หลายวันให้หลัง ในบ้านไม้หลังน้อยของหลิ่วเทียนฉีกับเฉียวรุ่ย ณ วิทยาลัยเซิ่งตู
“เทียนฉี ดื่มชาสักคำเถอะ!” เฉียวรุ่ยเห็นคนรักกลัดกลุ้มมาทั้งวันก็เดินมาข้างกายอย่างปวดใจ ส่งชาร้อนถ้วยหนึ่งให้
ั้แ่รู้ว่าบิดากับอาอันถูกหวังจิ้นผู้นั้นจับไป หลายวันมานี้ เทียนฉีมักจะตรอมตรม ไม่กิน ค่ำคืนนอนหลับไม่สนิท เขาเห็นสิ่งนี้อยู่ในสายตา เ็ปอยู่ในใจ ร้อนใจจนไม่รู้จะทำอย่างไรดี
หลิ่วเทียนฉีเงยหน้าขึ้น มองเฉียวรุ่ยที่ยืนอยู่ข้างกาย ตะลึงไปเล็กน้อยก่อนดึงคนรักเข้ามาในอ้อมแขน ให้อีกฝ่ายนั่งบนตักตน
“เสี่ยวรุ่ย หลายวันนี้ข้าครุ่นคิดมากมาย ข้า ข้ามีเื่หนึ่ง้าปรึกษาเ้าสักหน่อย!” หลิ่วเทียนฉีมองคนรักในอ้อมแขนอย่างจริงจัง เอ่ยขึ้นเสียงเบา
“อืม เ้าว่ามาสิ!” ได้ยินคนรักใช้น้ำเสียงเช่นนี้ เฉียวรุ่ยคาดเดาได้อยู่บ้าง ไม่ว่าคนรักตัดสินใจอย่างไร ในฐานะคู่ชีวิต เฉียวรุ่ยจะสนับสนุนอีกฝ่ายอย่างไม่มีเงื่อนไข
“ข้าอยากไปจิ่นโจวตามหาบิดากับอาอัน มารดาของข้าจากโลกไปนานแล้ว ท่านพ่อเป็ครอบครัวเพียงคนเดียวบนโลกใบนี้ของข้า ข้า้ารู้ว่าเขามีชีวิตดีหรือไม่ ยังอยู่บนโลกไหม ข้าไม่้าอยู่ที่นี่ เฝ้ารออย่างโง่เง่า ในใจลุ้นระทึกอยู่ทุกวัน และก็ไม่อยากฝันร้ายทุกคืน ฝันว่าท่านพ่อกับอาอันตกทุกข์ได้ยากเสมอ” หลิ่วเทียนฉีพูดพลางแสดงสีหน้าเ็ป
ั้แ่ข้ามมิติมา บิดากับเสี่ยวรุ่ยคือคนสำคัญที่สุดของเขา เป็สมบัติชิ้นใหญ่ที่สุดในชีวิตนี้ แต่ แต่ตอนนี้บิดาถูกหวังจิ้นจับตัวไป เป็ตายไม่รู้ชัด เขาผู้เป็บุตรชายจะเฉยเมย ไม่สนใจไยดีได้อย่างไรเล่า?
“ดี ข้าจะไปจิ่นโจวด้วยกันกับเ้า ไปตามหาท่านพ่อกับอาอันกันเถอะ!” เฉียวรุ่ยจับมือคนรัก ตอบรับอย่างตั้งใจ ไม่จำเป็ต้องคิดมาก ขอเพียงเป็เื่ที่เทียนฉี้า ตนพร้อมยินดีทำด้วยกันกับเขา
หลิ่วเทียนฉีมองคนรักตัวน้อยรับปากอย่างไม่ลังเลสักนิดก็ยกมุมปาก ดวงตาเต็มไปด้วยตื้นตัน
“เสี่ยวรุ่ย” นี่คือเสี่ยวรุ่ยของเขา สนับสนุนและเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างไร้เงื่อนไขเช่นนี้มาเสมอ
“เทียนฉี เ้าไม่ต้องพูดมาก แต่งกับไก่เดินตามไก่ แต่งกับสุนัขเดินตามสุนัข ในเมื่อข้าเลือกแต่งกับเ้า ถ้าเช่นนั้น ข้าก็จะติดตามเ้าชั่วชีวิต ไม่ว่าเ้าไปที่ใด ข้าคิดติดตามเ้าอย่างไม่ลังเล อีกอย่าง ท่านพ่อมีบุญคุณเลี้ยงดูเ้า แล้วก็มีบุญคุณกับข้าเท่าขุนเขา วันนี้ท่านพ่อถูกจับตัวไป พวกเราในฐานะลูก จะหลบปลอดภัยอยู่ในถิ่น ไม่สนความเป็ความตายของท่านได้อย่างไรเล่า? เ้ากับท่านพ่อ พวกเ้าพ่อลูกผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง หากข้าบังคับให้เ้ารั้งอยู่ที่อวิ๋นโจว เท่ากับปล่อยให้เ้าเสียใจไปชั่วชีวิตไม่ใช่หรือ? เ้าเป็สามีข้า เป็คู่ชีวิต ข้าจะทำกับเ้าเช่นนั้นได้อย่างไรกัน?” เฉียวรุ่ยบอกอย่างจริงใจ ความกลัดกลุ้มหลายวันนี้ของคนรักทำให้เขาปวดใจมานาน เวลานี้ เขาจะทำร้ายหัวใจของคนรักอีกได้อย่างไรล่ะ?
เทียนฉีกับบิดา พ่อลูกผูกพันกันล้ำลึก วันนี้ได้รู้ว่าบิดาถูกจับ ในฐานะบุตรชาย เทียนฉีจะนิ่งเฉยทำเหมือนไม่รับรู้ได้หรือ? ดังนั้น เฉียวรุ่ยคิดว่าในฐานะคู่ชีวิต เขาควรสนับสนุนเทียนฉี ไม่ใช่ให้เทียนฉีตรอมตรมเช่นนี้ชั่วชีวิต
“ขอบคุณ ขอบคุณเ้าที่รู้ใจ เข้าใจข้าเช่นนี้” หลิ่วเทียนฉีจับมือคนรักขึ้นมา เขาก้มศีรษะประทับจุมพิตบนหลังมืออย่างแ่เบา
“เทียนฉี อย่าคิดมากเลย ท่านพ่อกับอาอันต้องปลอดภัย พวกเราเตรียมตัวสักหน่อยแล้วไปจิ่นโจวตามหาพวกเขากันเถอะ! พอถึงจิ่นโจว พวกเราจะได้อยู่พร้อมหน้าทั้งครอบครัว!” เฉียวรุ่ยยกมือขึ้น ลูบใบหน้ากลัดกลุ้มของคนรักพลางปลอบเสียงเบา
“อืม ข้ารู้ ท่านพ่อมีอาอันปกป้องอยู่ เขาต้องปลอดภัย พวกเขาต้องปลอดภัย!” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้า เขาย่อมหวังว่าหลิ่วเหอจะปลอดภัย ไม่เป็อันตรายใดๆ
“ถ้าเช่นนั้น วันพรุ่งนี้ก็ไปวิทยาลัยโอสถ ซื้อโอสถรักษาอาการาเ็กับบำรุงพลังทิพย์ขั้นสามจำนวนหนึ่ง เตรียมไว้ให้พวกเรากินระหว่างทาง แม้บอกว่าโอสถขั้นสามได้ผลกับพวกเราสู้โอสถขั้นสี่ไม่ได้ แต่โอสถขั้นสี่ล้วนเป็ของหายาก มีเพียงในงานประมูลจึงหาซื้อไม่ง่ายนัก เช่นนั้นพวกเราก็เตรียมโอสถขั้นสามไว้ก่อนสักหน่อย นอกจากนี้ ข้าจะไปหาศิษย์พี่จงหลิง ซื้อแผ่นค่ายกลเพิ่มสักหลายแผ่นพกไปด้วย เผื่อเตรียมไว้ยามจำเป็ อุปกรณ์อาคมขั้นสามต้องซื้อด้วยไหม?” เพราะเป็ผู้ฝึกตนระดับดวงปราณแล้ว อุปกรณ์อาคมขั้นสามนั้น สำหรับพวกเขาไม่มีประโยชน์มากนัก
“ไม่ อุปกรณ์อาคมไม่ต้องซื้อ เ้าช่วยข้าซื้อสมุนไพรทิพย์กับบุปผาทิพย์ขั้นสามสำหรับทำหมึกยันต์ขั้นสามก็พอ เอากระดาษยันต์กับพู่กันเขียนยันต์เพิ่มสักหน่อยด้วยละกัน เช่นนี้ระหว่างทาง พวกเราจะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มียันต์วิเศษใช้” หลิ่วเทียนฉีพูดพลางส่งศิลาทิพย์แสนก้อนที่เ้าแคว้นพระราชทานมาให้
“ได้สิ!” เฉียวรุ่ยพยักหน้า รับศิลาทิพย์ไปอย่างระมัดระวัง เก็บเข้าไปในกำไลเก็บของของตน
“อีกอย่าง ข้าอยากขายบ้านของบิดา ศิลาทิพย์ที่ขายได้ ข้าคิดจะมอบให้ลุงถง ให้เขาเอาศิลาทิพย์จำนวนนี้กลับไปเลี้ยงตัวเองยามชราที่บ้านเดิม อย่างไรลุงถงก็รับใช้ท่านพ่อมาครึ่งชีวิต แล้วก็เป็คนที่เลี้ยงข้าั้แ่เล็ก ตามเช็ดตามล้างจนข้าเติบใหญ่ เขาใช้ครึ่งค่อนชีวิตเพื่อตระกูลหลิ่ว เพื่อพวกเราพ่อลูก ข้าไม่อาจทำไม่ดีกับเขาได้!” หลิ่วเทียนฉีนึกถึงผู้เฒ่าก็ถอนหายใจแ่เบาทีหนึ่ง
“อืม นั่นย่อมเป็เื่สมควร ลุงถงอายุมากแล้ว พลังยังติดอยู่ที่ระดับฝึกปราณขั้นเก้าเลยนี่? ให้ศิลาทิพย์เขามากสักหน่อย ไม่แน่ลุงถงอาจเลื่อนเป็ระดับสร้างรากฐาน จะได้มีชีวิตเพิ่มอีกหลายปี” ในใจเฉียวรุ่ยเต็มไปด้วยความขอบคุณและเคารพต่อลุงถง ผู้เฒ่าคนนี้เช่นเดียวกัน
“ดี ถ้าเช่นนั้น ข้าจะจัดการเื่ขายบ้าน ข้าวของอื่นที่จำเป็ต้องซื้อเ้าจัดการเถอะ อีกอย่าง ลองดูเส้นทางไปจิ่นโจวสักหน่อย ถามผู้าุโทั้งหลายในวิทยาลัยดู ดูซิว่าพวกเราต้องเดินทางอย่างไร แผนที่ที่จำเป็ก็ซื้อกลับมาให้หมด!”
“ได้ ข้ารู้!” เฉียวรุ่ยพยักหน้ารับทราบ
.........
ครึ่งเดือนให้หลัง
หลิ่วเทียนฉีขายบ้านที่หลิ่วเหอทิ้งไว้ ก่อนมอบศิลาทิพย์ทั้งหมดให้หลิ่วถง จัดการให้ผู้เฒ่ากลับไปเมืองฝูเฉิงบ้านเดิม ส่วนเฉียวรุ่ย สิ่งที่ควรซื้อก็ซื้อครบหมด แต่ศิลาทิพย์แสนก้อนที่ใช้ไปเจ็ดแปดส่วนนี่กลับเหลือไม่เท่าไรนัก
“เทียนฉี ข้าถามวิธีไปจิ่นโจวจากอาจารย์ใหญ่อ้วนกับอาจารย์ใหญ่หญิงงาม พวกเขาบอกว่าหากจะไปจิ่นโจว พวกเราจำเป็ต้องไปแคว้นเทียนโยวก่อน หลังจากนั้น ให้เดินทางทางน้ำ โดยสารนาวาข้าม์ไป แต่ได้ยินว่านาวาข้าม์ลำนั้นมาสิบปีครั้ง ไม่ใช่เมื่อไรก็มีน่ะ!” เฉียวรุ่ยพูดพลางขมวดคิ้ว
เทียนฉีเป็ห่วงบิดาปานนั้น ต้องอยากพบโดยเร็วที่สุดแน่ แต่นาวาข้าม์นี่สิบปีมีครั้งหนึ่ง ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรถึงจะมา!
“ไม่เป็ไร ขอแค่มีหนทางไปจิ่นโจวก็พอ เวลาไม่ใช่ปัญหา” แม้เวลานี้ หลิ่วเทียนฉีอยากงอกปีกคู่หนึ่งบินไปจิ่นโจวพบบิดาทันที แต่เขาเข้าใจ จิ่นโจวกับอวิ๋นโจว อย่างไรก็เป็แผ่นดินคนละผืน คิดอยากเดินทางไป มันเป็เื่ง่ายเสียที่ไหนเล่า?
“อ้อ ข้าซื้อแผนที่ไปแคว้นเทียนโยวมาเรียบร้อย และอาจารย์ใหญ่หญิงงามยังบอกอีกว่า หากพวกเราสองคน้าโดยสารนาวาข้าม์ คนหนึ่งต้องต้องจ่ายศิลาทิพย์สามแสนก้อน”
“สองคนก็หกแสนก้อน!” ได้ยินราคานี้ หลิ่วเทียนฉีกัดลิ้น แม้คาดคิดไว้ก็ยังทำให้เขาคาดไม่ถึง! แพงปานนี้เชียว!
“ใช่ สามแสนยังเป็แค่ราคาห้องชั้นล่างนะ หากเป็ห้องชั้นกลางกับชั้นสูงจะยิ่งแพงขึ้นไปอีก!” เฉียวรุ่ยพูดจบก็ถอนหายใจเบาๆ ทีหนึ่ง
“ไม่เป็ไร ศิลาทิพย์พวกเราค่อยๆ หาได้ ไม่ใช่สิบปีครั้งหรือ! น่าจะยังมีเวลาอยู่!”
“ก็จริง!” เฉียวรุ่ยพยักหน้าเห็นด้วย
“เสี่ยวรุ่ย ยังมีอีกเื่ที่ข้าต้องหารือกับเ้า!”
“เื่อะไรหรือ?” เฉียวรุ่ยมองคนรักมีสีหน้าจริงจังแล้วกะพริบตาปริบ
“วันพรุ่งนี้ ข้าจะไปหาอาจารย์เพื่อบอกลา แล้วถือโอกาสมอบหนังตัวนิ่มสีน้ำเงินผืนนั้นให้อาจารย์น่ะ!” หลิ่วเทียนฉีมองคนรักก่อนเอ่ยเสียงเบา
สามสิบปีที่อยู่ในแดนลับเหิงอวี้ พวกเขาพบสัตว์อสูรขั้นสี่ทั้งหมดสองตัว ตัวหนึ่งคือวานรปีกยาวที่อยู่บนเขาแสงทอง อีกตัวหนึ่งคือตัวนิ่มสีน้ำเงินที่พบบนเขาน้ำแข็งสีครามลูกหนึ่ง
อวิ๋นโจวมีทรัพยากรขาดแคลน สมุนไพรขั้นสี่ สัตว์อสูรขั้นสี่ โอสถขั้นสี่ ยันต์วิเศษขั้นสี่ อุปกรณ์อาคมขั้นสี่กระทั่งค่ายกลขั้นสี่ ขอเพียงมีคำว่าสี่ล้วนเป็ของหายาก เป็สมบัติค่าครองเมือง ถือเป็ของที่มีเพียงในงานประมูลถึงจะซื้อได้
หนังตัวนิ่มสีน้ำเงินผืนนี้ หากเอาไปประมูลขายแล้วขายได้แสนสองแสนก้อนศิลาทิพย์ย่อมไม่มีปัญหา แต่อย่างไรอู๋ฉิงก็เป็อาจารย์ของเขา กำลังจะลาจาก ในฐานะศิษย์จึงอยากมอบหนังสัตว์อสูรขั้นสี่ผืนนี้ให้ นับว่าเป็การตอบแทนที่อาจารย์สั่งสอนตนอย่างตั้งใจมาหลายปี
“ดี ก็ดี หลายปีนี้อาจารย์ใหญ่อู๋ฉิงช่วยเหลือพวกเราไม่น้อย นอกจากนี้ ที่วิชายันต์ของเ้าเชี่ยวชาญได้เช่นนี้ก็ขาดการสั่งสอนของอาจารย์ใหญ่อู๋ฉิงไปไม่ได้ เ้ามอบของขวัญให้เขาก็สมควร!” แม้เ็ปอยู่บ้าง แต่เฉียวรุ่ยก็ตกลง
เห็นคนรักมีสีหน้าปวดใจ หลิ่วเทียนฉีคลี่ยิ้ม จูบใบหน้าน้อยของอีกฝ่าย “สืบถามข่าวหลันอวี่ิมาบ้างหรือไม่”
“อืม ถามมาแล้ว ได้ยินว่าฝ่าาออกราชโองการตั้งรางวัลประกาศจับฆาตกรคนนี้ไปทั่วแคว้น เป็ตายไม่สน และยังได้ยินมาว่า ตระกูลหลันถูกทำลายในชั่วข้ามคืน จ้าวเฉียนคุนถูกปลดจากตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ของวิทยาลัยกระบี่ ออกจากวิทยาลัยไปเช่นกัน”
ได้ยินข่าวนี้ หลิ่วเทียนฉีเม้มปาก
ฮ่าๆๆ คิดไม่ถึง พระเอกที่โชคชะตาดีเหนือฟ้า วันหนึ่งจะกลายเป็นักโทษที่ถูกตั้งรางวัลประกาศจับ ในนิยายต้นฉบับ เล่าว่าหลันอวี่ิเกิดในตระกูลชั้นสาม กำลังของตระกูลไม่แข็งแกร่งมาก เพราะอย่างนั้น จึงถูกราชวงศ์เซวียนหยวนทำลายตระกูลได้ในคืนเดียว ก็สมเหตุสมผลล่ะนะ
เพียงแต่ หลันอวี่ิเสียบิดามารดาและตระกูลทั้งหมด สำหรับเขา นี่คงเป็การทำร้ายจิตใจไม่น้อยแน่!
“ส่วนบทลงโทษของอาจารย์ใหญ่จ้าว น่าจะไม่ใช่แค่ปลดง่ายๆ กระมัง?” เื่นี้ หลิ่วเทียนฉีสงสัยเล็กน้อย
“ข้าได้ยินว่าเพื่อปกป้องตระกูลของตน จ้าวเฉียนคุนเหมือนจะทำลายชีพจรทิพย์ของตนเองน่ะ” เฉียวรุ่ยบอกพลางถอนหายใจแ่เบา คิดไม่ถึงว่าอาจารย์ใหญ่จ้าวจะทำเพื่อหลันอวี่ิได้ถึงขั้นนี้
“ฮ่าๆๆ ศิษย์อาจารย์ผูกพันกันลึกซึ้งจริงนะ!” พระเอกทำร้ายคนไม่เบาจริงหนอ!
“ใช่แล้ว!” เฉียวรุ่ยพยักหน้า เห็นด้วยอย่างยิ่ง
