กันคังอ้างกฎของสำนักมาพูดสั่งสอน อย่าว่าแต่พันเทาเลย ต่อให้ท่านปู่ของเขามาเองก็ต้องจนปัญญาไม่ต่างกัน
ทว่าผู้ที่รู้เื่ราวภายในกลับรู้ดีว่าคำพูดประโยคนั้นของเขาล้วนออกมาจากใจที่เห็นแก่ตัว
หอหลิงเป่าเผชิญภัยพิบัติเช่นนี้ ผู้ที่พยายามแอบหนีออกไป ไม่ได้มีเพียงแค่พันเทาเท่านั้น
เจิ้งรุ่ยและลูกหลานของผู้าุโคนอื่นๆ เวลานี้ก็คิดหนีตีจากด้วยวิธีการของพวกเขาเอง ไม่ยินดีมาตายอยู่ที่นี่
กันคังไม่สนใจคนอื่น เอาแต่จ้องที่พันเทา ทว่ากลับไม่ได้คิดเล่นงานเขา
เป้าหมายที่แท้จริงของเขาคือเนี่ยเทียน และพี่น้องตระกูลอัน!
แม้แต่หลิวเหยี่ยนเองก็ยังเข้าใจได้อย่างทะลุปรุโปร่งว่าหากเนี่ยเทียนไม่ได้ไปยุ่งเื่ชาวบ้าน ไม่ได้รับอันซืออี๋ไว้เป็พี่สาวบุญธรรม กันคังย่อมไม่มีทางมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน
อันซืออี๋เองก็เข้าใจดี หากนางตอบรับกันคัง ยอมเป็ภรรยาของเขา ตอนนี้นางและน้องสาวอาจถูกกันคังพาออกไปจากหอหลิงเป่านานแล้ว
“ผู้าุโกัน พวกเราอารามเสวียนอู้ไม่ได้มีเื่กับท่านกระมัง?” เจิ้งปินขมวดคิ้ว กล่าว “ความขัดแย้งระหว่างท่านและคนอื่น พวกเราอารามเสวียนอู้ไม่คิดยื่นมือเข้าแทรก ให้พวกเราผ่านไปได้หรือไม่?”
คนหลายคนของอารามเสวียนอู้มองกันคังตาปริบๆ ต่างก็มีสีหน้าร้อนรน
เวลานี้ ในหุบเขาของหอหลิงเป่า ผู้แข็งแกร่งของสำนักโลหิตไล่ฆ่าแขกที่มาเยือนไปทั่วทุกแห่ง กำลังต่อสู้กับคนของสำนักหลิงและหอเป่าอย่างดุเดือด
ไม่ว่าจุดใดก็ตามในหุบเขาล้วนไม่ปลอดภัย ต่างก็มีการต่อสู้เกิดขึ้น
ตรงหน้าประตูสำนัก ผู้แข็งแกร่งสำนักภูตผีที่เฝ้าด้านนอกอยู่นานแล้วต่างก็พากันเฮโลเข้ามาเป็จำนวนมาก ทำให้พวกช่างหลอมอาวุธของสำนักหลิงและหอเป่าขมขื่นจนพูดไม่ออก
พวกเขาทั้งกลุ่มเดินทางกันมาดีๆ ตลอดทาง แต่เพราะพี่น้องตระกูลอัน กลับทำให้อูซิ่งและหญิงชราเวิงต้องตกอยู่ในอันตราย
การที่อูซิ่งและหญิงชราเวิงยอมอยู่รั้งท้ายเพื่อสกัดกั้นคนเ่าั้ก็เพราะหวังให้พวกเขาเดินทางมาที่นี่สำเร็จ อาศัยเส้นทางที่ซุกซ่อนอยู่ในูเาหิน หนีห่างไปจากหอหลิงเป่าได้อย่างปลอดภัย
ใน่เวลาสำคัญอย่างนี้ กันคังมายืนขวางอยู่หน้าปากถ้ำ ไม่ยอมให้ใครเหยียบย่างเข้าไป ไม่ต้องสงสัยเลยว่านั่นย่อมเป็การกั้นขวางโอกาสมีชีวิตรอดของพวกเขาทุกคน
กว่าจะมาถึงที่นี่ได้ไม่ใช่เื่ง่าย พวกเจิ้งปินที่รู้ว่าที่นี่มีเส้นทางที่จะนำไปสู่ความปลอดภัย รู้ดีว่าหากหันกลับไปตอนนี้ ความหวังที่จะหนีออกไปจากหอหลิงเป่าได้สำเร็จนั้นก็จะเหลือเพียงน้อยนิด
ในใจเขาแอบด่าที่เนี่ยเทียนเข้าไปสอดเื่ชาวบ้าน ทำให้ทุกคนต้องมาซวยกันหมด แต่ปากกลับพูดอ้อนวอนไม่หยุด
“ไม่ได้ก็คือไม่ได้!” กันคังใบหน้าเคร่งขรึม “ใครมาก็ไม่ได้ทั้งนั้น! ต่อให้เป็อูซิ่งและหญิงชราเวิงมาที่นี่ ข้าก็ยืนกรานดังเดิม!”
เขาโบกมือ เร่งเร้าอย่างหงุดหงิด “หากพวกเ้าคิดจะจากไปก็รีบเปลี่ยนเส้นทางซะ อย่ามัวมาเสียเวลาอยู่ที่นี่!”
เขามองพี่น้องอันซืออี๋อีกหนึ่งครั้ง แค่นเสียงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ส่วนพวกเ้าห้ามไปไหนทั้งนั้น พวกเ้าเป็คนของสำนักหลิงก็ต้องอยู่ร่วมเป็ร่วมตายกับสำนัก!”
เขาแค่ชี้ไปที่พี่น้องอันซืออี๋ แต่กลับไม่ได้ชี้ไปยังพันเทา
มาถึงเวลานี้ ทุกคนล้วนมองออกว่ากันคังจงใจสร้างความลำบากใจให้กับทุกคน และก็รู้ว่านอกจากบุกเข้าไปแล้ว ก็ไม่มีวิธีอื่นที่จะทำให้ได้เข้าไปในถ้ำหินอีก
“ฟิ้ว!”
และเวลานี้เอง มีเงาร่างสามร่างเยื้องกรายมาเยือนอย่างเงียบเชียบ
ผู้นำก็คือล่ายอี้ที่นำเกราะัเพลิงมาฝากขายที่สำนักหลิงเป่า เมื่อล่ายอี้ลงมาถึงพื้นก็เหลือบมองเนี่ยเทียนหนึ่งครั้ง กล่าว “ก่อนจะจากไป เอาเกราะัเพลิงและแกนเืคืนมาเสีย”
“ล่ายอี้ เหตุใดพวกเ้าถึงเพิ่งจะมาเอาตอนนี้?” กันคังอึ้งไปอย่างเห็นได้ชัด
“ถูกคนของสำนักโลหิตถ่วงเวลาเอาไว้” ล่ายอี้ที่มาจากต่างแดนพยักหน้าให้เขาน้อยๆ กล่าว “พี่กัน หากเ้า้าผู้หญิงคนนั้น ข้ามีวิธีที่ง่ายที่สุด”
เขาแสยะปากแล้วเสนอความคิดเห็น “ฉุดไปเลยก็สิ้นเื่”
“พี่กัน! หอหลิงเป่าเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นนี้ ต่อให้วันหน้ายังมีชีวิตอยู่ในอาณาจักรหลีเทียนก็ต้องสูญเสียพลังชีวิตมหาศาลอยู่ดี” อีกคนหนึ่งที่มาจากต่างแดนเช่นกันกล่าวแนะนำด้วยน้ำเสียงจริงใจ “เ้าอยู่ในหอหลิงเป่าจะต้องถูกฝางฮุยกดหัวอยู่ตลอดเวลา ยากที่จะกลายมาเป็ช่างหลอมอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุด แบบนี้ก็สู้ไปจากหอหลิงเป่า ออกไปจากอาณาจักรหลีเทียนไม่ดีกว่าหรือ”
“เ้าวางใจได้ ทุกอย่างที่เ้ามีในหอหลิงเป่าวันนี้ นายท่านของพวกเราล้วนมอบให้เ้าได้เช่นกัน”
“ด้วยความรู้ในการหลอมอาวุธของเ้า เมื่อไปถึงที่ของพวกเรา ต่อให้สร้างสำนักหลอมอาวุธขึ้นมาใหม่ก็ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้”
ล่ายอี้เองก็กล่าวว่า “พี่กัน หอหลิงเป่าถูกกำหนดมาให้พังพินาศแล้ว เ้าไปกับพวกเราดีหรือไม่เล่า?”
ผู้ฝึกลมปราณต่างแดนสามคนที่มาใหม่เอ่ยเกลี้ยกล่อมให้กันคังไปจากหอหลิงเป่าอย่างไม่อ้อมค้อมโดยไม่ยี่หระสิ่งใด
เนี่ยเทียนและพวกหลิวเหยี่ยน รวมถึงพันเทาต่างก็อึ้งงันกันไปทันที
“ผู้าุโกัน! ที่แท้ที่ท่านปรากฏตัวอยู่ที่นี่ก็เพื่อคุ้มครองนำส่งให้พวกเขาจากไปโดยเส้นทางนี้นี่เอง!” พันเทาฟังอยู่ครู่หนึ่งจึงเข้าใจขึ้นมาโดยพลัน “ท่านไม่อนุญาตให้พวกเรายืมใช้เส้นทางนี้ แต่กลับอำนวยความสะดวกให้กับช่างหลอมอาวุธจากต่างแดน ท่านยังกล้ามาพูดจาตำหนิพวกเราอีกหรือ?”
หลิวเหยี่ยนเองก็มีสีหน้าไม่เป็มิตร “ผู้าุโกัน ไม่ว่าจะอย่างไรพวกเราสี่สำนักก็ล้วนเป็พันธมิตรกัน พวกเขาที่เป็คนต่างแดนสำคัญตรงไหน? เ้าจะเปิดทางให้พวกเขา แต่กลับขัดขวางไม่ให้พวกเราเข้าไปข้างในเพราะจุดประสงค์ใดกันแน่?”
ทุกคนของอารามเสวียนอู้ต่างก็พากันด่าประณาม
เนี่ยเทียนเข้าใจสถานการณ์แน่ชัด แต่กลับไม่ได้พูดแทรก ทว่าลูบคลำกำไลเก็บของโดยไม่รู้ตัว ในใจพึมพำกับตัวเอง “เกราะัเพลิง แกนเื คนผู้นั้นหมายความว่าอย่างไร?”
กันคังที่ถูกทุกคนประณามสีหน้านิ่งสนิทดุจผิวน้ำ ในใจคล้ายกำลังดิ้นรนหาคำตอบไม่ได้
การดิ้นรนของเขาไม่เกี่ยวข้องกับคำตำหนิของพวกหลิวเหยี่ยน พันเทา แต่กำลังลังเลว่าควรจะทิ้งทุกอย่างในอาณาจักรหลีเทียน และฉวยโอกาสนี้หนีเอาตัวรอดไปดีหรือไม่
“พี่กัน! เวลามีไม่มากแล้ว อย่ามัวลังเลอยู่เลย!” ล่ายอี้หันกลับไปมองความเคลื่อนไหวของผู้แข็งแกร่งสำนักโลหิตที่ห่างออกไปไกล กล่าวด้วยความร้อนใจอย่างเห็นได้ชัด “เ้าควรรู้ดีว่าเมื่อผ่านศึกครั้งนี้ไป หอหลิงเป่าย่อมต้องาเ็สาหัส หอเป่าที่เ้าอยู่ อย่างไรเ้าก็เป็ได้แค่ช่างหลอมอาวุธระดับสูงคนที่ห้าเท่านั้น สิทธิ์เสียงการพูดของเ้าในหอเป่ามีน้อยนิดยิ่งนัก”
“มีเพียงเ้าจากไป ถึงจะได้ศึกษาวิถีแห่งการหลอมอาวุธอย่างลึกซึ้งมากขึ้น อีกอย่าง... วิถีแห่งการหลอมอาวุธของเ้าก็ใช่ว่าจะได้รับการยอมรับจากคนอื่นๆ ในหอเป่า!”
ล่ายอี้พูดเกลี้ยกล่อมด้วยความร้อนรน
กันคังที่เงียบงันอยู่นานได้ยินมาถึงตรงนี้ ในที่สุดก็ตัดสินใจได้ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง กล่าวกับล่ายอี้ “พาผู้หญิงคนนั้นไปให้ข้าด้วย” เขาชี้ไปที่อันซืออี๋
กล่าวจบเขาก็หมุนตัวกลับ ไม่แม้แต่จะหันมามองพวกหลิวเหยี่ยน พันเทา หรือเนี่ยเทียน คล้ายรู้สึกว่าเมื่อมีพวกล่ายอี้สามคนอยู่ด้วย เขาย่อมต้องได้ในสิ่งที่ปรารถนาอย่างง่ายดาย
“ตกลง!” ล่ายอี้พยักหน้า ชี้นิ้วไปที่อันซืออี๋ บอกเป็นัยให้คนผู้หนึ่งที่อยู่ข้างกายเขาลงมือ
“ตามพวกเราไป” คนผู้นั้นรีบเดินเข้าหาอันซืออี๋ ดวงตาของเขามีหมอกควันสีดำเป็กลุ่มๆ โอบล้อม ปราณเย็นเยียบวังเวงคล้ายกลายมาเป็พันธนาการที่มองไม่เห็นตรงเข้ามาปกคลุมอันซืออี๋เอาไว้
“ขอบเขตต้น์!” หลิวเหยี่ยนหน้าเปลี่ยนสี
และเวลานี้เอง ร่างของล่ายอี้พลันขยับแฉลบแวบมาอยู่ข้างกายเนี่ยเทียน คว้าจับกำไลเก็บของบนข้อมือของเนี่ยเทียนอย่างไม่เกรงใจ “ข้า้าแค่เกราะัเพลิงและแกนเืเท่านั้น คืนมาให้ข้าเสียดีๆ แล้วข้าจะไว้ชีวิตเ้า” เขากล่าวเสียงเ็า
“บัดซบ! เขตสามัญ!” หลิวเหยี่ยนตะลึงพรึงเพริด เขารีบกล่าว “เนี่ยเทียน! รีบคืนกำไลเก็บของให้เขาไป!”
เนี่ยเทียนพลันตัวสั่นเยือก เขามองไม่เห็นความเคลื่อนไหวที่ชัดเจนของล่ายอี้ รอจนสังเกตเห็นอีกครั้งก็พบว่าล่ายอี้อยู่ประชิดตัวเขาแล้ว อีกทั้งยังยื่นมือมาคว้าแขนเขาเอาไว้ด้วย
เวลานี้ เสียงตวาดของหลิวเหยี่ยนถึงได้ดังขึ้น
“เขตสามัญ!” เขาเองก็ใจนหน้าถอดสีเช่นกัน รู้ดีว่าระหว่างตนและล่ายอี้ห่างชั้นกันไกลจนเทียบไม่ติด เขาถอดกำไลข้อมือเก็บของออกมาอย่างเด็ดเดี่ยว ขณะที่ถอยกรูดก็โยนมันไปทางล่ายอี้
ทว่า วินาทีที่กำไลเก็บของหลุดออกมานั้น เขากลับกำกระดูกสัตว์ซ่อนไว้กลางฝ่ามือ
“ถือว่ารู้อะไรควรไม่ควร” ล่ายอี้พยักหน้า เอื้อมมือคว้ากำไลเก็บของของเขา
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนใช้ความเร็วที่เร็วที่สุดย้ายตัวไปยังทิศทางที่เดินมาแล้วะโเสียงดัง “กันคังแห่งหอเป่าอยู่ที่นี่! ช่างหลอมอาวุธระดับสูงคนที่ห้าของหอเป่าพยายามหนีไปจากหอเป่า คิดจะหนีไปยังอาณาจักรห่างไกล!”
ผู้แข็งแกร่งของสำนักโลหิตที่กำลังไล่ฆ่าแขกผู้มาเยือนอยู่รอบด้าน พอได้ยินเสียงะโจากทางฝั่งนี้ก็พากันหันมาให้ความสนใจ
คนมากมายคำรามเข้ามาหา
กันคังที่เข้าไปในถ้ำแล้วได้ยินเสียงะโของเนี่ยเทียนสีหน้าจึงพลันมืดคล้ำ กล่าว “ในเมื่อตัดสินใจว่าจะจากไปแล้ว ข้าก็ไม่กลัวจะล่วงเกินตาเฒ่าอูอีก เ้าเด็กนั่น... ฆ่ามันทิ้งซะ!”
ล่ายอี้ที่รับกำไลเก็บของมาแล้วใช้จิตััตรวจสอบดูจึงเดือดดาลขึ้นมาทันควัน “ไอ้เด็กเวร! บังอาจปั่นหัวข้า เ้ารนหาที่ตายแล้ว!”
“ทางนั้น!”
“ทางนั้นมีคนอยู่เยอะ!”
ผู้แข็งแกร่งหลายคนของสำนักโลหิตถูกเสียงะโของเนี่ยเทียนดึงดูดได้สำเร็จ จึงพากันทยอยปรากฏตัว
-----
