เมื่อผ่านพ้นค่ำคืนที่ทุกคนได้นอนบนฟูกนิ่ม ๆ ในห้องนอนที่แสนสบาย หลังมื้ออาหารที่ยังไม่ทันย่อยพ่อบ้านคนใหม่ที่อวิ๋นซีเพิ่งซื้อตัวจากร้านค้า ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงานด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
แฮ่ก ๆ ๆ “นายท่านผู้เฒ่าเกิดเื่ใหญ่ที่หน้าประตูแล้วขอรับ”
“เื่ใหญ่อันใดของเ้าหรือฉือหลินถึงได้ทำท่าตกอกใถึงเพียงนี้” ผู้เฒ่าจางถามกลับพ่อบ้านกับการรายงานของเขา
“อึก คือที่หน้าประตูยามนี้มีคนกลุ่มหนึ่งบอกว่า้าเข้าพบผู้นำตระกูลจาง เพราะพวกเขามาตามใบประกาศที่ติดไว้ตามหัวเมืองต่าง ๆ ขอรับ” พ่อบ้านฉือหลินรายงานด้วยความงุนงงเช่นกันว่าตระกูลจางมีการติดประกาศั้แ่เมื่อใด
พอได้ยินการรายงานของพ่อบ้านฉือหลินเกี่ยวกับคนกลุ่มหนึ่งที่มาตามการติดใบประกาศ เ้าของความคิดก็เข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่าด้านนอกกำแพงคือผู้ใด
“อ้อ ท่านตาเ้าคะซีซีรู้แล้วว่าเป็เื่อันใดคนกลุ่มนี้คงเป็นายช่างที่เห็นประกาศของซีซี จึงได้เดินทางมาพบพวกเราที่นี่เพื่อพูดคุยเจรจาเกี่ยวกับการเป็คู่ค้าน่ะเ้าค่ะ”
“ใช่แล้วเพราะระหว่างทางซีซีให้คนติดประกาศตามตำบล อำเภอและเมืองต่าง ๆ ที่เดินทางผ่าน การรับสมัครคู่ค้าก็ถือว่าเป็การขายกิจการของเราอีกทางหนึ่ง ซึ่งมันจะช่วยให้ผู้คนสนใจกิจการของเราเพิ่มขึ้นด้วยขอรับท่านตา”
“ไอหยา แล้วเหตุใดไม่บอกตาไว้ก่อนล่ะจะได้เตรียมตัวให้พร้อม ไหน ๆ พวกเขาก็มาถึงเรือนทั้งทีลองมาฟังดูว่านายช่างพวกนี้มีข้อเสนออันใดบ้าง ตาพูดถูกหรือไม่ซีซีหลานรัก” ผู้เฒ่าจางพูดจบไม่ลืมหันไปถามกับอวิ๋นซีอีกครั้ง
“ถูกต้องที่สุดเ้าค่ะ ข้อเสนอของพวกเขาต้องไม่เอาเปรียบพวกเราและคนที่จะซื้อสินค้าไปใช้ด้วย หากใครคิดค้ากำไรเกินควรซีซีจะยกเลิกสัญญาทันที ที่สำคัญพวกเขายังต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดกับชาวบ้านด้วยเ้าค่ะ”
‘หากมีใครคิดหาเงินเพื่อร่ำรวยทางลัดจากสินค้าคุณภาพของข้าละก็ จะต้องถูกขึ้นบัญชีดำและไม่รับเข้าร่วมวงการการก่อสร้างบ้านอีกเด็ดขาด หึ’
จื่อหานเห็นสีหน้าจริงจังของน้องสาวที่ยังนิ่งเงียบอยู่ เขาจึงเป็คนสั่งพ่อบ้านฉือหลินเกี่ยวกับแขกที่มาเยือนด้วยตนเอง
“พ่อบ้านฉือหลินท่านไปเชิญพวกเขาเข้ามารอที่ศาลากลางน้ำเถิด อีกประเดี๋ยวพวกข้าจะตามออกไปเพราะต้องเตรียมบางอย่างเสียก่อน”
“ขอรับคุณชายใหญ่”
“เช่นนั้นตาเฒ่าเ้าพาลูกกับหลาน ๆ ไปจัดการเื่งานด้านนอกเถิด ส่วนข้ากับอาเหยาและลูกสะใภ้จะไปจัดการเื่งานบ้านสักหน่อย” นางจิ้งซื่อเอ่ยกับสามีของตนเพราะนางไม่คิดก้าวก่ายเกี่ยวกับกิจการที่นางไม่ถนัด
“ท่านตา ท่านลุง ท่านพ่อไปต้อนรับแขกกันดีกว่าเ้าค่ะ มาดูกันว่าในบรรดาแขกที่มาจะมีใครเ้าเล่ห์คิดเอาเปรียบพวกเราบ้างหรือไม่ ส่วนพี่ใหญ่กับพี่เฟยซวนรบกวนพวกท่านเตรียมกระดาษ หมึกกับพู่กันไปด้วยนะเ้าคะ” อวิ๋นซีกำลังนึกสนุกเมื่อการทำงานกับคนที่ไม่รู้จักนางจะดูพวกเขาออกหรือไม่
ผู้มาเยือนทั้งสี่คนที่ยืนตกตะลึงอยู่ด้านนอกกำแพงบ้านตระกูลจาง บัดนี้กลับกลายต้องนั่งอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว แม้แต่ผู้ติดตามของพวกเขายังไม่กล้ามองที่ใดนอกจากปลายเท้าของตน
ก่อนจะมาถึงบ้านตระกูลจางนายช่างทั้งสี่คนยังเชิดหน้าอย่างมั่นใจ ว่าตนจะทำให้ตระกูลจางของอวิ๋นซียอมก้มหัวทำการค้ากับตนได้อย่างง่ายดาย แต่ยามนี้เมื่อรอบตัวมีบุรุษหน้าตาถมึงทึงพร้อมอาวุธในมือยืนล้อมรอบ ความมั่นใจที่เคยมีกลับหดหายไปในพริบตา
แขกทั้งสี่คนนั่งรออยู่ไม่นานเ้าของเรือนอันโออ่าใหญ่โตก็ออกมาพบ เพียงแต่นี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขาพบเห็นการเจรจาที่มีเด็กผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วมในวงสนทนา มีบางคนถึงกับพูดจาดูแคลนตระกูลจางที่ให้ความสำคัญกับเด็กผู้หญิงมากกว่าเด็กผู้ชาย
“ปล่อยให้พวกท่านต้องรอนานแล้ว” ผู้เฒ่าจางเอ่ยทักทายแขกทั้งสี่ด้วยความเป็กันเอง
“นายท่านผู้เฒ่าจางอย่าได้กล่าวเช่นนั้นพวกข้านั่งมองเรือนของท่านจนเพลินมากกว่า” หวังเยี่ยนเฉินรีบตอบอย่างนอบน้อมก่อนใคร
“เชิญนั่ง ๆ ๆ เราจะได้พูดคุยเื่ที่พวกท่านมาเยือนบ้านตระกูลจาง หากใครพร้อมก็สอบถามมาได้เลยนะ”
อวิ๋นซีที่ถูกผู้เป็ลุงวางลงบนเก้าอี้ข้าง ๆ ลอบสังเกตผู้มาเยือนเงียบ ๆ และนั่นก็ทำให้รู้ว่ามีหนึ่งในสี่คนคล้ายจะไม่จริงใจกับการมาเจรจาเื่การค้า เพียงแต่นางยังมิได้พูดอันใดออกไปทำแค่นั่งฟังการเจรจาข้อเสนอ
“ข้าน้อยชุนเทียนคารวะนายท่านผู้เฒ่าจาง ก่อนจะพูดคุยกันข้าว่าเื่งานของผู้ใหญ่ไม่ควรให้เด็ก ๆ เข้ามายุ่งนะ ถ้าท่านอยากสอนเกี่ยวกับเื่การค้าควรจะพาหลานที่เป็หลานชายมามากกว่า” ชุนเทียนเอ่ยปากออกมาไม่ได้เกี่ยวกับการเสนอข้อตกลงการค้า แต่เป็การพูดดูถูกบุตรหลานที่เป็สตรีเสียอย่างนั้น
เฟิงหยางได้ฟังคำพูดของชุนเทียนก็รู้ทันทีว่า คนอย่างชุนเทียนเป็คนจำพวกดูถูกความสามารถของสตรี ซึ่งคนเช่นนี้บุตรสาวของตนเกลียดที่สุด
“นายช่างชุนคำพูดของท่านฟังดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ หากท่านรับไม่ได้ที่ครอบครัวของข้าจะยกย่องบุตรหลานทุกคนอย่างเท่าเทียม ข้าว่าท่านควรไปเจรจาการค้ากับตระกูลอื่นที่มีแิเดียวกับท่านเถิด อย่าได้เสียเวลาอยู่ที่ตระกูลจางของเราเลย”
“นี่ท่าน!! ข้าก็แค่แนะนำด้วยความหวังดีเท่านั้น”
“หึ น้องเขยของข้าพูดได้ถูกต้องและข้าจะบอกให้พวกท่านรู้เอาไว้ว่า คนที่พวกท่านจะมาทำข้อตกลงการค้าด้วยก็คือหลานสาวของข้าคนนี้ เพราะกิจการของตระกูลจางเป็นางที่คิดค้นมันออกมา” จางเจิ้นรู้สึกขุ่นเคืองไม่น้อยที่มีคนกล้าพูดไม่ให้ค่าหลานสาวของตน
ชุนเทียนยังไม่เชื่อสิ่งที่จางเจิ้นบอกกับพวกตน เขาคิดว่านี่เป็เื่ตลกมากที่สุดเท่าที่เคยพบมา
“ฮ่า ๆ ๆ นายท่านใหญ่จางท่านจะพูดอันใดก็ควรมีขอบเขตไว้บ้างนะ กิจการใหญ่โตและฝีมือการก่อสร้างที่ยอดเยี่ยมจะมาจากเด็กคนนี้ได้อย่างไร”
พอเสียงหัวเราะของชุนเทียนหยุดลงก็มีเสียงอันไพเราะของเด็กผู้หญิง ที่ชุนเทียนใช้วาจาไม่เหมาะสมกล่าวถึงได้ดังสวนขึ้นมาทันที
“ทำไมหรือ? เด็กอย่างข้าจะฉลาดและคิดค้นสิ่งที่เป็ประโยชน์ต่อผู้อื่น ทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากคหบดีในเมืองหลวงเื่การสร้างจวนถึงสองแห่ง บุตรหลานของนายช่างชุนไม่มีความสามารถเองท่านก็ไม่ควรดูแคลนผู้อื่นนะ”
“เป็อย่างไรพวกท่านเห็นหรือยังนางเป็แค่เด็กแต่กลับพูดจาไม่เคารพผู้ใหญ่...” ชุนเทียนยังพูดไม่จบซือเฉินก็สาวเท้าก้าวเข้ามาทางด้านหลัง พร้อมคมดาบอันเย็นเยียบวางลงบนไหล่ขวาของชุนเทียน เพราะเขาจะไม่ยอมให้ใครมาใช้วาจาหยามเกียรติบุตรสาวบุญธรรมของนายเหนือหัวเด็ดขาด
ชิ้ง! เฮือก! “จะ จะ เ้าจะทำอะไร...”
“ทำอะไร? ข้าก็จะลงโทษคนที่กล้ากล่าวหาท่านหญิงในทางเสื่อมเสีย และต่อให้ท่านหญิงเป็เด็กคนที่ต้องทำความเคารพก็ยังเป็เ้าอยู่ดี”
“ท่านหญิง? น้องชายรบกวนเ้าช่วยอธิบายเพิ่มอีกสักนิดได้หรือไม่” เมิ่งเทียนเวิ่นหันมองสหายด้านข้างตนก็ทนไม่ไหวกับคำที่เพิ่งได้ยิน
ซือเฉินไม่รอช้าเขากล่าวเพิ่มเติมด้วยเสียงที่ดุดันสมกับการเป็ทหารองครักษ์ของวังหลวง
“อันดับแรกพวกเ้าทุกคนควรลุกขึ้นทำความเคารพท่านหญิงและบิดาของท่านหญิงเสียก่อน เพราะบิดาของท่านหญิงเป็ถึงขุนนางขั้นเจ็ดส่วนเด็กผู้หญิงที่เ้าเพิ่งดูถูกไป คือท่านหญิงอวิ๋นเยว่ผู้เป็บุตรสาวบุญธรรมของฮ่องเต้และฉินฮองเฮา”
ชุนเทียนเอะอะอย่างรวดเร็วและไม่เชื่อคำพูดของซือเฉิน “อะไรนะ!! บุ บุ บุตรสาวบุญธรรมของฮ่องเต้เชียวรึ จะเป็ไปได้อย่างไรที่ฝ่าาจะแต่งตั้งเด็กสามัญชนเป็บุตรบุญธรรมเ้ากำลังโกหก ข้าไมเชื่อ!”
“เฮ้อ คนแก่บางคนมักจะดื้อด้านไม่ยอมรับความจริง ในเมื่อนายช่างชุนไม่เชื่อที่องครักษ์พระราชทานกล่าวมา เช่นนั้นท่านมาทางไหนก็เชิญท่านกลับไปทางนั้น ข้าไม่มีทางร่วมมือกับคนที่ความคิดไม่ก้าวหน้า ซือเฉินส่งแขก!”
“รับทราบขอรับท่านหญิง เชิญเ้ารีบออกไปจากตระกูลจางเดี๋ยวนี้ การกระทำของเ้าในครั้งนี้ท่านหญิงอวิ๋นเยว่ไม่สั่งลงโทษก็ดีแค่ไหนแล้ว”
“ไม่ ๆ ๆ ขออภัย ๆ ท่านหญิงอวิ๋นเยว่ได้โปรดให้โอกาสข้าอีกครั้งเถิด เพียะ! เป็ข้าที่ปากพล่อยไม่คิดให้ดีก่อนพูดข้าผิดเองท่านหญิง ท่านหญิ๊งงง...”
ภาพที่ชุนเทียนถูกคนของอวิ๋นซีลากออกไปด้วยคำสั่งที่เด็ดขาดนั้น ทำเอาทั้งสามคนที่เหลือรู้สึกว่าหัวใจของพวกเขาร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่มกันหมด แต่พวกเขายังถือว่าโชคดีเพราะมิได้คิดดูถูกความสามารถของบุตรหลานผู้อื่น
