ใบหน้าของเต้าหลิงพลันหนังอึ้ง ปากอ้ากว้างราวกับสามารถกินไข่ห่านได้ทั้งใบ สีหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
ภายในร่างกายของเขาปรากฏหอคอยสีใสดุจอัญมณีลอยเคว้งอยู่ ดูแล้วเก่าแก่มาก นี่ไม่ใช่หอคอยเล็กที่อยู่ชั้นที่สิบหรอกหรือ?
“ทำไมหอคอยเล็กถึงมาอยู่ในร่างกายของข้าล่ะ?!” เต้าหลิงแผดเสียงหลงกล่าวออกมาพลางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ตอนแรกเขาคิดว่าหอคอยนี้บินหนีไปแล้ว ในตอนนั้นเขารู้สึกเ็ปใจมาก เพราะที่ชั้นสิบของหอคอยผ่านจิตมีแค่บ่อน้ำกับหอคอยเล็ก
พลังงานสีทองนั้นน่ากลัวมากก็จริง ทว่าเขารู้สึกว่าความเป็มาของหอคอยเล็กนี้จะต้องไม่ธรรมดา เดาว่าน่าจะเป็สมบัติล้ำค่าหายาก
แต่จู่ๆ มันก็มาปรากฏขึ้นในร่างกายของเขา ทำให้เต้าหลิงรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงของหอคอยผ่านจิต เป็ไปได้สูงว่าจะเกี่ยวข้องกับมัน
เต้าหลิงลองขับเคลื่อนหอคอยเล็กนี้ดู ทว่ามีแต่ความนิ่งเงียบเท่านั้นที่ตอบรับเขากลับมา เขาไม่สามารถควบคุมพลานุภาพของมันได้
เขาขมวดคิ้วพลางสำรวจหอคอยเล็กอย่างละเอียด ในตอนที่อักขระสีทองแต่ละเส้นปรากฏขึ้นมา หอคอยเล็กก็เปลี่ยนไป คลื่นพลังลึกลับเอ่อล้นออก หอคอยเล็กก็ได้แปรเปลี่ยนไปเป็อักขระเต๋าที่แฝงไปด้วยคลื่นพลังน่าหวาดกลัว
“หรือว่าภายในของล้ำค่านี้จะมีวิชามหาอำนาจอยู่?” เต้าหลิงอึ้งไปพลางสำรวจหอคอยเล็กอย่างละเอียดอีกครั้ง แล้วเขาก็พบว่าอักขระนี่ลึกล้ำมากจนยากที่จะหยั่งรู้
อักขระที่อยู่ในั์ตาของเขาได้เปลี่ยนไป จากหนึ่งกลายเป็สอง จากสองกลายเป็สาม ท้ายที่สุดก็ปรากฏอักขระสีทองจำนวนมากอัดแน่นทั่วฟ้าดิน พลังที่ปลดปล่อยออกมาทำให้ฟ้าดินสั่นะเื
มีเสียงวิ้งดังขึ้นมาในหัวของเต้าหลิง เขารู้สึกเหมือนว่าหัวกำลังจะะเิ หัวใจของเขาสั่นไหวก่อนตัดจิต์เพราะไม่กล้าดูต่อ
ใบหน้าของเขาขาวซีดพลางกล่าวออกมาด้วยความตกตะลึง “เป็อักขระที่น่ากลัวมาก หรือว่าอักขระที่หอคอยผ่านจิตส่งออกมาจะมาจากหอคอยเล็ก ไม่แน่ว่านี่อาจจะเป็ต้นตอของพลังก็ได้!”
เขาอดที่จะตาร้อนผ่าวขึ้นมาไม่ได้ อักขระสีทองนี้มีจอมยุทธ์หลายคนที่หยั่งรู้มัน พวกเขา้าบรรลุเพื่อพลังที่แข็งแกร่ง
นั่นแสดงให้เห็นว่ามูลค่าของหอคอยเล็ก อย่างน้อยๆ ก็จะต้องเป็วิชามหาอำนาจวิชาหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ต้นกำเนิดของอักขระเ่าั้กลับมาอยู่ในมือของเขา!
“แท้จริงแล้วหอคอยเล็กมีที่มายังไง? แล้วในตอนนั้นเหตุใดถึงหายไป?” เต้าหลิงเอามือลูบคางอย่างไม่เข้าใจเท่าไรนัก ปกติแล้วหอคอยเล็กนี้สามารถทำให้หอคอยผ่านจิตกลายเป็สถานที่ฝึกฝนศักดิ์สิทธิ์ได้ ทว่าทำไมตอนนี้ถึงไม่ได้แล้วล่ะ?
หากมันมีความสามารถเช่นนั้นจริงก็คงไม่ต้องฝึกฝน พลังก็สามารถแข็งแกร่งขึ้นได้ในทุกๆ วัน
คิดได้สักพักหนึ่ง เต้าหลิงก็ส่ายหน้า เขารู้สึกว่าตนนั้นคิดมากเกินไปแล้ว ใต้หล้านี้จะมีเื่เช่นนั้นได้อย่างไรกัน
“ไม่รู้ว่าหอคอยเล็กที่อยู่ภายในร่างของข้านั้นจะดีหรือไม่ดี มันน่าจะเป็อาวุธล้ำค่าชนิดหนึ่ง ทว่าพลังของข้าอ่อนแอเกินไป ทำให้ข้าควบคุมพลังที่มันปลดปล่อยออกมาไม่ได้”
เต้าหลิงรู้ว่าในโลกใบนี้มีของล้ำค่าที่น่ากลัวอยู่ ทว่าหากพลังไม่พอก็ไม่มีทางควบคุมมันได้ บางทีหอคอยเล็กก็อาจจะเป็หนึ่งในนั้น รอเขาฝึกฝนตนจนถึงระดับหนึ่งก่อน ก็น่าจะสามารถควบคุมหอคอยเล็กนี้ได้
เขาไตร่ตรองอยู่นาน ก่อนยันตัวขึ้นแล้วเดินออกไปด้านนอก เพื่อไปซื้อวัตถุดิบที่เอาไว้ใช้ทำโอสถขยายจิต
เต้าหลิงรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยสำหรับการหลอมโอสถครั้งแรก ทั้งเขาก็ยังไม่รู้ว่าระดับความยากของมันมากน้อยแค่ไหน ภายในใจหวังว่ามันจะไม่ล้มเหลว
เขตการแลกเปลี่ยนสินค้าของสำนักคึกครื้นมาก มีผู้คนสัญจรไปมาอย่างไม่ขาดสาย ทุกที่เต็มไปด้วยแผงลอย ทว่าคนที่มาซื้อขายสมุนไพริญญานั้นมีอยู่น้อยมาก แต่เดิมทีของสิ่งนี้มูลค่าของมันก็ล้ำค่ามากอยู่แล้ว
“ช่างเถอะ ไปดูที่คลังสมบัติน่าจะดีกว่า อย่างไรซะ ข้าก็มีเหรียญตราอยู่ ไม่แน่ว่าอาจจะซื้อได้ในราคาถูก” เขาเดินวนไปรอบๆ สักพักหนึ่ง จากนั้นเต้าหลิงก็เบินสายตามองออกไปข้างนอก ตอนนั้น หางตาของเขาก็เหลือบไปเห็นร้านค้าที่ดูหรูหราแห่งหนึ่ง
“นี่มัน...” เต้าหลิงถึงกับพูดไม่ออก เขาคิดไม่ถึงเลยว่าที่สำนักซิงเฉินจะมีคลังสมบัติเหมือนกัน ดูแล้วอำนาจของคลังสมบัติจะสูงยิ่งกว่าที่เขาคิดเอาไว้เสียอีก
ไม่รู้ว่าคลังสมบัตินี้มีขนาดใหญ่กว่าที่เมืองชิงซานตั้งเท่าไร ภายในร้านมีผู้คนอยู่ไม่น้อย สายตาของเขากวาดไปรอบๆ ในตอนนั้นสายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่หญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งทำให้หัวใจของเขาเย็นะเืขึ้นมา
หวังย่ากำลังต้อนรับแขกอยู่ ทว่าตอนที่เห็นเด็กหนุ่มคนนี้ สีหน้าของนางก็พลันเปลี่ยนสี นางคิดไม่ถึงว่าเต้าหลิงก็จะมาที่นี่ด้วย
“ขยะ” นางแค่นเสียงฮึออกมาในใจ หวังจวิ้นอี้ไม่ใช่บอกว่าเต้าหลิงจะอยู่ได้อีกไม่นานไม่ใช่หรือ แล้วทำไมตอนนี้เขายังมีชีวิตอยู่ดีอีกล่ะ? ทันใดนั้น เปลวเพลิงแห่งโทสะก็พลันผุดขึ้นมาในหัวใจ
“เ้ามาทำอะไรที่นี่?” หวังย่าเดินเข้ามาพลางกล่าวด้วยใบหน้าขึงขัง หรือว่าจะมาเพื่อขอคืนดีข้า
“ข้าจะมาที่นี่หรือไม่ ข้าต้องรายงานเ้าด้วยอย่างนั้นหรือ” เต้าหลิงมองไปที่นางพลางแสยะยิ้มเย็นออกมา
ได้ยินดังนั้น สีหน้าของนางก็เย็นะเืขึ้นพลางกล่าวออกมา “ขอโทษจริงๆ นะ ที่นี่ไม่ต้อนรับเ้า เ้ารีบออกไปได้แล้ว ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เ้าจะมาได้”
“แปลกจริงนะ เ้าเป็เ้าของที่นี่หรืออย่างไร ถึงได้พูดจาหาญกล้าเช่นนั้น” เต้าหลิงหัวเราะเยาะ ภายในใจรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ทำไมนางถึงมาอยู่ที่นี่กัน
“ไอ้ขยะ นี่เ้ากล้ายอกย้อนคำพูดของข้าอย่างนั้นหรือ” สีหน้าของหวังย่าดูไม่ดีนัก เขาคิดว่าคลังสมบัติเป็สถานที่แบบใดกัน ที่นางมาที่นี่ได้ก็เพราะหวังจวิ้นอี้เป็คนเอ่ยปากพูดให้ คลังสมบัติไม่ใช่ที่ๆ ใครก็สามารถมาได้
ตำแหน่งสาวใช้ ถึงแม้ว่าจะไม่สูง ทว่าในสำนักซิงเฉินจะมีสักกี่คนที่กล้ามาทำตัวอวดดีที่นี่
“น่าหัวเราะจริงๆ ข้ามาที่นี่เพื่อซื้อของ แล้วคลังสมบัติมีสิทธิอะไรที่จะไม่ขายให้ข้า?” เต้าหลิงมองไปที่นางพลางแสยะยิ้ม “เ้ามีสิทธิ์อะไรมาไล่ข้า น่าหัวเราะจริงๆ”
เสียงปะทะคารมดังขึ้นดึงดูดความสนใจของผู้คนโดยรอบ มีคนไม่น้อยที่มองเข้ามาพลางกล่าว มีคนหนึ่งที่กล่าวถึงเด็กหนุ่มว่า “นั่นใครกัน ถึงได้กล้ามาพูดจาเสียงดังในคลังสมบัติ เ้าคิดว่าที่นี่เป็ตลาดสดหรือยังไง”
“เด็กสาวคนนั้นข้ารู้จัก ได้ยินว่านางเป็ญาติของหวังจวิ้นอี้ เ้าเด็กนั่นซวยแน่ กล้ามาหาเื่ญาติของหวังจวิ้นอี้”
“ที่แท้ก็เป็ญาติของหวังจวิ้นอี้นี่เอง เขาเป็หลานชายของผู้าุโตระกูลหวัง ว่ากันว่าพลังอำนาจน่ากลัวมาก ตระกูลหวังเป็ถึงตระกูลขุนนางชั้นสูงของราชวงศ์ต้ากันเลยนะ”
สีหน้าของผู้คนโดยรอบพลันตกตะลึงขึ้นทันที หวังจวิ้นอี้เป็คนมีชื่อเสียงในสำนักซิงเฉิน แม้ว่าพลังจะไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก แต่ด้วยสถานะที่ไม่ธรรมดา ทำให้มีคนส่วนน้อยที่จะกล้าหาเื่ ถึงแม้จะเป็ผู้ดูแลของคลังสมบัติยังต้องไว้หน้าเขา
คำพูดที่ดังขึ้นมาทำให้ความยโสของหวังย่าพุ่งขึ้นสูงสุด นางทำตัวสูงส่ง สายตาดูถูกมองไปที่เต้าหลิงั้แ่หัวจรดเท้า จากนั้นนางก็ยิ้มเยาะออกมา “เ้ายังคิดจะซื้อของที่นี่อีกงั้นหรือ ฮึ ฝันอยู่หรือยังไง ข้าขอเตือนว่าให้เ้าออกไปจากที่นี่เสียดีกว่า ไม่เช่นนั้น อย่ามาหาว่าข้าไม่ปราณี”
“ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเ้าจะโเี้ขนาดไหน” เต้าหลิงกล่าวย้อน
ท่าทีที่ไม่แยแสของเด็กหนุ่ม ทำให้ผู้คนตกตะลึง ภายในพลันครุ่นคิด มีอะไรๆ สนุกดูแล้วสิ เพราะมีพวกอวดดีคิดว่าตัวเองอยู่สูงมาสร้างเื่ที่นี่อยู่บ่อยๆ
“ทุกคนดู เื่นี้ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า เขาเป็คนหาเื่ใส่ตัวเอง คิดว่าที่คลังสมบัติของเราเป็ตลาดสดขายผักหรืออย่างไร” ดวงตาคู่สวยของหวังย่ามองไปรอบๆ มุมปากกระตุก รอยยิ้มชวนน่าหลงใหลขึ้นมา
“ฮ่าๆ พวกเราจะเป็พยานให้เ้าเอง ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง สั่งสอนเขาสักหน่อยสิ ให้รู้ซะบ้างว่าที่นี่คือที่ไหน”
“นั่นสิ อย่าคิดว่าเข้าสำนักซิงเฉินได้แล้วจะเจ๋งนะ เ้าหนู ข้าแนะนำให้เ้าขอโทษซะเถอะ ไม่งั้นเ้าได้จบไม่สวยแน่”
ผู้คนโดยรอบหัวเราะดังลั่น หวังย่ายืนกอดอก สายตาเ็ามองไปที่เต้าหลิงเพื่อรอให้เขาขอโทษนางเสีย
ผู้คุ้มกันสองคนเห็นดังนั้น ชายหนุ่มคนหนึ่งก็ยิ้มออกมาแล้วกล่าวถามขึ้นว่า “คุณหนูหวังย่า เกิดเื่อะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ?”
น้ำเสียงของชายหนุ่มพูดคุยอย่างประจบสอพอ อย่างไรเสีย แม่นางคนนี้ก็เป็ญาติของหวังจวิ้นอี้ ความเป็มาไม่ใช่เล็กๆ เลยนะ
หวังย่าเห็นว่าชายคนนั้นดูมีประโยชน์ นางจึงชี้ไปที่เต้าหลิงแล้วกล่าวออกมาว่า “เ้าคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงนั่นมาสร้างปัญหาที่นี่ ข้าไม่ต้องบอก พวกเ้าก็น่าจะรู้สินะว่าควรทำยังไง”
“เ้ากล้าดียังไงมาหาเื่คุณหนูหวังย่า หาที่ตายเสียจริง!” สีหน้าของผู้คุ้มกันพลันเย็นะเื สายตาเ็ามองไปที่เต้าหลิงพลางแผดเสียงคำรามกล่าวออกมา “เ้าหนู ขอโทษคุณหนู แล้วไสหัวไปซะ ไม่เช่นนั้นเ้าได้เห็นดีแน่”
“แล้วถ้าข้าไม่ขอโทษล่ะ” เต้าหลิงมองไปที่เขาด้วยสายตาที่เย็นลง
ชายหนุ่มแสยะยิ้มพลางแผดเสียงกล่าวด้วยใบหน้าขึงขัง “เ้าท้าทายข้าอย่างนั้นหรือ ตามกฎของคลังสมบัติแล้ว ข้าสามารถจัดการเ้าได้”
หมัดของเขากำแน่น คลื่นพลังที่แข็งแกร่งแผ่ซ่านออกมา จากนั้นเขาก็ปล่อยหมัดอัดเข้าที่อกของเต้าหลิง
“ใช่แล้ว จัดการเขาซะ” ใบหน้าของหวังย่าเต็มไปด้วยความปีติ วันนี้นางสร้างสถานการณ์ได้ยอดเยี่ยมมากจริงๆ ถ้าสามารถเอาผลึกหินฟ้ามาจากเต้าหลิงได้ละก็ จะเป็อย่างไรต่อไปนางไม่อยากจะคิดเลย
“โอหังเสียจริง” เต้าหลิงยกมุมปากขึ้น ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองไปยังกำปั้นที่พุ่งเข้ามา เขายื่นฝ่ามือเรียวยาวออกมา จากนั้นฝ่ามือของเขาก็ปะทะกับหมัดของชายหนุ่ม
“ข้าก็ขอแนะนำเ้าอย่างเช่นเดียวกัน อย่ารังแกคนอื่นให้มันมากนัก” ดวงตาของเขาประกายแสงคมกริบ พลางใช้ฝ่ามือออกแรง จนมีเสียงดังกร๊อบขึ้น แขนของชายหนุ่มถูกพลังอัดจนแขนหัก
ใบหน้าของชายหนุ่มพลันบิดเบี้ยว ร่างของเขาทรุดลงไปดิ้นทุรนรุรายอยู่ที่พื้น เหงื่อเย็นอาบชโลมทั่วร่าง เขารู้สึกเหมือนกับว่าแขนของตนนั้นถูกตัด พลางแผดเสียงร้องออกมาด้วยความเ็ป
ผู้คนโดยรอบพลันตกตะลึง ที่ตกตะลึงไม่ใช่พลังของเขา แต่เป็ความกล้าของเขาต่างหากล่ะ เขากล้าลงมือที่นี่อย่างนั้นหรือ อย่างไรเสียก็ต้องตายสถานเดียว
“ดี ดีมาก” หวังย่าหัวเราะออกมาดังลั่นอย่างอดไม่ได้ ช่างรนหาที่ตายซะจริง กล้าลงมือกับผู้คุ้มกันของคลังสมบัติ ไม่ว่าใครก็ช่วยเขาไม่ได้
“บัดซบ เ้าไปตายซะ” ผู้คุ้มกันที่ไม่พูดไม่จามาตลอดได้แผดเสียงคำรามขึ้น ภายในฝ่ามือปรากฏกระบี่
ล้ำค่าขึ้นมาเล่มหนึ่ง มันะเิแสงกระบี่พลันพุ่งตรงเข้าไปหาเขาโดยเร็ว
“หลีกไปซะ” เต้าหลิงคำราม ฝ่ามือยื่นออกไปอีกครั้ง อักขระสีทองพุ่งไปปะทะกับกระบี่ล้ำค่าราวกับคลื่นน้ำที่ไหลเชี่ยว จนเกือบจะทำให้กระบี่ล้ำค่าะเิออก
แขนเสื้อของเขาสั่นไหว ปรากฏลมพายุส่งเสียงหวีดร้อง มันม้วนตัวพุ่งเข้าใส่อกของผู้คุ้มกัน ทำเอาร่างของเขากระเด็นลอยไป
“แข็งแกร่งมาก” มีคนใจสั่น ผู้คุมกันทั้งสองต่างก็อยู่ในขั้นสถิติญญา ทว่าในตอนนี้พวกเขากลับถูกเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวจัดการ
“เ้าตายแน่!” หวังย่ามองไปที่ผู้คุ้มกันที่นอนโอดโอยอยู่ที่พื้นพลางแสยะยิ้มออกมา อักขระสีดำถูกนางบีบจนแตก ในตอนนั้นคลื่นพลังที่รุนแรงก็ทะลักออกมาทั่วคลังสมบัติ
“กล้านักนะ” มีร่างเงาหลายร่างเดินลงมาจากชั้นสอง ชายหนุ่มคนหนึ่ง เมื่อเขาเห็นภาพที่เกิดขึ้น ก็พลันแผดเสียงคำรามออกมา แล้วพุ่งไปปล่อยหมัดปะทะ พลังมหาศาละเิออกมาทำเอาฟ้าดินสั่นะเื
หวังย่าแค่นเสียงหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ ชายหนุ่มชุดเขียวคนนี้เป็ยอดฝีมือขั้นสถิติญญาสี่ชั้นฟ้า การจะจัดการเต้าหลิงนั้นสามารถทำได้อย่างง่ายดาย ด้วยข้อหาที่เต้าหลิงทำเอาไว้ ในตอนนี้ชายหนุ่มสามารถฆ่าเต้าหลิงได้
