ชุ่ยชูบนกำแพงถูกสลักเอาไว้ด้วยลวดลายัและนกฟีนิกซ์มันถูกเขียนเอาไว้อย่างชัดเจน สำหรับคนที่ได้รับการเรียนรู้เื่นี้มาจากที่บ้านั้แ่เด็กอย่างหรงตงหลินแล้วเพียงการมองคร่าวๆ ก็สามารถแปลออกมาได้ทันทีและก็เป็เพราะเขาสามารถเข้าใจเนื้อได้ในทันทีสีหน้าของเขาถึงได้ดูผิดแปลกไปแบบนี้
“มันเขียนเอาไว้ว่ายังไงกันแน่?” ประตูอยู่ตรงหน้าแต่กลับไม่ได้เข้าไปแม้ว่าจะเป็คนที่มีความอดทนมากแค่ไหนต่างก็ไม่สามารถจะอยู่นิ่งเฉยได้หลินลั่วหรานจึงออกตัวเร่งขึ้น
รอจนหรงตงหลินสงบใจลงได้ เมื่อเขาหลับตาลงและอ่านเนื้อหาบนกำแพงออกมาหลินลั่วหรานเองก็ต้องรู้สึกใขึ้น
“เคาะสามครั้ง จะสามารถเข้าราชวังัแห่งต้งถิงได้”
ยังไม่ต้องพูดไปถึงวิธีการเข้าที่ช่างดูหลอกเด็กแต่สิ่งที่ถูกสลักทิ้งท้ายเอาไว้ตัวใหญ่กลับเป็ราวกับแสงตะเกียงให้กับคนตาบอดทั้งสอง
“เป็ไง เหล่าเลี่ยวไม่ได้หลอกพวกเธอใช่ไหมล่ะ เด็กน้อย!”
เหล่าเลี่ยว! ตัวอักษรเหล่านี้คือชุ่ยชูอย่างแน่นอนแต่มันกลับเพิ่งถูกสลักลงไปใหม่...หรือว่าทั้งหมดที่ผ่านมาจะเป็การวางแผนของเหล่าเลี่ยวตอนนี้ไม่ใช่เพียงหรงตงหลินแม้แต่หลินลั่วหรานเองต่างก็กำลังสงสัยว่าเธอถูกหลอกเข้าแล้วหรือเปล่า!
ทำไมถึงเชื่อเหล่าเลี่ยวได้นะ เมื่อมาคิดย้อนกลับไปในตอนนี้เธอก็รู้สึกว่ามันไม่ได้มีอะไรมารับรองเลยแม้แต่น้อย
เคาะสามครั้ง แล้วต้องเคาะแบบไหนล่ะ? หรงตงหลินยื่นมือขวาที่กำขึ้นมา และเคาะลงที่ประตูเบาๆราวกับกำลังเคาะประตูของเพื่อนบ้านโดยสติที่หลุดลอย
ครั้งที่หนึ่งแสงไฟและทั้งสองที่ยืนอยู่ในเกราะน้ำต่างก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป
ครั้งที่สอง ดวงตาของทั้งสองต่างก็เบิกโตขึ้นและสามารถได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันได้ แต่ก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม
หรงตงหลินเริ่มจะกังวลขึ้นมา เขาหลับตาลงพร้อมกับเคาะครั้งที่สามลงไปรออยู่หลายวินาที จนอยู่ๆ บนกำแพงหินก็ปรากฏน้ำวนออกมาและดึงดูดทั้งสองเข้าไปด้วยพละกำลังที่ไม่สามารถจะต้านทานได้
แม้แต่คนที่มีกิริยาเรียบร้อยอย่างหลินลั่วหรานเมื่อพบเจอกับสถานการณ์แบบนี้ก็อดที่จะด่าขึ้นมาไม่ได้ในชั่วขณะที่โลกหมุนกลิ้งไปนั้น พลังที่บิดเบือนก็เปลี่ยนท่าทางของพวกเธอไปสารพัดเสียงปังดังขึ้น เธอตกลงมาที่พื้นดินอีกครั้ง
เกราะน้ำนั้นพังไปั้แ่แรกแล้วหรงตงหลินเองก็ปรากฏตัวอยู่ในที่ไม่ไกลกันนัก ร่างกายของเขาบอกบางมากเมื่อตกลงมาจึงทำให้เขาสลบไป หลินลั่วหรานรีบลุกขึ้นไปตรวจสอบร่างกายของเขาก่อนจะพบว่าเขาไม่ได้เป็อะไรมากนักเมื่อมวลพลังไหลเวียนเข้าไปเด็กน้อยหรงก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้งเห็นดังนั้นหลินลั่วหรานก็วางใจ และเริ่มมาพิจารณาบรรยากาศรอบๆ แทน
ในโดมโปร่งใสสามารถเห็นการแหวกว่ายของสัตว์จำพวกปลาที่อยู่ภายนอกได้น้ำในทะเลสาบถูกกันให้อยู่ด้านนอก ในสถานที่แห่งนี้แห้งและมีแสงสว่างมันน่าจะเป็ด้านใต้ของทะเลสาบต้งถิง
ราชวังโบราณตั้งสง่าสวยงามอยู่ภายหน้า
หลังที่ใหญ่และสูงที่สุดมีเสาประตูส่องแสงสีทองเปล่งประกายตั้งอยู่ด้านหน้า บริเวณ้าสลักลายัและฟีนิกซ์เอาไว้สวยงามตระการตาดูเลอค่าเกินกว่าจะบรรยาย
ครั้งนี้แม้แต่ตัวหลินลั่วหรานเองก็สามารถอ่านตัวอักษรบนแผ่นโลหะได้ออกราชวังัแห่งต้งถิง
ราชวงศ์ันั้นโปรดปรานพวกอัญมณีเปล่งประกายเป็อย่างมากแม้ว่าที่นี่จะเป็เพียงแค่ด้านนอกแต่ทั้งสองข้างของประตูใหญ่ก็ยังคงถูกประดับไปด้วยปะการังสีแดงขนาดเท่าตัวคนและประตูก็ถูกฝังไปด้วยไข่มุกเม็ดใหญ่บริเวณด้านข้างของปะการังก็ยังมีมีดดาบอีกสองเล่มถูกวางอยู่ด้วยบางทีมันอาจจะเป็ของนายทหารกุ้งปูที่เคยยืนรักษาประตูอยู่ที่นี่แต่ในตอนนี้ทั่วทั้งสถานที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่า นอกจากเธอและหรงตงหลินแล้วปูปลาต่างก็ถูกกีดกันให้อยู่ที่บริเวณด้านนอก...อย่าได้พูดถึงราชวงศ์ัเลยเพียงแค่เต่าสักตัวก็ยังไม่มีให้เห็น
หลินลั่วหรานลองใช้มวลพลังกระทบเข้ากับประตูบานใหญ่แสงเปล่งประกายกระจายไปทั่ว พร้อมกับเสียงดังราวกับฟ้าผ่าแต่มวลพลังเพียงเล็กน้อยของหลินลั่วหรานก็เปรียบดั่งโยนหินลงในมหาสมุทรมันไม่ได้เกิดผลอะไรขึ้นมาเลย
อย่าเพิ่งพูดถึงเธอที่ไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับบาเรียเลยเพราะถึงแม้ว่าเธอจะเข้าใจ แต่เธอก็ไม่รู้ถึงวิธีที่จะเปิดประตูเข้าไปได้อยู่ดีนี่คือราชวงศ์ัที่เต็มไปด้วยพละกำลังอำนาจในตำนานของประเทศจีนหลินลั่วหรานเป็เพียงแค่นักปราชญ์ระดับพื้นฐานเท่านั้น หากกลับไปในสมัยก่อนแล้วเธอก็คงเป็เหมือนกับนายทหารกุ้งคนหนึ่ง
“ที่แท้ก็มีราชวังัแห่งต้งถิงอยู่จริงๆ ด้วย”ด้านนอกของเรือนหลังนี้เป็ประกายไปด้วยสีทองและยังสามารถมองจากข้างในออกไปด้านนอกได้ ฝูงปลาพากันแหวกว่ายอยู่ในผืนน้ำแต่น้ำในทะเลสาบกลับถูกตัดขาดให้อยู่เพียงภายนอก
ราชวังที่มีขนาดใหญ่ขนาดนี้หาก้าจะสร้างให้อยู่ภายใต้น้ำลึกของทะเลสาบที่มีแรงดันน้ำมากมายได้ดูเหมือนว่าแม้แต่วิทยาการของโลกในปัจจุบันก็ยังคงจะไม่สามารถทำได้ง่ายๆ?
หรงตงหลินเดินขยับไปมาด้วยความประหลาดใจ หรือแม้แต่กระทั่งทำท่าทางเอาใบหน้าไปแนบกับกำแพงเหมือนอย่างเด็กๆ
“ตอนนี้ยังมีเวลา เธอก็ลองเดินๆ ดูก็ได้เพียงแค่ไข่มุกเม็ดหนึ่งของที่นี่หากนำออกไปก็น่าจะถือเป็อัญมณีชั้นสูงเลยทีเดียว” หลินลั่วหรานรู้ดีว่าถ้าฐานะทางบ้านของเขาไม่ค่อยดีจึงเอ่ยเตือนขึ้นด้วยความหวังดีเธอได้ลองใช้จิตความคิดตรวจสอบไปแล้ว นอกจากประตูใหญ่นี้สถานที่อื่นต่างก็ดูธรรมดา และไม่มีการขยับของพลังใดๆดังนั้นหรงตงหลินคงจะไม่เป็อันตรายอะไร
หรงตงหลินเองก็ไม่ใช่คนโง่เขารู้ดีว่าปะการังสีแดงน่าจะมีค่ามากที่สุด สูงเท่าคนขนาดนั้นหากนำออกไปก็คงจะเป็สมบัติที่หาได้ยากของโลก แต่ปัญหาก็คือเขานำมันออกไปไม่ได้ราชวังที่เปล่งประกายแสงสีทองไปทั่วทั้งหลังเอง เขาก็ไม่สามารถจะย้ายมันไปได้เขาเดินวนอยู่รอบๆ ก่อนจะพบว่าบนกำแพงมีไข่มุกเม็ดหนึ่งที่ดูหลุดหลวมและสามารถนำออกมาได้
หลินลั่วหรานเก็บพวกปะการังไปจนหมด หากเธอไม่นำไปก็จะส่งผลดีให้กับซินหยวนผิงปะการังที่มีคุณภาพแบบนี้สามารถนำไปใช้ทำยาวิเศษระดับสูงสูงได้สบายๆ
มีดดาบทั้งสองเล่มที่คาดว่าน่าจะเป็ของนายทหารกุ้งที่ทำตกไว้ในตอนเร่งรีบมันเป็ของระดับสาม...ในยุคสมัยนี้ หากนำกลับไปก็ถือว่าเป็ของดีดังนั้นเธอจึงเก็บมันเข้ามาด้วย
สำหรับหรงตงหลินแล้ว มันคือไข่มุกที่ขุดออกมาได้ยากแต่สำหรับหลินลั่วหราน เพียงแค่เธอขยับดาบบินให้ส่งพลังออกไปเธอก็สามารถนำมันกลับมาได้เป็กองใหญ่
“พวกนี้ เธอจะเก็บไปไหม?” ไข่มุกขนาดเท่าไข่นกพิราบดูเปล่งประกายสวยงามแต่ก็เป็เพียงแค่ของธรรมดาทั่วไปเท่านั้น หลินลั่วหรานจึงเก็บเอาไว้เพียงไม่กี่เม็ดเพื่อเป็ที่ระลึกก่อนจะบอกให้หรงตงหลินเก็บส่วนที่เหลือไป
ดังนั้นเด็กน้อยหรงจึงจัดการเก็บไข่มุกอย่างหน้ามืดตามัวจนเต็มกระเป๋าและแบกมันเอาไว้บนไหล่ทั้งสองของเขาจนหนักอึ้งแต่มันก็ช่างเป็น้ำหนักแห่งความหอมหวานเสียจริง
ในส่วนที่เหลืออยู่ เพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองหลินลั่วหรานก็จัดการเก็บมันเข้าไปในพื้นที่ลึกลับ
จนเมื่อเธอมายืนอยู่ต่อหน้าประตูที่ทำได้เพียงแค่มองแต่ไม่สามารถเข้าไปได้อีกครั้งในตอนนั้นบริเวณที่เธอเคยตกลงมาก็ปรากฏร่างของคนอีกสามคนขึ้น
เมื่อเปรียบเทียบกันกับท่าทางอันน่าอายของทั้งสองแล้วบนหัวของพวกซินหยวนผิงทั้งสามมีลวดลายสลักปรากฏอยู่ มันส่องแสงประกายสลัวๆออกมา และครอบคลุมป้องกันพวกเขาเอาไว้ด้านใน ดังนั้นตอนที่ปรากฏขึ้นพวกเธอจึงมีท่าทางที่ดูปกติเรียบง่าย
หลินลั่วหรานได้เตรียมตัวสำหรับการร่วมมือกับซินหยวนผิงเอาไว้แล้วแต่ว่ามันก็ไม่ได้รวมกับ ‘ความประหลาดใจ’ที่ต้องพบแฟนเก่าและศัตรูหัวใจเก่าด้วยอยู่
ไอลี่ดูไม่ได้เปลี่ยนไปเสียเท่าไรแต่ด้วยสายตาอันเฉียบคมของหลินลั่วหรานอย่างในทุกวันนี้เธอจึงสามารถััได้ว่าผิวพรรณของเธอดูดีขึ้น บางทีนี่อาจจะเป็เหตุผลว่า ทำไมเธอถึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ที่แท้ใน่ที่ผ่านมา คุณหนูไอก็อยู่กับซินหยวนผิงนี่เอง
ส่วนหลี่อันผิงแม้ว่าเขาจะสวมชุดสูทเอาไว้แต่ก็ไม่สามารถจะปิดบังกล้ามเนื้อส่วนเกินของเขาได้ใต้ตาเต็มไปด้วยความดำคล้ำ ใบหน้าบวมเป่งหลินลั่วหรานนึกหน้าเขาจากมุมหนึ่งของความทรงจำอย่างยากลำบากจนในที่สุดก็สามารถเชื่อมต่อชายตรงหน้าเข้ากับ ‘แฟนเก่า’ ของเธอได้แม้ว่าเธอจะปล่อยวางกับเื่นี้ได้นานแล้ว แต่ว่าจะพูดอย่างไรดีล่ะ?
เห็นว่าเธอผ่านไปได้ด้วยดี ฉันก็สบายใจ
ไม่ใช่ว่าเธอฝึกศาสตร์แล้วจะไร้ความรู้สึก เธอเรียบเฉยแต่ไม่ได้เ็าเธอสามารถทำใจปล่อยวางได้ แต่เธอก็ไม่ใช่พระแม่มารีในตอนนั้นหลี่อันผิงเป็ฝ่ายทำร้ายกันก่อนไม่ว่าจะเป็เพราะเหตุผลอะไรถึงได้หักหลังกันและแม้ว่ามันจะถูกเวลาทำให้เลือนรางจางไปบ้างแล้วแต่ก็ไม่ใช่เื่ที่เพียงพริบตาจะกลายเป็ความทรงจำอันหอมหวานได้
ดังนั้นเมื่อได้พบกับศัตรูหัวใจคนก่อนและแฟนเก่าอีกครั้งในระหว่างที่ความรู้สึกของเธอกำลังขยับไปเรื่อยๆ เธอก็พบว่าเธอรู้สึกรังเกียจขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้รู้สึกโกรธเกลียดอะไรขนาดนั้น
“เพื่อนร่วมฝึกศาสตร์หลิน ฉันหาเธอไปทั่วที่แท้เธอก็มาก่อนนี่เอง” เพียงแค่มองคร่าวๆ ซินหยวนผิงก็รู้ได้ทันทีว่าหรงตงหลินเป็เพียงคนธรรมดาแต่เธอก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมา
หลินลั่วหรานพยักหน้าลง “พอมาถึงก็เลยมาก่อนเพียงแต่ประตูใหญ่ของราชวังัถูกปิดล็อกเอาไว้ดูเหมือนว่าการร่วมมือของเราจะต้องเริ่มต้นที่นี่แล้วล่ะ”
ซินหยวนผิงนำเอาตราประทับอันเล็กในมือขึ้นมา “ด้านในราชวังัมีสมบัติอยู่มากมายก่อนที่จะเข้าไปพวกเราต้องมาทำการตกลงเื่การแบ่งกันก่อนหรือเปล่า?”
หลินลั่วหรานเหยียดยิ้มขึ้นในใจ ราชวงศ์ัหายไปที่ไหนก็ไม่มีใครรู้แต่คงจะไม่มีใครที่จะทิ้งทรัพย์สมบัติทั้งหมดเอาไว้ในตอนที่ย้ายบ้านออกไปหรอกเธอเพียงแค่หวังว่าเธอจะสามารถหาไม้รวมจิตที่้าได้พบ สำหรับเื่สมบัติอื่นๆเธอก็ไม่ได้คาดหวังอะไรเอาไว้มากนัก
“ฉัน้าเพียงแค่ไม้รวมจิต”
ซินหยวนผิงยิ้มขึ้น “ถ้าแบบนั้นก็ตกลงตามนี้อย่างไรก็รบกวนเพื่อนร่วมฝึกศาสตร์ช่วยเติมพลังธาตุน้ำลงไปในตราประทับอันเล็กนี้หน่อยนะ”
ตราประทับอันเล็กที่ดูธรรมดาในมือของซินหยวนผิงคือกุญแจที่ใช้ในการเปิดประตูของราชวังัอย่างนั้นเหรอ?
ในระหว่างที่มือขวาของหลินลั่วหรานเพิ่งจะได้ยกมือขึ้น ในบริเวณจุดวาร์ปก็ปรากฏร่างของคนคนหนึ่งะโออกมาอย่างยากลำบาก
เอ๋ ทำไมถึงเป็เขาล่ะหลินลั่วหรานไม่คิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะสามารถพบเจอเขาได้ที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่หลินลั่วหรานเท่านั้นแม้แต่ซินหยวนผิงเองก็ต้องนิ่งไปพร้อมกับแสดงสีหน้าไม่เข้าใจออกมา
