ชุดเกราะอัศวินโกลด์เซนต์แคนเซอร์
ชุดเกราะอัศวินโกลด์เซนต์ซาจิททาเรียส
ชุดเกราะอัศวินโกลด์เซนต์สกอร์เปี้ยน
ชุดเกราะอัศวินโกลด์เซนต์ทั้งสามชุดนี้สร้างมาจาก 'แร่เหล็กดำ' และ 'โครงกระดูกปีศาจ' ด้วยฝีมือของช่างตีเหล็กสาวชาร์ซี ชุดเกราะอัศวินโกลด์เซนต์แคนเซอร์มีชิ้นส่วนทั้งหมดหกสิบชิ้น ชุดเกราะอัศวินโกลด์เซนต์ซาจิททาเรียสมีชิ้นส่วนทั้งหมดหนึ่งร้อยสิบห้าชิ้น และชุดเกราะอัศวินโกลด์เซนต์สกอร์เปี้ยนมีชิ้นส่วนทั้งหมดหนึ่งร้อยชิ้น จำนวนชิ้นส่วนของชุดเกราะเหล่านี้เป็ตัวแทนจำนวนดวงดาวของกลุ่มดาวราศีบนท้องฟ้า ทุกชิ้นส่วนของชุดเกราะล้วนเเสดงถึงพลังของดาวแต่ละดวง
ก่อนหน้านี้ ซุนเฟยได้มอบชิ้นส่วนชุดเกราะอัศวินโกลด์เซนต์แคนเซอร์กับซาจิททาเรียสบางส่วนให้กับพัศดีโอเลเกร์และตอร์เรสไปแล้ว ตอนนี้พลังของทั้งสองคนแข็งแกร่งขึ้น จึงมีคุณสมบัติคู่ควรที่จะได้สวมชุดเกราะอัศวินโกลด์เซนต์
ส่วนแช็คนั้น เหตุผลที่เขาไม่ได้รับชุดเกราะอัศวินโกลด์เซนต์ในตอนแรก เป็เพราะซุนเฟยไม่แน่ใจว่าแช็คเหมาะกับราศีอะไร จนกระทั่งเห็นแช็คใช้วิชาดัชนีทำลายอาวุธของคู่ต่อสู้บนสนามประลองดาบ ก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่าในบรรดาสิบสองโกลด์เซนต์ มิโร โกลด์เซนต์แห่งกลุ่มดาวแมงป่องมีชื่อเสียงเลืองลือในวิชาดัชนี ท่าไม้ตายของมิโรก็คือ 'เข็มพิษสีเื' ซึ่งคล้ายกับวิชาที่แช็คใช้เป็อย่างมาก
ดังนั้น ซุนเฟยจึงตัดสินใจมอบชุดเกราะอัศวินโกลด์เซนต์สกอร์เปี้ยนให้กับแช็ค
แม้จะผ่านไปนานหลายเดือน แต่ซุนเฟยก็ยังคงใช้ทักษะเทพเ้า ทักษะ 'การให้' ได้ดั่งใจนึก
น้ำเสียงเ็าลึกลับดังขึ้นข้างหูของซุนเฟย ก่อนที่ซุนเฟยจะเลือกคำว่าตกลง
วินาทีต่อมา ซุนเฟยก็เห็นกล่องเหล็กสีดำทั้งสามใบวางอยู่บนพื้น มันส่องแสงเรืองรองราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า และมีกลิ่นอายโบราณลึกลับแผ่ออกมาจางๆ จากนั้น กล่องเหล็กสีดำทั้งสามก็ลอยขึ้นกลางอากาศ ก่อนที่มันจะค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสัตว์อสูรเกราะเหล็กสีดำที่สวยงามและองอาจสามตัวอยู่ด้านในของแต่ละกล่อง
จากนั้นเื่ราวที่น่าเหลือเชื่อก็พลันเกิดขึ้น แช็ค ตอร์เรสและโอเลเกร์ที่ยืนอยู่ในเต็นท์ค่อยๆ ลอยขึ้น ราวกับถูกพลังลึกลับบางอย่างดึงขึ้นไป ก่อนที่สัตว์อสูรั์เกราะเหล็กในกล่องจะแยกตัวออกโดยอัตโนมัติ และกลายเป็แสงสว่างเล็กๆ พุ่งเข้าไปปกคลุมร่างของพวกเขา
เมื่อแสงสว่างระยิบระยับดุจแสงดาวบนท้องฟ้าจางหายไป ในที่สุด ชุดเกราะอัศวินโกลด์เซนต์ก็สวมลงบนร่างของพวกเขาทั้งสามคนอย่างสมบูรณ์ ส่วนที่เป็จุดสำคัญถูกชุดเกราะที่สร้างมาเป็อย่างดีเข้าปกคลุม ชุดเกราะนี้ออกแบบให้สอดคล้องกับสรีระของร่างกายมนุษย์เป็อย่างมาก ด้วยเหตุการณ์อันน่ามหัศจรรย์ก่อนหน้านี้ ทำให้ทั้งสามคนเหมือนเทพาก็ไม่ปาน
นี่สิถึงจะสมเป็ชุดเกราะของอัศวินโกลด์เซนต์
ในที่สุดก็มีวันนี้ วันที่เหล่าอัศวินโกลด์เซนต์แห่งเมืองแซมบอร์ดจะได้ใช้ชุดเกราะอัศวินโกลด์เซนต์กวาดล้างศัตรูให้ราบเป็หน้ากลอง และสร้างความตกตะลึงให้กับแผ่นดินอาเซรอท
หลังจากสวมชุดเกราะอัศวินโกลด์เซนต์ พวกเขาทั้งสามคนต่างรู้สึกได้ถึงพลังอันมหาศาลที่ไม่เคยมีมาก่อน
พลังชนิดนี้ราวกับดวงดาวโบราณลึกลับอันไกลโพ้นที่ไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกเกรงขาม แม้ว่าตอนนี้จะยังอ่อนแออยู่มาก แต่ขอเพียงหมั่นฝึกฝนต่อไปเรื่อยๆ ไม่ช้าวิธีที่จะสื่อสารกับพลังแห่งดวงดาวก็จะปรากฏขึ้นมาในหัวของพวกเขาเอง รอจนถึงตอนนั้น พวกเขาจะสามารถควบคุมพลังอันลึกลับนี้ได้ดั่งใจ จนคล้ายกับเทพในตำนานไม่มีผิดเพี้ยน หมัดของพวกเขาสามารถถล่มฟ้า เท้าของพวกเขาสามารถทลายพสุธาได้เลยทีเดียว
ทักษะเทพเ้า ทักษะ 'การให้' ไม่ได้มอบแค่ชุดเกราะอัศวินโกลด์เซนต์หรือคุณสมบัติแห่งดวงดาวเท่านั้น แต่ยังมอบเมล็ดพันธุ์แห่งดวงดาว ที่กำลังรอวันลืมตาตื่นอีกด้วย
ไม่ช้า ทั้งสามคนก็คุ้นเคยกับชุดเกราะ สามารถเรียกหรือเก็บซ่อนมันได้ดั่งใจนึก หลังความดีใจและตื่นตระหนกในตอนแรกผ่านพ้นไป ชุดเกราะบนร่างของพวกเขาก็กลายเป็ประกายแสงจางๆ รวมทั้งกล่องคลอธที่เปลี่ยนเป็ลำแสงสีดำพุ่งเข้าไปในหว่างคิ้วของพวกเขา
“คัมภีร์ทักษะคลื่นพลังเจ็ดดาวเล่มนี้ มีทักษะที่ผูกติดมากับชุดเกราะนี้อยู่ด้วย ชื่อของมันคือ 'เข็มพิษสีเื' เป็ทักษะที่เหมาะกับเ้ามาก” สุดท้ายซุนเฟยก็มอบคัมภีร์ทักษะคลื่นพลัง 'เข็มพิษสีเื' ให้กับแปเตอร์ แช็ค
เมื่อทั้งสามคนเดินออกจากเต็นท์ของาา ก็เหลือเพียงซุนเฟยคนเดียวที่อยู่ข้างใน
ตอนนี้ปัญหาเื่การเพิ่มพลังของแฟรงก์ แลมพาร์ค เฟร์นันโด ตอร์เรส แปเตอร์ แช็ค โอเลเกร์และคนอื่นๆ ได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่ปัญหาเดียวที่ซุนเฟยยังแก้ไม่ตก นั่นก็คือ ทำอย่างไรถึงจะเพิ่มพลังให้กับเอเลน่าได้
ความจริงแล้ว หลังจากที่ฆ่าพวกมอนสเตอร์ เลเวลของเอเลน่าก็เลื่อนขึ้นเป็ 57 แล้ว ประกอบกับการที่สามารถใช้พลังเวททั้งสี่ธาตุได้ ทำให้พลังโจมตีของเอเลน่านั้นแข็งแกร่งและเฉียบขาดมาก ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือระดับหกดาวหรือสูงกว่านั้น นางก็ต่อกรได้อย่างสบาย แต่ปัญหามันอยู่ตรงนี้ พลังโจมตีของนางแข็งแกร่งมาก แต่พลังป้องกันกลับสวนทางโดยสิ้นเชิง
ถึงแม้ซุนเฟยจะสรรหาไอเทมเวทมนตร์ระดับสูงมากมายมาให้เอเลน่า แต่มันก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหานั้นได้อยู่ดี ความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายของเอเลน่ายังคงน้อยมาก
และเื่ที่ทำให้ซุนเฟยรู้สึกยิ่งจนปัญญาก็คือ 'น้ำยาฮัลค์' ใช้กับคนของโลก Diablo ไม่ได้ผล ส่วนคัมภีร์คลื่นพลังที่ซุนเฟยสร้างออกมา เอเลน่าก็ฝึกฝนไม่ได้ สำหรับซุนเฟยแล้ว ทหารรับจ้างสาวคนนี้สำคัญต่อเขามาก และนี่เป็ครั้งแรกที่ซุนเฟยรู้สึกว่าตัวเองไร้ความสามารถ
าาแห่งแซมบอร์ดได้แต่นั่งเงียบๆ คนเดียวในเต็นท์กว่าครึ่งชั่วโมง หลังจากครุ่นคิดวิธีการต่างๆ มากมาย แต่ก็ไม่อาจหาวิธีการดีๆ ได้เลย
แต่ยังพอมีเวลาอยู่ ซุนเฟยจึงตัดสินใจเข้าไปในโลก Diablo เพื่ออัพเลเวลโดยการฆ่าล้างบางพวกมอนสเตอร์
เมื่อสองวันก่อน หลังจากที่ไล่ฆ่าสังหารมอนสเตอร์ไป ตอนนี้เลเวลของคนเถื่อนก็ขึ้นไปที่เลเวล 64 แล้ว เขาได้รับคะแนนทักษะและคะแนนคุณสมบัติจำนวนไม่น้อย ซุนเฟยก็เลยตัดสินใจทำให้ทักษะพื้นฐานมั่นคงเสียก่อน เขาจึงเลือกที่จะเรียนรู้ทักษะโจมตีเพิ่มอีกสองทักษะก็คือ 'ะโโจมตี' และ 'นักรบคลั่ง' ทักษะเหล่านี้จะทำให้พลังของเขายิ่งเพิ่มมากขึ้น แม้จะต้องเผชิญหน้ากับนักเวทสีฟ้าดาบยาวเลเวล 5 ก็ไม่คณนามือ แค่เขาฟันเบาๆ ทีเดียวก็สามารถแยกร่างมันได้แล้ว
ถ้าเทียบกับระดับพลังในแผ่นดินอาเซรอท ตอนนี้ซุนเฟยได้กลายเป็นักรบระดับแปดดาวแล้ว
ถ้าให้ซุนเฟยเผชิญหน้ากับ 'อัศวินโลหิต อัศวินแห่งการสังหาร' และ 'อัศวินศาสตราวุธ' อีกครั้งล่ะก็ ซุนเฟยมั่นใจว่าสามารถจัดการพวกเขาทั้งหมดได้ด้วยหมัดเดียว
ความจริงแล้ว ความแข็งแกร่งของนักรบระดับหกดาวและแปดดาวไม่ใช่แตกต่างกันที่ตัวเลขเพียงอย่างเดียว มันยังบ่งบอกถึงช่องว่างของความแข็งแกร่งอีกด้วย หากอัศวินผู้ตัดสินสี่คนนั้นไม่สามารถทะลวงผ่านคอขวดระดับหกดาวขึ้นมาได้ บางที ชั่วชีวิตของพวกเขาคงจะหยุดอยู่ที่ระดับหกดาวไปตลอดกาล
ซุนเฟยเข้ามาที่โลก Diablo และตรงไปหาเอเลน่าใน 'ค่ายโร้ก' ที่กำลังฝึกยิงธนูอยู่นอกเต็นท์ทหารรับจ้าง
การฝึกยิงลูกธนูหนึ่งหมื่นดอกทุกวันเป็กิจวัตรประจำวันที่สาวงามไม่เคยละทิ้ง นางสามารถหลับตายิงมดที่กำลังไต่บนต้นไม้ที่ห่างออกไปห้าร้อยเมตรได้อย่างแม่นยำ ถ้าเอเลน่า้า นางสามารถยิงลูกธนูหนึ่งร้อยดอกได้ภายในเวลาไม่กี่วินาทีเพื่อสร้างห่าฝนลูกธนูปกคลุมทั่วท้องฟ้า และกลายเป็พิรุณแห่งความตายได้อย่างง่ายดาย แต่ถ้าใช้คู่กับพลังเวทที่น่ากลัวนั่นแล้ว ความตายก็คงอยู่ห่างไปไม่ไกล
เวลารุ่งเช้าที่โลกของ Diaoblo ยังคงมืดสลัวอยู่ นักธนูสาวคนอื่นๆ ในค่ายได้ใช้ประตูมิติที่ซุนเฟยติดตั้งไว้เดินทางไปยังเมืองแซมบอร์ด บางคนไปเป็ทหารรักษาการณ์ที่เมืองแซมบอร์ด บางคนไปช่วยบรู๊คฝึกพลธนูแซมบอร์ดในลานซ้อม ส่วนคาเชีย หัวหน้าทหารรับจ้างสาว ไม่รู้ว่าตอนนี้นางหายไปไหนแล้ว ดังนั้นด้านนอกเต็นท์ทหารรับจ้างจึงมีแค่เอเลน่าคนเดียว
ทั้งสองคนต่างเก็บกระเป๋าเพื่อเดินทางไปยัง 'ท่าเรือคูแรสท์' ซึ่งอยู่บนแผนที่ส่วนที่สามของโลก Diablo จากนั้นก็พากันไปบุกตะลุยสังหารเหล่ามอนสเตอร์ที่แสนอันตราย พลางเพิ่มความหวานระหว่างทั้งคู่ในขณะที่โลดแล่นอยู่กลางสนามรบ
เควสของ 'ท่าเรือคูแรสท์' ซุนเฟยได้ทำเสร็จไปแล้วสองจากหกเควส ส่วนเควสที่สาม ตอนนี้เหลืออีกเพียงครึ่งเดียวก็จะเคลียร์ได้สำเร็จ
หลังจากทำเควสที่สอง 'ดาบศักดิ์สิทธิ์โบราณ' จบสิ้น เนื่องจากก่อนหน้านี้ซุนเฟยรีบร้อนฆ่ามอนสเตอร์เพื่ออัพเลเวล ดังนั้นเขาจึงไม่มีเวลาเข้าเมืองไปส่งเควส แต่ครั้งนี้เดินทางผ่านเมืองพอดี จึงถือโอกาสแวะไปส่ง ‘ดาบศักดิ์สิทธิ์’ ให้กับ NPC ที่ชื่อโอมัส จากนั้นก็ทำตามคำแนะนำของโอมัสที่ให้เขาไปรับรางวัลกับ NPC อีกคน
ในความทรงจำของซุนเฟย รางวัลที่ได้รับหลังจากการทำเควสนี้สำเร็จก็คือ ได้รับทหารรับจ้างที่แข็งแกร่งอีกหนึ่งคนมาคอยช่วยในการสู้รบจาก NPC ที่ชื่ออาเชียร่า
แต่เนื่องจากซุนเฟยมีคู่หูที่รู้ใจกันดีอย่างเอเลน่าอยู่แล้ว ดังนั้นรางวัลนี้จึงไม่น่าสนใจอะไร และด้วยเหตุผลนี้ ทำให้เขาตัดสินใจที่จะไม่เสียเวลาวกกลับมาที่เมืองเพื่อส่งเควสและรับรางวัล ครั้งนี้ที่มาหา NPC อาเชียร่าก็เพื่อจบเควสเท่านั้น
แต่สิ่งที่ทำให้ซุนเฟยคาดไม่ถึงก็คือ
“ยินดีด้วยที่ท่านทำเควส 'ดาบศักดิ์สิทธิ์โบราณ' สำเร็จ ตอนนี้ท่านสามารถเลือกคุณสมบัติสายเืที่สองของทหารรับจ้างตัวเองได้แล้ว กรุณาเลือก!”
ในขณะที่ซุนเฟยเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้า NPC อาเชียร่า ทันใดนั้นนางก็พูดประโยคนี้ขึ้นมา เื่นี้ทำให้ซุนเฟยแทบจะมึนงงไปชั่วขณะ ตอนแรกซุนเฟยไม่เข้าใจความหมายที่ NPC ปัญญาประดิษฐ์ตัวนี้พูดเลย แต่ทันใดนั้นก็มีจอแสดงภาพให้เลือกตัวละครทั้งเจ็ดแบบสามมิติปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของซุนเฟย ภาพเงาของตัวละครทุกตัวดูเหมือนจริงมาก เพียงแต่ชุดเกราะและอาวุธที่ถืออยู่ในมือแตกต่างกัน ถึงแม้เงาทั้งเจ็ดจะลอยอยู่กลางอากาศ แต่กลับแผ่กลิ่นอายที่ทรงพลังออกมา
ตอนนี้เองที่ซุนเฟยเข้าใจถึงความหมายในประโยคที่ NPC พูดขึ้นมา
เพราะเงาทั้งเจ็ดตัวนี้ก็คือ พาลาดิน มือสังหาร นักรบอเมซอน จอมเวท ดรูอิดและเนโครแมนเซอร์ อาชีพทั้งเจ็ดของโลก Diablo
พูดง่ายๆ ก็คือ ความหมายที่ NPC จะสื่อนั้นประมาณว่า ซุนเฟยสามารถเลือกคุณสมบัติของอาชีพตัวใดตัวหนึ่งในเจ็ดตัวละครด้านหน้า เพื่อให้เป็คุณสมบัติสายเืที่สองของเอเลน่า และมันจะทำให้เอเลน่าใช้ความสามารถของอาชีพอื่นได้
-----------------------------
