จูชิงในตอนนี้ที่เป็ขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้าแข็งแกร่งกว่าตอนแรกหลายเท่า อีกทั้งเพราะมีพลานุภาพของอักขระาหลัวโหวทั้งยี่สิบหกอักขระ ร่างกายจึงสามารถรับพลังจากเฒ่าปีศาจได้มากยิ่งกว่าเดิม
“เ้าหนู ััพลังนี้ให้ดี” เฒ่าปีศาจหัวเราะเสียงดัง
แม้ว่าจะเป็เพียงเศษเสี้ยวพลังของเฒ่าปีศาจ ทว่าก็เหนือกว่าจอมยุทธ์ส่วนใหญ่ในทวีปเฉียนหยวนแล้ว!
พลังที่จูชิงมีในเพลานี้เพียงพอที่จะจัดการกับจอมยุทธ์ที่ถูกปราณมรณะกลืนกินอย่างเหลือเฟือ
มือขวาถือง้าวปีศาจิญญาอำมหิต มือซ้ายถือฝักดาบจักรพรรดิ ลมปราณในกายาสั่นสะท้าน ร่างกายเข้าสู่สภาวะไร้เงาแปรเปลี่ยนเป็เส้นแสงทมิฬพุ่งตรงเข้าใส่ผีดิบ
เบื้องหน้าผีดิบขั้น์ปฐี จูชิงไม่ถอยหนีแต่กลับเลือกที่จะเข้าโจมตี!
“ไอ้เด็กไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง คิดว่าพลังที่หยิบยืมมาเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเองในระยะเวลาสั้นๆ จะช่วยอะไรได้งั้นรึ” ราชันราชสีห์ทลาย์แสยะยิ้ม
จอมยุทธ์ที่ถูกฝังอยู่ในแดนสุสานอัมพรล้วนแล้วมิใช่คนธรรมดาสามัญ กระทั่งในยุคดึกดำบรรพ์ ยุคสมัยที่รุ่งเรืองที่สุดของวิถียุทธ์ยังกล่าวได้ว่าพวกเขาเป็ผู้เยี่ยมยุทธ์ ไม่ว่าจะเป็ความแข็งแกร่ง ร่างกายหรือวิชายุทธ์ต่างก็เหนือกว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกัน
จอมยุทธ์สมัยดึกดำบรรพ์แกร่งกล้ากว่าจอมยุทธ์ในปัจจุบันมาก ถึงจูชิงจะยกระดับขั้นพลังเป็ขั้น์ปฐีสามชั้นฟ้า ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับผีดิบก็แทบไม่มีโอกาสชนะ นั่นคือความคิดของราชันราชสีห์ทลาย์
“โกลาหลผกผัน!” จูชิงขยับมือทั้งสอง เคลื่อนฝักดาบกับกระบี่ไปในเวลาเดียวกัน
ปราณดาบอันแหลมคมพุ่งทะยานออกมาจากฝักดาบจักรพรรดิฟาดฟันใส่ผีดิบ
ทันทีที่ปราณดาบประจักษ์ ง้าวปีศาจิญญาอำมหิตก็โจมตีเช่นเดียวกัน ปราณดาบกับง้าวปีศาจิญญาอำมหิตจู่โจมอย่างต่อเนื่อง ผีดิบถึงกับเหยียดเท้าถอยไม่เหลือช่องว่างให้ตอบโต้ได้เลย
โกลาหลผกผันนั้นคือความจริงกับภาพลวงตา ฝ่ายตรงข้ามจึงไม่สามารถรู้ได้ว่าการโจมตีอันไหนที่เป็ของจริงและอันไหนที่เป็ภาพลวงตา
แต่จูชิงกลับทำตรงกันข้าม การโจมตีทั้งสองล้วนแล้วเป็ของจริง มีเพียงการเคลื่อนไหวเท่านั้นที่เกิดขึ้นจากโกลาหลผกผัน!
“เคร้ง เคร้ง เคร้ง!” เสียงปราณดาบกับง้าวปีศาจิญญาอำมหิตกระทบบนร่างผีดิบ เสียงปะทะดังอึกทึกกึกก้องคล้ายกับตีลงบนแผ่นเหล็กอย่างไรอย่างนั้น
ร่างกายที่เขียวคล้ำเน่าเฟะนั้นแข็งแกร่งยิ่งยวด แม้แต่ง้าวปีศาจิญญาอำมหิตยังไม่สามารถฟันทะลุเข้าไปได้ เหลือทิ้งไว้เพียงรอยสีเขียวเข้มบนชั้นิัเท่านั้น
“หลังจากถูกปราณมรณะกัดกิน ร่างกายของพวกเขาแข็งแกร่งมากขึ้นขนาดนี้เชียวรึ” จูชิงขมวดคิ้ว
“โฮกกก!” ผีดิบคำรามพร้อมพลิกฝ่ามือ ทันใดนั้นหอกยาวพลันประจักษ์ในมือ ปราณมรณะแพร่งพรายทั่วทุกสารทิศ!
ผีดิบนี่อย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็ขั้น์ปฐีสี่ชั้นฟ้าหรือแข็งแกร่งกว่านั้น แม้ว่าการถูกปราณมรณะกัดกินจะทำให้ขั้นบำเพ็ญเพียรลดลง ทว่าก็ไม่น่าจะต่ำกว่าขั้น์ปฐีหนึ่งชั้นฟ้า ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือลมปราณที่แปรสภาพกลายเป็ปราณมรณะไปจนหมดแล้ว
เมื่อปราณมรณะพุ่งออกมา สีหน้าของจูชิงเคร่งขรึมยิ่งกว่าเดิม ร่างกายของเขาไวต่อปราณมรณะเป็อย่างมาก ถ้าปราณมรณะมหาศาลเฉกเช่นนี้ััโดนร่างกาย ผลที่ตามมาจะเป็อย่างไรนั้นไม่อยากคิดเลย
ยังดีที่มีเสื้อคลุมหงส์แดง เปลวไฟลุกโชนโชติ่ผลาญเผาปราณมรณะจนหมดสิ้น
“ฟึ่บ!” ทันใดนั้นหอกก็เปลี่ยนกลายเป็เพียงเส้นแสง
“เร็วมาก!” ม่านตาของจูชิงหดเล็ก วิชาหอกของอีกฝ่ายรวดแสนพรรณนา ถึงจะเป็ในยุคดึกดำบรรพ์ก็ต้องเป็วิชายุทธ์อันเหนือฟ้าอย่างแน่นอน
หอกนั้นเร็วเกินไป เร็วจนไม่ว่าใครก็ตอบสนองไม่ทัน หากเป็จูชิงเมื่อก่อน ถึงมีพลังของเฒ่าปีศาจก็คงตอบสนองไม่ทันเช่นกัน
แต่จูชิงไม่เหมือนกับเมื่อก่อนอีกแล้ว หลังจากที่ผ่านบททดสอบหฤโหดจากผู้พิทักษ์หินโลหิต์ ประสบการณ์ต่อสู้ของเขาตอนนี้ด้อยกว่าจอมยุทธ์ดึกดำบรรพ์เพียงไม่เท่าไหร่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้เรียนรู้สามกระบวนท่า《เคล็ดกระบี่พื้นฐาน》ของตระกูลจู และตระหนักรู้วิชาผสานกระบี่ เขาฝึกฝนมันจนเชี่ยวชาญแล้ว สิ่งที่ขาดไปในตอนนี้มีแค่ขั้นบำเพ็ญเพียรเท่านั้น
“มลายสูญ!” ง้าวปีศาจิญญาอำมหิตในมือของจูชิงแปรเปลี่ยน กระบี่ทมิฬเหวี่ยงวาดเป็เสี้ยวจันทรา เส้นแสงโลหิตพุ่งปราดตรงไปเบื้องหน้า
“ครืนนน!” หอกเล่มนั้นห่างจากหน้าของจูชิงเพียงคืบเดียว ทว่าเขาก็ยังฟันกระบี่ออกไปได้ เส้นแสงโลหิตทะลวงผ่านแสงปะทะเข้ากับปลายหอก
“ฟู่ว!” จูชิงอ้าปาก ลมปราณหลั่งไหลวิวัฒน์เป็เกราะลมปราณคุ้มกันกายา
“เป็วิชากระบี่ที่ลึกลับมาก!” ราชันราชสีห์ทลาย์เบิกตาทั้งสองกว้าง ชั่วขณะหนึ่งมันมองไม่เห็นความลึกล้ำของวิชายุทธ์ที่จูชิงสำแดง
ไม่ว่าจะเป็โกลาหลผกผันหรือมลายสูญต่างก็เป็วิชาที่สมบูรณ์แบบ วิชาแบบนี้แม้แต่ในยุคดึกดำบรรพ์ก็มีอยู่ไม่มากนัก อย่างน้อยๆ ราชันราชสีห์ทลาย์ก็ไม่เคยเห็นวิชาที่ใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์แบบเช่นนี้มาก่อน
“เ้าเด็กนั่นไปเรียนวิชาพวกนี้มาจากไหน” ราชันราชสีห์ทลาย์ใจสั่นสะท้าน
ราชันราชสีห์ทลาย์เป็จอมยุทธ์สมัยดึกดำบรรพ์ วิสัยทัศน์ย่อมก้าวไกล มีมนุษย์ที่แข็งแกร่งมากมายอยู่ใต้อาณัติ มันจึงรู้จักวิชายุทธ์อยู่บ้าง ทว่ามันกลับมองความลึกล้ำเคล็ดกระบี่ของจูชิงไม่ออก เพียงคิดก็พอจินตนาการได้ว่าเป็เื่ที่น่าตกตะลึงเพียงใดสำหรับราชันราชสีห์ทลาย์
《เคล็ดกระบี่พื้นฐาน》มีเพียงสามกระบวนท่า ถึงดูเรียบง่ายแต่กลับไม่ได้ง่ายดายเช่นตาเห็น ตรงกันข้าม สำหรับตระกูลจูแล้ว มันคือแก่นแท้สูงสุดของวิถีกระบี่!
“ตู้มม!” พริบตาเดียว หอกของจอมยุทธ์ผีดิบแตกสลาย แสงนับไม่ถ้วนพร่างพรายปกคลุมทั่วฟ้าดิน
“สังสารวัฏ!” จูชิงเปล่งเสียงทุ้ม กระบี่ยาวในมือฟันทลายสังสารวัฏ แสงหอกที่ครอบคลุมท้องฟ้า ไม่มีเศษเสี้ยวแสงใดส่องลงมาที่ตัวของเขาเลย
จูชิงสืบเท้าเข้ามาใกล้มากขึ้น ลมปราณัหลั่งผสานเข้าไปในกระบี่ เสียงัคำรามเอ็ดอึงพร้อมกับกระบี่ที่ฟันลงบนข้อมือของจอมยุทธ์ผีดิบ
“ฉัวะ!” เืสีเขียวเข้มทะลักออกมาจากข้อมือผีดิบ เกราะลมปราณคุ้มกันกายาของจูชิงถูกเืที่กระเด็นมาโดนกัดกินหลอมละลายในทันตา!
“เืก็มีฤทธิ์กัดกร่อนอย่างนั้นรึ” จูชิงใมาก
กระบี่ฟันข้อมือจอมยุทธ์ผีดิบแล้ว แต่ก็ยังมีเนื้อหนังบางส่วนที่เชื่อมต่อติดกันอยู่
และนั่นไม่ได้ทำให้การเคลื่อนไหวของจอมยุทธ์ผีดิบช้าลงอย่างใด ราวกับว่ามือที่ขาดไม่ใช่มือของเขา
“ร่างกายไม่มีความรู้สึกแล้ว?” จูชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย นี่เป็ปัญหาแล้วสิ
ทว่าปัญหาก็คือปัญหา จูชิงยังคงใช้สามกระบวนท่าต่อสู้กับจอมยุทธ์ผีดิบ ไม่ว่าจะเป็วิชายุทธ์ใดๆ จากยุคดึกดำบรรพ์ เมื่ออยู่เบื้องหน้าสามกระบวนท่าแล้วล้วนเต็มไปด้วยข้อบกพร่อง ไม่นานนักบนตัวจอมยุทธ์ผีดิบก็เต็มไปด้วยาแเล็กใหญ่นับไม่ถ้วน
ถ้าเป็คนธรรมดา เกรงว่าคงเืออกจนตายไปแล้ว ทว่าอีกฝ่ายเป็ผีดิบจึงแทบไม่มีผลอะไร
“เ้าหนู อย่ามัวแต่เสียเวลา ร่างกายของเ้าทนต่อได้อีกไม่นาน” เฒ่าปีศาจเตือน
“เข้าใจแล้ว!” จูชิงพยัก หน้าต้องจัดการผีดิบตัวนี้ให้เร็วที่สุด
“ผสานกระบี่!” จูชิงผสานกระบวนท่ากระบี่มาดหมายสังหารผีดิบในครั้งเดียว
คมกระบี่ที่คาดเดาไม่ได้ เพียงกระบี่เดียวก็เหนือชั้นยิ่งกว่าหมื่นกระบี่ กระทั่งราชันราชสีห์ทลาย์ยังมองเห็นไม่ชัด!
“ฟึ่บ!” กระบี่บั่นหัวผีดิบขาดกระเด็น ขณะที่หัวกำลังลอยอยู่กลางอากาศมันก็แหลกสลายเป็ผุยผง!
ร่างของผีดิบทรุดล้มลง มลายสูญหายวับไปทันใด
จูชิงยื่นเหยียดมือออกไปข้างหนึ่ง หยิบแหวนวงหนึ่งที่ตกอยู่บนพื้น
มันคือแหวนเอกภพ ความกว้างน่าตกตะลึงยิ่งทวี ถุงเอกภพที่ห้อยอยู่ที่เอวของจูชิงดูเล็กลงไปในทันตา
แหวนเอกภพมีพื้นที่อยู่ราวๆ หนึ่งพันลูกบาศก์เมตร ใหญ่พอที่จะใส่ของทั้งหมดที่เขามีอยู่
เฒ่าปีศาจสลายพลังของตัวเอง จูชิงขาอ่อนเดินซวนเซ มหาสมุทรโลหิตเหือดแห้งแทบไม่เหลือ!
การต่อสู้เพียง่เวลาสั้นๆ เมื่อครู่เกือบผลาญลมปราณในร่างของจูชิงจนหมดแล้ว!
การหยิบยืมพลังที่ไม่ใช่ของตัวเองจะไม่ส่งผลข้างเคียงได้อย่างไร โชคดีที่สภาพนี้คงอยู่ได้ไม่นาน ไม่เช่นนั้นตันเถียนของจูชิงคงแหลกไปแล้ว
ทันใดนั้น ช่องว่างหนึ่งปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าเหนือแดนสุสานอัมพร แสงอาทิตย์สาดส่องลงมากลางปราณมรณะ
จูชิงตกตะลึง “เร็วมาก!”
“เ้าหนู ดูเหมือนสถานการณ์ของพวกเราจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่” เฒ่าปีศาจยิ้มเจื่อน
“คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะมาเร็วขนาดนี้!” จูชิงเองก็ส่ายหัวเช่นกัน
ราชันราชสีห์ทลาย์เงียบเสียงทันใด มันไม่อยากยุ่งกับคนพวกนั้น
สัตว์อสูรั์ะโลงมาจากช่องว่าง ร่างกายใหญ่โตแทบครอบคลุมท้องฟ้า มีจอมยุทธ์หลายสิบคนนั่งอยู่บนหลังของมัน ด้านหลังของพวกเขามีจอมยุทธ์สีหน้าเศร้าหมองอยู่เป็ร้อยคน สายตาจับจ้องมองไปข้างหน้าอย่างเลื่อนลอย
“ไม่รู้ว่าผลผลิตในแดนสุสานอัมพรเป็เช่นไรบ้าง?” หญิงชราคนหนึ่งนั่งอยู่บนหัวอสูรั์ ประทินโฉมสีฉูดฉาด มุมปากยกยิ้มเล็กน้อยกวาดสายตามองหลุมศพที่อยู่ข้างล่าง
แต่ทันใดนั้นเอง แววตาของนางก็ดูตกตะลึง นางเห็นคนเป็อยู่ข้างล่างนั่น!
“ศิษย์พี่ ข้างล่างนั่น...” นางรีบะโ
“รู้แล้ว ข้าไม่ได้ตาบอด ข้าอยากรู้เสียจริงว่าใครที่อาจหาญกล้าบุกรุกแดนสุสานอัมพรของพวกเราโลกเก้าิญญา” ชายชราแสยะยิ้ม
“เป็เื่แล้ว ข้าซ่อนตัวจากพวกเขาไม่ได้!” ครั้นเฒ่าปีศาจเห็นพวกเขาสองคนนั้นถึงกับใจหล่นวูบ
“กระทั่งเ้ายังประมือไม่ได้งั้นรึ?” จูชิงผงะ
“บัดซบ ถ้าเป็ข้าที่อยู่ในยุครุ่งเรือง เ้าสองคนนั่นไม่ต่างอะไรกับผัก ทว่าตอนนี้...” เฒ่าปีศาจพูดอย่างหมดหนทาง
จูชิงกลอกตา “คนเก่งจริงไม่เอาเื่เก่ามาพูด บอกข้ามาว่าพวกเขาอยู่ในขั้นพลังระดับใด”
“น่าจะเป็ขั้นมหันต” เฒ่าปีศาจกล่าว
“ขั้นพลังที่เหนือกว่าขั้น์ปฐีเก้าชั้นฟ้างั้นรึ?” จูชิงเอ่ยถาม
“เ้าไม่ใเลยรึ?” คราวนี้กลายเป็เฒ่าปีศาจที่ประหลาดใจ
จูชิงยักไหล่ “ข้าเตรียมตัวเตรียมใจมาก่อนแล้ว แค่อยากยืนยันสิ่งที่คิดเอาไว้ในใจก็เท่านั้น”
