เสียงรถที่แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านทำให้พัลลภที่กำลังนั่งอ่านหนังสือในห้องนั่งเล่นวางหนังสือในมือลงและชะโงกหน้ามองออกไปก็เห็นว่าเป็รถแท็กซี่วิ่งเข้ามาจอด และเมื่อประตูรถเปิดออกก็มีสาววัยรุ่นกระเตาะสองคนหน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะก้าวลงมา พร้อมกันนั้นคนขับรถก็รีบกุลีกุจอยกกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบให้ สองสาวพร้อมใจกันยื่นค่าโดยสารให้คนขับก่อนที่รถแท็กซี่จะบึ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
วันนี้เวฬุลีเดินทางไปสนามบินั้แ่เช้าตรู่เพื่อเดินทางไปต่างประเทศ บ้านก็เลยเหลือเพียงพัลลภอยู่คนเดียวและเขาก็ไม่ไปไหนเพราะต้องรอเด็กสาวสองคนอย่างที่ภรรยาได้ฝากฝังเอาไว้ว่าจะเดินทางมาถึงในตอนเช้า สักครู่ประตูบ้านก็เปิดออกพร้อมด้วยเด็กสาววัยสิบแปดย่างสิบเก้าสองคนที่ตาหน้าละม้ายเหมือนกันเดินเข้ามาในบ้าน และเมื่อพวกหล่อนเห็นพัลลภนั่งอยู่ในห้องรับแขกจึงยกมือไหว้พร้อม ๆ กัน
“สวัสดีค่ะ คุณอาพัลลภ”
พัลลภรับไหว้เด็กสาวทั้งสองแล้วยืนขึ้นอย่างเก้อเขิน ที่เป็เช่นนั้นเพราะเขาไม่ค่อยชินกับการที่มีสาวๆมาที่บ้านสักเท่าไหร่ และที่สำคัญเด็กสาวสองคนที่เขาเห็นตอนนี้เป็สาวลูกครึ่งไทยอเมริกันที่ตัวไม่ใหญ่มาก ผมสีทองทั้งคู่และหน้าตาสะสวยมากเสียด้วย เขาตะลึงไปชั่วขณะที่มองใบหน้าสย ๆ ทั้งสองของแฝดสาว ใบหน้าของหล่อนทั้งสองไม่ได้กระเดียดไปทางฝรั่งแต่เป็ส่วนผสมของไทยแท้และสายเือเมริกันที่ยิ่งดูก็ยิ่งสวย
“สวัสดีครับ...เอ้อ...นี่คือหนูจอยกับแจนที่คุณแม่ฝากให้มาอยู่กับอาใช่ไหมครับ?”
“ใช่ค่า”
สาวแฝดทั้งสองพยักหน้าและพูดพร้อมกัน ทั้งสองยิ้มกริ่มกับท่าทีเ้าของบ้านซึ่งเป็หนุ่มใหญ่แต่หน้าตาดีเหมือนเด็กหนุ่มที่ยังฟ้อหล่อเฟี้ยว
“หนูชื่อจอยนะคะ ส่วนนี่แจนค่ะ เราเป็ฝาแฝดกัน หน้าตาเหมือนกันมากแต่ก็มีที่ให้แยกแยะนะคะคุณอา”
จอยพูดแนะนำตัวเสียงหวาน พัลลภมองแฝดสาวทั้งสองก็เห็นว่าแม้จะคล้ายจนเกือบเหมือนทั้งรูปร่างอวบอิ่มอย่างสาวลูกครึ่งไทยฝรั่งและผมสีน้ำตาลอ่อนเป็ประกายสีทองแต่ก็มีส่วนต่าง เพราะจอยหน้าจะเรียวรูปไข่และเขาแอบเห็นรอยสักเล็ก ๆ ที่ต้นคอของหล่อน ส่วนแจนจะอวบอิ่มกว่าและใบหน้าอิ่มกว่าเล็กน้อย อย่างน้อยก็มีรอยสักให้แยกแยะล่ะน่าว่าใครเป็ใคร
“เอ้อ...อาต้องขอดทษที ดุซี เสียมารยาทจังเลยแขกมาถึงบ้านแล้วยังไม่เชิญให้นั่ง”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะคุณอาขา”
ทั้งสองหันมองหน้ากันและยิ้มให้กัน ทำให้พัลลภรู้สึกว่าบ้านที่เงียบเหงาดูมีชีวิตชีวาขึ้นเพราะสาวสวยสองคนดูเปล่งปลั่งสมวัย จอยกับแจนนั่งลงตามคำเชิญเ้าของบ้าน สองสาวแต่งตัวเหมือนกันคือสวมชุดกระโปรงลูกไม้แต่คอคว้านลึกทำให้เห็นเนินอกโผล่ออกมารำไร พัลลภเผลอมองเพราะอกของทั้งสองอิ่มและใหญ่ล้นออกมา แต่เขาก็พยายามคิดว่าเป็ธรรมดาของเด็กสาวที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศมาก่อน การแต่งกายอาจจะไม่ค่อยรัดกุมเท่าไรนัก เขายิ้มให้และถามว่า
“แล้วนี่จะมาพักที่นี่กี่วันล่ะจ๊ะ?”
“ก็ประมาณสองสามวันน่ะค่ะคุณอา คุณแม่จะมารับพวกเรากลับต่างประเทศเพราะต้องหาที่เรียนต่อ แล้วนี่คุณอาอยู่คนเดียวเหรอคะ”
แจนเป็ฝ่ายถาม พัลลภเริ่มจดจำแฝดสาวทั้งสองและแยกแยะพวกหล่อนได้จากรอยสักรูปผีเสื้อเล็ก ๆ
“ครับ...อาอยู่คนเดียวเพราะภรรยาของอาไปต่างประเทศ คงประมาณสัปดาห์กว่า ๆ ถึงจะกลับ”
“อยู่คนเดียวคงเหงาแย่เลยนะคะ ตอนแรกเราคิดว่าคุณอาจะอายุสักห้าสิบน่ะค่ะ แต่พอได้พบตัวจริงแล้วคุณอายังหนุ่มมากเลยนะคะ”
จอยพูดและส่งสายตาวับวามให้อดีตนายทหารหนุ่มใหญ่ที่หน้าเป็สีเข้มขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เด็กสาวสองคนนี้สวยและน่ารักมากกว่าที่เขาคิดไว้แถมยังส่งสายตาขี้เล่นมาให้เขาด้วย แต่พัลลภต้องพยายามข่มใจเพราะจริง ๆ แล้วนิสัยของเขาชอบเด็กสาววัยกระเตาะขนาดนี้
“ขอบคุณมากครับ แล้วนี่เดินทางกันมาได้ทานอะไรกันหรือยังครับ?”
“เรียบร้อยแล้วล่ะค่ะคุณอา จอยกับแจนไม่ปล่อยให้ตัวเองหิวเป็อันขาด เพราะพวกเราเอนจอยกับการกิน...มาก”
บทที่ 4
ทั้งสองสาวฝาแฝดต่างพูดจาฉาดฉานมาก แต่สิ่งที่ดึงดูดพัลลภมากกว่านั้นคือรูปร่างของสองสาวที่มันอวบอิ่มและใหญ่เกินวัย สองสาวเป็ลูกครึ่งที่ก็เป็ธรรมดาว่าร่างใหญ่กว่าสาวไทยทั่วไปอยู่แล้ว แต่หน้าตาสะสวยบวกกับทรวดทรงองเอวที่เกินกว่าสาววัยสิบแปดทำให้หนุ่มใหญ่แอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอเสียหลายหน
