ณ เมือง เมืองหนึ่ง
สายลมกรรโชกพัดแรงกว่าทุกวันที่ผ่านมา กลิ่นคาวเืบาง ๆ ยังติดอยู่ในอากาศแม้ร่างของผู้รอดชีวิตจะถูกเคลื่อนย้ายไปหมดแล้ว ลูน่า ดิ ฟรอส ยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงเนินหิน ร่างเล็กในชุดสีเงินฟ้าเปื้อนฝุ่น เส้นผมสีฟ้าระยิบไหวตามลม แต่ดวงตาของเธอแข็งกร้าวและเย็นจัด
เื้ัเธอ เหล่าทหารและอัศวินของเมืองกำลังเก็บกวาดเศษซากจากความสยองขวัญที่จอมโจรดิ๊กทิ้งไว้
เธอไม่เอ่ยอะไรนานหลายนาที สภาพของเหยื่อมันน่าอนาจเกินบรรยาย
เสียงหอกโลหะของเธอปักลงพื้นดังเบา ๆ เมื่อเธอกำมันแน่นขึ้นอีกครั้ง
“ให้ตายก็ไม่ให้อภัย...ได้ ดิ๊ก หัวกรวย”
เสียงเธอเบา แต่เย็นะเื ราวกับหิมะกำลังจะตกกลางฤดูร้อน
ฐานะผู้กล้าแห่งหอกน้ำแข็ง และเ้าหญิงเืแท้แห่งราชวงศ์ฟรอส
เธอรู้ดีถึงความโหดร้ายของศัตรูคนนี้ และมันไม่ใช่แค่เื่ของความยุติธรรมอีกต่อไป
“ดิ๊ก...แกกำลังมุ่งหน้าไปทางนั้นสินะ”
เธอหันไปมองแผนที่ในมือของอัศวิน
สายตาของเธอมองไปยังเขตชุมชนที่เล็กลงเรื่อย ๆ และไม่มีเมืองใดอยู่ถัดจากนั้น
มีเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เธอเคยจำได้ดี หมู่บ้านของลุคและรูริ
ชื่อของสองพี่น้องนั้นโผล่ขึ้นในหัวทันที
ภาพในความทรงจำยังคงชัดเจน
เด็กชายขี้อาย แอบหื่น แต่ก็ไม่มีพิษภัย และเด็กสาวตัวจ้อยที่ชอบตามติดเธอไปทุกที่
เธอไม่ได้เจอทั้งคุ่มาหลายเดือนแล้ว ตอนนี้เธอเองก็ไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะเป็อย่างไรบ้าง
แต่นั่นไม่ใช่เื่สำคัญที่สุดในเวลานี้
ดิ๊ก ปีศาจในคราบมนุษย์กำลังเคลื่อนไปใกล้พวกเขา
และเธอ...จะไม่มีวันยอมให้ใครต้องผ่านความทรมานแบบที่เธอเห็นอยู่ตรงหน้าอีก
“เตรียมม้า”
เธอสั่งเบา ๆ
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นเมื่ออัศวินคนสนิทเคลื่อนตัวไปรับคำสั่ง
ลูน่าเก็บแผนที่ พลางเงยหน้ามองขอบฟ้าทิศใต้
“ลุค...รูริ”
เธอพึมพำกับตัวเอง
“อีกไม่นานก็คงจะได้พบกันอีก ขอให้พวกเธอ...ยังปลอดภัย”
