“สิบก้าว... อีกเพียงสิบก้าว! หากจะให้ยอมแพ้ตรงนี้ ข้าไม่ยอมอย่างเด็ดขาด!!”
ไป๋หยุนเฟยคำรามในใจด้วยความพลุ่งพล่าน มันะเิพลังิญญาราวคลุ้มคลั่งโดยไม่สนใจผลกระทบที่จะเกิดกับขาทั้งสองข้าง จากนั้นจึงยกขาขวาขึ้นแล้วก้าวออกไปอย่างหนักหน่วง!
“ไม่สามารถเป็ศิษย์สายตรง วัตถุิญญาชั้นปฐีระดับสูงก็ไขว่คว้ามาไม่ได้ แต่ปลอกแขนนี้ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ต้องได้มา!” มุมปากของมันยามนี้ปรากฏโลหิตหลั่งไหลออกมา ไป๋หยุนเฟยคำรามในลำคอพร้อมกับก้าวไปข้างหน้าอีกสามก้าว!
อากาศรอบกายมันเริ่มร้อนระอุขึ้น กระทั่งเหงื่อที่หลั่งออกมาก็พลันระเหยกลายเป็ไอในพริบตา ดวงตาไป๋หยุนเฟยยามนี้ฉายชัดด้วยความแน่วแน่เด็ดเดี่ยว
“จะหยุดอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร จะหยุดอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ข้าไม่ยอม ข้าไม่ยินยอม!!” ไป๋หยุนเฟยตะเบ็งเสียงคำรามอย่างคลุ้มคลั่งในใจ แต่เวลายิ่งผ่านไปความรับรู้ของมันก็ยิ่งพร่าเลือน ราวกับว่ามันพร้อมจะล้มลงกับพื้นได้ทุกเมื่อ
“อ๊าก!!” เสียงคำรามในลำคอเล็ดรอดออกจากปากไป๋หยุนเฟย พลังิญญาะเิออกอย่างรุนแรง จนเกิดเป็วังวนหมุนอยู่รอบกาย เพียงพริบตาเดียวพลังธาตุไฟก็ลุกท่วมอยู่ไปทั้งร่าง
“ตึง! ตึง!ตึง! ตึง...” เสียงเท้ากระแทกพื้นหนักหน่วงดังติดต่อกัน จากนั้นมือที่มีเปลวไฟลุกท่วมก็ยื่นออกไปคว้าใส่ปลอกแขนสีทองเข้ม ฝ่ามือข้างนั้นจับปลอกแขนเอาไว้อย่างแแ่
…………
.........
ยามรุ่งอรุณ สายลมเย็นโชยพัด สายฝนเพิ่งซาลงได้ไม่นาน ท้องฟ้ายังคงมืดสลัว เมฆหมอกกระจายอยู่เบาบาง
บนก้อนหินใหญ่ซึ่งตั้งอยู่เหนือหน้าผาห่างจากตึกที่พักออกไปราวห้าร้อยวา เงาร่างของคนผู้หนึ่งนั่งโดดเดี่ยวอยู่เพียงลำพัง มันคล้ายกับกำลังเหม่อลอยมองดูท้องฟ้า
ที่แท้ก็เป็ไป๋หยุนเฟย
……
เหม่อลอยอยู่ราวชั่วก้านธูป ในที่สุดไป๋หยุนเฟยก็ถอนหายใจออกมาแ่เบา เบาจนแทบไม่อาจได้ยิน มันรั้งสายตากลับมาพร้อมกับใช้มือขวาลูบคลำแขนซ้ายซึ่งสวมปลอกแขนสีทองเข้มเอาไว้ราวกับมีความในใจ
“ระดับไอเทม: สมบัติตกทอดระดับกลาง”
“ระดับการอัพเกรด: +10”
“พลังป้องกัน: 890”
“พลังป้องกันเพิ่มเติม: 478”
“ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ+10: ขณะป้องกัน มีโอกาส 15%ที่จะสะท้อนความความเสียหายได้ 30% พลังที่สะท้อนที่กลับไปจะไม่เกินพลังป้องกันของอุปกรณ์ชิ้นนี้ ผลกระทบนี้ไม่สามารถใช้กับอาวุธโจมตีระยะไกลได้”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 91 แต้ม”
มุมปากของไป๋หยุนเฟยเผยให้เห็นรอยยิ้มอันพอใจเจือความผิดหวัง อารมณ์ของมันยามนี้กำลังว้าวุ่นสับสน --- นี่ถือว่าเป็รางวัลที่ดีที่สุดซึ่งได้รับมาจากการทดสอบพร์หลอมประดิษฐ์ในครั้งนี้แล้ว
สุดท้ายมันก็ไปหยุดอยู่ที่ระยะหนึ่งพันแปดร้อยห้าสิบวา แม้แต่วัตถุิญญาชั้นปฐีระดับสูงก็ไม่ได้มา
และวันนี้ก็เป็วันที่สามหลังจากการทดสอบจบสิ้นลง
ภาพการทดสอบใน่สุดท้ายนั้น ยามนี้แม้แต่มันเองก็จำได้อย่างเลือนราง ไป๋หยุนเฟยจำได้เพียงการดิ้นรนครั้งสุดท้ายที่มันะเิพลังิญญาออกมาก่อนจะหมดสติไป พอฟื้นตื่นขึ้นมาก็เป็ยามสนธยาของวันถัดไปแล้ว --- มันกลับหมดสติไปถึงสองวันหนึ่งคืน
สำหรับผลการทดสอบพร์หลอมประดิษฐ์นั้น --- ศิษย์สายในทั้งยี่สิบแปดคน มีห้าคนจบลงก่อนถึงหนึ่งพันห้าร้อยวา สิบเจ็ดคนจบลงก่อนถึงสองพันวา สี่คนจบลงก่อนถึงสองพันห้าร้อยวา ส่วนผู้ที่ผ่านระยะสองพันห้าร้อยวามีอยู่ด้วยกันสองคน!!
มีสองคนที่ได้เป็ศิษย์สายตรง นั่นก็คือ เย่จือชิวกับเด็กชายนามว่าเถียนอวี่หาง
หากไล่ตามลำดับแล้ว ไป๋หยุนเฟยก็อยู่ราวอันดับแปดอันดับเก้า
หลังจากการทดสอบในวันนั้นสิ้นสุดลง ทั้งหมดก็ถูกพากลับมาที่นี่ รอคอยที่จะไปยังโถงใหญ่สำนักช่างประดิษฐ์ในวันพรุ่งนี้ เพื่อรับการพิจารณาว่าผู้ใดจะต้องไปอยู่ที่ยอดเขาใด
สำนักช่างประดิษฐ์แบ่งออกเป็เหนือใต้ออกตกสี่ยอดเขา ผู้าุโใหญ่ไม่เคยรับศิษย์ เป็ผู้ดูแลยอดเขาอุดรอันเป็เขตหวงห้าม ศิษย์ในสำนักจะเข้าไปได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตเท่านั้น ผู้าุโที่สามดูแลยอดเขาบูรพาซึ่งเป็เขตที่พักของศิษย์สตรี ยอดเขาทักษิณอยู่ภายใต้การดูแลของผู้าุโที่สอง ยอดเขาประจิมแม้จะอยู่ภายใต้การดูแลของผู้าุโที่สี่ แต่ผู้าุโที่สี่กลับไม่รับศิษย์สายตรงและไม่เคยชี้แนะศิษย์มาก่อน และยอดเขาประจิมแห่งนี้นอกจากจะเป็ที่พักของเหล่าศิษย์แล้ว ยังเป็ที่พำนักของเ้าสำนักอีกด้วย --- ศิษย์ในสำนักจะไม่แบ่งว่าเป็สายนอกหรือสายใน ทั้งหมดจะแยกย้ายกันพักตามยอดเขาทั้งสามคือบูรพา ทักษิณและประจิม
แน่นอน ไม่ว่าจะอยู่ที่ยอดเขาไหนก็จะไม่มีแบ่งสูงหรือต่ำ ที่แบ่งออกก็เพื่อง่ายต่อการดูแลเท่านั้น
หลังจากไป๋หยุนเฟยฟื้นขึ้นมาเมื่อคืนก่อนก็ได้ม่อเสี่ยวเซียนที่คอยอธิบายเื่เหล่านี้ให้ทราบ หลังจากฟังจบมันก็ล้มตัวลงพักผ่อนต่อ กระทั่งเช้าวันนี้เมื่อหายเป็ปกติจึงลงมืออัพเกรดวัตถุิญญาที่ได้รับจากการทดสอบที่ผ่านมา แต่ด้วยยังรู้สึกผิดหวังและคับข้องใจจึงแยกตัวออกมารับลมเพียงลำพัง
สำหรับเื่ราวของสำนักช่างประดิษฐ์ซึ่งเฝ้าใฝ่ฝันที่จะเข้าเป็ศิษย์นี้ ก่อนหน้านี้มันไม่เคยทราบมาก่อนว่ายังมีแบ่งเป็ศิษย์สายนอก สายในและสายตรงอยู่อีก ดังนั้นไป๋หยุนเฟยจึงไม่ได้ใส่ใจมากเท่าใดนัก แต่เมื่อได้ทราบว่าผู้ที่ได้เป็ศิษย์สายตรงคือเย่จือชิวและเด็กชายผู้นั้น จึงค่อยตระหนักได้ว่าพร์ตนเองไม่เทียบเท่ากับผู้อื่น ในใจมันก็บังเกิดความไม่ยินยอมทั้งยังรู้สึกคับข้องยากจะอธิบาย
ที่จริงแล้ว การที่สามารถเข้าเป็ศิษย์สายในของสำนักช่างประดิษฐ์นั้น ในสายตาคนภายนอกแล้วถือว่าเป็เื่ที่ยากลำบากและนับได้ว่าเป็ผู้มีความสามารถโดดเด่นเกินคนทั่วไปแล้ว จะว่าไปแล้วทั้งหมดนี้ก็เป็เพราะไป๋หยุนเฟยหมกมุ่นต่อการ‘เปรียบเทียบ’กับผู้อื่นมากเกินไปนั่นเอง
……
ไป๋หยุนเฟยลูบปลอกแขนสีทองเข้มบนแขนซ้ายก่อนจะจมอยู่ในภวังค์ครุ่นคิดอีกครั้ง สุดท้ายก็หลับตาลงพร้อมกับถอนหายใจยาวเหยียด ยามที่ลืมตาขึ้น แววตาผิดหวังท้อแท้ก็ถูกแทนที่ด้วยแววตาอันแน่วแน่และเชื่อมั่นที่กลับคืนมาอีกครั้ง
“ต่อให้พร์หลอมประดิษฐ์ไม่ถึงขั้นแล้วอย่างไร ก็ไม่ได้หมายความว่าจะล้มเหลวไปเสียทุกอย่าง พร์การฝึกปรือของข้าไม่โดดเด่นแต่ก็ยังสามารถพัฒนาได้รวดเร็ว สิ่งที่คนอื่นมีข้าอาจไม่ดีเท่า แต่สิ่งที่ข้ามีพวกมันกลับไม่มี!!”
“ไม่ได้วัตถุิญญาชั้นปฐีระดับสูงมาแล้วอย่างไร ปลอกแขนชั้นปฐีระดับกลางที่ข้าได้มา ยามนี้ก็เทียบเท่ากับชั้นปฐีระดับสูงได้แล้ว!”
“ไม่สามารถเป็ศิษย์สายตรงแล้วจะเป็ไร ศิษย์สายในก็ยังสามารถเรียนรู้วิชาหลอมประดิษฐ์ได้เช่นกัน ขอเพียงศึกษาจนสำเร็จและนำมาผสานกับกระบวนการอัพเกรดที่ข้ามี เชื่อว่าอย่างไรก็เหนือกว่าพวกนั้นได้!”
ไป๋หยุนเฟยจับจ้องไปที่ปลอกแขน จากนั้นมุมปากมันก็เผยรอยยิ้มออกมา ยังดีที่มันปลงตกต่อเื่นี้ได้อย่างรวดเร็วจึงสามารถหลุดพ้นจากเงามืดแห่งความผิดหวังออกมาได้ ไป๋หยุนเฟยครุ่นคิดขึ้นก่อนจะกล่าวกับตนเอง “ในเมื่อผลกระทบเพิ่มเติมของเ้าคือสะท้อนความเสียหายจากการโจมตีของศัตรู ถ้าเช่นนั้นข้าจะเรียกเ้าว่า ‘ปลอกแขนคืนสนอง’!”
จากนั้นจึงพลิกมือขวา แล้วมีดสั้นที่ดูธรรมดาเล่มหนึ่งก็ปรากฏในมือ
“ระดับไอเทม: สมบัติตกทอดระดับต่ำ”
“ระดับการอัพเกรด: +10”
“พลังโจมตี: 761”
“พลังโจมตีเพิ่มเติม: 365”
“ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ+10: เมื่อโจมตี มีโอกาส 12% ที่จะทำให้เป้าหมายเืไหลไม่หยุดเป็เวลา 60 วินาที”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 87 แต้ม”
ไป๋หยุนเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย “ผลกระทบทำให้โลหิตไหลไม่หยุด หากไม่อาจทำให้อีกฝ่ายเกิดาแ ก็หมดโอกาสที่จะกระตุ้นผลกระทบนี้ให้เกิดขึ้น...”
ผลกระทบเพิ่มเติมเช่น วิงเวียน ตาบอด หรือกระแทกถอยหลังเหล่านี้ ขอเพียงจู่โจมถูกฝ่ายตรงข้ามหรือแม้แต่ฝ่ายตรงข้ามป้องกันเอาไว้ ก็ยังสามารถกระตุ้นให้บังเกิดขึ้นได้ แต่ว่าผลกระทบเช่นโลหิตไหลไม่หยุดหรือาแฟื้นฟูช้าลง กลับจำเป็จะต้องทำให้อีกฝ่ายาเ็ก่อนจึงจะมีโอกาสกระตุ้นผลกระทบเพิ่มเติมให้บังเกิดขึ้นได้
การทดสอบพร์หลอมประดิษฐ์ในครั้งนี้ นอกจากจะได้รับวัตถุิญญาชั้นปฐีมาสองชิ้น ไป๋หยุนเฟยยังได้รับกระบี่ยาวชั้นมนุษย์ระดับสูง เกราะอ่อนชั้นมนุษย์ระดับกลาง และมีดสั้นชั้นมนุษย์ระดับต่ำมาอีกด้วย เพียงแต่หลังจากอัพเกรดแล้วผลกระทบเพิ่มเติมกลับไม่เป็ที่น่าพอใจเท่าใดนัก
ยามนั้น มีเสียงคนเดินเข้ามาจากด้านหลัง ไป๋หยุนเฟยจึงเก็บมีดสั้นก่อนจะหันไปมอง แล้วมันก็ต้องประหลาดใจ
