สำหรับพวกเขาแล้ว ยอดฝีมือเช่นนี้เปรียบเหมือนที่มีอยู่จริงตามในตำนาน แม้แต่ประมุขของตระกูล หากไม่เพราะได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลเจียงที่จัดหาวิทยายุทธ์ ทรัพยากร และยาอายุวัฒนะให้ แทบจะเป็ไปไม่ได้เลยที่จะฝึกฝนจนถึงขั้นตงซวนได้
ลู่อวี่ที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร พูดออกมาอย่างเรียบเฉยว่า “ประมุขจาง ครั้งหน้าก็หาคนที่มันมีความสามารถพอๆ กันมาหน่อยเถิด ข้าก็ไม่ใช่คนเลวทรามอะไรนัก เดิมทีก็เพียงอยากจะฝึกซ้อมกับสองคนนี้เพื่อฝึกฝนทักษะการต่อสู้สักหน่อย คิดไม่ถึงว่าความสามารถในการต้านทานของพวกเขาจะแย่ถึงเพียงนี้ มันช่างเกินความคาดหมายของข้าจริงๆ”
แม้ว่าจางอวิ๋นจะอยู่ห่างออกไปไกล แต่มั่นใจได้เลยว่าเขาย่อมได้ยินแน่ เขาเพียงนิ่งไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงรู้สึกแค้นเคืองอย่างมาก นำองครักษ์ขั้นตงซวนออกมาหาคนฝึกซ้อมด้วยก็คงมีเ้าเพียงคนเดียวแล้ว ข้าก็เพียงโชคร้ายและซวยเท่านั้น
ทุกคนในตระกูลจางต่างรู้สึกโกรธเคือง แต่ไม่กล้าพูดอะไรออกมา ทุกคนรู้ดีว่าต่อจากนี้ตระกูลจาง จะต้องเผชิญหน้ากับอะไร แววตาของทุกคนฉายแววเศร้าเสียใจ แต่กลับก็ทำอะไรไม่ได้! เพราะเวลานี้คนพวกนี้ทั้งหมดลืมกันไปแล้วว่าก่อนหน้านี้ไม่กี่วันพวกเขารังแกตระกูลลู่อย่างไรกันบ้าง คิดเพียงว่า์ไม่ยุติธรรม รวมถึงทำให้ตระกูลจางไม่มีทางลุกกลับขึ้นมาได้อีกแล้วเท่านั้น
เมื่อลู่อวี่เห็นว่าทุกคนในตระกูลจางเงียบกริบ ก็ไม่ได้มีความคิดต้องมาทนอะไร หรือมีความคิดอื่นที่จะจัดการความเรียบร้อย หากวันนี้ไม่มีตู้เสวียนเฉิงอยู่ด้วย ผลลัพธ์ของตระกูลลู่อาจจะเลวร้ายยิ่งกว่าตระกูลจางเสียอีก เช่นนั้นน้ำเสียงเวลาพูดจึงดูเ็าขึ้นมาทันที “แผนการชดเชยที่ตกลงกับตระกูลจางเมื่อวานนี้ถือว่าเป็โมฆะ การชดเชยทั้งหมดจะต้องเพิ่มเป็สองเท่า แม้ตระกูลจางของเ้าจะไม่สามารถหาทรัพย์สินที่มีมูลค่าเท่ากันมาได้ภายในสามวัน แต่ข้าสามารถขยายเวลาออกไปให้ได้อีกหลายวัน อืม เจ็ดวันละกัน! สำหรับสวนสัตว์วิเศษ ที่เดิมทีขอให้พวกเ้าย้ายกันออกไป แต่กลับปฏิเสธและยืนกรานที่จะไม่ย้าย ตอนนี้ไม่ต้องย้ายกันไปไหนแล้ว ข้าจะเรียกคนมารื้อมันออกไปเอง จะได้ไม่ต้องให้คนของตระกูลจางมาเปลืองแรง!”
จางจวิ้นย่อมรู้ว่าครั้งนี้ตระกูลลู่จะไม่ยอมรามือง่ายๆ อย่างแน่นอน แต่เขากลับคิดไม่ถึงว่าจะโหดร้ายขนาดนี้ ทำเช่นนี้มันก็เหมือนไม่เหลือหนทางรอดให้ตระกูลจางเลยนะสิ แต่ก่อนหน้านี้ตระกูลลู่ก็ได้เตือนพวกเขาไปแล้ว ตัวเองไม่ฟังเอง ตอนนี้ต่อให้มีคำแก้ตัว ตัวเองก็พูดไม่ออกเสียแล้ว ทันใดนั้นก็ไม่รู้จะนึกเสียใจหรือแค้นเคืองใจดี จู่ๆ ก็มีเืไหลทะลักออกมาจากอกและพุ่งออกจากปาก โกรธจัดจนช้ำใน เมื่อลูกศิษย์ตระกูลจางที่อยู่ใกล้ๆ หลายคนเห็นเช่นนี้ก็ใมาก ร้องอุทานออกมาด้วยความใ ก่อนจะเข้าไปรุมล้อมเขาไว้ทันที
เื่ความวุ่นวายในตระกูลจาง ลู่อวี่ก็ไม่สนใจกับมันมากนัก อย่างไรตอนนี้เื่ราวก็ได้รับการจัดการแล้ว เขาคงไม่อยู่ที่นี่ต่อให้เสียเวลา ส่วนเื่ที่เหลืออยู่ เขาก็ไม่ต้องมาวิตกกังวลเพราะอีกเดียวคนจากตระกูลลู่แห่งเป่ยหยวนก็มาจัดการกันเองอยู่แล้ว
“ฮ่าฮ่า ดูสิวันหลังตระกูลจางจะกล้าหยิ่งยโสอีกหรือไม่ ตอนนี้มันสายเกินไปที่พวกเขาจะมานั่งร้องไห้แล้ว!” ระหว่างทางกลับ ทุกคนในตระกูลลู่แห่งเป่ยหยวนตื่นเต้นดีใจกันไม่น้อย ครั้งนี้มีตระกูลลู่แห่งเทียนอวิ๋นค่อยหนุนหลังอยู่ คนที่มาก็เป็ถึงนายน้อยของตระกูลลู่อีกด้วย มันทำให้พวกเขาได้ลืมตาอ้าปากกันได้เสียที
“ร้องไห้ไปก็ไม่มีประโยชน์ ยอดฝีมือของตระกูลเจียงที่กล้าต่อสู้กับนายน้อยยังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้วยังไม่รู้เลย พวกเ้าคิดว่านายน้อยฝึกฝนมาอย่างไร แม้แต่ยอดฝีมือขั้นตงซวนก็ถูกทุบตีเช่นนี้ หากก่อนหน้านี้มีคนบอกข้าล่วงหน้าก่อน ตีข้าให้ตาย ข้าก็ไม่เชื่อ!” บุรุษวัยสิบเจ็ดสิบแปดปีผู้หนึ่ง กอดคอสหายแล้วพูดจาด้วยอย่างฉะฉาน
“เ้าตื่นเต้นขนาดนี้ไปด้วยเหตุใด ปีนี้นายน้อยอายุเพียงสิบเก้าปีเท่านั้น อายุมากกว่าเ้าไม่ไม่น้อย เ้าต้องขยันให้มากกว่านี้แล้ว!” สหายสนิทได้โอกาสนี้สั่งสอนสหายรักสนุกผู้นี้ทันที
“ไปให้พ้นเลย เ้าชอบพูดแต่เื่น่าเบื่อ วันนี้กลับไปแล้วข้าจะเลี้ยงข้าวเอง พวกเรากินข้าวมื้อใหญ่กันสักมื้อเถิด ข้าขโมยสุราฤดูใบไม้ผลิน้ำแข็งอายุอายุร้อยปีที่ท่านพ่อเก็บไว้ พวกเรามาชิมรสชาติกันดู หึหึ ต่อให้ถูกจับได้ ฉวยโอกาสตอนที่นายน้อยยังอยู่ที่นี่ เขาไม่กล้าทำอะไรเราหรอก!”
สมาชิกในตระกูลลู่กลับมาถึงตระกูลกันอย่างสนุกสนาน เพียงลู่หยวนจือออกคำสั่ง ทั้งตระกูลก็เฉลิมฉลองกันอย่างมีความสุข ่นี้ตระกูลลู่แห่งเป่ยหยวนถูกตระกูลจางรังแกและกดดันหนักไม่น้อย พวกเขาโดนจนไม่มีมีแรงลุกขึ้นสู้อีก ถูกข่มเหงจนแทบลุกไม่ขึ้นไปแล้ว ไม่อย่างนั้นลู่หยวนจือคงไม่ถูกบีบจนต้องทางเดินทางไปร้องขอความช่วยเหลือจากตระกูลลู่แห่งเทียนอวิ๋นหรอก แต่โชคดีที่ยังคงได้เป็หัวหน้าของตระกูลอยู่
ทว่าเขาก็ไม่ลืมเื่สวนสัตว์วิเศษของตระกูลจางเช่นกัน แม้วันนี้จะจัดงานเฉลิมฉลองกันขึ้น และไม่สามารถส่งกำลังคนไปที่นั่นได้เพียงพอ เขาส่งคนไปค่อยจับตาดูอยู่ก่อนแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาวุ่นวายตามมาหลังจากตระกูลจางถูกทำลายลง เื่นี้จะไม่ป้องกันไว้ก่อนไม่ได้
ลู่อวี่ไม่สนใจงานเฉลิมฉลองทางด้านนี้นัก หลังจากอยู่พูดคุยกับตู้เสวียนเฉิงสองสามคำ เขาก็ไปเข้าจำศีลภาวนาทันที ตอนนี้หากไม่มีความจำเป็จริงๆ เขาจะไม่ปรุงอายุวัฒนะอีกเด็ดขาด ทำราวกับว่าจะใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการฝึกฝนบำเพ็ญเพียร เส้นทางที่พึ่งพายาอายุวัฒนะเพื่อบรรลุขั้นพลังยุทธ์ของเขาในชาติที่แล้ว ชาตินี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็จะเดินตามนั้นไม่ได้อีก เพราะเช่นนี้ความเร็วของการฝึกฝนจึงลดลงไปไม่น้อย ดังนั้นจึงต้องฉวยโอกาสส่วนใหญ่ไว้เพื่อฝึกฝนเท่านั้น แต่โชคดีที่เขามีประสบการณ์ชีวิตเมื่อชาติก่อนและเข้าใจขั้นพลังยุทธ์ดี แม้ยาอายุวัฒนะจะไม่ใช่ทุกอย่าง แต่ก็เป็ตัวช่วยสำหรับการฝึกฝนของเขาในปัจจุบันนี้มาก นี่ก็เป็หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ระดับพลังยุทธ์ของเขาพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่าลู่อวี่ก็ไม่ได้คลายความสนใจที่มีต่อตระกูลจางเพราะเหตุนี้ แม้เขาจะทำให้ยอดฝีมือผู้หนึ่งของตระกูลเจียงได้รับาเ็สาหัส และทำให้อีกคนกลัวจนวิ่งหนีไป แต่ทั้งสองคนนี้ของตระกูลจางก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรที่จะยอมจำนนเพราะสถานการณ์นี้ อันที่จริง สุดท้ายแล้วทั้งหมดนี้มันก็พูดไม่ถูกเพราะไม่แน่ใจ
แต่เขาไม่เกรงกลัวเื่พวกนี้นัก คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้ววางมันทิ้งไปโดยไม่สนใจมันอีก และอุทิศตนกับการฝึกฝนเก้ากระบี่ไร้เทียมทานอีกครั้ง
ทุกวันนี้ในโลกเทียนตู แม้จะยังคงมีสำนักและแม้กระทั่งตระกูลที่ฝึกฝนการใช้กระบี่เป็หลัก แต่โดยรวมแล้ว วิชากระบี่ในโลกเทียนตูตกต่ำไปนาน เคล็ดวิชากระบี่ลับสุดยอดมากมายก็ได้สูญหายไปแล้ว และคัมภีร์ไร้เทียมทานที่สำนักกระบี่ไร้เทียมทานสืบทอดต่อมานั้นแท้จริงแล้ว มันเป็เคล็ดวิชาลับสุดยอดของสำนักที่เก่งกาจในสมัยโบราณที่รุ่งเรืองสูงสุด นับว่าคุ้มค่าจริงๆ ที่ลู่อวี่จะอุทิศตนอย่างเต็มที่
เข้าสู่เช้าวันที่สอง ตระกูลลู่แห่งเป่ยหยวนก็ได้ส่งคนไปที่สวนสัตว์วิเศษของตระกูลจาง ลู่อวี่ฝึกฝนอยู่จึงไม่สามารถเข้าร่วมได้ แต่เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้น เขาจึงต้องส่งตัวเฉินเสวียนไปด้วย แต่สุดท้าย จู่ๆ ลู่หนานสตรีตัวน้อยผู้นี้ก็โผล่ออกมาร่วมด้วย นอกจากจีชิงรั่วที่สนิทกับนางที่สุดแล้ว ยังมีสหายสาวน้อยอีกหลายคน ทันทีที่เจอกับลู่อวี่ก็ขอไปที่สวนสัตว์วิเศษอย่างมั่นอกมั่นใจ ทำให้ลู่อวี่ถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเลยทีเดียว จนสุดท้ายเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากส่งองครักษ์ทั้งหกที่เขาพามาด้วยติดตามไปปกป้องน้องสาวตัวน้อย และเหล่าลูกศิษย์ ส่วนเขานั้นมีตู้เสวียนเฉิงคุ้มครองอยู่ จึงไม่สนใจองครักษ์ธรรมดาพวกนี้แล้ว
แม้ว่าจีชิงรั่วจะยังเด็ก แต่กลับมีความประพฤติที่ดี อีกทั้งยังมีความอ่อนโยนที่สุด เมื่อวานเพราะลู่อวี่กลับมาแล้วเข้าจำศีลภาวนาเลย สตรีตัวน้อยจึงไม่ทันได้มาพูดอะไรกับอาจารย์สักคำ ตอนนี้เจอกันแล้ว จึงได้ถามไถ่อาการของอาจารย์ด้วยความเป็ห่วง ซึ่งมันก็ทำให้ลู่อวี่ปลื้มใจไม่น้อย หลังจากให้คำแนะนำแก่ลูกศิษย์ตัวน้อยในเื่การฝึกฝนและด้านการปรุงโอสถแล้ว ตอนนั้นเองที่ลู่หนานที่รอไม่ไหวก็ลากตัวออกไป
ครั้งนี้มีคนจากตระกูลลู่แห่งเป่ยหยวนไปกันไม่มากนัก แต่ก็ถือว่ามีไม่น้อยเลย ทั้งหมดมีถึงห้าหกสิบคนรวมกับลู่หนาน และองครักษ์อีกหกคนก็มีประมาณหกเจ็ดสิบคนได้
เมื่อวานนี้ลู่อวี่จะบอกให้รื้อสวนสัตว์วิเศษของตระกูลจางทิ้ง แต่แท้จริงแล้วทุกคนก็เป็คนฉลาด ที่สั่งว่าให้รื้อ เป็เพียงข้ออ้างเท่านั้น กล่าวอีกนัยหนึ่งคือให้่ชิงมา
ใน่หลายปีที่ผ่านมาตระกูลลู่ถูกตระกูลจางกดหัวมาตลอด ธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างมากในทุกๆ ด้าน พื้นที่ของสวนสัตว์วิเศษลดน้อยลงแล้วลดน้อยลงอีก ในเมื่อตอนนี้มีโอกาสที่จะสวนสัตว์วิเศษของตระกูลจาง ทุกคนในตระกูลลู่ ย่อมต้องตื่นเต้นดีใจเป็ธรรมดา
เป่ยหยวนตั้งอยู่ทางชายแดนของทางเหนือ มีอากาศหนาวเย็น ไม่ว่าจะเป็ตระกูลจางหรือตระกูลลู่ สัตว์วิเศษที่เลี้ยงดูล้วนเป็สัตว์จำพวกที่ทนต่อความหนาวเย็นได้ แม้ตระกูลจางจะจงใจควบคุมตระกูลลู่ โดยเลี้ยงสัตว์วิเศษดุร้ายจำนวนมากไว้ แต่หลักๆ แล้วก็ยังเป็สัตว์วิเศษที่เชื่อง
องครักษ์ของตระกูลจางที่ทำหน้าที่เฝ้าอยู่ที่นี่ ได้รับแจ้งั้แ่เมื่อวานนี้ เดิมทีก็ควรจะนำสัตว์วิเศษทั้งหมดของพวกเขาขนย้ายออกไป แต่กลับถูกคนจากตระกูลลู่ที่มาถึงเมื่อวานห้ามไว้ เห็นได้ชัดเลยว่าตอนนี้อำนาจของตระกูลจางอ่อนกำลังลง คนของตระกูลลู่เองก็ไม่ได้คิดรังแกคนดีโดยถือว่ามีกองกำลังอำนาจที่แข็งแกร่งค่อยหนุนหลัง หรือมั่นอกมั่นใจอะไร เพียงบีบบังคับให้ตระกูลจางล่าถอยไปเองอย่างจำยอมเท่านั้น
ดังนั้น เมื่อทุกคนมาถึงในวันที่สอง สัตว์วิเศษส่วนใหญ่ในสวนสัตว์วิเศษของตระกูลจางก็ยังคงไม่ถูกย้ายออกไป
มีสมาชิกผู้หนึ่งของตระกูลลู่ที่จงเกลียดจงชังสัตว์วิเศษที่ดุร้ายพวกนั้นที่ตระกูลจางเลี้ยงดูอยู่ และเสนอให้สังหารพวกมันทั้งหมดทิ้ง แต่ถูกคนนำทีมของตระกูลลู่ปฏิเสธ เพราะต่อให้เป็สัตว์ที่ดุร้ายแต่มันก็ยังเป็สัตว์วิเศษและมีมูลค่า แล้วจะสังหารพวกมันโดยไร้เหตุผลได้อย่างไรกัน เหตุการณ์ที่ได้รับาเ็ก่อนหน้าที่เกิดจากสัตว์วิเศษ นั้นเป็เพราะมาจากแผนการของตระกูลจาง ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับสัตว์วิเศษพวกนี้เลย
ก่อนที่จะเดินทางมาที่นี่หัวหน้าตระกูลลู่หยวนจือก็แจ้งแล้วว่า ในขณะที่เื่นี้ยังไม่จบ สวนสัตว์วิเศษของตระกูลจางจะตกเป็ของตระกูลลู่จริงหรือไม่ก็ยังไม่แน่ สัตว์วิเศษพวกนี้ต่างหากที่มีค่าของจริง
เมื่อมาถึง คนของตระกูลลู่ก็เริ่มจับสัตว์วิเศษของตระกูลจางที่อยู่เต็มทุ่งกว้างและูเาทันที ดูแล้วไม่เหมือนไปยกเค้า ทว่าเหมือนเป็การล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิเสียมากกว่า
เมื่อลู่หนานและสาวน้อยคนอื่นๆ ที่ตามมาเห็นเช่นนี้ ก็ะโเข้าไปร่วมด้วยความตื่นเต้น จะจับสัตว์วิเศษตัวโปรดมาขี่ให้ได้ ไม่ว่าจะเป็องครักษ์ที่ตระกูลลู่แห่งเป่ยหยวนส่งมาหรือลู่อวี่ส่งมาต่างก็ให้ความร่วมมือมาก ลู่หนานหรือจีชิงรั่วนั้นก็ล้วนแล้วแต่เป็คนที่นายน้อยให้ความสำคัญมาก นี่ไม่ใช่โอกาสเล็กๆ เลยที่พวกเขาจะได้มีโอกาสเอาอกเอาใจ
