“ครึ่งก้าวอำนาจกระบี่”
การตวัดกระบี่ครั้งนี้ ไม่ว่าจะอานุภาพหรืออำนาจกระบี่ล้วนแล้วแต่สมบูรณ์แบบ อำนาจกระบี่อันน่าหวาดกลัวดูดกลืนและปลดปล่อยคมกระบี่อันน่าตื่นตะลึงออกมา ฟาดฟันใส่ปรมาจารย์อสูรมายาระดับห้าที่ยืนขวางทางอยู่อย่างสุดแรง
เมื่อเห็นคมกระบี่อันน่าตื่นตะลึงกำลังมุ่งมา ปรมาจารย์อสูรมายาระดับห้าก็ไม่ได้เบี่ยงตัวหลบแต่กลับยืนรอรับคมกระบี่ที่กำลังจะตกลงมา ยกทวนสุดแหลมคมขึ้นพุ่งแทงออกไป ทวนสีดำราวกับัสมุทรที่โผล่ออกมาจากท้องทะเลแยกเขี้ยวกางกรงเล็บตะปบกลับไป
“ตูม!”
มวลพลังงานอันแข็งแกร่งทั้งสองสายเข้าปะทะกันและเกิดเป็คลื่นั์พัดสูงเทียมฟ้า พลังอันแข็งแกร่งะเืจนสองแขนของเยี่ยเฉินเฟิงชาหนึบ ร่างกายโอนเอนเสียการทรงตัวถอยหลังล้มลงไป
ต้องรับมือกับครึ่งก้าวอำนาจกระบี่ ปรมาจารย์อสูรมายาระดับห้าเองก็ไม่ได้อยู่ในสภาพดีสักเท่าไหร่ ครึ่งก้าวอำนาจกระบี่ที่น่ากลัวทะลุผ่านทวนยาวสีดำเข้าไปในแขนทั้งสองข้างของเขา ฉีกกระชากจนกล้ามเนื้อแขนของเขาเกิดรอยแตกร้าวมากมาย าแฟันลึกเห็นถึงกระดูกปรากฏขึ้นบนหน้าอกของเขา
ในขณะที่เยี่ยเฉินเฟิงเสียหลักล้มลง ปรมาจารย์อสูรมายาระดับสี่คนหนึ่งก็พุ่งเข้าประชิดตัว ซัดหมัดที่เปี่ยมพลังิญญาใส่กลางหลังของเขาอย่างเต็มแรง
หากไม่ใช่เพราะว่าเยี่ยเฉินเฟิงฝึกฝนร่างกายขั้นหลอมกายาได้สมบูรณ์แล้ว พลังกายเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว หมัดเมื่อครู่นี้ก็มากพอที่จะบดอวัยวะของเขาจนแหลกเหลวและสูญเสียพลังในการรบไปอย่างแน่นอน
เมื่อด้านหลังถูกโจมตีอย่างรุนแรง เยี่ยเฉินเฟิงก็กระอักเืออกมาคำโต เืลมทั่วร่างแปรปรวนอย่างหนัก ไม่รอให้เขาได้พักหายใจหายคอ ปรมาจารย์อสูรมายาเ่าั้ก็พุ่งเข้ามาเข่นฆ่าอีกครั้งแล้ว
ยามตกอยู่ในภาวะวิกฤต เยี่ยเฉินเฟิงกำศิลาเคลื่อนย้ายในมือแน่น โคจรพลังิญญาในร่างที่ยังเหลืออยู่อย่างไม่คิดเสียดาย เรียกใช้ครึ่งก้าวอำนาจกระบี่รวมตัวลำแสงกระบี่อันน่าตื่นตะลึงแต่ละสายเข้าไว้ด้วยกัน ก่อนจะฟาดฟันออกไปพร้อมกันสี่ทิศ
ในยามนี้ เยี่ยเฉินเฟิงเหมือนอสุราที่กระหายา ไม่กลัวความตาย รู้จักเพียงการเข่นฆ่า ภายใต้การโจมตีอันบ้าคลั่ง ปรมาจารย์อสูรมายาที่รุมโจมตีเขาอยู่ก็ถูกบีบให้ร่นถอยออกไป
สำแสงกระบี่คมกริบตัดทำลายเกราะป้องกันของพวกเขาอย่างต่อเนื่องและหลุดเข้าไปโจมตีถึงร่างกายด้านใน เพียงไม่นานร่างกายของพวกเขาก็ปรากฏรอยแผลจากการฟันกระบี่ทับซ้อนกันเป็จำนวนมาก
น่าเสียดายที่จำนวนปรมาจารย์อสูรมายาที่รุมล้อมเขาอยู่มีมากเกินไป การโจมตีในมุมที่ยากจะป้องกันจำนวนไม่น้อยที่เล็ดรอดเข้ามาถึงร่างกายของเยี่ยเฉินเฟิง เพียงไม่นานนักร่างของเขาก็เต็มไปด้วยาแลึก เืไหลอาบร่างของเขาจนอาภรณ์ที่สวมใส่แดงฉาน
“ตายซะ!”
เยี่ยเฉินเฟิงอาศัยจังหวะที่ปรมาจารย์อสูรมายาระดับสี่สองคนถูกคมดาบคมกริบบีบให้ร่นถอยโจมตีซ้ำเข้าไปอย่างกะทันหัน เงาร่างเลือนรางปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของเขา ช่วยเพิ่มพูนความเร็วที่มีให้สูงขึ้นก่อนจะตวัดกระบี่หนึ่งคราเฉือนร่างของปรมาจารย์อสูรมายาระดับสี่ที่หลบไม่ทัน
เมื่อการจู่โจมอย่างกะทันหันประสบผลสำเร็จ เยี่ยเฉินเฟิงก็ใช้ช่องโหว่ของอีกฝ่าย โจมตีซ้ำๆ อย่างต่อเนื่อง หลังจากทุ่มสุดตัวจนสังหารปรมาจารย์อสูรมายาระดับสี่ไปได้สามคน เขาก็ใช้พลังิญญาที่เหลืออยู่เสี้ยวสุดท้ายจนหมดสิ้น บีบศิลาเคลื่อนย้ายในมือจนแตกละเอียด ร่างกายเลือนหายไปจากห้วงมิติชั้นที่สี่ของค่ายกลิญญาฟ้า
“อันดับสามสิบเก้า ข้าไม่ได้มองผิดใช่ไหมเนี่ย เขาเข้าไปท้าทายค่ายกลิญญาฟ้าเป็ครั้งแรกแท้ๆ แต่กลับขึ้นไปอยู่ในสี่สิบอันดับแรกได้ เ้าหมอนั่นมันยังเป็คนอยู่หรือเปล่า?”
หลังจากเยี่ยเฉินเฟิงเข่นฆ่าปรมาจารย์อสูรมายาระดับสี่ไปจำนวนมาก ลำดับบนป้ายหยกก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง ชื่อของเขาขยับขึ้นไปอีกสองลำดับ และเข้าสู่สี่สิบอันดับแรกโดยเป็ลำดับที่สามสิบเก้า
กล่าวได้ว่าผลงานของเยี่ยเฉินเฟิงเป็เื่ที่พลิก์และจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์ที่ไม่เคยมีใครเข้าไปท้าทายค่ายกลิญญา์ครั้งแรกแล้วทะลวงขึ้นสู่สี่สิบอันดับแรกได้เลย
“เป็ไปไม่ได้ เป็ไปไม่ได้โดยเด็ดขาด นี่ไม่ใช่เื่จริง เขาไม่มีทางร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้” เจียงอี้จวินไม่อาจยอมรับความจริงตรงหน้าได้ จึงเอาแต่พร่ำบ่นซ้ำๆ ในใจ
“ปีศาจ เยี่ยเฉินเฟิงคนนี้มันเป็ปีศาจ พร์ของเขาเหนือล้ำกว่าฟู่โยวเยวี่ยและหลินฝูซินอย่างแน่นอน” ผู้าุโถานจ้องมองผลงานอันยอดเยี่ยมของเยี่ยเฉินเฟิงด้วยท่าทางปากอ้าค้าง เขาผ่อนลมหายในเย็นะเืออกมาและกล่าวชื่นชม
ด้วยพร์และผลงานที่เขาแสดงออกมา ผู้าุโถานเชื่อมั่นเป็อย่างมากว่าภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปีเขาจะต้องทะลวงขึ้นไปเป็สิบอันดับแรกของป้ายพลังยุทธ์อัคคี์ได้อย่างแน่นอน
ที่สำคัญไปกว่านั้นคือเขาเพิ่งจะอายุสิบห้าปีเท่านั้น เป็คนที่มีอายุน้อยที่สุดบนป้ายพลังยุทธ์อัคคี์
ในขณะที่คนทั้งหมดกำลังตกตะลึงกับอันดับสุดพลิกฟ้าพลิก์ของเยี่ยเฉินเฟิงอยู่นั้น เยี่ยเฉินเฟิงที่เืท่วมตัวก็เสียหลักล้มออกมาจากประตูมิติของค่ายกล
“ไม่รู้ว่าหนึ่งพันสามร้อยห้าสิบเจ็ดคะแนนจะได้อันดับที่เท่าไหร่กัน” เยี่ยเฉินเฟิงที่ร่างกายอ่อนล้าโรยแรงอย่างหนักก็พักฟื้นฟูพลังิญญาอย่างง่ายๆ ก่อนจะปีนป่ายขึ้นมาจากพื้นแล้วเดินตรงออกมาที่กลางโถงวิหาร
“ในที่สุดก็ออกมาเสียที”
เมื่อเห็นเงาร่างของเยี่ยเฉินเฟิงที่แดงฉานไปด้วยเืราวกับอสุราในนรก ผู้คนจำนวนไม่น้อยก็เผยสีหน้าหวั่นเกรง
“เฉินเฟิง เ้าทะลวงเขตแดนแล้ว” ผู้าุโหลิวเห็นว่าระดับเขตแดนของเยี่ยเฉินเฟิงเปลี่ยนแปลงไป จึงเอ่ยถามด้วยความอึ้ง
“อื้อ ข้าโชคดีจึงทะลวงเขตแดนได้ตอนอยู่ในค่ายกลิญญาฟ้า” เยี่ยเฉินเฟิงพยักหน้ารับพร้อมเอ่ยตอบอย่างถ่อมตัว เบนสายตาจ้องไปทางเจียงอี้จวิน แววตาคมกริบจับจ้องอีกฝ่ายพร้อมกล่าว “เจียงอี้จวิน ปล่อยให้เ้ารอนานไปหน่อยสินะ ขอเวลาข้าฟื้นฟูอีกสักเล็กน้อยก่อน พวกเราค่อยไปตัดสินกันต่อที่สนามประลองยุทธ์”
“การท้าทายค่ายกลในครั้งนี้ ข้าได้รับาเ็หนักมาก คงไม่สามารถไปประลองต่อได้หรอก” เจียงอี้จวินทำตัวหน้าหนา เอ่ยขึ้นอย่างอัดอั้นตันใจ
พลังที่แท้จริงของแต่ละลำดับบนป้ายพลังยุทธ์อัคคี์มีความห่างชั้นสูงมาก เจียงอี้จวินอยู่ในลำดับที่ห้าสิบเท่านั้น ส่วนเยี่ยเฉินเฟิงกลับฝ่าทะลวงไปได้ถึงสี่สิบอันดับแรก เห็นได้ชัดเลยว่าพลังที่แท้จริงของทั้งสองคนห่างชั้นกันแค่ไหน
หากในยามนี้ยังคิดจะไปประลองฝีมือกับเยี่ยเฉินเฟิงอยู่ก็ไม่ต่างอะไรกับการหาเื่ตายหรอก เจียงอี้จวินไม่กล้าตอบรับคำท้าเลยสักนิด
“อะไรกัน เ้ากลัวเรอะ?” มุมปากของเยี่ยเฉินเฟิงยกโค้งขึ้น เผยรอยยิ้มดุร้ายขึ้นบนใบหน้าและเอ่ยถาม
เมื่อมองดูใบหน้าคมเข้มที่เปื้อนคราบเืของเยี่ยเฉินเฟิง เขาจึงััได้ถึงประกายสีแดงฉานและความโเี้ที่อยู่ภายในดวงตาสีดำล้ำลึกของอีกฝ่าย เจียงอี้จวินถึงกับขวัญหนีดีฟ่อในทันที รู้สึกเสียใจเป็อย่างมากที่บ้าบิ่นไปฟังคำยุยงของเซินถูเหิงแล้วมาท้าทายเยี่ยเฉินเฟิงเช่นนี้
“เยี่ยเฉินเฟิง ข้ายอมรับว่าข้าสู้เ้าไม่ไหว เื่การประลองก็ให้มันแล้วไปเถอะ” เจียงอี้จวินกัดฟันกรอดๆ ยอมเสียศักดิ์ศรีก้มหัวยอมรับความพ่ายแพ้ต่อหน้าทุกคน
“เจียงอี้จวิน เ้าคงไม่สิ้นไร้ไม้ตอกขนาดนั้นหรอกนะ ความเยี่ยอหยิ่งของเ้าหายไปไหนหมดแล้วล่ะ อีกอย่างเมื่อครู่พวกเราก็เชิญให้ผู้าุโถานมาช่วยเป็พยานยืนยันด้วย เ้าคงไม่ลืมหรอกนะ”
เจียงอี้จวินยอมก้มหัวให้ แต่เยี่ยเฉินเฟิงกลับยังกัดไม่ปล่อย เขาพูดขึ้นอย่างคาดคั้น
“เจียงอี้จวิน สำนักฝึกยุทธ์อัคคี์มีกฎระบุไว้อย่างชัดเจน หากละเมิดต่อข้อสัญญาจะต้องจ่ายชดเชยให้อีกฝ่ายห้าร้อยผลึกิญญาระดับต่ำ” ผู้าุโถานเดินเข้ามาอย่างไม่รีบร้อนพร้อมเอ่ยขึ้น
“ข้ายอมจ่ายผลึกิญญาระดับต่ำห้าร้อยก้อนนั่น” เมื่อนึกถึงอันดับสุดพลิกฟ้าของเยี่ยเฉินเฟิง เจียงอี้จวินก็แทบจะหมดใจสู้ ที่สำคัญไปกว่านั้นคือเขากลัวว่าเยี่ยเฉินเฟิงจะใช้โอกาสในครั้งนี้ลงมืออย่างโหดร้ายเพื่อทำลายเขา เขาจึงยอมจ่ายผลึกิญญาระดับต่ำห้าร้อยก้อนชดเชยให้เยี่ยเฉินเฟิงแต่โดยดี
“ผู้าุโหลิว ผู้าุโถาน ข้าคงต้องขอตัวกลับก่อน”
แม้จะไม่ได้สั่งสอนเจียงอี้จวินอย่างที่้า แต่สำหรับเยี่ยเฉินเฟิงแล้วผลึกิญญาย่อมสำคัญกว่า หลังจากเก็บผลึกิญญาระดับต่ำห้าร้อยก้อนลงในถุงเอกภพแล้ว เยี่ยเฉินเฟิงก็หันหลังเดินจากมาทันที
เยี่ยเฉินเฟิงเดินออกมาจากค่ายกลิญญาฟ้าได้เพียงไม่นาน ข่าวเื่คะแนนอันน่าตื่นตะลึงของเขาก็กระจายไปทั่วสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์ เรียกได้ว่าทุกคนแทบจะรู้จักชื่อของเขาไปโดยปริยาย
“พี่สาม ท่านได้ยินข่าวหรือยัง? เ้าเยี่ยเฉินเฟิงมันท้าทายค่ายกลิญญาฟ้าเป็ครั้งแรกก็สามารถไต่ขึ้นไปเป็อันดับที่สามสิบเก้าได้เลย แล้วยังบีบให้เจียงอี้จวินต้องจ่ายผลึกิญญาระดับต่ำห้าร้อยก้อนชดเชยที่แพ้พนันประลองอีก” เมื่อได้ทราบข่าวเื่ผลงานอันน่าตื่นใของเยี่ยเฉินเฟิง เซินถูเสวี่ยและเซินถูเหยี่ยก็รู้สึกไม่สบายใจ จึงรีบมาที่เรือนหลังเล็กของเซินถูเหิงในทันที
“ข้ารู้เื่นั้นแล้ว” เซินถูเหิงพยักหน้าเป็เชิงรับรู้ เอ่ยตอบอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทำให้คนไม่อาจคาดเดาความคิดจริงๆ ที่อยู่ในใจได้
“พี่สาม ไอ้เด็กนั่นมันจะเป็ภัยคุกคามต่อพวกเรามากเกินไปแล้วนะ พวกเราต้องรีบหาทางกำจัดมันทิ้งโดยไว ไม่เช่นนั้นมันได้กลายเป็หนามยอกอกในภายภาคหน้าแน่” เซินถูเสวี่ยกล่าวขึ้นอย่างดุร้าย
“จะกำจัดเขาอย่างไรล่ะ?” เซินถูเหิงกล่าวสั่งสอนด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “คาดว่าพร์ของเ้าเยี่ยเฉินเฟิงนั่นคงเป็ที่น่าสนใจของท่านเ้าสำนักแล้ว หากพวกเราลงมือกับเขาตอนนี้ เกรงว่าจะเป็การนำไข่ไปกระทบกับหินเสียเปล่า”
“แล้วจะทำเช่นไรดีล่ะ คงไม่นั่งมองเฉยๆ รอให้มันแข็งแกร่งมากไปกว่านี้หรอกนะ” เซินถูเสวี่ยเอ่ยขึ้นอย่างไม่ยอม
“ข้าจะลองไปปรึกษากับพี่รองสักรอบก่อน ดูว่าเขาพอจะมีหนทางบ้างไหม?” เซินถูเหิงครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนจะเอ่ยตอบ เขายกสองมือขึ้นไพล่หลัง เดินมุ่งหน้าออกไปทางเรือนที่พักของเซินถูขวงผู้เป็อันดับสามของป้ายพลังยุทธ์อัคคี์ เพื่อปรึกษาหารือแผนการกำจัดเยี่ยเฉินเฟิง
