ผู้คนต่างพากันมอง แทบจะพบปัญหานี้แล้ว แค่ฉับพลันก็ขมวดคิ้ว
เจิงจื่อโหยวชำเลืองมองหยูลี่ที่ดวงตาหด บนใบหน้าของเขามีอาการหยอกล้อ
มีครั้งหนึ่งซูฮ่าวเมา ล้มลงบนพื้น ตอนที่เขาไปประคองอีกฝ่าย เคยพบว่าคอด้านหลังของอีกฝ่ายมีไฝหนึ่งเม็ด เวลานั้นเขายังล้อซูฮ่าวว่า คอด้านหลังมีไฝ ทั้งชีวิตนี้ไม่มีความเป็ชายไม่ได้
แต่ไหนแต่ไรมาเขาไม่เคยคิดว่า การค้นพบนี้ จะกลายเป็หลักฐานที่แสดงความบริสุทธิ์ให้กับซูฮ่าว
“คุณหยูลี่ ตอนนี้ คุณควรจะให้คำอธิบายกับพวกผมหรือไม่?”
หยูลี่สำลักคำพูด และหลบสายตา เธออยากพูดแต่ก็หยุดไป
จนกระทั่งถึงเวลานี้ ผู้คนล้วนเหมือนจะเข้าใจอะไรแล้ว และมองไปที่หยูลี่พร้อมกัน ในสายตามีความเยือกเย็น
ผ่านการยืนยันของเจิงจื่อโหยวแล้ว ก็แสดงว่าซูฮ่าวไม่ใช่คนสารเลวที่ทำให้หยูลี่ท้อง เห็นได้ชัดว่า หยูลี่กำลังจงใจใส่ร้ายซูฮ่าว
ในที่สุดสีหน้าของหยูลี่ก็ลนลานแล้ว เธอรีบเบนสายตาไปที่หลินอีหลุน ราวกับขอให้อีกฝ่ายช่วย
“หยูลี่ ผมคิดไม่ถึงว่าคุณจะเป็คนแบบนี้ ผมยังเชื่อใจคุณขนาดนี้แล้ว แต่คุณกลับใช้ประโยชน์จากความเห็นอกเห็นใจของผมไปใส่ร้ายคนอื่น ให้อภัยไม่ได้จริงๆ !” ก่อนหน้านี้หลินอีหลุนก็คิดวิธีการรับมือไว้นานแล้ว เวลานี้ก็มีการตอบสนองเร็วมาก เขาแกล้งทำเป็เคียดแค้นชิงชัง และหยิบโทรศัพท์ออกมาแจ้งความแล้ว
สักพัก หน้าประตูก็มีตำรวจเดินเข้ามาสองคน ตำรวจสองคนนี้ก็เหมือนจะรออยู่บริเวณใกล้ๆ โดยเฉพาะรีบมาอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่ได้ฟังเื่ราวจากหลินอีหลุนจบแล้ว พวกเขาก็จับตัวหยูลี่ไป โดยให้เหตุผลว่ามีความผิดข้อหาใส่ร้าย
ทั้งหมดทั้งมวล หยูลี่ไม่อธิบายแม้แต่คำเดียว และให้ความร่วมมือ
“คุณซู ผมคิดไม่ถึงว่าพนักงานของผมจะทำเื่อย่างนี้ อันดับแรกคือผมเข้าใจคุณผิดแล้ว ขอโทษด้วยครับ!” หลินอีหลุนโค้งตัวให้ซูฮ่าวเล็กน้อย และขอโทษอย่างจริงใจ
ข้างๆ ผู้ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเห็นอย่างนี้แล้ว ก็พูดขอโทษซูฮ่าวอย่างลำบากใจว่า “ไอ้หนู ขอโทษจริงๆ ก่อนหน้านี้ฉันก็เข้าใจนายผิดไปแล้ว”
“ใช่ พวกเราล้วนใส่ร้ายคนดีแล้ว” คนอื่นๆ ล้วนขอโทษตามอย่างเคอะเขิน และก้มหน้าไม่กล้ามองสายตาของซูฮ่าว
หากรู้ว่า ก่อนหน้านี้คำด่าที่พวกเขาด่าซูฮ่าวก็รุนแรงขึ้นทุกที ตอนนี้ความจริงเปิดเผย พวกเขาล้วนตำหนิตนเองอยู่ในใจ
ทันใดนั้นไป๋เหวินหลิงก็รู้สึกว่าวันนี้ตนเองทำเื่ที่ผิดเื่หนึ่งแล้ว โดยเฉพาะรุนแรงมาก เธอก็อยากขอโทษ แต่สายตาที่เฉยเมยของซูฮ่าวนั้นกลับทำให้เธอพูดไม่ออก
ซูฮ่าวไม่ได้แสดงการตอบกลับ แค่มองหลินอีหลุนอย่างเยือกเย็น ในดวงตามีความชั่วร้าย หลังจากนั้นก็อำพรางแล้ว
เขามองข้ามทุกคน และหันไปพูดกับเจิงจื่อโหยวพลางหัวเราะว่า “จื่อโหยว ขอบใจนายที่ช่วยออกหน้า ไปดื่มเหล้าเป็เพื่อนฉัน?”
“ไม่มีปัญหา!” เจิงจื่อโหยวกระตุกคิ้ว และทำมือ OK แล้ว
ตอนที่เดินผ่านไป๋เหวินหลิง บนใบหน้าของเธอเผยอาการละอายใจ สายตาแฝงด้วยคำขอโทษ “ซูฮ่าว ให้ฉันไปด้วยได้ไหม?”
ซูฮ่าวหยุดชะงัก เอียงหน้าไปมองไป๋เหวินหลิงอย่างเยือกเย็น สายตาราวกับธนูแต่ก็เยือกเย็นเหมือนน้ำค้างแข็ง
“คุณไป๋คือหงส์ในคน มีสถานะสูงศักดิ์ จะเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้ชายสารเลวอย่างผมได้อย่างไร?”
คำพูดนี้มีการถากถางอยู่ในนั้น
ซูฮ่าวพูดอย่างไร้อาการและไร้ความรู้สึกแล้วก็ก้าวเดินจากไป และเดินออกไปจากโรงน้ำชากับเจิงจื่อโหยวแล้ว
ซูฮ่าวในเวลานี้ ก็เหมือนกับก้อนน้ำแข็งที่ไม่ละลายไปตลอดกาล คำพูดและการกระทำเผยความเ็าต่อผู้คน
สถานที่ที่เขาเดินผ่าน เต็มไปด้วยความเฉยเมยที่มีต่อทุกอย่าง ความโดดเดียวอ้างว้างนั้นทำให้ผู้คนหลบแทบไม่ทัน ทำให้ภายในใจของผู้คนเกิดความหนาวเย็น
ไป๋เหวินหลิงมองร่างที่จากไปของซูฮ่าว หัวใจราวกับถูกเข็มเหล็กหลายหมื่นเล่มทิ่มแทง ลำคอราวกับถูกของอะไรยัดไว้แล้ว
ความรู้สึกอย่างนั้น ราวกับมีของที่สำคัญมากอย่างหนึ่งไหลออกไปจากในมือของเธอแล้ว แม้เธอจะพยายามอย่างไร ก็ล้วนจับไว้ไม่อยู่
ความรู้สึกที่ปะปนกับความละอายใจ ความรู้สึกผิดบวกกับความเ็ปใจอย่างหนึ่ง ราวกับคลื่นทะเลซัดสาดเธอ กดดันจนแทบจะหายใจไม่ออก
หลินอีหลุนเห็นซูฮ่าวเดินออกไป ก็กลอกตาและเดินเข้ามาพูดว่า “คุณไป๋ ขอโทษจริงๆ ครับ เื่นี้ … ”
“ประธานหลิน ฉันไม่ค่อยสบาย การร่วมงานวันนี้ค่อยคุยกันอีกทีเถอะ ขอโทษด้วยค่ะ!” ไม่รอให้หลินอีหลุนพูดจบ ไป๋เหวินหลิงก็หยิบกระเป๋าเอกสารขึ้นมา และออกไปจากโรงน้ำชาอย่างรู้สึกหดหู่ใจ
การจากไปของเธอ ทำให้ผู้คนโดยรอบต่างแยกย้ายกันออกไป
หลินอีหลุนมองเื้ัของไป๋เหวินหลิง ใบหน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวขาว มือที่ถือถ้วยชาออกแรงบีบ หน้าอกมีไฟที่ไร้ชื่อกลุ่มหนึ่งกำลังแผดเผา
เป็เวลานานมากกว่าเขาจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก และกดโทรศัพท์แล้ว
“ดำเนินการแผนสอง!”
………………..
หงเซ่อเหนียนหัว ฉวนโจว
หงเซ่อเหนียนหัว ผับที่หรูหราโอ่อ่าที่สุดของฉวนโจว รวมเศรษฐีรุ่นที่สองกับลูกของข้าราชการใหญ่ของฉวนโจวแล้ว ผู้ชายหล่อผู้หญิงสวยของฉวนโจวล้วนอยู่ที่นี่ เนื่องด้วยมีชื่อเสียงค่อนข้างกว้างขวาง คนที่มาชมวิวก็มีค่อนข้างมาก ดังนั้นจึงมักจะมีลูกค้าเต็มผับ หากไม่อยากถูกปฏิเสธอยู่ด้านนอกประตู ก็จะต้องจองโต๊ะก่อน
ซูฮ่าวเดินตามเจิงจื่อโหยวเข้าไปในหงเซ่อเหนียนหัว เสียงดนตรีดังสนั่นหูทันที
แสงไฟสีแดงที่เข้มข้น กระจกสีฟ้าคราม โลหะที่เยือกเย็น บาร์สี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่ ทุกอย่างนี้ล้วนทำให้คนที่อยู่ในนี้รู้สึกชื่นมื่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
สไตล์จีนอย่างผ้าดิ้นตกแต่งผนังและโคมไฟย้อนยุค คู่กับโซฟายาวที่นุ่มนวลและสบาย ใน์อันบ้าระห่ำที่มีสาวงามสุราดีและดนตรีปะปนกันนี้ ราวกับสามารถทำได้ทุกอย่างที่้า
เจิงจื่อโหยวมีการ์ดวีไอพีของที่นี่ จึงง่ายต่อการจองโต๊ะมาก
“ซูฮ่าว หงเซ่อเหนียนหัวไม่เลวใช่ไหม?”
ซูฮ่าวกวาดตามองผับที่ใหญ่โตหนึ่งรอบแล้วก็พยักหน้า
ทั้งหงเซ่อเหนียนหัวกลับไม่ทำให้ตาลาย ที่ดึงดูดมีแค่ความงดงามที่เกินจริงและฟุ่มเฟือยที่ไม่แสดงออกมา
“มิน่าล่ะนายมักพูดว่าปวดเอว คงจะคุยธุรกิจสองสามร้อยล้านอยู่ที่นี่ไม่น้อยใช่ไหม?”
“ไป ไป ไป อะไรเรียกว่าธุรกิจสองสามร้อยล้าน ฉันคุยธุรกิจหนึ่งครั้งอย่างน้อยก็หลายพันล้าน!” เจิงจื่อโหยวโบกมือ และเผยรอยยิ้มที่ลามก
ซูฮ่าวกลอกตาแล้ว เขารู้สึกหมดคำพูดมาก
“ระวัง่บั้นปลายชีวิตจะไร้ความเป็ชาย!”
“ฮ่าๆ คนถึง่บั้นปลายชีวิตก็เลี่ยงไม่ได้ ในกระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิแช่เก๋ากี้”
“ … ” ซูฮ่าวแสดงออกว่าไม่อยากพูดกับเทพลามกคนนี้
เจิงจื่อโหยวไอและหัวเราะ จากนั้นให้พนักงานส่งค็อกเทลมาสองแก้วแล้ว
“มา วันนี้ไม่เมาไม่กลับ”
ซูฮ่าวฝืนยิ้ม “พอเถอะ ฉันก็ไม่อยากแบกนายกลับไป”
“เฮ้ๆ คือนายเรียกให้ฉันมาดื่มเหล้า ไม่ดื่มให้เมาจะได้อย่างไร” เจิงจื่อโหยวยกแก้วค็อกเทลขึ้นมา และดื่มเข้าไปอึกใหญ่แล้ว
“ก่อนหน้านี้อยู่ที่โรงน้ำชาธรรมชาติ น่าจะมีคนแกล้งนาย สองสามวันนี้นายต้องระวังตัวให้ดี”
“วางใจเถอะ ฉันรู้แล้วว่าใครเป็คนก่อเื่ ถึงเวลาฉันจะมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้เขา” ซูฮ่าวชูแก้ว ในสายตามีความเยือกเย็น
“เื่ในวันนี้ ขอบคุณนายมาก”
หากไม่ใช่เพราะเจิงจื่อโหยวออกหน้าแสดงความบริสุทธิ์ให้เขา บางทีตอนนี้เขาอาจจะถูกจับไปที่สถานีตำรวจแล้ว
“เกรงใจแล้ว ถือว่าฉันตอบแทนน้ำใจที่นายมอบหยกน้ำแข็งให้ฉันในครั้งก่อน” เจิงจื่อโหยวหัวเราะอย่างไม่สนใจ สายตาจับจ้องอยู่ในกลุ่มสาวงามที่เดินผ่านไปมา
“ซูฮ่าว นายมองไปที่สามนาฬิกา สาวสวยคนนั้น ขาขาวเรียวเกลี้ยงเกลา ผิวพรรณผ่องใส จะพูดกับนาย ฉันไม่ชอบคนแบบนี้ที่สุด โดยเฉพาะเปิดเผยมากขนาดนี้ หน้าไม่อาย!”
“ยังมีที่ห้านาฬิกาอีก สาวห้าวสวมหมวกแก๊ปลิ้นเป็ดคนนั้น เอวเล็กมาก สวยแพรวพราว ให้ตายสิ นายว่าทำไมเธอถึงไม่เปิดเผยให้มากกว่านี้หน่อย?”
“ดูๆ เจ็ดนาฬิกา สาวงามคนนั้น สูงสะโอดสะอง อรชรอ้อนแอ้น หากหันหน้ามา … พอเถอะ คือผู้ชาย ขอโทษด้วย รบกวนแล้ว!”
………………..
ฟังจากปากของเจิงจื่อโหยว ซูฮ่าวรู้ว่า เขาไม่ชอบผู้หญิงที่แต่งตัวฉูดฉาด และโป๊เป็อย่างมาก จากที่เขาดูแล้ว จริงๆ แล้วผู้หญิงแบบนี้ก็ไม่เหมือนลักษณะที่คนปกติพึงจะมี
ดังนั้น ทุกๆ ครั้งที่พบผู้หญิงแบบนี้ เขาล้วนจะมองพวกเธออย่างโกรธเคือง เพื่อแสดงความโกรธภายในใจของเขา หากมีโอกาส ยังจะถ่ายรูปพวกเธอ และอาศัยรูปภาพเตือนตนเองทุกเวลา
สำหรับเื่นี้ ซูฮ่าวแสดงออกว่ายอมทันที เอาการมองผู้หญิงมาพูดได้อย่างชัดเจนและไม่หยาบคายได้ ก็คงจะมีแค่เจิงจื่อโหยวแล้ว
“กริ๊งๆ !”
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ซูฮ่าวทำท่าทางมือให้เจิงจื่อโหยวแล้วก็เดินไปรับโทรศัพท์อีกด้านหนึ่ง
“ฮัลโหล ใครครับ?”
“คุณซู ผมคือหวางเฉิงเทียน ขอถามหน่อยตอนเที่ยงคุณว่างไหม? ผมอยากเชิญคุณมาทานอาหารที่บ้าน เพื่อแสดงความขอโทษที่ล่วงเกินคุณในเมื่อวาน!” ทางนั้นน้ำเสียงของหวางเฉิงเทียนดูให้ความเคารพมาก
เมื่อวานตอนเย็น เขาเข้าใจแล้วว่า อาการป่วยของผู้าุโของตระกูลมู่หรงถูกคนบางคนรักษาหายแล้ว ทั้งตระกูลมู่หรงล้วนฮือฮาและตื่นเต้นดีใจ ทั้งยังจัดงานเลี้ยงฉลองแล้ว
พูดถึงคนคนนี้ ตระกูลมู่หรงกลับไม่เปิดเผยต่อภายนอก ถึงเป็ลูกศิษย์ของตระกูลมู่หรงก็ตาม ก็ล้วนไม่รู้ มีแค่มู่หรงฉินกับสายตรงสองสามคนที่รู้
เขาก็ถือว่าคือคนที่รู้เื่ราว เพราะเมื่อวานตอนอยู่ที่ศาลาซวีสุ่ยหลาน มู่หรงฉินเคยเผยออกมาว่าซูฮ่าวรักษาอาการป่วยให้กับผู้าุโของตระกูลมู่หรง เห็นได้ชัดว่า คนที่รักษาอาการป่วยของผู้าุโของตระกูลมู่หรงสำเร็จก็คือซูฮ่าว
ก็พูดได้ว่า ตอนนี้ซูฮ่าวถือว่ากลายเป็ผู้มีพระคุณของตระกูลมู่หรงแล้ว สถานะก็ไม่ธรรมดา นี่ก็ทำให้เขายิ่งมั่นใจในความคิดที่จะตีสนิทกับซูฮ่าว
ซูฮ่าวชำเลืองมองเจิงจื่อโหยว และพูดตรงๆ ว่า “ตอนนี้ผมอยู่กับเพื่อนที่ผับ ตอนเที่ยงน่าจะไม่มีเวลา”
“ไม่เป็ไรครับคุณซู ตอนเย็นก็ได้ ผมได้ไปสืบมาแล้ว รู้เหตุผลแล้วว่าเมื่อวานทำไมพนักงานของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวถึงก่อเื่ รวมทั้งสายลับที่อยู่ในบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวบวกกับมือมืดที่อยู่เื้ัว่าเป็ใคร ผมหวังว่าจะมีโอกาสได้บอกเื่พวกนี้กับคุณ”
ซูฮ่าวได้ยินอย่างนี้แล้ว ในดวงตามีความเยือกเย็น และเปลี่ยนคำพูดทันที “ไม่ต้องรอตอนเย็น ผมอยู่ที่ผับหงเซ่อเหนียนหัว คุณหาคนมารับผม”
“ได้ครับ คุณซูรอสักครู่ ผมจะสั่งให้เสี่ยวหม่าเตรียมรถไปรับคุณทันที” หวางเฉิงเทียนที่อยู่ทางนั้นพยักหน้าอย่างให้ความเคารพ และวางสายแล้ว
เขารู้สึกมีความสุขจนน่าแปลก เพราะเขามองออกว่าซูฮ่าวให้ความสำคัญกับเื่ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว ดังนั้นจึงอยากตีสนิทกับซูฮ่าวโดยผ่านบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว
อีกด้านหนึ่ง ซูฮ่าวเก็บโทรศัพท์มือถือแล้ว ในดวงตาปรากฏความเยือกเย็น แต่ก็หายวับไปแล้ว
เขาเดินมาข้างๆ เจิงจื่อโหยว พบว่าสายตาของเ้าหมอนี่อยู่ที่พนักงานบางคน ในสายตายังคงมีความเร่าร้อนอย่างรำไร
“ทำไม? ชอบผู้หญิงคนนั้นหรือ?” ซูฮ่าวราวกับสังเกตเห็นความผิดปกติของเจิงจื่อโหยวแล้ว จึงถามพลางหัวเราะ
พนักงานคนนั้นที่เจิงจื่อโหยวมอง หน้าเด็ก มีความรู้สึกราวกับเป็น้องสาวข้างบ้าน และเหมาะที่จะเป็แฟนสาว
“ไม่ใช่ ฉันคิดว่าผู้หญิงที่อยู่ด้านหลังพนักงานคนนั้นไม่เลว”
“จริงหรือ?” ซูฮ่าวตะลึงงัน และเงยหน้ามองไปทางนั้น
เขาเห็นบนโต๊ะสุราที่อยู่ด้านหลังพนักงานมีผู้หญิงนั่งอยู่หนึ่งคน
ผมสั้นดำขลับที่เหมือนม้าพยศนั้นถูกแอร์พัด ใต้คอลงไปมีส่วนเว้าส่วนโค้งสวยสมบูรณ์แบบ เธอสวมเสื้อยืดสีขาวรัดรูปที่ห่อหุ้มเรือนร่างที่มีส่วนเว้านูนอย่างดงาม กางเกงยีนส์ขาสั้นรัดตัวหุ้มก้น ขาทั้งสองข้างเรียวยาวสวยงาม ั้แ่หัวจดเท้ามีสุนทรียะและความโดดเด่นที่ไม่ธรรมดาปล่อยออกมา
ข้างๆ หญิงสาวคนนั้นยังมีพวกพ้องอีกสองสามคน พวกเธอกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
หลังจากที่มองรูปโฉมของหญิงสาวคนนั้นแล้ว สีหน้าของซูฮ่าวก็อึมครึมทันที
เขารู้จักผู้หญิงคนนี้ เธอชื่อเจิ้งซือซือ ชาติก่อนก็เพราะเธอก่อเื่แล้ว เจิงจื่อโหยวเพื่อปกป้องเธอ ก็เลยถูกฟันจนตาย
หลังจบเื่ไม่ถึงหนึ่งวัน ผู้หญิงคนนี้ก็เปลี่ยนใจไปรักคนอื่น โถมเข้าสู่อ้อมอกของคนอื่น ราวกับั้แ่ต้นจนจบเจิงจื่อโหยวล้วนไม่เคยมีตัวตน โสเภณีชัดๆ
ซูฮ่าวสูดหายใจลึก และพูดตรงๆ ว่า “จื่อโหยว ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนดี ฉันไม่แนะนำให้นายเข้าไปยุ่ง”
“ผู้หญิงในตอนนี้ยังมีอีกหลายคนที่เป็คนดีหรือ?” เจิงจื่อโหยวจุดบุหรี่ และมองอย่างทะลุปรุโปร่ง
“ไป พี่เจิงจะพานายไปจีบสาว”
เจิงจื่อโหยวพูดจบก็ดับบุหรี่ และส่องหน้าจอโทรศัพท์เพื่อจัดผม เขาชี้นิ้วออกคำสั่งและเดินออกไปอย่างองอาจ
“นายนี่มัน … ” ซูฮ่าวฝืนยิ้ม และรู้ว่าเื่ที่เจิงจื่อโหยวตัดสินใจแล้วต่อให้มีวัวเก้าตัวก็ล้วนฉุดไม่อยู่ เขาจึงทำได้แค่ก้าวตามไปแล้ว
แต่ว่าภายในใจของเขามีการตัดสินใจแล้ว
ชีวิตของเขาวนเวียนอยู่ในความโดดเดี่ยวอ้างว้างมาค่อนข้างนาน และก็ไม่อยากมัวเมาอยู่ในโลกนี้คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวอีกแล้ว
เจิงจื่อโหยวคือเพื่อนที่แสนดีเพียงคนเดียวของเขา เขาไม่อยากให้โศกนาฏกรรมของชาติก่อนเกิดขึ้นกับอีกฝ่ายอีกครั้ง
ชาตินี้ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะต้องทำให้เจิงจื่อโหยวละทิ้งผู้หญิงอย่างเจิ้งซือซือให้ได้!
