หลังจากที่คนทั้งหลายทำความเคารพรูปปั้นอสรพิษเสร็จสิ้น พวกเขาก็ยืนขึ้นอีกครั้ง ทว่าเ้าสิงโตน้อยกลับรับรู้ได้ว่าระหว่างที่เดินผ่านตำหนักจ้าวมารเมื่อครู่ เหมือนในนั้นจะมีห้องลับขนาดใหญ่ซ่อนอยู่ถึงสองแห่งด้วยกัน ในห้องลับมีวัยเยาว์หนุ่มสาวนับร้อยถูกขังอยู่ ่ที่ผ่านมา พวกเขาต้องหวาดกลัวมากแน่ๆ
ผู้นำเฒ่าป่าวประกาศให้เริ่มพิธีบูชาโลหิตขึ้นอย่างเป็ทางการในเวลายามจื่อ
โซ่เส้นหนึ่งถูกลากขึ้นมาด้านนอก ที่ด้านหลังของโซ่นั้นมีกลุ่มวัยเยาว์หนุ่มสาวจำนวนมากต่อแถวกันออกมาจากอุโมงค์แห่งหนึ่ง พวกเขาถูกดันออกมาด้วยใบหน้าหวาดผวาและตื่นตระหนก ความกลัวในใจ รวมถึงบรรยากาศที่น่ากดดัน ทำให้วัยเยาว์จำนวนไม่น้อยใจนหมดสติทันทีที่เห็นบ่อโลหิตขนาดั์เลยก็ว่าได้ พวกคนที่เดินนำอยู่ด้านหน้าสุดของขบวนรู้สึกเสียใจเหลือเกิน ตนไม่น่าเดินออกมาก่อนเลย เพราะบัดนี้ กลิ่นอายแห่งความตายปกคลุมร่างกายของพวกเขาเอาไว้จนหมดแล้ว
ศิษย์แห่งสำนักมารที่ชั่วช้าทั้งหลายมุงอยู่รอบด้าน หากไม่ใช่เพราะพิธีนี้จำเป็ต้องใช้เืของสาวบริสุทธิ์ เดรัจฉานพวกนี้คงจะเข้าไปย่ำยีสตรีทั้งหลายจนไม่เหลือชิ้นดีั้แ่ตอนที่ถูกขังอยู่ในอุโมงค์แล้ว
เมื่อได้เห็นท่าทีหวาดผวาของวัยเยาว์ทั้งหลาย เหล่าศิษย์แห่งสำนักมารผู้มีจิตใจวิปริตก็พากันหัวเราะอย่างบ้าคลั่งด้วยใบหน้าเหี้ยมเหี้ยม
“น่าเสียดายจริงๆ ผู้หญิงมากมายเช่นนี้ต้องมาตายเสียแล้ว ในนั้นมีสตรีรูปงามอยู่มากมาย ต้องมาตายแบบนี้ น่าเสียดายเหลือเกิน”
“การร่วมรักกับสตรีพวกนี้มีความสุขกว่าการได้เลื่อนพลังหรือ? เมื่อมีพลังที่แข็งแกร่งแล้ว มีหรือที่จะขาดสตรีข้างกาย เมื่อถึงตอนนั้น เ้าอยากได้สตรีแบบใดก็ย่อมได้ ตอนนี้พวกนางก็เป็แค่เครื่องบูชายัญของเรา ได้สละชีวิตเพื่อสำนักมาร พวกนางควรรู้สึกเป็เกียรติถึงจะถูก”
บทสนทนาของชายทั้งสองคนทำให้หลงเหยียนกำหมัดแน่น
“นี่ เ้าหนุ่ม เ้าเพิ่งมาใหม่สินะ เ้าคิดไม่ถึงแน่ว่าตอนที่แช่อยู่ในบ่อโลหิต ร่างกายจะอบอุ่นและสบายได้มากเท่าใด มันรู้สึกเหมือนมีไส้เดือนนับหมื่นๆ ตัวมานวดให้อย่างไรอย่างนั้น ตอนที่ร่างกายดูดซับโลหิตพวกนั้นเข้าไป มันสบายเหมือนกับได้ขึ้น์เลยล่ะ ความรู้สึกแบบนั้น อย่าให้ต้องเล่าเลยว่ามีความสุขเพียงใด”
“พี่ชาย ท่านไม่ต้องเล่าหรอก เพราะอีกครู่เดียว ข้าจะลองััมันด้วยตัวเอง” เขาแอบด่าในใจ... อีกครู่เดียว ตัวข้าจะฆ่าพวกเ้าให้สิ้นทั้งหมดเลยคอยดู
หลงเหยียนมองสตรีที่มีท่าทีหวาดผวาตรงหน้า ทว่าจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เจอหลี่เมิ่งเหยาเลย
นางมีปราณหยิน เพราะแบบนั้นถึงถูกเก็บไว้เป็รายสุดท้ายหรือ? หลงเหยียนเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา หากเป็เช่นนั้นจริงๆ ก็ซวยแล้ว
หากเขาลงมือในตอนนี้ ต้องถูกทุกคนที่นี่รุมเล่นงานแน่ ทว่าหากไม่ลงมือเสียตอนนี้ เหล่าสตรีพวกนี้ก็ต้องตาย... ในตอนที่หลงเหยียนกำลังตื่นตระหนกและตัดสินใจไม่ได้อยู่นั้น อยู่ๆๆ สิงโตน้อยก็พูดด้วยท่าทางตกตะลึง “พี่เหยียน หลี่เมิ่งเหยาออกมาแล้ว นางถูกโซ่เจาะที่กระดูกไหปลาร้าด้วย”
หลงเหยียนได้ยินดังนั้นก็รีบหันไปมองที่ฝูงคนด้านหน้าอีกครั้ง เขามองไปที่ทางออกอุโมงค์ขนาดใหญ่ เป็จริงดังนั้น หลี่เมิ่งเหยายืนอยู่บนรถลากสองล้อที่มีลักษณะคล้ายกับกรงขังของเชลยในา รอบด้านมีศิษย์แห่งสำนักมารยืนคุมอยู่ถึงสี่คน ที่กระดูกไหปลาร้าของนางมีโซ่เจาะคล้องอยู่ โดยอีกด้านของโซ่ถูกมัดอยู่กับท่อนไม้ขนาดใหญ่ภายในรถลาก
นางถูกมัดในท่ากางแขน ใบหน้าคล้อยต่ำลงอย่างอ่อนแรง เส้นผมพันกันยุ่งเหยิง ดูสะบักสะบอมไปทั้งตัว หลงเหยียนหัวใจกระตุกวูบ โซ่ที่ไหปลาร้าตรึงแน่นเพราะหน้าอกถูกรัดแน่น แผ่นหลังของนางก็ถูกดึงให้เชิดตรง ทรวงอกสีขาวจึงทะลักออกมาเล็กน้อย ซึ่งนั่นก็สามารถดึงดูดสายตาของเ้าสิงโตน้อยได้เป็อย่างดี
“พี่เหยียน มารดามันสิ ดูนั่น ใหญ่จริงๆ เลย”
หลงเหยียนโกรธจนแทบจะะเิออกมา จนถึงเวลานี้แล้ว เ้าสิงโตน้อยยังพูดถ้อยคำที่น่ารังเกียจแบบนี้ออกมาอีก เขาโมโหจนแทบเป็ลมอยู่แล้ว
“เ้าสิงโตน้อย ช่วยจริงจังหน่อยได้หรือไม่ ยังไม่รีบคิดหาวิธีช่วยนางอีก?” ได้เห็นหลี่เมิ่งเหยาเช่นนี้ อย่างน้อยก็ทำให้หลงเหยียนรู้สึกวางใจขึ้นมาบ้าง
ผู้ที่ตื่นเต้นที่สุดก็คือผู้นำเฒ่านั่นเอง ทันทีที่เห็นหลี่เมิ่งเหยา เขาก็ประกายรอยยิ้มวิปริตออกมาทันที แววตาคู่นั้นก็ะเิตัณหาออกมาอย่างฉับพลัน
“ฮ่าฮ่าฮ่า ดูเหมือนงานพิธีในครั้งนี้ จะเป็ข้าที่มีความสุขที่สุด” ไม่จำเป็ต้องบอกทุกคนก็รู้ดีว่าหลี่เมิ่งเหยาต้องตกเป็ของใคร ใครใช้ให้นางมีปราณหยินเล่า
“สาวน้อย เ้าคงไม่ได้คิดแบบโง่ๆ ว่าจะมีคนมาช่วยหรอกใช่หรือไม่ หากจะมีคนมาจริงๆ พวกเขาคงมาตั้งนานแล้ว เ้าหนุ่มในเมืองอู่ตี้คนนั้นจะมีเื่กับสำนักมารที่ยิ่งใหญ่เพียงเพราะช่วยเ้าได้อย่างไร ข้าจะบอกข่าวดีอะไรให้ แท้จริงแล้ว ข้าเป็ถึงหลานของเ้าสำนักหยุนเฟิงเชียวละ เมืองอู่ตี้จะมีเื่บาดหมางกับสำนักหยุนเฟิงเพียงเพราะเ้าหรือ?”
หลี่เมิ่งเหยาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นแล้วถ่มน้ำลายไปที่ใบหน้าของผู้นำเฒ่า
“เ้ามันสมควรตาย สักวัน ์ต้องลงโทษเ้าแน่... เสียแรงที่เ้าเป็ถึงหลานของสำนักหยุนเฟิง เกรงว่าสำนักหยุนเฟิงคงจะเฉดหัวเ้าออกมาตั้งนานแล้วกระมัง” ใบหน้าของนางไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เดิมทีนางคิดว่าจะมีคนมาช่วยตน ทว่าเมื่อมองไปยังฝูงคนด้านล่าง หลี่เมิ่งเหยาก็อดรู้สึกผิดหวังไม่ได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดถึงชายหนุ่มจอมรั้นคนนั้น หลี่เมิ่งเหยาก็เริ่มภาวนา ขอให้เขาไม่มาเสียยังจะดีกว่า เพราะต่อให้เขาจะเก่งแค่ไหนก็ไม่มีทางเอาชนะผู้นำเฒ่าคนนี้ได้แน่ นางไม่รู้เลยว่าท่านผู้นำเว่ยจะมาช่วยตนหรือไม่ เพราะท่านผู้นำต้องคิดถึงผลประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตนอยู่แล้ว
เมื่อมองไปยังคนวัยเยาว์นับพันตรงหน้า หัวใจของหลี่เมิ่งเหยาก็สั่นเทาขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ นางไม่ได้หวาดกลัว ทว่ายอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ต่างหาก
นางประกายรอยยิ้มออกมา ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับดูพิลึกพิลั่นเกินจะบรรยาย ต่อให้ต้องตาย นางก็ไม่ยอมให้เ้าชั่วพวกนี้ได้สมปรารถนาแน่ นางไม่โทษหลงเหยียนที่ไม่ได้มาช่วยนาง ไม่โทษท่านผู้นำเว่ยที่ไม่สนใจไยดีนางเลยสักนิด
นางแค่เกลียดตัวเองที่มีปราณหยินอยู่ในตัวก็เท่านั้น หากจะโทษก็คงต้องโทษบิดามารดาที่ทอดทิ้งตนไปอย่างใจดำ โทษที่พวกเขาทิ้งตนเอาไว้ที่หน้าเมืองอู่ตี้อย่างเืเย็น
“หากการได้ดื่มเืของข้า ทำให้เ้าปล่อยคนพวกนั้นไปได้ละก็ ข้ายินดีที่จะให้เ้าดื่มเืได้ตามใจชอบ”
หลี่เมิ่งเหยามองไปยังผู้นำเฒ่าด้วยสายตาเย็นเยียบ
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ข้ามีชีวิตมานับร้อยปี กลับเพิ่งได้ยินคำพูดที่ใสซื่อแบบนี้เป็ครั้งแรก เ้าคิดว่าเ้ามีสิทธิ์มาต่อรองกับข้าอย่างนั้นหรือ?”
“ข้าจะไม่ฆ่าเ้าั้แ่แรกหรอกนะ ข้าจะให้เ้าดูคนพวกนั้นตายไปต่อหน้าต่อตา ดูพวกเขาถูกฆ่า ถูกกรีดเืลงไปในบ่อ ดูข้าดูดซับพลังจากเืของพวกเขา จริงสิ ข้าลืมบอกเ้าไปเื่หนึ่ง เ้ามีรูปโฉมงดงามเช่นนี้ หากข้าไม่ทำอะไรสักหน่อย เ้าคิดว่าข้าจะทนไหวหรือ? ที่ข้ายังต้องอดทน เพราะตอนนี้ยังต้องรักษาพรหมจรรย์ของเ้าเอาไว้เท่านั้น”
“รอให้พิธีบูชาโลหิตจบลงก่อน แล้วข้าจะทำให้เ้ากลายเป็ผู้หญิงที่แท้จริงเอง ข้าจะทำให้เ้าได้ัักับเื่ที่มีความสุขมากที่สุดในโลกเอง ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า...”
เสียงทุ้มต่ำที่ทรงพลังของผู้นำแห่งสำนักมารทำให้หลี่เมิ่งเหยารู้สึกสิ้นหวังอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ต่อให้จะฆ่าตัวตายด้วยการกัดลิ้นตัวเอง ก็ไม่อาจหยุดยั้งไม่ให้คนตรงหน้าใช้เืของตนเป็เครื่องเพิ่มพลังอยู่ดี ทางเดียวที่เหลืออยู่ก็คือการะเิตัวเองด้วยพลังที่มีอยู่
คิดได้ดังนั้น หลี่เมิ่งเหยาก็ขมวดคิ้วมุ่น เพราะนางไม่อาจขับเคลื่อนพลังในร่างกายได้ด้วยซ้ำ
“นี่... นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” นางอุทานขึ้น
สีหน้าได้ใจของผู้นำเฒ่าทำให้หลี่เมิ่งเหยาสิ้นหวังยิ่งกว่าเดิม ดูเหมือนตนจะไม่อาจตายได้ง่ายๆ แล้ว
ผู้นำเฒ่าจับคางของหลี่เมิ่งเหยาเอาไว้ “สาวน้อย ใจกล้าไม่เบาเลยนี่ ถึงอย่างไรเมื่อตกอยู่ในน้ำมือของข้าแล้ว เ้าคิดว่าตัวเองจะรอดชีวิตไปได้หรือ? เ้าได้ตายแน่ ทว่าไม่ใช่ตอนนี้”
หลังพูดจบ ศิษย์กว่าห้าร้อยคนที่มุงอยู่รอบด้านก็มองหลี่เมิ่งเหยาั้แ่หัวจรดเท้าด้วยสายตาตื่นเต้น แววตาที่กวาดผ่านร่างของนางซ้ำไปซ้ำมาร้อนแรงจนเข้าขั้นวิปริตเลยทีเดียว
“แม่สาวคนนี้หุ่นดีไม่เลวเลย สมแล้วที่เป็คนที่เมืองอู่ตี้ฟูมฟัก”
--------------------
