เคอโยวหรานยังไม่ทันตอบกลับ เคอเจิ้งหนานก็ก้มหน้าค้อมเอวพลางผายมือเชื้อเชิญอย่างประจบแล้วเอ่ยว่า
“ใต้เท้านายอำเภอเชิญทางนี้ขอรับ โรงงานอยู่ตรงเชิงเขาต้าชิง ขอท่านโปรดตามข้ามาขอรับ”
นายอำเภอเอามือทั้งสองข้างไพล่หลัง รู้สึกพึงพอใจกับคำกล่าวของเคอเจิ้งหนานยิ่งนัก จากนั้นสาวเท้าก้าวยาวมุ่งหน้าไปทางโรงงาน
เคอเจิ้งตงที่ยืนอยู่นอกลานเรือนเผยสีหน้างุนงง หรือว่าความหวังดีของตนจะสร้างเื่เสียแล้ว?
ต้วนเหลยถิงกำลังโอบเอวบางของเคอโยวหรานเดินออกมาจากลานเรือนจวนผู้ใหญ่บ้านเฉิน พลันพบเข้ากับท่านพ่อตาที่เผยสีหน้าหดหู่จึงยกยิ้มเดินเข้าไปเอ่ยว่า
“ท่านพ่อไม่ต้องโทษตนเอง ต่อให้เมื่อครู่ท่านไม่เอ่ยสิ่งใด พวกเขาก็จะต้องหาข้ออ้างไปดูโรงงานอย่างแน่นอนขอรับ
หากวันนี้มิได้บทสรุปเื่วิธีทำเกี๊ยวน้ำมรกต พวกเขาก็ไม่มีทางยอมรามือไปทั้งเช่นนี้เป็แน่”
เคอเจิ้งตง “...?”
เห็นทีเขายังคงความคิดตื้นเขินเกินไปเสียแล้ว กลับไปยังต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากต้วนต้าหลางให้มาก โดยเฉพาะเื่จิตใจผู้คน ช่างซับซ้อนเหลือเกิน
ครั้นทุกคนมาถึงเชิงเขาต้าชิง บนศีรษะของนายอำเภอถึงกับมีอีกาหนึ่งฝูงบินผ่าน
นี่คือโรงงานหรือ? กระทั่งหลังคาก็ยังไม่มี ให้มาดูผีอันใดกัน?
เคอเจิ้งหนานชะงัก พลันพลั้งปากออกไปโดยไม่ผ่านสมอง “ต้าส่า เ้ามิได้บอกว่าจะหารือเื่วันขึ้นเสาคานกับนายช่างหวงหรอกหรือ? เหตุใดถึงไม่มีแม้กระทั่งหลังคาอีกเล่า?”
สิ้นคำกล่าว เคอเจิ้งหนานก็ตระหนักได้ว่าตนเอ่ยสิ่งใดออกไป ตามด้วยฟาดหนึ่งฝ่ามือลงบนหน้าผากของตนด้วยความคับแค้นใจ
ในขณะนั้นเอง เคอเจิ้งตงที่ได้ยินพลันพยักหน้าด้วยท่าทางเอาจริงเอาจังแล้วเอ่ยว่า “ใช่แล้ว! กำลังจะหารือเื่วันขึ้นเสาคาน กระทั่งเสาคานก็ยังไม่ตั้ง เช่นนั้นจะไปเอาหลังคามาจากที่ใด?
น้องรอง เ้าโง่หรือว่าข้าโง่กันแน่? เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าเ้าโง่ยิ่งกว่าข้าเสียอีก?”
“อุ๊บ...ฮ่าๆๆๆ...ฮ่าๆๆ...”
นายช่างที่อยู่ในเหตุการณ์ คนสกุลเคอ คนสกุลเฉิน และเ้าหน้าที่ทั้งหมดต่างพากันกุมท้องหัวเราะเสียงดังลั่น ถึงขั้นมีคนหัวเราะจนแทบน้ำตาเล็ด
กระทั่งนายอำเภอก็ยังอดกลั้นอย่างถึงที่สุด เขาถึงกับกลั้นหัวเราะจนไหล่ทั้งสองข้างสั่นเทา
เคอเจิ้งหนาน “......”
การถูกคนโง่ผู้หนึ่งบอกว่าเขาเป็คนโง่จะต้องรู้สึกเยี่ยงไรกัน? กล่าวได้ว่าอยากจะเงยหน้าขึ้นกระอักเืสามเซิง [1] เลยกระมัง?
เคอโยวหรานหัวเราะออกมาพลางอิงซบอกของต้วนเหลยถิง เหตุใดนางถึงไม่รู้มาก่อนว่าบิดาของนางก็สามารถทำให้ผู้อื่นโมโหเจียนตายทว่ามิอาจโต้กลับได้เช่นกัน?
“ฮ่าๆๆ...”
“อะแฮ่ม...” นายอำเภออดกลั้นอยู่นาน มิใช่เื่ง่ายกว่าจะระงับเอาไว้ได้สำเร็จ จากนั้นทำการตักเตือนเ้าหน้าที่ที่กำลังหัวเราะอยู่ทางด้านหน้ากับด้านหลัง
เ้าหน้าที่พลันได้สติกลับมา ตระหนักได้ว่าเมื่อครู่พวกตนหัวเราะผู้ใด จึงพากันหยุดเสียงหัวเราะลงโดยมิได้นัดหมาย ตามด้วยลอบชำเลืองไปทางนายทะเบียนเคอที่หน้าเขียวคล้ำแล้วหันไปส่งสายตาซึ่งกัน
เหล่าเ้าหน้าที่ต่างพากันยืนตัวตรง เคาะไม้ซาเวยปั่ง [2] และร้องะโเป็เสียงเดียวกันว่า “เวย...อู่ [3] ...”
ประชาชนทั้งหมดถูกความน่าเกรงขามของเ้าหน้าที่ทำให้รู้สึกหวาดกลัว ฉับพลันนั้นก็หยุดหัวเราะและยืนอย่างสงบ
นายอำเภอมองไปทางกลุ่มคนพลางคิดในใจ : หลังจากนี้พวกตนต้องหารือเื่สำคัญ มิอาจปล่อยให้ชาวบ้านมากมายถึงเพียงนี้ได้ยิน
ดังนั้นจึงเอ่ยออกคำสั่งว่า “นอกจากคนสกุลต้วน คนอื่นๆ จงถอยออกไปให้หมด หากขัดคำสั่งจะถูกโบยด้วยไม้ซาเวยปั่งสามสิบครั้ง”
เหล่าเ้าหน้าที่ต่างพากันกระทุ้งไม้ลงกับพื้น “เวย...อู่”
ทุกคนล้วนหันมองหน้ากัน ทว่าเพราะยำเกรงนายอำเภอจึงค่อยๆ ถอยหลังออกไป ไม่นานนัก ที่นี่ก็เหลือเพียงต้วนเหลยถิง เคอโยวหราน นายอำเภอ และเคอเจิ้งหนานเสียแล้ว
กระทั่งเ้าหน้าที่ยังถอยออกไปเฝ้าอยู่ไกลๆ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีผู้ใดแอบเข้ามาฟังบทสนทนาของพวกเขา
เคอเจิ้งหนานวางมาดเช่นผู้เป็อา เอ่ยอย่างตรงไปตรงมาว่า “โยวหราน อารองรู้ว่าเ้าเป็เด็กดี แค่กำลังของพวกเ้าย่อมมิอาจปกป้องวิธีทำเกี๊ยวน้ำมรกตนี้เอาไว้ได้
มิสู้ฉวยโอกาสตอนที่ท่านนายอำเภออยู่ที่นี่ เ้าจงเอาวิธีทำออกมาแบ่งปันกับพวกเรา เมื่อมีท่านนายอำเภอคอยคุ้มกัน จะต้องไม่มีผู้ใดกล้าเพ่งเล็งเคล็ดลับนี้อย่างแน่นอน”
อ้อ ยามนี้เสแสร้งต่อไปไม่ไหวแล้ว จึงได้บอกจุดประสงค์ของพวกเขาออกมาตามตรง เช่นนี้ก็ดีไม่น้อย
ทว่าน่าเสียดาย คนหน้าไหว้หลังหลอกและเห็นแก่ผลประโยชน์จนไม่เลือกวิธีการเช่นเคอเจิ้งหนานผู้นี้ นางรู้สึกหยามเหยียดยิ่งนัก จะให้แบ่งปันวิธีทำกับเขาหรือ? ฝันไปเถิด!
ครั้นเห็นว่าต้วนเหลยถิงกับเคอโยวหรานไม่เอ่ยสิ่งใด นายอำเภอจึงกดสายตาลง เอ่ยโดยเผยรอยยิ้มที่ตนคิดว่าเป็มิตรอย่างถึงที่สุด
“ต้วนซานหลาง เคล็ดลับที่ทำเงินได้เป็กอบเป็กำภายในวันเดียวเช่นนี้ สำหรับผู้ที่ทำนาหาเลี้ยงชีพเยี่ยงพวกเ้า มันก็ไม่ต่างอันใดกับแผ่นยันต์เร่งเอาชีวิต
มิสู้ส่งให้ทางอำเภอนำไปถวายแด่ราชสำนัก เห็นแก่ที่เ้าสร้างความดีความชอบ ข้าต้องรายงานเบื้องบนอย่างแน่นอน จะได้จดจำความดีความชอบของพวกเ้าเอาไว้
ภายหน้าจะได้ยกเว้นภาษีที่ดินของพวกเ้า ไม่เท่ากับเป็เื่น่ายินดีสำหรับทุกฝ่ายหรอกหรือ?”
เหอะ! ยามนี้กล่าววาจาข่มขู่เสียแล้ว ความหมายทั้งนอกและในล้วนบอกว่า หากพวกเขาไม่ส่งมอบเคล็ดลับออกไป
นายอำเภอผู้นี้จะแจ้งทางการ ถึงยามนั้นเมื่อทางการ้าเคล็ดลับ หากไม่มอบให้ก็จะต้องเผชิญหน้ากับหายนะกวาดล้างทั้งตระกูล
จริงๆ เลย บีบบังคับหลอกล่อ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล หากพูดตามตรงก็คือนายอำเภอ้าเก็บวิธีทำเต้าหู้เอาไว้เอง ยังจะสร้างภาพให้ดูสง่าผ่าเผยถึงเพียงนี้อีก
วิธีการข่มขู่ผู้อื่นเยี่ยงนี้ พวกเขาทำได้ นางเองก็ไม่เป็รองเช่นกัน!
หลังนายอำเภอกล่าวจบ ขณะเขายืนเชิดหน้าเอามือไพล่หลังและกำลังลำพองใจในความฉลาดหลักแหลมเมื่อครู่ ทันใดนั้นก็ถูกเคอโยวหรานสาดน้ำเย็นคราหนึ่ง
“เอ๋! ใต้เท้า เหตุใดท่านถึงไม่บอกั้แ่เนิ่นๆ เล่าเ้าคะ? หากบอกข้าล่วงหน้าสักสามสี่ชั่วยาม พวกข้าก็คงไม่ขายเคล็ดลับให้โรงสุราฟู่หยวนแล้วเ้าค่ะ
ยามนี้จะทำอย่างไรดี ขายเคล็ดลับออกไปแล้ว เช่นนี้จะมอบให้พวกท่านได้อย่างไร?”
นายอำเภอ “...?”
เคอเจิ้งหนาน “...?”
อย่าบอกนะว่าพวกเขามาวิ่งเต้นอยู่ในหมู่บ้านเถาหยวนทั้งวัน แต่กลับต้องประสบกับความว่างเปล่า?
โรงสุราฟู่หยวนเป็ถึงสถานที่เช่นใดกัน? พื้นเพเื้ัลึกลับเสียจนมิอาจคาดเดา ไม่ใช่สถานที่ที่คนเช่นพวกเขาจะไปยั่วยุได้แม้แต่นิด
ในเมื่อมอบเคล็ดลับให้โรงสุราฟู่หยวนไปแล้ว ตนยังจะเอามาได้อีกหรือ?
เคอเจิ้งหนานกับนายอำเภอชะงักไปเสี้ยววินาที คนทั้งสองหันมองหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างคิดว่าต้องทำเช่นไรจึงจะเอาเคล็ดลับมาจากโรงสุราฟู่หยวนได้
ท้ายที่สุด คำตอบก็คือ : ไม่มีทาง!
เคอเจิ้งหนานเกาหัว หางตาพลันชำเลืองไปทางโรงงานที่ยังสร้างไม่ทันเสร็จ ก่อนจะเผยท่าทีราวกับค้นพบแผ่นดินใหม่ก็มิปาน
ทันใดนั้นก็กลับมาเอ่ยอย่างเปี่ยมกำลังวังชาว่า “โยวหราน อารองนึกไม่ถึงว่าหลังออกเรือนแล้ว วาจาของเ้าจะเต็มไปด้วยคำโป้ปด เ้าช่างเรียนรู้การแต่งเื่ลวงหลอกได้ช่ำชองเสียจริง”
“อารองกล่าวเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรเ้าคะ?” เคอโยวหรานไม่เข้าใจ
เคอเจิ้งหนานแค่นหัวเราะ “ในเมื่อพวกเ้าบอกว่าขายเคล็ดลับออกไปแล้ว เช่นนั้นยังต้องสร้างโรงงานนี้ด้วยเหตุใด? อย่าได้บอกข้าว่าเ้าขายเคล็ดลับให้โรงสุราฟู่หยวนไปแล้ว ยังจะขายโรงงานแห่งนี้ไปด้วยเช่นกัน”
เคอโยวหรานตกตะลึง “ไอ้หยา อารอง ท่านเป็เทพพยากรณ์หรือเ้าคะ? เหตุใดถึงรู้กระทั่งว่าโรงสุราฟู่หยวนซื้อโรงงานไปด้วย? ท่านช่างเก่งกาจจริงๆ เ้าค่ะ”
สิ้นคำกล่าว เคอโยวหรานยังยกนิ้วโป้งให้เคอเจิ้งหนานอย่างซุกซน
เคอเจิ้งหนาน “...”
เขาแค่เอ่ยออกไปส่งๆ เท่านั้น นึกไม่ถึงว่าจะเป็เื่จริง? เช่นนี้จะทำอย่างไรดี?
นายอำเภอมิได้เป็ขุนนางมาหลายสิบปีโดยเสียเปล่า พลันพบช่องโหว่ที่เคอเจิ้งหนานนึกไม่ถึง
“คนสกุลต้วน พวกเ้าบอกว่าขายเคล็ดลับกับโรงงานให้โรงสุราฟู่หยวนไปแล้ว ย่อมต้องมีการลงนามในสัญญากระมัง? สัญญาที่เ้าลงนามอยู่ที่ใด? มิสู้เอาออกมาให้พวกเราได้ชื่นชมสักหน่อย เป็อย่างไร?”
บัดซบ นายอำเภอผู้นี้? ชื่นชม? ชั่วชีวิตนี้ไม่เคยพบเจอใบสัญญาเลยหรือ?
---------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] กระอักเืสามเซิง 吐血三升 หรือกระอักเืสามลิตร ใช้บรรยายอาการโกรธจัดหรือเดือดดาล
[2] ไม้ซาเวยปั่ง 杀威棒 ในสมัยศักดินา คือไม้ใช้โบยนักโทษที่ถูกเนรเทศไปยังเมืองหนึ่ง เพื่อขจัดความเย่อหยิ่งของพวกเขา โดยทั่วไปจะใช้ไม้นี้โบยสิบถึงยี่สิบครั้ง ดังนั้นจึงถูกเรียกว่า ‘ไม้ซาเวยปั่ง’ หมายถึง ไม้สังหารความทระนง
[3] เวยอู่ 威武 หมายถึง อำนาจ องอาจสง่าผ่าเผย เป็คำที่มักได้ยินในยามเปิดศาล
