ูเี่อันอารมณ์ดีจนถึงตอนดึกโดยเฉพาะตอนที่ลงกลอนประตูเธอรู้สึกเหมือนได้ทำเื่บ้าบิ่นหลังจากเป็เด็กดีมานานตลอดหลายปี เธอรู้สึกตื่นเต้นจนอยากกรี๊ดออกมาดังๆแต่สุดท้ายก็อดกลั้นเอาไว้ ก่อนจะไปอาบน้ำอย่างสบายใจและเตรียมเข้านอน
ทุกอย่างเป็ไปตามคาดตอนสี่ทุ่มครึ่งก็มีเสียงก๊อกแก๊กดังขึ้นจากหน้าประตู
เธอวางหนังสือในมือพลางจ้องกลอนประตูไม่วางตาพร้อมเงี่ยหูฟังเต็มที่
กึกกึก... เสียงดังขึ้นอีกสองครั้ง ทว่าประตูก็ไม่ได้ถูกเปิดออก
แน่สิก็เพราะเธอล็อกมันเรียบร้อยแล้วไงล่ะ!
ลู่เป๋าเหยียนคงไม่เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้แน่ๆตอนนี้เขาคงหงุดหงิดมากสินะ?
คิดแล้วูเี่อันก็ยิ่งตื่นเต้นเธอตลบผ้าห่มออกมาและค่อยๆย่องไปที่ประตู
เอ๋ทำไมถึงเงียบไป? ลู่เป๋าเหยียนยอมแพ้ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?
ทันใดนั้นกริ๊ก... เสียงปลดล็อกกลอนประตูก็ดังขึ้น
เป็ไปได้ยังไง! เมื่อเช้าเธอก็ถามป้าหลิวมาแล้วว่ากุญแจห้องนี้มีแค่ชุดเดียวซึ่งอยู่กับเธอแล้วใครเป็คนเปิดประตูกันล่ะ!?
ตอนนั้นเองประตูก็ถูกผลักออกร่างสูงโปร่งของลู่เป๋าเหยียนค่อยๆปรากฏสู่สายตาของูเี่อัน
เขากำลังยืนพิงขอบประตูอยู่ด้านนอกในมือถือบางอย่างลักษณะเป็เส้นบางๆคล้ายลวด
เขาใช้มันสะเดาะกลอนประตูงั้นเหรอ...
แต่เื่นั้นไม่สำคัญอีกต่อไปเพราะที่สำคัญก็คือตอนนี้ลู่เป๋าเหยียนกำลังยิ้ม... ยิ้มเหมือนเมื่อตอนเช้าไม่มีผิด!
ูเี่อันรู้สึกมึนไปหมด ในสมองมีแต่คำถามว่าทำไงดี ทำไงดี เธอจะทำยังไงดี...
ลู่เป๋าเหยียนแกว่งเส้นลวดในมือพลางยิ้มมุมปากอย่างเ้าเล่ห์ูเี่อันรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีจึงตั้งท่าจะวิ่งหนี แต่เพราะขาขวายังไม่หายดีเลยไม่คล่องตัวเหมือนเมื่อก่อน
เธอได้ยินเสียงปิดประตูวินาทีต่อมาเธอก็ถูกลู่เป๋าเหยียนรวบเอวเอาไว้และรั้งเธอเข้าสู่อ้อมแขนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายอันคุ้นเคยของเขา
“แหะๆๆ...”เธอพยายามยิ้มอย่างแกนๆ แสร้งทำเป็ไม่รู้เื่ “ฉะฉันอยากจะไปแปรงฟันก่อนนอน...”
ลู่เป๋าเหยียนไม่สนใจฟังคำพูดไร้สาระของเธอทั้งนั้นเขาก้มหน้าลงมาเรียวปากบางทันที
“อื้อ...”ูเี่อันไม่ทันตั้งตัวจึงได้แต่เบิกตากว้างมองลู่เป๋าเหยียนอย่างใ
“ยัยโง่”ลู่เป๋าเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งหยอกกึ่งปลอบ “หลับตาสิ”
ูเี่อันไม่รู้ว่าตัวเองเชื่อฟังคำพูดเขาง่ายๆแบบนี้ั้แ่เมื่อไรเธอหลับตาลงและจูบประสานตอบรับกับเขาทันทีที่ได้ยินคำสั่ง
ลู่เป๋าเหยียนพอใจจนยิ้มบางที่มุมปากก่อนจะลดจังหวะให้ช้าลงเขาค่อยๆจูบเธออย่างนุ่มนวล มือที่โอบเอวบางเริ่มผ่อนแรงลงอย่างระมัดระวังราวกับ้าทะนุถนอมสิ่งล้ำค่าที่เขาเก็บรักษามานานหลายปี
ูเี่อันไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไรกว่าลู่เป๋าเหยียนจะปล่อยตัวเธอเมื่อเริ่มรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเธอก็หน้าแดงก่ำพลางเม้มปากและเบือนหน้าหนี
ลู่เป๋าเหยียนลูบผมของเธอเบาๆ“รู้จักล็อกประตู แสดงว่าไม่ได้โง่นัก” เขาเงียบไปชั่วอึดใจก่อนพูดเสริม“แต่ที่เธอคิดว่าฉันจะเข้ามาไม่ได้ ไม่เรียกว่าโง่ แต่เรียกว่าซื่อบื้อ”
“......”ูเี่อันมั่นใจมากว่า ตอนนี้ลู่เป๋าเหยียนกำลังเยาะเย้ยเธออยู่
แต่ที่เธอไม่โกรธเขาไม่ใช่เพราะเธออ่อนแอแต่เพราะผู้ชายคนนี้โรคจิตไปแล้ว!
เธอหยิบเส้นลวดในมือเขามาพิจารณาอย่างข้องใจ
“นายใช้มันไขประตูจริงๆเหรอ?สอนฉันมั่งได้หรือเปล่า?”
“เธอจะเรียนมันไปทำไม?จะมาเปิดประตูห้องฉันงั้นเหรอ?” ลู่เป๋าเหยียนยิ้ม “ห้องของฉันเธออยากจะเข้ามาเมื่อไรก็พร้อมต้อนรับเสมอ”
ลู่เป๋าเหยียนพูดหน้าตาเฉยชัดถ้อยชัดคำไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าคำพูดของมันมีความหมายแฝงระหว่างบรรทัด...
“ลู่เป๋าเหยียน”เธอพูดด้วยเสียงจริงจัง “เมื่อก่อนฉันเคยคิดว่านายเป็สุภาพบุรุษที่ไม่เอาเปรียบคนอื่น”
ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้วก่อนถาม“แล้วตอนนี้เธอไม่คิดอย่างนั้นแล้วเหรอ?”
“ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าที่แท้นายมันก็ตาบ้าโรคจิตหื่นกามดีๆนี่เอง!”
ลู่เป๋าเหยียนยิ้มมุมปาก“เธอมารู้ตอนนี้ก็นับว่ายังไม่สาย”
สิ้นคำลู่เป๋าเหยียนก็อุ้มูเี่อันขึ้นมา
“อุ้ย!”จู่ๆร่างกายก็ถูกยกลอยขึ้น ูเี่อันจึงกอดลู่เป๋าเหยียนเอาไว้โดยอัตโนมัติเขายิ้มบางอย่างพอใจกับปฏิกิริยาของหญิงสาว
ูเี่อันรู้ทันทีว่าการกระทำของเธอทำให้เขายิ่งได้ใจจึงกัดริมฝีปากเล็กน้อยอย่างหงุดหงิดวินาทีต่อมาลู่เป๋าเหยียนก็วางเธอลงบนเตียง
เอ่อ...
เธอทำตาโตอย่างไม่รู้ว่าลู่เป๋าเหยียนคิดจะทำอะไรได้แต่จ้องเขาอย่างระแวดระวัง
“ฉันไม่ได้คิดจะทำอะไรเธอแต่ถ้าเธอยังมองฉันด้วยสายตาแบบนี้...”
สิ่งที่เขาสื่อชัดเจนโดยไม่ต้องอธิบายเพิ่มูเี่อันรีบเบนสายตาหนี ขณะที่ลู่เป๋าเหยียนได้เอนลงมานอนข้างกายเธอ แล้วก็เป็ไปตามคาดวินาทีต่อมามือแกร่งของเขาก็เอื้อมมารั้งตัวเธอเข้าไปกอด
ครั้งนีู้เี่อันไม่ดิ้นอีกแล้ว
เพราะไม่ว่าเธอจะใช้วิธีไหนเพื่อหนีเอาตัวรอดเขาก็มักจะทำลายแผนของเธอได้อย่างง่ายดาย เธอคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
ในเมื่อเป็แบบนี้สู้เอาเวลามาดื่มด่ำกับอ้อมกอดอันแสนสบายของเขายังดีเสียกว่า
คิดได้ดังนั้นูเี่อันก็ขยับตัวหาจุดที่สบายที่สุดและหลับตาลงอย่างเป็สุขในไม่ช้าเธอก็เข้าสู่นิทรา
ลู่เป๋าเหยียนก้มหน้ามองปีศาจน้อยที่หลับปุ๋ยไปแล้วก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนมู่ซือเจวี๋ยโทรศัพท์มาบอกเขาว่า คังรุ่ยเฉิงกลับมาคราวนี้ยังไม่ระแคะระคายเื่ของเขาและไม่ได้มีความเคลื่อนไหวใดๆ นอกจากการส่งให้คนออกตามหาผู้หญิงคนหนึ่งอย่างบ้าคลั่งข่าวนี้แพร่กระจายไปทัว
จากข้อมูลที่ได้หากใครเจอตัวผู้หญิงที่ว่าคังรุ่ยเฉิงจะตอบแทนอย่างงาม ฉะนั้นบรรดาลูกน้องของเขาจึงออกตามหาตัวหญิงสาวอย่างถวายชีวิต
“จะลองสืบดูไหมว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร” มู่ซือเจวี๋ยถาม“บางทีเธอคนนั้นอาจจะเป็จุดอ่อนของคังรุ่ยเฉิง”
“ไม่ต้อง”ลู่เป๋าเหยียนปฏิเสธ “คนที่เราต้องจัดการคือคังรุ่ยเฉิงไม่เกี่ยวกับผู้หญิงของเขา”
“เอางั้นก็ได้ยังมีอีกเื่” มู่ซือเจวี๋ยหัวเราะเล็กน้อย “รู้ไหมว่าฉันไปรู้อะไรมา คังรุ่ยเฉิงกำลังเพ่งเล็งมาทางฉันดูเหมือนว่าเขาอยากจะได้ธุรกิจที่ทำเงินให้ฉันมากที่สุดอยู่นะเขาวางแผนจะกลับมาที่นี่นานหลายปีแล้ว ฉันกำลังสงสัยว่าเขาจะส่งสปายมาปะปนกับคนใกล้ตัวฉัน”
“ลองสืบจากคนที่เพิ่งเข้ามาอยู่กับนาย่ไม่กี่ปีมานี้”ลู่เป๋าเหยียนเอ่ย “คนทรยศมักจะโผล่หางออกมาเสมอไม่มีทางที่จะไม่เหลือร่องรอยเอาไว้แน่”
“ฉันลองสืบมาแล้วแต่ไม่ได้เื่อะไรเลย” มู่ซือเจวี๋ยเอ่ยอย่างนึกสนุก“มีความเป็ไปได้แค่สองอย่างก็คือ ฉันคิดมากไป หรือไม่ก็... สปายที่คังรุ่ยเฉิงส่งมาแฝงตัวได้เนียนมาก”
ถ้าเป็อย่างหลังก็เท่ากับมู่ซือเจวี๋ยกำลังตกอยู่ในอันตราย ทว่าเ้าตัวกลับทำท่าเหมือนเจอเื่สนุก
สปายคำง่ายๆเพียงสองพยางค์แต่การจะอยู่ในบทบาทนี้ต้องมีความแข็งแกร่งด้านจิตใจและการแสดงที่แเีเกินกว่าคนธรรมดา
มู่ซือเจวี๋ยเป็คนระวังตัวอยู่เสมอหากสปายที่คังรุ่ยเฉิงส่งมาอยู่ข้างกายเขาสามารถเล่นละครได้อย่างแเีจนเขาไม่รู้ตัวแล้วล่ะก็เขาก็จะลองเล่นเกมเป็เพื่อนสปายคนนั้นสักหน่อย
หากต้องสู้กับคู่ต่อสู้ที่อ่อนแอกว่าต่อให้ชนะก็ไม่รู้สึกดีใจแต่หากได้คู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อและค่อยๆบีบให้ฝ่ายตรงข้ามร้องขอชีวิต แบบนั้นสิถึงจะสนุก
สุดท้ายลู่เป๋าเหยียนก็กำชับมู่ซือเจวี๋ยให้ระวังตัวก่อนจะวางสายไปตอนที่เขาเดินผ่านหน้าห้องของูเี่อัน เขาแค่คิดจะเข้าไปดูว่าเธอนอนแล้วหรือยั นึกไม่ถึงเลยว่าเธอจะล็อกประตู
ปีที่แม่ของเธอเสียชีวิตเขาตัดสินใจบินข้ามน้ำข้ามทะเลกลับมาเพื่อพบเธอ ขนาดระยะทางตั้งเป็หมื่นกิโลเมตรยังหยุดยั้งเขาไว้ไม่ได้นับประสาอะไรกับแค่ประตูบานหนึ่ง
แต่ถึงแมู้เี่อันจะผลักไสเขาออกไปแบบนี้เขาก็โกรธเธอไม่ลงอยู่ดี เพราะอีกไม่นาน หากคังรุ่ยเฉิงสาวมาถึงตัวเขาเมื่อไรเป้าหมายต่อไปก็คือูเี่อัน เขาไม่รู้ว่า่เวลาอันแสนสุขจะยืนยาวต่อไปได้อีกนานแค่ไหน
ลู่เป๋าเหยียนไม่รู้ตัวเลยว่า คังรุ่ยเฉิงพุ่งเป้ามาทีู่เี่อันตั้งนานแล้ว
เขตเมืองเก่าณ บ้านตระกูลคัง
ยามค่ำคืนแบบนี้ทั่วทั้งเมืองAต่างเปิดไฟสว่างไสว มีเพียงพื้นที่เขตเมืองเก่าเท่านั้นที่แต่ละบ้านเริ่มจุดโคมจีนที่ส่องแสงสลัวออกมา
หากจะพูดให้น่าฟังก็คงต้องบอกว่าที่นี่เป็สถานที่ที่คงความเป็จีนดั้งเดิมและให้ความรู้สึกจิตใจสงบ
แต่หากเป็คนที่ไม่ได้ชื่นชอบความคลาสสิกก็อาจจะรู้สึกว่าบรรยากาศของที่นี่ดูน่ากลัวราวกับว่าด้านหลังประตูไม้บานหนาจะมีิญญาโผล่ออกมาได้ทุกชั่วขณะ
“คุณชายคังคะ”เสียงหวานของหญิงสาวดังขึ้นขณะก้าวเดินอยู่บนถนน“ทำไมคุณถึงได้พักอยู่ในที่แบบนี้ล่ะคะเนี่ย?”
คังรุ่ยเฉิงเปิดประตูบ้านก่อนจะผลักหญิงสาวเข้าไป
“เธอจะไปเข้าใจอะไรหุบปากซะ แล้วทำเื่ที่ควรทำ”
หญิงสาวรู้ดีว่าหากเธอยังพูดต่อเขาคงโมโหเป็แน่เธอจึงไม่เอ่ยอะไรอีกก่อนจะเริ่มปรนนิบัติคังรุ่ยเฉิงในแบบที่เขา้า
ขณะกำลังเข้าได้เข้าเข็มจู่ๆตงจื่อก็เปิดประตูเข้ามาเมื่อเขาเห็นภาพตรงหน้าก็นิ่งอึ้งก่อนจะตั้งท่าเดินกลับ
“มานี่!”คังรุ่ยเฉิงผลักหญิงสาวให้ออกห่าง “ได้เื่อะไรบ้างหรือยัง”
ตงจื่อเป็ลูกน้องที่เขาไว้ใจที่สุด่นี้เขาสั่งให้ตงจื่อไปสืบหาผู้หญิงที่ช่วยทำแผลให้เขาที่สวนสนุกในเมื่อตงจื่อกลับมาแสดงว่าได้ข่าวอะไรมาบ้าง เขาอยากจะรู้ข่าวใจจะขาดแบบที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“สืบอะไรมาได้บ้าง”
ตงจื่อกลืนน้ำลายก่อนตอบ“ยังไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเลยครับ...”
“ห่วยแตก!”คังรุ่ยเฉิงเตะโต๊ะตรงหน้าจนพลิกคว่ำ “นี่ก็ครึ่งเดือนแล้วแค่ผู้หญิงคนเดียวทำไมยังหาไม่เจออีกห๊ะ?”
ตงจื่อก็แทบจะบ้าตายอยู่แล้ววันนั้นหลังจากกลับมาคังรุ่ยเฉิงก็บอกว่า ไปเจอสาวสวยคนหนึ่งที่ห้องน้ำในร้านอาหารและสั่งให้ไปควานหาตัวเธอมาให้ได้
ที่นั่นคือHappyWorld ที่มีพื้นที่ขนาดกว่าสองพันไร่ แถมยังเป็วันหยุดสุดสัปดาห์คนก็เยอะ สาวสวยก็แยะ แล้วจะให้พวกเขาหากันยังไงไหว?
เวลาที่คังรุ่ยเฉิงะเิอารมณ์โทสะน่ากลัวมากสมองจึงสั่งให้ตงจื่อรีบหนีเอาตัวรอด ทว่าต่อให้เขาหนีก็ใช่ว่าจะหาตัวผู้หญิงคนนั้นเจอว่าแล้วเขาจึงกลั้นใจพูดออกไป
“ลองคิดดูอีกรอบไหมครับว่าผู้หญิงคนนั้นคุยอะไรกับพี่บ้างมีข้อมูลอะไรที่เธอเผลอหลุดปากออกมาบ้างหรือเปล่า อย่างเช่นเธอพักที่ไหนทำงานอะไร... อย่างน้อยพวกเราจะได้ตีวงให้แคบลง”
วันนั้นูเี่อันไม่ได้บอกอะไรเขาเลยนอกจากเื่ที่เธอแต่งงานแล้วคังรุ่ยเฉิงยิ่งคิดถึงเื่นั้นก็ยิ่งหงุดหงิดจึงพูดเสียงเหี้ยม
“ไม่มีไสหัวออกไปซะ!”
ตงจื่อได้ยินดังนั้นก็รีบออกไปทันที
หญิงสาวขยับตัวเข้ามานั่งใกล้ๆก่อนเอ่ย“คุณชายคัง อย่าโมโหเลยนะคะ”
การกระทำของเธอสามารถคลายความโมโหลงได้ตามที่พูดแต่คังรุ่ยเฉิงหมดอารมณ์จะทำอะไรอีกแล้วจึงผลักหญิงสาวให้ออกห่างเธอตั้งท่าจะเดินออกไปอย่างน่าสงสาร ทว่ากลับถูกคังรุ่ยเฉิงรั้งตัวกลับมาอย่างแรง
“โอ๊ย!”
การกระทำของเขาทั้งรุนแรงและป่าเถื่อนแต่เพราะเขาคือคังรุ่ยเฉิงต่อให้เจ็บแค่ไหนเธอก็ต้องแสร้งทำเป็เพลิดเพลินและยิ้มออกไปอย่างเอาใจ
ทำไงได้ใครใช้ให้ผู้ชายคนนี้ที่เพิ่งกลับมาก็กลายเป็เ้าพ่อคุมธุรกิจกลางคืนทั้งหมดของเมืองAกันล่ะ ถึงจะไม่มีใครรู้เบื้องลึกเื้ัของเขาแต่ที่แน่ๆไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่สมควรทำตัวเป็ปรปักษ์กับชายคนนี้ เพราะวิธีการของเขามันโเี้เกินกว่าคนปกติ
