หนิงมู่ฉือมองคบเพลิงที่เคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ นางมองไปที่คนผู้นั้น รู้สึกคุ้นเคยอย่างไรบอกไม่ถูก คนผู้นั้นเหมือนจ้าวซีเหอราวกับแกะ นางคิดในใจอย่างตกตะลึงขณะเพ่งมอง จ้าวซีเหอจะมาปรากฏตัวที่นี่ได้อย่างไร
นางส่ายหน้ากับตัวเอง “ไม่มีทาง ไม่มีทางเป็เขาแน่นอน”
เฉินเกอได้ยินเสียงหนิงมู่ฉือพึมพำ หันไปมองอย่างแปลกใจ “ฉือเอ๋อร์ เ้าพูดกระไร”
หนิงมู่ฉือมองเฉินเกออย่างคนมีบางอย่างซ่อนในใจ ท่าทีดูไม่เป็ธรรมชาติ ยิ้มอ่อนพร้อมกับเอ่ยตอบ “ไม่มีอะไร ข้าแค่นึกถึงเื่เก่าขึ้นมาได้”
เฉินเกอหรี่ตามองไปไกล เขาเห็นคบเพลิงอยู่ไกลๆ เขาไม่ได้หวังสิ่งใดในตัวคนที่เพิ่งมามากนัก เขาถอนหายใจพลางเอ่ย “ดูท่าคนที่เพิ่งมาจะเอาชีวิตมาทิ้งกับพวกเราเสียมากกว่า”
“ไม่หรอก ซื่อจื่อร้ายกาจมาก” หนิงมู่ฉือเอ่ยเถียงทันควัน
“ซื่อจื่อ? ฉือเอ๋อร์ เ้ารู้จักคนที่มาหรือ” เฉินเกอทำหน้าแปลกใจ หรือว่าคนผู้นี้จะคือ…
ฝูงหมาป่าเดินวนอยู่รอบต้นไม้ ครั้นจ้าวซีเหอได้ยินเสียงคนพูดคุยกันก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขามองฝูงหมาป่าซึ่งมีดวงตาสีเขียว พวกมันไม่กล้าเข้ามาใกล้เขา แต่ถึงกระนั้นเขาก็หยิบน้ำมันออกมาเตรียมพร้อมเอาไว้ก่อน
แม้ภายนอกเขาดูเหมือนจะมั่นใจ หากภายในกลับรู้สึกทั้งเครียดและหวาดกลัว เขามองขึ้นไปบนต้นไม้ หนิงมู่ฉือนั่งอยู่บนนั้น ด้วยความที่ไม่เจอกันนาน เขาดีใจจนเกือบจะร้องไห้ออกมา ทว่าปากกลับะโออกไปว่า “หนิงมู่ฉือ เ้าลงมาประเดี๋ยวนี้!”
หนิงมู่ฉือได้ยินเสียงอันคุ้นเคยก็นึกว่าตัวเองหูฝาด น้ำตาพลันไหลออกมา นางมองไปที่คนผู้หนึ่งซึ่งยืนอยู่ใต้ต้นไม้อย่างแปลกใจ
เป็จ้าวซีเหอจริงๆ ด้วย นางยกมือขยี้ตา หันไปอีกด้าน ก่อนจะหันกลับมามองไปที่จ้าวซีเหออย่างไม่อยากจะเชื่ออีกครั้ง
จ้าวซีเหอเห็นท่าทีเช่นนั้นของหนิงมู่ฉือก็โมโหยิ่งนัก จากนั้นสายตาเลื่อนไปมองเฉินเกอที่มีท่าทีระแวดระวัง “หนิงมู่ฉือ เ้ากล้าหนีการแต่งงานหรือ เ้าลงมาประเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
เสียงของจ้าวซีเหอดังก้องอยู่ในหู นางหยิกแขนตัวเอง ก่อนจะพบว่าเจ็บจนแทบน้ำตาเล็ด คนที่อยู่ใต้ต้นไม้คือจ้าวซีเหอจริงๆ แต่ว่า…นางจะเผชิญหน้ากับเขาอย่างไรดี
ฝูงหมาป่าเดินเข้ามาใกล้จ้าวซีเหอขึ้นเรื่อยๆ ความที่หวาดกลัว เสียงที่ะโใส่หนิงมู่ฉือจึงยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน
“หนีการแต่งงาน?” เฉินเกอที่นั่งอยู่บนต้นไม้มองคุณชายผู้หนึ่งซึ่งยืนอยู่ด้านล่าง คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าคนผู้นี้เกี่ยวข้องกับหนิงมู่ฉืออย่างไร
จ้าวซีเหอมองเฉินเกออย่างท้าทาย แฝงไปด้วยแววดูแคลน
หมาป่าวิ่งเข้าใส่จ้าวซีเหอ หนิงมู่ฉือเห็นเช่นนั้นจึงะโออกมา “ซื่อจื่อ ระวังเ้าค่ะ!”
แม้แต่เฉินเกอก็ยังมองไปทางจ้าวซีเหออย่างตกตะลึง
จ้าวซีเหอขมวดคิ้ว มองหมาป่าที่พุ่งเข้ามาพร้อมกับเอี้ยวตัวหลบ เขาะโขึ้นมาอีกครา “นี่ หนิงมู่ฉือ เ้าทนเห็นข้าถูกหมาป่ากัดได้ลงคอเชียวหรือ!”
ฝูงหมาป่าพุ่งตรงมาที่เขา เขาที่ทำอะไรไม่ได้จึงราดน้ำมันลงบนพื้นรอบ ๆ ตัว ก่อนจะจุดไฟสร้างวงล้อมไฟล้อมรอบตัวเอง จากนั้นหยิบคันธนูกับลูกธนูออกมา นำลูกธนูไปจุดไฟแล้วยิงไปที่ฝูงหมาป่า
สิ้นเสียงฟึ่บ ลูกธนูปักเข้าที่หมาป่าตัวหนึ่ง มันส่งเสียงร้องอย่างเ็ปก่อนจะสิ้นใจล้มลงบนพื้น ไฟลุกท่วมหมาป่าตัวนั้นจนเหลือเพียงเศษซาก ฝูงหมาป่าตัวอื่นเห็นเช่นนั้นจึงพากันวิ่งหนีไป
หนิงมู่ฉือมองหมาป่าที่สิ้นใจล้มลงบนพื้นใต้ต้นไม้ ก่อนจะถูกไฟลุกไหม้ นางมองจ้าวซีเหออย่างเลื่อมใส
หมาป่ากลัวไฟ เฉินเกอลืมเื่นี้ไปได้อย่างไร คิดพร้อมกับใช้มือตบที่ศีรษะตัวเองไม่แรงนัก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะพูดชมออกมา “คุณชายผู้นี้ไหวพริบดีเหลือเกิน”
หมาป่าบางตัวถูกไฟครอกจนตาย จ่าฝูงหมาป่าซึ่งตัวใหญ่ที่สุดเห็นเช่นนั้น มันแหงนหน้าขึ้นฟ้าร้องอย่างโกรธแค้น มันมองจ้าวซีเหอผาดหนึ่งก่อนจะวิ่งหนีไป ไม่กล้าวิ่งเข้าใส่จ้าวซีเหออีก
ครั้นจ้าวซีเหอเห็นหมาป่าวิ่งหนีกันไปหมดแล้ว จึงเก็บธนูและลูกธนูลง
หนิงมู่ฉือปีนลงมาจากต้นไม้ เมื่อรับรู้ได้ถึงสายตาของจ้าวซีเหอที่มองมา นางไม่กล้าสบตา มองไฟที่ยังคงลุกโหมล้อมจ้าวซีเหอเอาไว้ นางตัวสั่นเหมือนคนมีชนักติดหลัง
เฉินเกอมองจ้าวซีเหอที่อยู่ในวงล้อมไฟด้วยแววตาลึกล้ำครู่หนึ่ง ในใจพอจะคาดเดาเื่ราวได้รางๆ เขาถอนหายใจ ยิ้มอ่อนขณะทรุดนั่งลงบนก้อนหินอย่างยอมแพ้ สีหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “ฉือเอ๋อร์ ต้องโทษที่ข้าปกป้องเ้าไม่ดีพอ”
หนิงมู่ฉือพูดไม่ออก เอาแต่ก้มหน้า ตอนนี้นางเป็ห่วงความปลอดภัยของจ้าวซีเหอ ไฟที่อยู่รอบตัวเขาดูจะแรงขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้ไฟลุกท่วมสูงกว่าตัวของเขาเสียอีก
จ้าวซีเหอขมวดคิ้วขณะมองไฟรอบตัวที่ยิ่งโหมแรงขึ้น เขาอยากจะออกไป แต่ก็ไม่สามารถทำได้
หนิงมู่ฉือน้ำตาไหลด้วยความรู้สึกผิด “ซื่อจื่อ ข้าขอโทษเ้าค่ะ”
จ้าวซีเหอมองหนิงมู่ฉืออย่างโกรธเกรี้ยว เขาขุดดินรอบๆ ตัว ก่อนจะสาดดินไปที่เปลวเพลิง ป่าแห่งนี้อยู่ใกล้กับทะเลทราย ดินจึงสามารถขุดได้ง่าย
ครั้นไฟดับได้ครึ่งวงเขาก็เดินออกมาจากวงล้อมไฟ เดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้าหนิงมู่ฉือ สีหน้าเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลาย
เขาคิดถึงภาพเหตุการณ์ตอนที่เขาได้เจอนางอีกครั้งเอาไว้หลากหลายแบบ มีทั้งซาบซึ้งจนน้ำตาไหล เ็าจนบรรยากาศดูกระอักกระอ่วน หรือแม้แต่ต่างคนต่างโกรธจนไม่มองหน้ากัน แต่ที่คิดไม่ถึงคือ พอเจอหน้ากันจริงๆ จะต่างคนต่างพูดกันไม่ออกเช่นนี้
เขายืนพิงต้นไม้เงียบไม่พูดคำใดออกมาแม้แต่คำเดียว
หนิงมู่ฉือรู้สึกแสบร้อนที่จมูก น้ำตาไหลอาบแก้ม มองจ้าวซีเหอนิ่งอย่างตื้นตันใจ ทุกครั้งที่นางตกอยู่ในอันตราย จ้าวซีเหอมักจะปรากฏตัวทุกครั้ง แม้แต่ตอนนี้ตอนที่นางอยู่ที่ชายแดนก็ไม่เว้น
