เฉินเจี้ยนสยงไม่เหมือนคนอื่นๆ ที่สิ้นหวังไปแล้ว เพราะเขายังคงสงบนิ่งแม้อยู่ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้
“ใจเย็นๆ สักหน่อยเถอะ!”
เสียงของเขาลอยเข้าหูทุกคน มันเป็การกระบวนการส่งเสียงไปยังผู้มีระดับพลังสูงของตระกูลถังและวิหารดาบ์ในเวลานี้
ผู้าุโตระกูลถังสายตรงเป็ชายชราที่มีระดับพลังหนึ่งร้อยปี เขาพิงกำแพงขณะหลั่งเหงื่อเย็น เมื่อได้ยินเฉินเจี้ยนสยงก็เงยหน้าและเหลือบตามอง ก่อนขยับกายเหินร่างไปอยู่ข้างๆ เฉินเจี้ยนสยงอย่างรวดเร็ว เขาตระหนักได้ว่าตอนนี้พวกเขาควรเกาะกลุ่มกันจึงจะมีชีวิตรอดออกไป
ขณะที่ชายชราผู้มีระดับพลังแปดสิบปีทั้งสองคนของวิหารดาบ์ก็ยืนหันหลังชนกันและมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง แต่ในใจตื่นตระหนก เพราะพวกเขารู้ว่าต่อให้ร่วมมือกันก็ไร้ประโยชน์ที่จะจัดการแมงมุมดำั์ตัวนั้น
ส่วนผู้ฝึกวรยุทธ์ก็เหลืออยู่เพียงยี่สิบคน
“ใช้ของสิ่งนั้นแล้วไปที่ทะเลเพลิงข้างหน้าซะ”
เฉินเจี้ยนสยงเยือกเย็นมาก เขาบอกผู้าุโของตระกูลถังเกี่ยวกับความคิดของตน
ั์ตาผู้าุโตระกูลถังเกิดประกายวาบ ก่อนพยักหน้าช้าๆ ทำตัวให้เงียบที่สุด แล้วส่งสัญญาณให้คนตระกูลถังที่เหลือเข้าไปใกล้เปลวเพลิง
จี๊ดๆ!
ทันใดนั้นเงาดำก็พุ่งเข้าหาผู้าุโทั้งสองคนของวิหารดาบ์ที่ยืนหันหลังชนกัน ขาแมงมุมดำที่ทั้งหนาและแข็งทั้งแปดขาราวกับใบมีดคมกริบที่สุดในโลกตวัดใส่ชายชราทั้งสองคน
“เดรัจฉาน ช่างกล้านัก!”
เฉินเจี้ยนสยงแทบจะโต้ตอบในทันที เขากำมือสองข้างแน่นเป็หมัด พลังปราณภายในร่างกายพุ่งกระจายออกไปโดยเล็งไปยังทิศทางของแมงมุมั์สีดำ ด้วยวิชาหมัดปัดป้องของตำหนักไท่จี๋
พลังปราณอันเกรี้ยวกราดผ่านอากาศเย็นชื้นของโถงทางเดินและกระแทกถุงพิษของแมงมุมดำั์ขณะที่มันกำลังลอบโจมตี
ฉึก!
ขาแหลมคมราวกับโลหะของมันแทงทะลุผู้าุโคนหนึ่งของวิหารดาบ์ แต่ถุงพิษของมันก็ยังถูกโจมตีอย่างหนักโดยเฉินเจี้ยนสยง พลังทำลายล้างที่น่ากลัวทำให้ถุงพิษของมันแกว่งไปมา แต่สุดท้ายก็ต้านไว้ได้ ด้านระดับพลัง แมงมุมดำั์ตัวนี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเฉินเจี้ยนสยงนัก!
ไม่ต้องพูดถึงวิธีการต่อสู้อื่นๆ เลย แม้แต่ท่าขี่ม้าของเฉินเจี้ยนสยงก็ตามไม่ทัน แน่นอนว่าเฉินเจี้ยนสยงเชื่อว่าตนเป็มนุษย์และศัตรูเป็เพียงแมงมุมเท่านั้น เขาจึงมั่นใจว่าจะเอาชนะมันได้ด้วยสติปัญญาที่เหนือกว่า
“ทุกคนวิ่งตรงไปข้างหน้าเพื่อล่อมันเร็ว!”
เฉินเจี้ยนสยงส่งเสียงบอกแผนการแก่ผู้ฝึกวรยุทธ์ระดับสูงที่อยู่รอบด้านอีกครั้ง สำหรับผู้ที่มีระดับพลังต่ำเขาไม่แม้แต่สนใจ
ขณะเดียวกัน เหล่าผู้มีระดับพลังสูงจากทั้งสามสำนักใหญ่ก็วิ่งไปทางทะเลเพลิง ขณะที่เฉินเจี้ยนสยงไม่ยอมอยู่ด้านหลัง เร่งวิ่งเพื่อไปอยู่ข้างหน้าสุด คนที่เหลือซึ่งมีระดับพลังไม่สูง เมื่อเห็นผู้คนวิ่งไปข้างหน้าแน่นอนว่าก็วิ่งตามกันไปติดๆ
“ไอ้บ้าเอ๊ย รนหาที่ตายชัดๆ!”
ชายชราของวิหารดาบ์เห็นว่าเพื่อนของตนเองที่อยู่ด้วยกันมาเกือบค่อนชีวิตถูกแมงมุมั์สีดำแทงทะลุอกจนเืสีแดงสดไหลทะลัก เบิกตากว้างจนแทบถลนก่อนคว้าดาบที่อยู่ด้านหลัง และใช้เพลงดาบ์วายุคลั่ง
แมงมุมั์สีดำตัวนั้นว่องไวมาก ขาแหลมคมตัดร่างชายชราจากวิหารดาบ์ตรงหน้าที่ใช้ดาบ์วายุคลั่ง เืสีแดงสดสาดกระจาย แต่เพลงดาบ์วายุคลั่งก็ถูกส่งไปที่แมงมุมดำั์
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นในโถงทางเดินที่มืดสลัว ผิวของแมงมุมดำต้านทางเพลงดาบ์วายุคลั่งของชายชราที่มีระดับพลังแปดสิบปีของวิหารดาบ์ไว้ได้ และไม่แม้แต่จะได้รับความเสียหาย มันตวัดขาอันแหลมคมสีดำสังหารชายชราได้ในครั้งเดียว ทั้งยังหยุดเพลงดาบได้ในพริบตาอีกด้วย
บุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในวิหารดาบ์ทั้งสองคนต่างก็ถูกสังหารไปหมด ศิษย์ที่เหลือจึงใกลัวจนแทบเสียสติ รู้เพียงว่าต้องวิ่งตามเฉินเจี้ยนสยงไป เขามองไปยังศิษย์ที่เหลืออยู่ของวิหารดาบ์ ร่องรอยความเกลียดชังปรากฏขึ้นในดวงตา
หากไม่ใช่เพราะครั้งนี้เป็เื่สำคัญ เขาจะร่วมมือกับฝ่ายชั่วร้ายนั้นได้อย่างไร?
หากต้องสังเวยคน พวกศิษย์วิหารดาบ์เหล่านี้ก็เป็ตัวเลือกที่ดีนัก
เฉินเจี้ยนสยงตัดสินใจแผนการแล้ว และพลันพบว่าแมงมุมั์สีดำที่ตามมาเื้ัหายไป แน่นอนว่ามันต้องแอบไล่ตามจากมุมใดมุมหนึ่งที่เราไม่รู้
“ระวังตัวด้วย! พอมันปรากฏตัว ก็ใช้พลังอันแข็งแกร่งที่สุดจัดการมันซะ!”
ขนตามร่างกายของเฉินเจี้ยนสยงตั้งชัน เมื่อเข้าสู่่เวลาน่าขนหัวลุก แต่เขาวิ่งไม่หยุดไปทางที่เปลวเพลิงพวยพุ่งออกมา
ใกล้แล้ว
อีกหนึ่งร้อยเมตร
อีกห้าสิบเมตร
จุดหมายอยู่ข้างหน้า แต่แมงมุมสีดำก็ยังไม่ปรากฏตัว
“ตาฉันล่ะ!”
เฉินเจี้ยนสยงไม่ได้สังเกตถึงร่องรอยใดๆ ของแมงมุมที่พุ่งโจมตี เวลานี้เขาะโก้อง สั่งให้ศิษย์ตำหนักไท่จี๋และตระกูลถังที่อยู่รอบๆ ได้ยิน สีหน้าแสดงออกอย่างเคร่งขรึมแต่ท่าทางสง่า
เมื่อคนอื่นๆ ได้ยินเช่นนั้นก็อดใไม่ได้ แมงมุมตัวนั้นยังไม่ปรากฏตัว แล้วทำไมต้องลงมือกับเขากันล่ะ? พวกเขาเร่งรีบไปบริเวณที่เปลวเพลิงพวยพุ่งออกมา หากยังไม่หยุดล่ะก็เกรงว่า... อย่างไรก็ตามใน่เวลาสำคัญเช่นนี้ พวกเขาก็ยังคงเชื่อคำพูดของเฉินเจี้ยนสยง
ศิษย์ตำหนักไท่จี๋ใช้วิชาหมัดตำหนักไท่จี๋ ผู้แข็งแกร่งที่มีระดับพลังหกสิบเจ็ดสิบปีต่างสามารถปลดปล่อยยอดฝีมือระดับพลังปราณออกมาได้ ม้าป่าพองขน กระเรียนขาวสยายปีก ชกกกหู หมัดปัดป้อง... ซึ่งเล็งตรงไปยังเฉินเจี้ยนสยงที่กำลังยืนอยู่!
แต่คนของตระกูลถังกลับเร็วกว่า
มีดสั้นและกระบี่สั้นปรากฏในมือขณะเคลื่อนไหวร่างกาย จากที่ห่างออกไปหลายสิบเมตรก็เข้าใกล้จนพอจะลอบสังหารเฉินเจี้ยนสยงอย่างรุนแรงได้ พลังปราณแข็งแกร่งสิบสายตวัดเข้าที่จุดของเฉินเจี้ยนสยงในพริบตา ภาพเหตุการณ์นี้จะไม่ปรากฏให้ผู้ที่มีระดับพลังปราณค่อนข้างต่ำและไม่สามารถปล่อยพลังปราณให้ได้เห็น มันจึงดูค่อนข้างแปลกประหลาด ดังนั้นจึงไม่รู้เลยว่าทำไมพวกเขาถึงต้องโจมตีเฉินเจี้ยนสยง?
แต่ไม่ช้าพวกเขาก็รู้เหตุผล ขณะการโจมตีเข้าใกล้เฉินเจี้ยนสยง เงาร่างสีดำขนาดใหญ่ก็ห้อยลงมาจากเบื้องหน้าของเฉินเจี้ยนสยง ขาแหลมสีดำของมันแทงทะลุเฉินเจี้ยนสยงด้วยความเร็วดุจสายฟ้า!
เฉินเจี้ยนสยงแค่นเสียง ดีที่เขาเตรียมตัวมาก่อน และคาดการณ์ว่ามันจะเคลื่อนไหวโจมตีเขาในเวลานี้
พลังฝ่ามือพลิกฟ้าดิน!
พลังปราณของเฉินเจี้ยนสยงโคจรไปที่ฝ่ามือทั้งสองข้างจนเกิดโล่พลังปราณแบบพิเศษปกคลุมรอบตัวเขา ขณะเดียวกันก็สะบัดฝ่ามืออยู่ในอากาศ กำลังภายในนี้สามารถจัดการเหล่าผู้ฝึกวรยุทธ์ได้อย่างง่ายดาย
พลังนี้ทำให้ใบหน้าของเฉินเจี้ยนสยงบิดเบี้ยวเล็กน้อยจากการถูกโจมตี อย่างไรก็ตามเขากัดฟันทนแล้วกลิ้งมาอีกด้าน ขณะกลิ้งอย่างรุนแรงทันใดนั้นก็ปรากฏร่างของแมงมุมดำั์โผล่มา
จากนั้นฝ่ามือทั้งสองข้างก็รวบรวมพลังปราณของทุกคนและเล็งตรงไปที่แมงมุมั์สีดำ
“ทุกคนถอยไปให้หมด!”
เฉินเจี้ยนสยงะโเสียงดังลั่น เขาไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติมอีก วิชาของตำหนักไท่จี๋ที่ใช้ตอนนี้ เขารู้จักมันอย่างดี
พลังปราณที่รวบรวมมาจากทุกคนที่โจมตีอย่างแรง ส่งมาเพื่อจัดการเ้าแมงมุมตัวนั้นผ่านทางเขา ด้วยพลังที่น่ากลัวทำให้มันส่งเสียงร้องประหลาดดัง ‘จี๊ด’ ออกมา จากนั้นร่างขนาดใหญ่ของมันก็ไม่อาจยืนได้อย่างมั่นคง และถูกฝ่ามือของเฉินเจี้ยนสยงที่อยู่เบื้องหน้าผลักเอาไว้
ตูม!
เปลวเพลิงพวยพุ่งออกมาจากสองข้างทางจนลุกท่วมร่างขนาดใหญ่ของแมงมุมสีดำในชั่วพริบตา
