บรรยากาศในร้านอาหารสาขาใหม่ล่าสุดของแทนคุณ ในขณะที่ร้านยังไม่เปิดทำการ ทีภพผู้จัดการร้าน กำลังนั่งดูเอกสารอยู่ในห้องส่วนตัวอย่างตั้งใจ และเริ่มรู้สึกตัวว่าถูกจับตาจากสายตาของใครบางคน ก่อนตัดสินใจเงยหน้าขึ้นหันมอง และต้องพบกับหญิงร่างอวบยืนยิ้มอย่างเขินอาย อยู่หน้าห้องซึ่งเป็ประตูกระจกใส ทีพบแปลกใจเล็กน้อยจึงวางเอกสารในมือลง และลุกเดินออกมาหาเธอ
“คุณทีคะ นี่ค่ะ” พริมยื่นขนมไทยหลายชนิดส่งให้ทีภพ เสมือนว่านี่คือบรรณาการของเธอ หญิงร่างอวบสบตาเขาได้เพียงครู่เดียว จึงหลุบตาต่ำลงไม่กล้าจ้องเข้าไปั์ตาของคนหนุ่ม กลัวเสียงหัวใจตัวเอง ที่กำลังปั๊มเือย่างรุนแรงนั้น จะทำให้เขาได้ยิน ชายหนุ่มพิจารณาถุงขนมไทยที่หญิงร่างอวบยื่นให้ครู่หนึ่ง จึงเอื้อมมือออกมารับบรรณาการนั้นไว้ ด้วยรอยยิ้มที่แสนอบอุ่น เขาเพียงทำตามมารยาทพึงมี
“ดูน่าอร่อยดีนะ ขอบคุณสำหรับขนมนี่” คนอวบ เงยหน้าขึ้นมาช้าๆ พร้อมกับกลองประมาณร้อยตัวตีอยู่ในหัวใจ
“ลองดูสักตั้งแล้วกันนะพริม อยากได้ก็ต้องลอง เธอจะหาผู้ชายแบบนี้ในชีวิตเธอไม่ได้อีกแล้ว เธออย่าโง่ปล่อยให้หลุดมือไปเชียว” หญิงสาวจินตนาการไปถึงไหนต่อไหน ในโลกมิติพิศวงของเธอ
“แต่...พริมไม่ต้องเอาขนมมาฝากผมแบบนี้ก็ได้ ผมเกรงใจ” ทีภพทำให้คนอวบหลุดออกจากภวังค์ที่หญิงสาวกำลังสร้าง ซึ่งอีกนิดเดียวเธอก็เกือบจะได้ใส่ชุดแต่งงานสีขาวหางยาวหลายเมตร
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ พริมเต็มใจ” สายตากรุ้มกริ่มของหญิงสาวโปรยเสน่ห์อย่างเ้าเล่ห์ จนทำให้ทีภพถึงกลับต้องฝืนยิ้มตอบกลับมา ก่อนจะกลั้นหัวเราะเป็รอบที่ร้อย ในชีวิตคนโสดอย่างทีภพยอมรับในใจว่าเกิดมาพึ่งเคยเห็น คนนิสัยประหลาดอย่างพริม เขาถูกหญิงสาวจู่โจมั้แ่เข้ามารับตำแหน่งในร้านแห่งนี้ ไม่มีวันไหนที่รอดพ้นจากสายตาเ้าเล่ห์นั้นของหล่อน
“ไปทำงานได้แล้ว ยืนยิ้มอย่างเดียววันนี้ไม่ได้เงินนะ” หญิงร่างอวบพยักหน้ารับ ก่อนจะเบี่ยงตัวเดินกลับออกไป ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งยืนมองเธอครู่หนึ่ง และหันเข้ามาในห้องทำงาน พลางวางถุงขนมของสาวจอมเพี้ยนนั้นไว้บนโต๊ะ มือหนาบรรจงแกะขนมที่ห่อด้วยใบตอง เขาหยิบมันออกมา กล้าๆ กลัวๆ ก่อนจะดม กลิ่นหอมของขนมไทยทำให้ทีภพตัดสินใจ นำมันเข้าปากและเคี้ยวช้าๆ แต่แล้วสีหน้าก็เปลี่ยน เมื่อรสััแตกซ่านเต็มปาก ชายหนุ่มแสดงความพึงพอใจอย่างมาก ก่อนจะหยิบอีกห่อขึ้นมาดู เป็ขนมไทยที่หาทานยากมากในปัจจุบัน บรรณาการของหญิงจอมเพี้ยน ทำให้ชายหนุ่มสุดหล่อเผลอยิ้มออกมาอย่างลืมตัว และนี่แหละคือเป้าหมายสำคัญสำหรับเธอ
“หน้าบานมาเลยนะพริม” นันทิชาหันมาหาพริม เมื่อเห็นหญิงร่างอวบเดินเข้ามาหาอย่างอารมณ์ดี
“นี่หน้าฉันออกขนาดนั้นเลยเหรอ” พริมใช้สองมือจับใบหน้าตัวเอง
“ขนมนั่นเธอได้บอกคุณทีภพไหม ว่าเธอแอบขโมยที่บ้านมา โดยไม่ได้ขออนุญาตใคร”
“ชู่วๆๆ” พริมเดินเข้ามาทำเสียงห้ามใส่นันทิชา พลางหันมองซ้ายขวาด้วยกลัวใครต่อใครได้ยิน จะทำให้เป้าหมายรู้ตัว
“เธอนี่มันแสนรู้จริงๆ เลยนะทิชา ถ้าเธอไม่พูด ฉันไม่พูด คุณทีก็ไม่มีวันรู้หรอก กินขนมที่ขโมยมาอร่อยจะตายไป ฉันรู้ดี” คนอวบไม่มีท่าทีสำนึกผิดใดๆ กลับมีความรู้สึกภูมิใจ พลางกอดอกยืนยิ้มให้กับวีรกรรมของตัวเองอย่างหน้าชื่นตาบาน
“ทิชา ทิชา” เสียงของเพื่อนพนักงานอีกคนดังขึ้นทำให้สองสาวหยุดสนทนา แล้วหันมองไปยังบุคคลที่เดินเข้ามา
“คุณแทนเรียกพบน่ะ” เมื่อสิ้นเสียงเพื่อนร่วมงานที่นำสารมาบอก พริมและนันทิชาต่างมองหน้ากันด้วยความสงสัย นันทิชาก้าวเท้าเดินตามเพื่อนร่วมงานออกไป โดยปล่อยให้พริมยืนงงอยู่ตรงนั้น
“ไปกับผมหน่อย” ชายหนุ่มเ้าของร้านพูดเป็คำสั่ง เขายังคงทำหน้านิ่งเมื่อเห็นร่างหญิงสาวเดินออกมาพบ
“ปะ ไปไหนคะ” หญิงร่างบางผมยาวในชุดพนักงานยังคงสับสน พลันชายหนุ่มขยับกายลุกจากโต๊ะหันหน้าเดินออกจากร้านโดยไม่ปรายตามองเธอ
“ตามผมมาแล้วกัน” มีเพียงคำตอบห้วนๆ บังคับให้นันทิชาเดินตามออกไป ทีภพยืนมองดูการกระทำของชายหญิงคู่นี้อย่างเงียบๆ เก็บความสงสัยไว้โดยไม่แสดงออก ก่อนที่ทั้งสองจะเดินลับออกจากร้านไป
” พ่อคุณติดคุกข้อหาอะไร” น้ำเสียงแสนเ็า มือสองข้างกำพวงมาลัยรถ สายตาจับจ้องไปยังถนนที่เริ่มใกล้หมดแสงสว่าง หญิงสาวดวงตาเบิกโพลง ด้วยความใในคำถามของเขา นอกจากพริมแล้ว เื่ราวเหล่านี้ยังไม่เคยเปิดเผยที่ไหน ดวงตากลมโตนั้นหันไปจ้องมองคนหนุ่มด้วยความประหลาดใจอย่างถึงที่สุด
” คุณแทนรู้ได้อย่างไรคะ”
“ตอบผมมาก็พอ” เขาพยายามข่มอารมณ์โกรธเอาไว้ภายใต้เสียงเข้มนั้น แต่มันยังไม่มากพอเพราะน้ำเสียง ยังคงแฝงไปด้วยความแข็งกระด้าง สายตาคมกริบจ้องมองตรงไปยังถนน ตั้งใจฟังปากคำของทายาทฆาตกรด้วยหัวใจที่เต้นรัว
“พ่อติดคุกเพราะขับรถชนคนตายค่ะ” นันทิชาตัดสินใจบอกไปตามความจริง หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่มด้วยแววตาใสซื่อ ยอมตอบคำถามของเ้านายทั้งที่ไม่รู้ว่าเขาไปเอาความลับนี้มาจากไหน ทุกคำตอบเป็น้ำเสียงที่เจือไปด้วยความทุกข์ทรมาน จากการขาดหัวหน้าครอบครัว และเธอเองอยากลืมเื่ราวร้ายเ่าั้ที่ทำร้ายครอบครัวเธอมานานหลายสิบปี ชายร่างสูงกำพวงมาลัยแน่น จำใจฟังประโยคแสนโหดร้าย” คนตาย” ที่หญิงสาวพูดถึงนั้น หมายถึงบิดาแลมารดาของเขา
“พ่อคุณได้บอกคุณไหมว่าเขารู้สึกผิด” แทนคุณพยายามเก็บความโกรธที่เกือบล้นทะลักออกมา หยั่งความรู้สึกของชายชราที่ทำคนตายถึงสองคนต่อหน้าเด็กอย่างเขาในวันที่โหดร้ายนั้น
“พ่อบอกเพียงแต่ว่า พ่อ้าลืม เพราะเื่ของสองคนนั้นทำให้ชีวิตพ่อพัง” ดวงตากลมโตเป็ประกายนั้นยังคงมองเขาด้วยความใสซื่อ หารู้ไม่ว่าเป็คำตอบแสนเ็ปวิ่งจี๊ดเข้ากลางใจคนฟัง เสมือนโยนความผิดทั้งหมดมาลงที่ชีวิตบิดาและมารดาของเขา
“ชีวิตพังงั้นหรือ” เขาพูดย้ำด้วยเสียงสั่นเครือ เป็คำตอบที่แทบไม่ต้องทบทวนอะไรมากอีกแล้วในเวลานี้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าชายชรา ไม่เคยรู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาได้ทิ้งร่องรอยความเจ็บช้ำนั้นไว้กับเด็กคนหนึ่งอย่างแสนสาหัส
“ลงไปซื้อดอกไม้ร้านนี้ให้ผมหน่อย” ร่างสูงยื่นเงินให้เธอหลังจากรถคันหรูแล่นมาจอดหน้าร้านขายดอกไม้ ที่เปิดไฟสว่าง หญิงสาวในชุดพนักงานเดินตัดไฟหน้ารถเข้าไปในร้าน แทนคุณละสายตาจากนันทิชาหันมองดูกระเป๋าที่เธอวางทิ้งไว้ด้านข้าง เขาใช้เวลาที่มีค้นหามือถือให้กระเป๋าใบเล็กของเธออย่างใจเย็น ก่อนจะกดเซฟเบอร์บุคคลที่เขา้า เพียงเวลาไม่นานเท่าไหร่นักหญิงสาวร่างบางเดินขึ้นรถมาพร้อมในมือถือดอกไม้สีขาวช่อกลางยื่นให้เขา
“สวยดีนะคะ คุณแทนซื้อให้คุณม่านหรือคะ” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงสดใสดวงตากลมนั้นยังคงมิอาจล่วงรู้ เวลานับจากนี้เป็ต้นไป เธอต้องเจอกับโลกที่มีแต่ความเ็ป หากแต่ขอให้เธอเข้มแข็งดังที่พี่รินได้กล่าวสอนเธอก่อนจากไป ชายหนุ่มหันมองหน้าหญิงสาวด้วยสายตาแข็งกระด้าง ก่อนจะดึงดอกไม้ในมือของเธอมาถือ และมองดูมันอย่างไม่พิสมัย ความมืดภายในรถยังมีแสงสว่างจากไฟของทางร้านพอให้เห็นหน้าเขาที่ค่อยๆ ยื่นเข้ามาใกล้ จนเธอต้องหลบถอยกลับมานั่งที่ในทันที หัวใจที่เต้นแรงไม่เป็จังหวะของนันทิชาทำให้เธอไม่กล้าหันไปมองเขา ดวงตาเล็กนั้นส่ายไปมาด้วยความกลัวสุดขีด เป็ครั้งแรกที่มีชายเข้าใกล้และทำท่าน่ากลัวถึงเพียงนี้
“ดอกไม้นี้ ผมให้คุณ” เขาแสยะยิ้มแกมสะใจเมื่อเห็นลูกสาวของศัตรูกลัวจนตัวสั่นระริก นันทิชาตัดสินใจเงยมองเขาช้าๆ อีกครั้งเมื่อได้ยินคำพูดแสนประหลาดนั้น สายตาคมกริบที่มองเธอมีบางสิ่งบางอย่างแอบแฝง ช่างดุดันและสุดน่ากลัว
“หมายความว่าไงคะ” หญิงสาวค่อยๆ เผยอปากเรียวเล็กนั้น ฝืนสบสายตาคู่นั้นไม่ละ
“นี่คุณหูหนวกเหรอ ผมบอกว่าให้ คุณก็รับไปสิ” เขาวางดอกไม้ประหนึ่งกึ่งโยนไว้บนตักของหญิงสาวที่นั่งตัวแข็งเป็ท่อนไม้ นันทิชาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อช่อดอกไม้ปะทะร่างเล็กของเธอ ดวงตาเล็กหลุบลงมองดูดอกช่อกุหลาบขาวนั้นพร้อมกับเหงื่อไหลแซมออกจากไรผมหัวใจดวงเล็กเต้นไม่เป็จังหวะ เธอไม่กล้าเอื้อมมือไปจับช่อดอกไม้เพราะในเวลานี้มือสั่นจนเธอควบคุมไม่อยู่
“จากนี้ไป ไม่ต้องไปทำงานที่ร้านแล้วนะ ผมปล่อยให้คุณเรียนรู้งานในร้านมามากพอแล้วคราวนี้คุณต้องเรียนรู้งานหน้าที่อื่นบ้างนี่ก็ใกล้ที่คุณจะเรียนจบ ผมขอเวลาให้คุณเรียนรู้งานเลขาผมที่บ้านของผม” แทนคุณหันกลับไปบอกหญิงสาวด้วยเสียงเรียบเฉย ร่างสูงเลิกข่มขวัญหญิงตัวเล็ก เขายัง้าให้เธออยู่ในโอวาทมากกว่าทำให้เธอกลัวจนเตลิดหนีไป แผนที่วางไว้ทั้งหมดอาจล้มเหลวหากเขาวู่วามทำตามใจตัวเอง
“ที่บ้านเหรอคะ” เธอหันขวับกลับมายังร่างสูง แววตาระริกนั้นแฝงไปด้วยความกลัวอย่างบอกไม่ถูก
“ใช่ เริ่มั้แ่วันนี้” ท่าทีนิ่งเฉยราวกับกับหุ่นของแทนคุณทำให้นันทิชามองเขานิ่ง ความกลัวทำให้เธอปิดปากมิดไม่กล้าตอบโต้
