อรอิสราหันไปกระซิบบอกอดัมส์ซึ่งดูเหมือนชายหนุ่มยังรู้สึกว่าเขาไม่อยากปล่อยร่างนุ่มและหอมกรุ่นในอ้อมแขนให้เป็อิสระ
“แค่ให้พ่อแม่รู้ว่าเราเป็ผัวเมียกันก็ได้แล้วนะคะ” หญิงสาวยังกระซิบเสียงหวิว แก้มของเธอเป็สีแดงปลั่งเพราะนี่เป็ครั้งแรกที่ผู้ชายซึ่งได้ชื่อว่าเป็ สามี กอดและหอมเธอต่อหน้าบุพการี
“ถ้าอยากให้พ่อกับแม่ของคุณเชื่อว่าเราเป็ผัวเมียกันจริง ๆ เราก็ต้องกอดกันอย่างนี้รู้มั้ย เรนี่”
“มันจะสมบทบาทเกินไปมั้ยคะ อดัมส์?”
“มันโอเค...เราต้องแสดงบทบาทผัวกับเมียให้ลึกซึ้งและดูสมจริงมากที่สุดไม่ใช่หรือ”
ดูเหมือนนั่นไม่ใช่คำถาม แต่เป็การบอกกล่าวให้นายจ้างของเขาเข้าใจในบทบาทหน้าที่มากกว่าอย่างอื่น ใช่...นายแบบหนุ่มหล่อล่ำไม่ได้มาที่นี่ในฐานะสามีที่แท้จริงของอรอิสรา ชนะการ เบอร์ตัน สาวสวยเ้าของบริษัทรับจัดงานอีเวนท์ซึ่งเขาเคยรู้จักเธอในฐานะรุ่นน้องั้แ่สมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยในวอชิงตัน ดี.ซี และได้พบเธออีกครั้งในการเดินแบบเปิดตัวนาฬิกาแบรนด์เนมยี่ห้อหนึ่งก่อนหน้านี้แค่สัปดาห์เดียว
มันเป็ความตื่นเต้นของนายแบบหนุ่มที่เขาก็บอกตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าทำไม อาจเป็เพราะเขาเคยพูดคุยและรู้สึกกับอรอิสรา สาวสวยชาวไทยมากกว่าแค่รุ่นพี่กับรุ่นน้องที่เคยรู้จักกันตอนเรียนมหาวิทยาลัยกระมัง
ชายหนุ่มไม่ปฏิเสธว่าเขาเคยแอบรักรุ่นน้องสาวคนนี้ แต่ดูเหมือนเธอไม่ได้แสดงออกว่าสนใจเขาแต่อย่างใด และเขาก็ไม่กล้าเอ่ยปากในตอนนั้นเพราะคิดว่าอรอิสราอาจจะมีคนรักอยู่แล้วก็เป็ได้
ครั้งแรกที่ได้พบอรอิสราอีกครั้งหลังจากเรียนจบและยึดอาชีพเป็นาแบบจากการติดต่อของเอเยนซี่ชื่อดัง เธอเป็ผู้หญิงทำงานที่ดูแคล่วคล่องและมองภายนอกเป็นักจัดงานสาวที่จัดเจนมากในการทำงาน ทว่าเมื่อได้พูดคุยกับเธอเป็ครั้งที่สองอดัมส์ถึงได้มองเห็นตัวตนที่แท้จริงของเธออย่างชัดแจ้ง
อรอิสราเป็ผู้หญิงที่ไม่ได้มีดีแค่ความงามผุดผ่องด้วยวัยยี่สิบสี่ปีของเธอเท่านั้น แต่เธอยังเป็ผู้หญิงที่อ่อนหวานและในบางครั้งก็ออกจะไม่มั่นใจในตัวเองด้วยซ้ำ
เธอเข้ามาขอพบเขาเป็การส่วนตัวเพื่อบอกความ้าที่จะให้เขาช่วยทำอะไรให้เธออย่างหนึ่ง ซึ่งสำหรับนายแบบและรุ่นพี่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยอย่างเขามันไม่ได้เป็เื่ที่ยากเย็นแม้แต่น้อย
นั่นคือการแสดงละครตบตาพ่อแม่ของเธอในบทบาทของ สามี และอรอิสรายินดีตอบแทนค่าเหนื่อยให้เขาเป็เช็คของขวัญที่เป็ใครก็ต้องตะครุบไว้ด้วยราคาหนึ่งแสนเหรียญ สำหรับเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่จะต้องมากับเธอในฐานะสามีภรรยาเพื่อให้พ่อแม่ของเธอเชื่อว่า อรอิสราแต่งงานและมีครอบครัวแล้วจริง ๆ
เธอยังไม่พร้อมแต่งงานมีครอบครัวแต่ขัดความ้าของบุพการีไม่ได้ เธอ้าให้เขาช่วยแสดงบทสามีต่อหน้าบิดามารดาเพียงแค่หนึ่งอาทิตย์ในฟีนิกส์ อดัมส์คิดว่ามันไม่ใช่เื่ยากเย็น เขาก็แค่ได้มาเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศกับรุ่นน้องสาวสวยซึ่งมีท่าทีเหนียมอายตลอดเวลาที่เดินทางมาพร้อมเขา
นายแบบหนุ่มงดรับงานที่เอเยนซี่ในนิวยอร์คและเดินทางมายังเมืองฟีนิกส์พร้อมกับอรอิสราโดยไม่ให้ใครรู้ ทรงผมที่ย้อมเป็สีทองอร่ามเปลี่ยนเป็สีน้ำตาลเข้มซึ่งเป็สีผมเดิม แต่ชุดสูทสุดเนี้ยบที่เขาเลือกมาสวมใส่เพื่อเปิดตัว สามี ของสาวสวย รวย และเพอร์เฟ็คอย่างอรอิสราเป็อะไรที่ตรงกับบุคลิกของเขาอย่างมาก
“ดูเหมือนกับว่า...พ่อแม่ของเธอ ท่านรักเธอมากนะเรนี่”
อดัมส์เอ่ยขึ้นหลังจากอาหารมื้อค่ำผ่านพ้นไปพร้อมด้วยบทสนทนามากมายที่เขานั่งคุยอย่างถูกคอกับธนิตและอลิสา นายแบบหนุ่มและอรอิสรากลับมายังห้องพักซึ่งเป็เพนท์เฮาส์สุดหรูกินเนื้อที่ทั้งหมดบนชั้นที่สามสิบของตึก หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาวแล้วถอนหายใจราวกับปลดเปลื้องความอัดอั้นออกมาจนหมด
“ค่ะ...พวกท่านเป็ห่วงฉันมาก ฉันเลยไม่อยากให้พ่อกับแม่ต้องเป็กังวลกับเื่ที่ฉันยังไม่ยอมมีครอบครัวเสียที”
“เธอเพิ่งจะยี่สิบสี่เท่านั้นนะเรนี่”
อดัมส์ว่าพลางทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ และพาดแขนไปบนพนักพิงในท่าสบาย ๆ แต่เขานั่งใกล้เธอมากและหญิงสาวก็รู้สึกไม่ค่อยสบายสักเท่าไหร่ เขาทำให้เธอหายใจขัดเล็กน้อย ไม่ใช่ไม่ชอบแต่เป็เพราะเธอก็ตื่นเต้นที่ต้องมาอยู่ในห้องกันสองต่อสองกับผู้ชายที่แม้จะเคยรู้จักพูดคุยแต่ก็ไม่เคยต้องอยู่ใกล้ชิดสนิทสนมด้วยแบบนี้
“เรนี่...ถามจริง ๆ เถอะ เธอไม่เคยพาใครมารู้จักพ่อแม่เลยสักคนอย่างนั้นหรือ?”
“มะ...ไม่เคยค่ะ”
อรอิสราเผลอยกมือขึ้นลูบแขนตัวเอง ในห้องนั้นแอร์เย็นฉ่ำแต่ตัวเธอร้อนวูบวาบแปลก ๆ ก็จะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไรเมื่อต้องมาอยู่ใกล้ชิดกับรุ่นพี่ที่เธอเคยเกือบจะสนิทด้วยตอนเป็นักศึกษา
และสิ่งที่เธอเก็บงำไว้ไม่เคยบอกใครก็คือ เธอเคยแอบรักเขา อดัมส์ เบรลอน ที่สมัยเรียนเคยเป็นักกีฬาและนักกิจกรรมตัวยงของมหาวิทยาลัย และตอนนี้เขาเป็นายแบบหนุ่มหล่อลากอันดับหนึ่งของเอเยนซี่ชื่อดัง
อรอิสราไม่เคยกล้าสบตากับผู้ชายคนนี้ เธอเคยพูดคุยกับเขาแต่ไม่เคยสบั์ตาสีน้ำเงินเป็ประกายระยับคู่นั้นตรง ๆ เลยสักครั้ง มันเป็เื่น่าเขินอายจะตายไป เธอแอบรักเขาข้างเดียวและไม่กล้าเอ่ยปากบอกใคร กระทั่งได้พบเขาอีกครั้ง และประโยคแรกที่เธอถามเขาก็คือ
“อดัมส์...พี่มีแฟนหรือยังคะ?”
นายแบบหนุ่มหัวเราะร่วนก่อนจะตอบกลับมาว่า
“พี่เลิกกับผู้หญิงคนนั้นไปก่อนหน้าที่จะพบเธอ...สองสัปดาห์”
อรอิสรานึกโล่งใจอย่างประหลาด เหนืออื่นใดเธอคิดว่าเขามีบุคลิกที่เหมาะจะให้มาแสดงบทบาท สามี เพื่อตบตาพ่อแม่ แต่ลืมคิดไปอย่างหนึ่งว่าเขาเป็ผู้ชายที่ทั้งหล่อและเสน่ห์แรงจนกระทั่งได้มาใกล้ชิด มีบางอย่างในตัวเขาที่เปล่งประกายและทำให้หญิงสาวลืมตัวเคลิ้มไปในบางเวลา อย่างเช่นตอนนี้
“มันเป็ไปไม่ได้เลยรู้ไหม ที่พี่จะเชื่อว่าผู้หญิงสวยอย่างเธอ...จะไม่เคยมีแฟน หรือผู้ชายคนไหนอยู่ใกล้เลยสักคน ั้แ่เรียนจบจากมหาวิทยาลัย”
“ฉันเป็ประเภทบ้างานน่ะค่ะ อดัมส์” ตอบแล้วหันไปสบั์ตาสีน้ำเงินเป็ประกายคู่นั้นด้วยท่าทีประหม่า “พี่อาจจะไม่เชื่อนะคะ แต่พ่อแม่ฉัน พวกท่านรู้ดีว่าฉันเป็แบบนี้”
“แม้แต่การจูบหรือกอด...เธอก็คงไม่เคยสินะ”
อดัมส์ลดเสียงลงแ่ต่ำ ดวงตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ดวงหน้าสวยหวานของหญิงสาวซึ่งตอนนี้เธอไม่ใช่รุ่นน้องของเขาในมหาวิทยาลัย แต่อยู่ในฐานะ นายจ้าง แต่เขาก็อยากถามอรอิสราั้แ่พบหน้าเธอครั้งแรกหลังเรียนจบเหลือเกินว่า มีใครเคยบอกเธอบ้างหรือเปล่าว่าเธอเป็ผู้หญิงชาวเอเชียที่สวยและมีรูปร่างเล็กบอบบางสมส่วน
หญิงสาวเป็ฝ่ายเงียบ เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไรนอกจากสบั์ตาของเขาตอบ และโดยไม่ทันรู้ตัว ใบหน้าของเขาโน้มลงมาใกล้กับเธอมากขึ้นทุกขณะ ลมหายใจของเขาทำให้เธอร้อนรุ่มขึ้นมา อรอิสราหายใจขัดจนแทบจะกลายเป็กลั้นหายใจ อยู่ใกล้ผู้ชายหล่อ ๆ แล้วมันทำให้เธอวาบไหวไปหมด ไม่เคยเป็แบบนี้ เธอคิดถูกหรือผิดแน่หนอที่ชวนเขามาเล่นเกมตบตาพ่อแม่ถึงฟีนิกส์
“ฉะ...ฉันไปอาบน้ำก่อนดีกว่าค่ะ”
“เรนี่”
อดัมส์เรียกชื่อเธอพร้อมทั้งรั้งแขนของหญิงสาวไว้ ตัวเขาร้อนกว่าเธอหลายเท่าและเหมือนมีไฟแล่นผ่านเข้าไปตามแขนของอรอิสรา เธอกำลังจะอ้าปากพูดแต่แล้วก็ไม่ทันริมฝีปากหยักนาที่ประกบปิดปากของเธอไว้พร้อมทั้งบดคลึงเบา ๆ
