ซูิเยว่ขมวดคิ้ว จากนั้นก็รับฎีกาในมือของกงกงมา “ฮ่องเต้บอกว่าครั้งนี้ไม่ได้บังคับให้เข้าร่วมไม่ใช่หรือ?”
กงกงตอบ “ฮ่องเต้กล่าวเช่นนั้นจริงๆ แต่ว่าตอนนี้คุณหนูซูเป็พระชายาขององค์ชายสาม ก็ถือว่าเป็คนของราชวงศ์ ต้องเข้าร่วมงานล่าสัตว์ในครั้งนี้พ่ะย่ะค่ะ”
“แต่พวกเรายังไม่ได้จัดงานแต่งเลยนะ?”
กงกงหัวเราะ “ฝ่าาทรงประทานงานแต่งงานให้กับทั้งสองคนด้วยตัวเอง ฎีกาก็ได้ออกมาแล้ว แน่นอนว่าไม่มีทางเอาคืนมาได้ ดังนั้นถึงแม้พระชายากับองค์ชายจะยังไม่ได้แต่งงานกัน แต่ตอนนี้พระชายาก็ถือว่าเป็คนของราชวงศ์แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ซูิเยว่หลุบตาลง แววตาประกายแววครุ่นคิดออกมา ลางสังหรณ์บอกนางว่างานล่าสัตว์ในครั้งนี้จะต้องไม่ใช่งานง่ายๆ แน่นอน
“คุณหนูซูยังมีเื่อะไรอีกหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ หากไม่มีอะไรแล้ว กระหม่อมจะกลับไปรายงานฝ่าา”
“ไม่มีแล้ว” ซูิเยว่ส่ายหน้า “กงกงเดินทางปลอดภัยนะ”
หลังจากกงกงไปแล้ว ซูิเยว่ถึงได้ครุ่นคิดเื่งานล่าสัตว์ในครั้งนี้ จัดงานก่อนเวลาล่วงหน้าสองเดือน อีกทั้งครั้งนี้ฮ่องเต้ยังออกคำสั่งให้นางกับองค์ชายสามไปโดยเฉพาะ แน่นอนว่าพวกเขาสองคนต้องไป
นอกเสียจากจะขัดคำสั่ง แน่นอนว่านั่นเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้ งานในครั้งนี้คงจะวางแผนอะไรเอาไว้
ซูิเยว่วางใจไม่ลงจริงๆ นางจึงไปหาจี๋โม่หานที่จวนองค์ชายสาม และเอาเื่ที่ฮ่องเต้ออกคำสั่งให้นางต้องเข้าร่วมไปเล่าให้เขาฟัง
“ถึงแม้ขาของท่านจะหายดีแล้ว แต่ว่าตาของท่านยังมองไม่เห็น แต่ครั้งนี้ฮ่องเต้กลับออกกฎให้ท่านต้องเข้าร่วมด้วย เขาคิดจะทำอะไรกันแน่?”
จี๋โม่หานหน้านิ่ง ใบหน้าไม่ได้มีท่าทีเป็กังวลเลยแม้แต่น้อย เหมือนเขาไม่ได้ประหลาดใจกับการกระทำเช่นนี้ของฮ่องเต้เลยสักนิด “แม่หนูไม่ต้องกังวลใจหรอก ฮ่องเต้ก็แค่รอต่อไปไม่ไหวแล้วก็เท่านั้น”
“รอไม่ไหวแล้ว?”
ซูิเยว่ขมวดคิ้ว นางไม่เข้าใจคำพูดของจี๋โม่หาน
“อย่างแรกฮ่องเต้ออกคำสั่งให้ข้าต้องเข้าร่วมงานล่าสัตว์ในครั้งนี้ ต่อมาก็ออกคำสั่งให้เ้าต้องไปเข้าร่วมด้วยอีกคน คิดไปแล้วเขาก็คงจะวางแผนั้แ่ตอนที่ประทานงานแต่งงานให้พวกเราแล้วล่ะ จากพิธีการของราชวงศ์ ถึงแม้ตอนนี้เ้าจะเป็ว่าที่พระชายาของข้า แต่ก็ยังไม่ได้แต่งงาน ในแผนผังราชวงศ์จึงไม่มีชื่อเ้าอยู่ เช่นนั้นเ้ายังไม่ถือว่าเป็คนของราชวงศ์ แต่ครั้งนี้ฮ่องเต้กลับออกคำสั่งเช่นนี้ออกมา เพราะเขาอยากให้พวกเราสองคนอยู่ด้วยกัน ที่จัดงานล่าสัตว์ล่วงหน้าในครั้งนี้เกรงว่าเขาจะมีเจตนาอื่น”
ซูิเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ท่านจะบอกว่า....ฮ่องเต้จัดงานล่าสัตว์ขึ้นมาก่อน เป้าหมายก็คือพวกเราสองคน เขาวางแผนจะใช้โอกาสนี้กำจัดพวกเราอย่างนั้นหรือ?”
ตอนนี้นางเข้าใจแล้ว ถึงว่าฮ่องเต้ถึงได้จัดงานล่าสัตว์ก่อนกำหนดสองเดือน
“แต่แม่หนูไม่ต้องกังวลหรอก” จี๋โม่หานลูบหัวของซูิเยว่ “ไม่ว่าเขาจะมีแผนอะไร ข้าไม่มีทางปล่อยให้ใครมาทำร้ายเ้าได้แม้แต่นิดเดียว”
“เช่นนั้นท่านวางแผนจะทำอย่างไร?”
ซูิเยว่มองท่าทางมั่นใจของจี๋โม่หาน นางคาดเดาว่าเขาคงเตรียมตัวป้องกันเอาไว้แล้ว
จี๋โม่หานเองก็ไม่ได้ปิดบังนาง “หลังจากฮ่องเต้ออกคำสั่งมา ข้าก็ได้ให้จื๋อหลันเรียกรวมองครักษ์เงามาเพื่อคุ้มกันล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นแม่หนูไม่ต้องกังวลไป เ้ายังมีข้าอยู่”
ซูิเยว่ชะงักไป นางคิดไม่ถึงว่าจี๋โม่หานไม่เพียงจะมองทะลุเป้าหมายของฮ่องเต้ แต่เขายังเตรียมตัวเอาไว้ก่อนแล้ว ความคิดรอบคอบมาก
“หม่อมฉันไม่ได้กลัวว่าฮ่องเต้จะมีแผนอะไร หม่อมฉันแค่กังวลเื่ดวงตาของท่าน ตาของท่านยังมองไม่เห็น จะอย่างไรก็ไม่ค่อยสะดวกเท่าไร....”
“แม่หนูวางใจเถิด ข้ารู้ประมาณตนเอง”
ถึงแม้ดวงตาของจี๋โม่หานจะมองไม่เห็น แต่ประสาทััอื่นๆ กลับฉับไวขึ้นมา อีกทั้งเขาตาบอดมาเป็เวลานานจนชินแล้ว สำหรับเขาตอนนี้ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมากนัก
ซูิเยว่จมในคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคิดอะไรขึ้นมาได้ นางจึงรีบถามออกมา “จริงสิ สถานที่จัดงานล่าสัตว์ของราชวงศ์นั้นอยู่ทางเหนือใช่หรือไม่?”
ก่อนหน้านี้นางไม่เคยไปมาก่อน เพียงแต่เคยได้ยินมาก่อนเท่านั้น นางจึงไม่ค่อยแน่ใจเท่าไร
จี๋โม่หานไม่เข้าใจว่าเหตุใดจู่ๆ นางถึงได้ถามเช่นนี้ “ใช่ อยู่ทางเหนือ ห่างจากเมืองหลวงสิบลี้ ไปกลับใช้เวลาสองชั่วยาม”
“สถานที่รอบๆ ที่ล่าสัตว์ไม่ไกลออกไปมีหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งใช่หรือไม่?”
“ใช่” จี๋โม่หานตอบ “ชื่อว่าเขตมู่หลัน”
เช่นนั้นก็ใช่แล้ว
ซูิเยว่ครุ่นคิดในหัวอย่างรวดเร็ว ดูไม่ออกว่าว่ากำลังคิดอะไรอยู่ หลังจากผ่านไปได้ครู่หนึ่งถึงจะเหลือบตาขึ้นมา ใบหน้าเล็กเผยรอยยิ้มเ้าแผนการ แววตามีแสงวาบขึ้นมา “หม่อมฉันมีแผน จะฟังหรือไม่?”
จี๋โม่หานเลิกคิ้ว เขาประหลาดใจเล็กน้อยที่นางวางแผนอะไรได้หลังจากที่เงียบไปครู่หนึ่ง “ลองพูดมาให้ฟังสิ”
มุมปากของซูิเยว่ยกยิ้ม “ครั้งนี้ฮ่องเต้อยากจะกำจัดพวกเราไม่ใช่หรือ ในเมื่อเป็เช่นนั้น ทำไมพวกเราไม่เล่นไปตามแผนของเขาล่ะ เช่นนี้ก็ลดการป้องกันของฮ่องเต้ลงได้แล้ว ทำให้เขาคิดว่าพวกเราตายไปแล้วจริงๆ จากนั้นพวกเราก็สามารถลอบทำลายได้”
จี๋โม่หานพยักหน้าอย่างสนใจ “ไม่เลวเลยจริงๆ เช่นนั้นแม่หนูวางแผนจะทำอย่างไร?”
ซูิเยว่เท้าคางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง มีวิธีแกล้งตายหลายแบบ แต่วิธีที่หายไปจากสายตาของฮ่องเต้โดยไม่ทำให้เขาสงสัยมันมีอยู่เล็กน้อยจริงๆ “สถานที่ล่าสัตว์ของราชวงศ์หน้าตาเป็อย่างไร ท่านรู้หรือไม่?”
จี๋โม่หานออกคำสั่ง “หลิงชวน เ้าไปเอาแผนที่มา”
เพียงครู่เดียวหลิงชวนก็เอาแผนที่สถานที่ล่าสัตว์ของราชวงศ์มาให้ซูิเยว่
ซูิเยว่พิจารณาดูอย่างละเอียด สถานที่ล่าสัตว์ของราชวงศ์เป็พื้นที่ราบตรงตีนเขาลูกหนึ่ง
ด้านหนึ่งติดูเา อีกด้านหนึ่งเป็เส้นทางมุ่งหน้าไปเมืองหลวง แล้วอีกด้านหนึ่งก็เป็เขตมู่หลันที่จี๋โม่หานเพิ่งจะพูดไป ส่วนอีกด้านหนึ่งก็เป็หน้าผาด้านล่างเป็แม่น้ำไหลเชี่ยว
ดวงตาของซูิเยว่วาวขึ้นมา นางมองหน้าผานั้น ในหัวก็พลันมีความคิดแล่นขึ้นมา แล้วหันหน้าด้วยดวงตาเป็ประกาย “มีหน้าผาซึ่งอันตรายอยู่เล็กน้อย กล้าเดิมพันหรือไม่?”
แน่นอนว่าจี๋โม่หานรู้ความคิดของนาง เขาหัวเราะออกมาเบาๆ เลิกคิ้วแล้วพูด “ขอแค่อยู่กับแม่หนูของข้า มีอะไรบ้างที่จะไม่กล้า”
ซูิเยว่พับแผนที่ “แต่เพื่อป้องกันเื่ไม่คาดคิด จะต้องให้คนของท่านไปตรวจสอบพื้นที่ด้านล่างหน้าผาเสียก่อน”
จี๋โม่หานรีบออกคำสั่งในทันที “หลิงชวน ไป”
หลังจากหลิงชวนได้รับคำสั่งก็ออกไป จี๋โม่หานถึงได้หันไปมองซูิเยว่ “เหตุใดจู่ๆ แม่หนูถึงได้มีความคิดเช่นนี้ได้”
เมื่อครู่จู่ๆ ซูิเยว่ก็ถามทางไปสนามล่าสัตว์ของราชวงศ์กับเขา นั่นหมายความว่าความคิดนี้ไม่ใช่สิ่งที่ซูิเยว่คิดมานานแล้ว แต่เพิ่งคิดขึ้นมาได้ต่างหาก
ซูิเยว่ถอนหายใจเบาๆ นางยกมือขึ้นลูบดวงตาของจี๋โม่หาน แล้วก็ไม่อยากจะปกปิดเขา “ชาติก่อนตอนที่หม่อมฉันถูกองค์ชายห้าไล่ฆ่า ท่านอาจารย์ของหม่อมฉันที่เขตมู่หลันได้ช่วยชีวิตเอาไว้ ท่านอาจารย์พักอยู่บนูเาฉางิ ซึ่งอยู่ห่างจากเขตมู่หลันไม่ไกลนัก ตอนนี้สมุนไพรที่จะเอามารักษาตาของท่านยังหาได้ไม่ครบเสียที แต่ถ้าหากท่านอาจารย์ของหม่อมฉันรักษา ถึงไม่ต้องใช้ยาอะไร เขาจะต้องมีวิธีช่วยรักษาตาของท่านได้แน่ ก่อนหน้านี้ข้ายังไม่มีโอกาสได้ไปหามาตลอด ครั้งนี้พวกเราอาศัยแผนของฮ่องเต้ไปหาเขาสักรอบเถิด”
จี๋โม่หานชะงักไป เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ แล้วยกมือขึ้นลูบแก้มของซูิเยว่ เขาคิดไม่ถึงว่าวิธีที่ซูิเยว่จู่ๆ ก็คิดขึ้นมาได้นั้นเพื่อดวงตาของเขา
“ลำบากเ้าแล้ว”
ซูิเยว่หัวเราะ “ขอแค่รักษาดวงตาของท่านได้ เื่ความแค้นระหว่างพวกเรากับฮ่องเต้นั้นจะช้าหน่อยก็ได้เพคะ”
